สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 250 เสิ่นชิงรับหน้าที่เป็นทูต
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 250 เสิ่นชิงรับหน้าที่เป็นทูต
บทที่ 250 เสิ่นชิงรับหน้าที่เป็นทูต
ผู้อำนวยการหลี่ยังคงยิ้มแย้มพลางกล่าวว่า “ฮ่า ๆ เรื่องสำคัญของประเทศจะมาล้อเล่นได้อย่างไรกัน?
เสี่ยวเสิ่่นฟังฉันนะ เรื่องมันเป็นอย่างนี้
เอ่อ… คนที่จะเป็นตัวแทนประเทศไปเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ก็คือทูตจางอี่ฉี
ส่วนเธอนั้น จะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายที่ไปด้วย รับผิดชอบในการร่างสัญญาการค้า”
เสิ่นชิงรู้สึกงุนงงอย่างมาก
ในฝ่ายกฎหมายของประเทศมีคนเก่ง ๆ มากมาย เรื่องนี้ไม่น่าจะตกมาถึงเธอซึ่งเป็นอัยการได้
เสิ่นชิงสงบสติอารมณ์ แล้วตอบกลับไปว่า
“ผู้อำนวยการหลี่คะ นี่มันไม่ถูกต้องนะคะ ฉันจะไปแย่งงานของฝ่ายกฎหมายได้อย่างไร
เดี๋ยวจะมีคนมาร้องเรียนว่าฉันก้าวก่ายอำนาจทางการบริหารอีก…”
ผู้อำนวยการหลี่พูดอย่างเคร่งขรึม “เสี่ยวเสิ่น เธอวางใจได้ นี่เป็นภารกิจที่ประเทศมอบหมายให้เธอ ใครกล้าบอกว่าเธอก้าวก่ายอำนาจหน้าที่?”
เสิ่นชิงส่ายหัว แสดงว่ายังไม่เข้าใจ
การให้เธอซึ่งเป็นอัยการไปทำงานของที่ปรึกษากฎหมาย นี่มันไม่ใช่เรื่องยุ่งไม่เข้าเรื่องเหมือนหมาจับหนูหรอกเหรอ?
เห็นเสิ่นชิงเงียบ ผู้อำนวยการหลี่ไอแบบเก้อเขินสองสามครั้ง
“เรื่องนี้น่ะ… มันเป็นอย่างนี้ จริง ๆ แล้วมกุฎราชกุมารแห่งสหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์เป็นแฟนคลับตัวยงของเธอน่ะ
เขารู้ว่าเธอเป็นผู้ตรวจสอบของประเทศเรา ดังนั้นเขาจึงอยากให้เธอไปพบเขาพร้อมกับจางอี่ฉี
พวกเราเคยติดต่อกับกษัตริย์องค์เก่าของสหรัฐอาหรับเอมิตเรตส์ แต่ตอนนี้กษัตริย์องค์เก่าอยู่ในสถานะกึ่งเกษียณ
ดังนั้น นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พวกเราจะร่วมมือกับมกุฎราชกุมารของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เพื่อให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น ประเทศจึงตัดสินใจแต่งตั้งเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพิเศษ เพื่อร่วมเดินทางไปเจรจาความร่วมมือกับนักการทูตจางอี่ฉี
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นชิงรู้สึกประหลาดใจมาก เธอมีแฟนคลับอยู่ต่างประเทศด้วยเหรอ? และยังเป็นมกุฎราชกุมารของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีกด้วย? แถมยังเจาะจงเชิญเธอไปอีก?
โอ้โห นี่เรียกว่าการติดตามดาราแบบสุด ๆ เลยนะ
จากนั้นเสิ่นชิงก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ภาพยนตร์ที่เธอเคยถ่ายทำมาก่อนหน้านี้ ในประเทศมีเสียงตอบรับธรรมดา ๆ แต่ในต่างประเทศกลับมีเสียงตอบรับที่ดีทีเดียว
หรือว่ารายได้จากต่างประเทศส่วนนั้นเป็นฝีมือของมกุฎราชกุมารแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ซื้อบัตรชมภาพยนตร์กันนะ?
เสิ่นชิงขมวดคิ้วคิดสักครู่แล้วถามว่า “แล้วถ้าฉันไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงจะทำยังไง? ใครจะมารับผิดชอบงานหลักของฉันคะ?”
