สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 374 หลินส่วงเผยจุดอ่อน
บทที่ 374 หลินส่วงเผยจุดอ่อน
หลังจากดูวิดีโอสัมภาษณ์จบ ชาวเน็ตก็ร้อนแรงขึ้นมา
ชาวเน็ต : โอ้โห! ที่แท้เบื้องหลังการโด่งดังของเมืองฮาร์บินมีที่ปรึกษาระดับสูงจริง ๆ และมือวางแผนคนนั้นกลับเป็นเสิ่นชิงด้วย!
ชาวเน็ต : เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว นักการทูตที่ไม่เก่งเรื่องวางแผนไม่ใช่อัยการที่ดีหรอก!
ชาวเน็ต : ที่แท้ พี่เสิ่นชิงถูกยืมตัวมาที่กรมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเมืองฮาร์บินจริง ๆ ด้วย ฉันร้องไห้ตายเลย! พี่สาวคนนี้เป็นเหมือนก้อนอิฐเลย ที่ไหนต้องการก็ขนไปที่นั่น
ชาวเน็ต : เจ๋งมาก! เจ๋งมาก! ทุกอย่างเจ๋งหมดเพราะพี่สาวเสิ่นคนนี้!
ชาวเน็ต : พี่เสิ่นของเราไม่ใช่ก้อนอิฐหรอก เธอชัดเจนว่า เป็นทองคำต่างหาก! ไปที่ไหนที่นั่นก็รวยเละ!
ชาวเน็ต : พูดตามตรง เสิ่นชิงทำอะไรให้พวกเราตั้งมากมาย ฉันคาดว่าเธอน่าจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วล่ะมั้ง?
หลังจากดูวิดีโอสัมภาษณ์จบ ชาวเมืองฮาร์บินก็เคารพนับถือเสิ่นชิงอย่างจริงจัง
พวกเขาเพิ่งรู้ว่า ที่แท้เสิ่นชิงได้ทำอะไรให้เมืองฮาร์บินมากมายขนาดนี้ เจ้าของร้านอาหารเล็ก ๆ ในเมืองฮาร์บินก็ได้ดูวิดีโอนั้นเช่นกัน เธอดึงลูกชายที่กำลังล้างจานมา ชี้ไปที่โทรทัศน์ พูดด้วยท่าทางตื่นเต้น
“โอ้! เสิ่นชิงคนนี้! เธอเคยมากินที่ร้านเรา! บอดี้การ์ดสองคนข้าง ๆ เธอก็อยู่ในทีวีด้วย!
เธอมีบุคลิกที่ดีมากจริง ๆ เสียงพูดก็ไพเราะ พอเธอใส่แว่นกันแดด ดูเหมือนดาราหนังเลย!”
เจ้าของร้านตื่นเต้นมาก วิ่งออกไปนอกร้านเพื่อโอ้อวดกับเพื่อนบ้าน
หลังจากอวดไปรอบหนึ่ง เจ้าของร้านก็มีไอเดียทางธุรกิจ เปิดตัวเมนูชุดใหม่
ชุดนี้มีชื่อว่า ชุดพิเศษแนะนำโดยเสิ่นชิง อย่างที่ชื่อบอก คือเมนูที่เสิ่นชิงเคยชิม
ในชุดมีเนื้อห่อแป้งทอด ไส้กรอกเลือดผัดผักดอง ไก่ตุ๋นเห็ด และสาลี่แช่แข็ง ราคารวม 118 หยวน
ตอนนี้ในเมืองฮาร์บิน ทุกคนต่างชื่นชมเสิ่นชิงไม่หยุดปาก
เจ้าของร้านคิดอย่างมีความสุขว่า ชุดพิเศษแนะนำโดยเสิ่นชิงนี้ จะต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน!
เจ้าของร้านยังให้ลูกชายดึงภาพจากกล้องวงจรปิดวันนั้น ตัดภาพเสิ่นชิงตอนกินอาหารมา ทำเป็นโปสเตอร์โฆษณาลูกชายของเจ้าของร้านทำปากเบ้
“แม่! ที่แม่ทำแบบนี้มันเป็นการละเมิดสิทธิ์ในภาพลักษณ์ของเธอนะ! ระวังคุณเสิ่นชิงจะพาตำรวจมาจับแม่!”
