สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 270 เกิดเหตุที่สถานทูต!
บทที่ 270 เกิดเหตุที่สถานทูต!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวตงพลันกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปน
“ไอ้เวรเอ๊ย! มาอ้างว่าตั้งใจส่งของขวัญ? ฉันว่าแกมีเจตนาร้ายชัด ๆ! ท่านทูตจางอยู่ดี ๆ พวกแกกลับกล้าส่งของแบบนี้มาให้ เห็นชัดเจนว่าพวกแกตั้งใจทำแบบนี้!”
เสี่ยวตงโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมไม่หยุด เขาอยากจะต่อยวิลเลียมให้ตายคามือซะตอนนี้
วิลเลียมใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดมุมปากที่มีเลือดไหล ดวงตาวาบไปด้วยความโกรธ “พวกแกกล้าต่อยฉันงั้นเหรอ? ฉันเป็นนักการทูตของประเทศ M นะ!”
“ต่อยแกนั่นแหละ!” เสี่ยวตงโกรธจนขาดสติไปแล้ว เขาชกหมัดพุ่งเข้าใส่วิลเลียมอีกครั้ง แต่คนอื่น ๆ ในคณะทูตของประเทศจีนได้สติกลับมา การที่คณะทูตประเทศจีนทุบตีนักการทูตของประเทศ M ถ้าเรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่
พรุ่งนี้ สื่อต่างประเทศที่ไม่แยกแยะข้อเท็จจริง จะฉวยโอกาสเรื่องนี้มาทำข่าวใหญ่โต แล้วโจมตีใส่ร้ายประเทศจีน
ดังนั้น คณะทูตประเทศจีนจึงรีบวิ่งเข้าไปดึงตัวเสี่ยวตง “เสี่ยวตง! ใจเย็น ๆ! อย่าใจร้อน!”
ภายในห้อง
จางอี่ฉีกำลังนอนราบอยู่บนเตียงและกินยา เขาได้ยินเสียงดังจากภายนอกอย่างกะทันหัน จึงขมวดคิ้วและถามว่า “ทำไมข้างนอกถึงเสียงดังวุ่นวายอย่างนั้น?”
พยาบาลที่กำลังต้มยาหันไปมองแล้วพูดเบา ๆ ว่า “ท่านทูตจาง คุณกินยาก่อนนะคะ ฉันจะออกไปดูสักหน่อย”
เมื่อพยาบาลเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจึงรีบเข้าไปในห้องเพื่อรายงานทันที
แต่เธอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งดึงไว้ “ตอนนี้สุขภาพของท่านทูตจางแย่มาก เราไม่ควรให้เขาเห็นสิ่งเหล่านี้ มันจะทำให้เขาตกใจได้”
พยาบาลมองดูพวงหรีดสีขาวบนพื้น เอียงหัวคิดสักครู่ แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เพื่อนร่วมงานพูดนั้นมีเหตุผลมาก ท่านทูตจางร่างกายไม่แข็งแรง จริง ๆ แล้วไม่ควรได้รับความตื่นเต้นแบบนี้
ความวุ่นวายหน้าสถานทูตดึงดูดผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์เป็นจำนวนมากที่เข้ามาดูเหตุการณ์
วิลเลียมเห็นสถานการณ์แล้วรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมตะโกนเสียงดัง “ผมมีความหวังดีนำของขวัญมาให้พวกคุณชาวจีน แต่ผลที่ได้คือพวกคุณไม่เพียงแต่ไม่รู้บุญคุณ ยังลงมือทำร้ายคนอีก ช่างไร้มารยาทเหลือเกิน!”
วิลเลียมกลัวว่าจะมีคนไม่เข้าใจ จึงพูดซ้ำอีกครั้งเป็นภาษาอาหรับ
เสี่ยวตงก็ไม่ยอมแพ้ ตะโกนว่า “พวงหรีดในจีนเป็นของที่ส่งให้คนตาย คุณกำลังจงใจดูถูก สาปแช่ง และยั่วยุ!”