ผู้อำนวยการหลี่เคาะโต๊ะเบา ๆ “เรื่องนี้น่ะ ฉันจะรับหน้าที่แทนเธอสักพัก เธอไปอย่างสบายใจเถอะ ก็แค่เวลาครึ่งเดือนเท่านั้น”
เสิ่นชิงเงียบไป โอ้โห ถึงแม้ไม่ต้องไปเมืองหลวง แต่เธอต้องไปต่างประเทศ
และยิ่งไปกว่านั้น สุดสัปดาห์หน้าเธอต้องไปขึ้นศาลกับเฉียวปางด้วย
เสิ่นชิงถามว่า “แล้วฉันต้องออกเดินทางเมื่อไหร่?”
ผู้อำนวยการหลี่ “สุดสัปดาห์หน้า กลับมาฉันจะให้วันหยุดชดเชยแก่เธอ”
เสิ่นชิง “…”
ช่วงเวลานี้มาได้เหมาะเจาะจริง ๆ ดูเหมือนว่าคดีของเฉียวปางจะต้องเลื่อนออกไปอีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม คดีของเฉียวปางเกือบจะเป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว เธอไม่กังวลเลย
ตอนนี้เธอกังวลแต่เรื่องของโจวอวิ๋นเท่านั้น เธอต้องแน่ใจว่า โจวอวิ๋นปลอดภัย
สายตาของเสิ่นชิงหม่นลงเล็กน้อย ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงสุดสัปดาห์หน้า ในช่วงเวลานี้เธอจำเป็นต้องหาตัวโจวอวิ๋นให้เจอ
หมู่บ้านสุ่ยวา
หลังจากที่คุณย่าเสิ่นชิงได้รู้จากผู้ใหญ่บ้านว่า ทีมสำรวจจะเข้าไปในภูเขา เธอก็เริ่มระแวงสงสัย
เธอสงสัยว่า อาจมีคนแปลกหน้าอื่น ๆ เข้ามาในหมู่บ้านด้วย
ดังนั้น เธอจึงโทรศัพท์ไปหาหัวหน้าแผนกข่าวกรองของหมู่บ้าน ซึ่งก็คือเจ้าของร้านขายของชำ
คุณย่าเสิ่นชิงยิ้มแย้มพูดว่า “ต้านี ช่วงนี้ร้านขายของชำเป็นยังไงบ้าง? ขายดีไหม?”
ร้านขายของชำสองสามวันนี้ขายดีมาก เจ้าของร้านยิ้มจนตาหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เธอหัวเราะคิกคักพูดว่า
“คุณป้า สองสามวันนี้ร้านขายของชำขายดีมากเลย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป บุหรี่ เบียร์ กระดาษทิชชู ขายหมดเกลี้ยงทุกอย่าง ฉันกำลังจะรีบไปสั่งของเพิ่มเลยค่ะ
คุณป้า ฉันจะบอกให้นะ ช่วงนี้มีคนต่างถิ่นเข้ามาในหมู่บ้านเยอะ ดูเหมือนจะเป็นคณะทัวร์อะไรสักอย่าง”
ดวงตาลึกล้ำของคุณย่าเสินชิงมีประกายแปลก ๆ วาบผ่าน นี่ก็เป็นฤดูหนาวแล้ว ใบไม้บนภูเขาร่วงหล่นจนหมดสิ้น มีกลุ่มทัวร์ไหนบ้างที่จะเดินทางไกลแสนไกลมาดูยอดเขาที่โล้นเตียน
การอ้างว่าเป็นทีมสำรวจธรณีวิทยาจึงฟังดูน่าเชื่อถือกว่า
เจ้าของร้านขายของชำยังคงพูดต่อทางโทรศัพท์ว่า “ป้า ฉันบอกเลยนะ ในนั้นมีผู้ชายหลายคน จุ๊ ๆ ๆ รูปร่างนั่นสิ บอกไม่ถูกเลย เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อทั้งตัว”
เมื่อพูดถึงหนุ่มหล่อ ดวงตาของเจ้าของร้านขายของชำก็เป็นประกาย สายตาที่เร่าร้อนนั้นทำให้หนุ่มน้อยที่มาซื้อซีอิ๊วตกใจจนวิ่งหนีไป
เจ้าของร้านขายของชำเป็นคนช่างพูด ชอบนินทาสุด ๆ และยังชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอีกด้วย
คุณย่าเสิ่นชิงถามเพียงคำถามเดียว เธอก็เริ่มพูดเหมือนเทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่ เล่าถึงลักษณะหน้าตา สำเนียง และพฤติกรรมของทุกคนออกมาหมด
แม้คุณย่าเสิ่นชิงจะไม่เคยเห็นคนพวกนั้นมาก่อน แต่ในหัวของเธอก็มีภาพของพวกเขาแล้ว
ตอนนี้คุณย่าสามารถยืนยันได้ว่า ทั้งคณะสำรวจธรณีวิทยาพวกนั้น ล้วนเป็นพวกที่มาไม่ดี