เจ้าของร้านได้ยินแล้วโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ “คุณเสิ่นชิงเป็นคนดีมาก เธอคงไม่เอาเรื่องหรอก”
“ฮึ่ม ไม่รู้กฎหมาย…”
ลูกชายของเจ้าของร้านส่ายหัว ปฏิเสธงานที่ผิดกฎหมายนี้ แล้วมุ่งมั่นไปล้างจานต่อ
หลินส่วงก็ได้ดูวิดีโอสัมภาษณ์นั้น โกรธจนกระทืบเท้าอยู่ในห้องพัก
แต่พอนึกถึงว่า ตอนนี้เสิ่นชิงกำลังนอนอยู่ในห้องไอซียู ยังไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตาย หลินส่วงก็รู้สึกดีขึ้นมาทันที
ฮึ่ม เกียรติยศยิ่งใหญ่แค่ไหนก็เท่านั้นแหละ คนชื่นชมมากมายแล้วยังไง?
ตอนนี้ก็ยังป่วยจนเกือบตายอยู่ดี
มุมปากของหลินส่วงยกขึ้นจนแทบจะถึงฟ้า แต่เธอยิ้มไปยิ้มมา จนในที่สุดก็ยิ้มไม่ออกอีกต่อไป
เพราะในวิดีโอสัมภาษณ์ที่ถ่ายในห้องผู้ป่วยนั้น มีบางช็อตที่จับภาพกระถางดอกไม้บนขอบหน้าต่างได้
ตอนนั้นหลินส่วงให้ความสนใจไปที่เสิ่นชิงทั้งหมด คิดแต่ว่าจะทำร้ายเธออย่างไร จึงไม่ได้สังเกตว่าช่างภาพถ่ายกระถางดอกไม้ไว้ด้วย
หลินส่วงมองดูจุดสีขาวที่โผล่ออกมาจากกระถางดอกไม้ หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
แย่แล้ว เธอจะไม่ถูกตรวจพบใช่ไหม
หลินส่วงกำมุมผ้าห่มไว้แน่น คิดด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่า ไม่มีทาง ไม่มีทางแน่ ๆ จะต้องไม่มีใครพบเห็นแน่นอน
คงจะไม่มีใครสังเกตเห็นกระถางดอกไม้ในวิดีโอหรอก
…
โรงพยาบาลประชาชน ปักกิ่ง
เสิ่นชิงยังคงรับการรักษาอยู่ หลิวเฟิงและโจวเฉวียนยืนรออยู่นอกห้องผู้ป่วย พวกเขาเปิดโทรศัพท์มือถือด้วยความเบื่อหน่าย ดูวิดีโอสัมภาษณ์ที่นักข่าวถ่ายให้กับสำนักงานการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
หลิวเฟิงมองดูวิดีโอแล้วพูดว่า “ฮ่า ๆ โจวเฉวียน ทำไมนายดูอ้วนขึ้นในกล้องล่ะ หัวหน้าแผนกของเราก็อ้วนขึ้นเหมือนกัน แต่คุณเสิ่นยังคงสวยในกล้องเหมือนเดิม”
หลิวเฟิงดูวิดีโอไปพร้อมกับจับภาพหน้าจอที่มีตัวเองบันทึกเอาไว้
ทันใดนั้น โจวเฉวียนเหมือนจะพบบางอย่าง เขาจ้องมองโทรศัพท์ตาไม่กะพริบ
โจวเฉวียน “ถอยหลัง! ถอยหลัง!”
“ฮะ?”
หลิวเฟิงมองโจวเฉวียนแล้วอุทานออกมา เขาดูงุนงงเล็กน้อย จากนั้นก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
โจวเฉวียน “…”
โจวเฉวียนมองหลิวเฟิงอย่างหมดหวัง แล้วพูดว่า “ฉันบอกให้นายเลื่อนแถบหน้าของวิดีโอถอยหลังนิดหน่อย ไม่ได้บอกให้นายก้าวถอยหลังนี่นา”
หลังจากนั้น หลิวเฟิงยิ้มแหย ๆ อย่างเขิน ๆ แล้วเลื่อนแถบของวิดีโอถอยหลังไปหนึ่งช่อง ภาพวิดีโอหยุดนิ่งพอดีที่ฉากทุกคนไปเยี่ยมหลินส่วง
“ขยายภาพ! ขยายภาพ! ขยายตรงนี้!” โจวเฉวียนชี้ไปที่ขอบหน้าต่างของห้องผู้ป่วย
หลังจากขยายภาพแล้ว หลิวเฟิงก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“นี่…จุดสีขาวเล็ก ๆ ในกระถางดอกไม้นี่ ดูเหมือนจะเป็นเห็ดนะ?”