หลังจากฟังจบ วิลเลียมก็แกล้งทำท่าประหลาดใจมากแล้วพูดว่า
“อะไรนะ? พวงหรีดเป็นของที่ส่งให้คนตายเหรอ? ผมได้ยินมาว่ามันเป็นของขวัญที่ส่งให้คนป่วยโดยเฉพาะนะ”
หลังจากพูดจบ วิลเลียมก็ชี้นิ้วไปที่เสี่ยวตง “แม้ว่าผมจะส่งของผิด แต่คุณก็ไม่สามารถทำร้ายคนได้! ตอนนี้คุณต้องขอโทษผม!”
คณะทูตจากประเทศ M ก็พูดเสริมว่า “กรุณาขอโทษทันที!”
สถานทูตวุ่นวายอลหม่าน
ในขณะเดียวกัน ที่อาคารใบเรือสีทอง เสิ่นชิง ลู่เย่ และฮัลเมดันกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้องอาหารที่หรูหรา
ตอนนี้ เสิ่นชิงคิดแต่เรื่องวิธีขายผักกาดขาวในราคาสูง และยังทำให้ผู้ซื้อยินดีจ่ายเงินอีกด้วย หลังจากพูดคุยกับลู่เย่ เสิ่นชิงถึงได้รู้ว่าอาวุธที่พวกเขาขายให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นล้วนเป็นของเก่าที่ถูกปลดระวางจากในประเทศแล้ว
เครื่องบินรบและขีปนาวุธเหล่านี้ถือว่าเป็นอาวุธที่ทันสมัยในแถบอ่าวเปอร์เซีย แต่ถ้าเอาไปเทียบในระดับนานาชาติแล้วก็ยังไม่ถึงขั้น
ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหาร ฮัลเมดันเห็นเสิ่นชิงกำลังเหม่อลอย จึงเลื่อนจานอาหารไปให้
“คุณเสิ่นชิง ลองชิมสเต็กเวลลิงตันนี่สิ นี่เป็นเมนูเด็ดของที่นี่นะ”
เสิ่นชิงมองดูขนมปังสีทองตรงหน้า แล้วใช้มีดตัดลงไป เผยให้เห็นเนื้อวัวสีชมพูที่ยังระอุเพราะความร้อน
ขนมปังกรอบ เนื้อวัวนุ่มและฉ่ำน้ำ ทันทีที่เข้าปาก น้ำจากเนื้อผสมกับกลิ่นหอมของข้าวสาลีระเบิดในปากพร้อมกัน ตามมาด้วยรสชาติหอมเข้มข้นของนม
“อร่อยมาก” เสิ่นชิงชมด้วยประโยคสั้น ๆ
ในขณะนั้น จอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ของโรงแรมได้ถ่ายทอดเหตุการณ์จลาจลอย่างกะทันหัน
สถานที่เกิดเหตุจลาจลคือประเทศซานตันซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของสหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์
ในภาพ อาคารหลายหลังถูกระเบิดทำลาย ควันหนา เสียงปืน และเสียงร้องไห้ผสมปนเปกันอย่างวุ่นวาย มีแม่คนหนึ่งอุ้มทารกที่ถูกระเบิดจนร่างกายเหลือเพียงครึ่ง คุกเข่าร้องไห้อย่างสิ้นหวังข้างซากปรักหักพัง
ผู้คนมากมายหามเปลหามอย่างง่าย ๆ บนนั้นมีผู้บาดเจ็บที่สูญเสียแขนขานอนครวญครางด้วยความเจ็บปวด
ยังมีพ่อคนหนึ่งถือถุงพลาสติกสีดำ ร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้นกลางถนน เศษเนื้อในถุงพลาสติกนั้นคือลูกของเขานั่นเอง
เสียงปืนและเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เปลวไฟและควันหนาทึบกลืนกินท้องฟ้าประเทศซานตัน ราวกับเป็นนรกบนดิน
“รู้สึกกลัวไหม?”