คุณย่าเสิ่นชิงจำได้อย่างชัดเจนว่า ในช่วงต้นของการสถาปนาประเทศ คณะสำรวจธรณีวิทยาก็เคยมาที่นี่
ตอนนั้นคนที่รับผิดชอบนำทางคณะสำรวจ ก็คือพ่อของเธอที่เป็นจากทหารกองกำลังประชาชน ซึ่งตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อยู่เลย ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แผนที่ภูมิประเทศของเทือกเขารอบ ๆ หมู่บ้านสุ่ยวาก็ได้ถูกวาดขึ้นมาแล้ว
ดังนั้นมันก็ชัดเจนแล้วว่า จุดประสงค์ของคนกลุ่มนี้ที่ขึ้นเขาไป มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขามาตามหาอวี่หราน
แต่ตอนนี้คุณย่าเสิ่นชิงยังไม่แน่ใจว่า ทีมสำรวจธรณีวิทยาและกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นพวกเดียวกันหรือไม่
คุณย่าเสิ่นชิงจมอยู่ในภวังค์ความคิด แต่เจ้าของร้านยังคงพูดต่อไปว่า
“อ้อใช่ ฉันได้ยินมาว่า พวกเขาจะขึ้นเขากันในช่วงบ่ายวันนี้ และจะพักแรมบนภูเขาในคืนนี้ด้วย พวกคนหนุ่มสาวนี่นะ พลังเยอะจริง ๆ”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ หญิงชราลูบปืนในมือของเธอ แล้วมองไปยังเทือกเขาที่ทอดยาวสลับซับซ้อน สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างยิ่ง
ดูเหมือนว่าจะต้องมีการต่อสู้ที่ดุเดือดเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่นี่คือดินแดนของเธอ ในป่าเขาแห่งนี้ เธอไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น
หญิงชราคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโทรหาเสิ่นชิง ตั้งใจจะบอกเรื่องนี้ให้หลานสาวรู้
แต่โทรศัพท์ของเสิ่นชิงสายไม่ว่างตลอด หญิงชราไม่สามารถติดต่อไปได้เลย ดังนั้นคุณย่าจึงจำเป็นต้องส่งข้อความทางวีแชตถึงเสิ่นชิงแทน
“หลานสาว มีคนต่างถิ่นสองกลุ่มมาที่หมู่บ้าน กลุ่มหนึ่งเป็นทีมสำรวจธรณีวิทยา อีกกลุ่มเป็นคณะนักท่องเที่ยว
พวกเขาทั้งหมดต้องการขึ้นเขา ฉันรู้สึกว่ามันแปลก ๆ อยู่
กระท่อมพิทักษ์ป่าอาจจะไม่ปลอดภัยนัก เดี๋ยวฉันจะพาอวี่หรานไปอยู่ในถ้ำ”
ในขณะนั้น เสิ่นชิงกำลังประชุมวิดีโอกับผู้อำนวยการหลี่อยู่ เธอต้องการยืนยันภารกิจที่แน่ชัดในการไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนทางการทูต ดังนั้นเธอจึงพลาดสายโทรศัพท์จากคุณย่าไป
อีกด้านหนึ่ง คุณย่าของเสิ่นชิงได้สะพายปืนและจูงมือเล็ก ๆ ของอวี่หรานออกจากกระท่อมเฝ้าป่าไปแล้ว
สุนัขล่าเนื้อหลายตัวในบ้านถูกคุณย่าใช้งานเหมือนลา
แต่ละตัวแบกของใช้ในชีวิตประจำวัน มีทั้งเสื้อผ้าฝ้าย ผ้าห่มนวม ตะเกียงน้ำมันก๊าด อาหารแห้ง กระติกน้ำ ยา ฟืน…
ทำให้สุนัขล่าเนื้อหลายตัวเหนื่อยจนหอบแฮ่ก ๆ เฉียวอวี่หรานเงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้น จ้องด้วยดวงตาโตกลมดำขลับ แล้วถามอย่างงุนงงว่า “คุณย่าทวด พวกเราจะไปไหนกันเหรอคะ?”
คุณย่าเสิ่นชิงยิ้มตาหยีตอบว่า “ย่าจะพาหนูไปฝึกกลางแจ้ง ก็คือการเอาตัวรอดในป่า ไม่ใช่ว่าหนูชอบดูรายการโทรทัศน์แบบนี้หรอกเหรอ?”
เมื่อได้ยินว่าจะไปฝึกกลางแจ้ง เฉียวอวี่หรานก็รู้สึกตื่นเต้นและสนุกขึ้นมา เธอดีใจจนกระโดดสูงสามฟุต
“เย้! หนูจะไปเอาตัวรอดในป่ากับคุณย่าทวด!”