โจวเฉวียน “ขยายอีกนิดสิ!”
หลิวเฟิงและโจวเฉวียนพูดพร้อมกันว่า “เป็นเห็ดร่มขาว!”
ทั้งสองคนสงสัยในใจว่า ทำไมถึงมีเห็ดร่มขาวในกระถางดอกไม้ในห้องผู้ป่วยของหลินส่วงได้
แต่ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า เสิ่นชิงติดเชื้อสปอร์ในห้องผู้ป่วยนี้
โจวเฉวียนตบขาและลุกขึ้นทันที “งั้นเราต้องรีบบอกหลินส่วงให้ทิ้งกระถางดอกไม้นั่น แล้วให้เธอไปตรวจดูว่าติดเชื้อราหรือเปล่า!”
หลิวเฟิงมองโจวเฉวียนเหมือนมองคนโง่ “นายไม่รู้สึกแปลกใจเหรอ? พวกเราทุกคนไปเยี่ยมหลินส่วง แต่คนที่ติดเชื้อรากลับมีแค่คุณเสิ่นคนเดียว”
โจวเฉวียนมองวิดีโออีกครั้ง เขาเห็นว่า ตอนนั้นเสิ่นชิงอยู่ห่างจากขอบหน้าต่างเป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกลและตั้งแต่ต้นจนจบ เสิ่นชิงไม่ได้เข้าใกล้หน้าต่างหรือไปแตะต้องกระถางดอกไม้เลย
โจวเฉวียนเอียงหัวคิดสักครู่ หลังจากเห็นว่า หลินส่วงสวมหน้ากากอนามัย เขาก็พลันเข้าใจ “ฉันรู้แล้วว่า ทำไมมีแค่คุณเสิ่นชิงที่ติดเชื้อ เพราะเธอไม่ได้สวมหน้ากาก แต่หลินส่วงสวมนี่นา!”
หลิวเฟิงมองโจวเฉวียนอย่างดูถูก “ตอนนั้นทั้งห้องมีแค่หลินส่วงที่สวมหน้ากาก พวกเรากับคุณเสิ่นชิงไม่ได้สวมกันทั้งนั้น…”
โจวเฉวียนร้องอ๋อ “จริงด้วย เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แล้วทำไมมีแค่คุณเสิ่นชิงที่ติดเชื้อล่ะ? หรือว่าเพราะเธอมีร่างกายที่อ่อนแอกว่า? ภูมิต้านทานต่ำ?”
หลิวเฟิงแย่งโทรศัพท์มือถือของโจวเฉวียนมาดูวิดีโอสัมภาษณ์ซ้ำหลายรอบ
หลิวเฟิงสังเกตเห็นว่า ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างพวกเขากับเสิ่นชิงคือ เสิ่นชิงจับมือทักทายกับหลินส่วงหลังจากเข้ามาในห้อง
คนที่จับมือกับหลินส่วงเหมือนกันก็มีผู้อำนวยการจาง แต่ต่างกันตรงที่หลินส่วงจับมือกับผู้อำนวยการจางก่อน แล้วค่อยจับมือกับคุณเสิ่น
แต่ก่อนที่หลินส่วงจะจับมือกับเสิ่นชิง เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดมือก่อน
หลิวเฟิงพูดตรงประเด็น “โจวเฉวียน ฉันสงสัยว่าบนผ้าเช็ดหน้าของหลินส่วงมีอะไรบางอย่าง”
โจวเฉวียนขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียดมาก “นายสงสัยว่า หลินส่วงทำร้ายคุณเสิ่นงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้นะ หลินส่วงไม่มีเหตุผลนี่ เธอจะทำร้ายคุณเสิ่นทำไม?”
“ถ้าหากว่า หลินส่วงไม่รู้เรื่องเห็ดพิษ และแค่ผ้าเช็ดหน้าไปสัมผัสโดยบังเอิญ…”
หลิวเฟิงมองดูโจวเฉวียนอย่างเย็นชา “ฉันถามนาย ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมหลินส่วงถึงไม่เป็นอะไร?”
โจวเฉวียนพูดอย่างจริงจัง “หลิวเฟิง ถึงแม้ว่า หลินส่วงจะเอาแต่ใจและดื้อรั้น แถมยังดูถูกคนอื่นบ้าง แต่เธอไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่นอน!”
หลิวเฟิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา “มีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่เคยบอกใคร แต่ตอนนี้ไม่พูดไม่ได้แล้ว”