ฮัลเมดันวางมีดและส้อมในมือลง มองไปที่เสิ่นชิง เสียงของฮัลเมดันดึงเสิ่นชิงกลับจากสนามรบมาสู่ห้องอาหารอันหรูหราในทันที
เสิ่นชิงมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย เธอมองไปรอบ ๆ โดยไม่รู้ตัว
รอบ ๆ ไม่มีสงครามที่กำลังลุกลาม ไม่มีกองศพมากมาย มีเพียงสตรีชั้นสูงที่นั่งอยู่ในร้านอาหาร ฟังเพลง และจิบน้ำชายามบ่ายอย่างสบายอารมณ์ ที่นี่แตกต่างจากสถานที่จลาจลอย่างสิ้นเชิง เหมือนเป็นคนละโลกกันเลย
“ซานตันอยู่ใกล้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มาก ประเทศของพวกเขามักมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องแหล่งน้ำและดินแดน ทำให้เกิดสงครามอยู่บ่อยครั้ง” ฮัลเมดันอธิบาย
เมื่อพูดจบ เขาเงยหน้ามองไปที่เสิ่นชิงแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ไม่แน่ว่าวันไหนไฟสงครามอาจลุกลามมาถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดังนั้นเพื่อปกป้องตัวเอง พวกเราจำเป็นต้องเสริมสร้างกำลังทหารของเราให้แข็งแกร่ง แต่พวกเราไม่มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาอาวุธ เราสามารถได้มาซึ่งกำลังทางทหารเพียงผ่านการซื้อเท่านั้น”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เสิ่นชิงก็เข้าใจแล้วว่า ต่อไปนี้จะเข้าสู่ประเด็นหลักแล้ว
ฮัลเมดันยิ้มพลางกล่าวว่า “ครั้งที่แล้ว อาวุธชุดนั้นที่ท่านทูตจางให้พวกเราดู พูดตามตรงผมรู้สึกสนใจมาก แต่สิ่งที่ผมอยากซื้อมากที่สุดกลับไม่มีอยู่ในรายการขายของพวกคุณ”
เสิ่นชิงได้ยินดังนั้น พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถามตรง ๆ “เจ้าชายต้องการอะไรเหรอคะ?”
ฮัลเมดันกำลังจะพูด แต่ในตอนนั้นโทรศัพท์มือถือของเสิ่นชิงก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!”
เสิ่นชิงเห็นว่าเป็นสายจากสถานทูต กลัวว่าท่านทูตจางจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น รีบกล่าวขอโทษฮัลเมดันแล้วรับสายทันที
ปลายสายมีเสียงร้อนรนดังมาว่า “สหายเสิ่นชิง คุณรีบกลับมาเร็ว สถานทูตมีเรื่องแล้ว! เสี่ยวตงกำลังจะถูกจับ!”
เสิ่นชิงได้ยินแล้วตกใจ รีบถามว่า “คุณพูดว่าอะไรนะ? ตอนนี้ท่านทูตจางเป็นยังไงบ้าง?”
ปลายสายโทรศัพท์ สถานทูตได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดให้เสิ่นชิงทราบ
เสิ่นชิงไม่เคยคิดเลยว่า เธอเพียงแค่ออกไปครู่เดียว กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นได้ขนาดนี้
ลู่เย่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตลอดเห็นเสิ่นชิงสีหน้าเปลี่ยนไป จึงรีบถามว่า “เป็นอะไรไป? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอ?”
เสิ่นชิงมีสีหน้าเคร่งเครียด มองไปทางลู่เย่และฮัลเมดัน “เกิดเรื่องขึ้นที่สถานทูตแล้ว พวกเราจำเป็นต้องกลับไปตอนนี้!”