สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 233 เจียงว่านถิง สมองหยุดทำงาน!
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 233 เจียงว่านถิง สมองหยุดทำงาน!
บทที่ 233 เจียงว่านถิง สมองหยุดทำงาน!
เจียงว่านถิง และคนอื่น ๆ ตกใจอย่างมากที่เห็นเสิ่นชิงปรากฏตัวที่นี่
แต่พวกเขาก็สงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าการอุ้มบุญจะถูกห้ามอย่างชัดเจนในประเทศจีน แต่บทลงโทษในปัจจุบันของประเทศก็ไม่ได้รุนแรงนัก
แม้ว่าจะถูกตรวจพบ สถาบันที่ดำเนินการเทคโนโลยีการอุ้มบุญก็จะถูกตักเตือนและปรับไม่เกิน 30,000 หยวนเท่านั้น
สำหรับหน่วยงานบางแห่ง บทลงโทษดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร
และเจียงว่านถิงก็ยิ่งไม่เกรงกลัว เพราะการอุ้มบุญนั้นเป็นความลับที่เปิดเผยในวงสังคมอยู่แล้ว
เพื่อน ๆ ของเธอก็อุ้มบุญกัน ไม่มีใครเป็นอะไรสักหน่อย
ในเมื่อคนอื่นไม่เห็นเป็นอะไร แล้วเธอจะเป็นอะไรได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงว่านถิงก็ปรายตามองเสิ่นชิงอย่างเฉยเมย แล้วยิ้มเยาะ “โอ้ นี่เสิ่นชิงนี่นา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดไม่ถึงว่าแค่ไม่กี่เดือน เธอจะเปลี่ยนจากเน็ตไอดอลมาเป็นอัยการได้”
เจียงว่านถิงโด่งดังมากแล้ว ในสายตาของเธอ เสิ่นชิงกลายเป็นคนที่อยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้ จึงไปสอบข้าราชการ
ดังนั้น ในใจของเจียงว่านถิง เสิ่นชิงจึงยังคงด้อยกว่าเธออยู่ขั้นหนึ่ง
ทันใดนั้น เจียงว่านถิงก็นึกถึงเรื่องที่ลู่เย่เคยขอให้เธอร่วมงานกับเสิ่นชิง ทำให้อดไม่ได้ที่จะแดกดันเสิ่นชิงสองสามคำ
จึงยิ้มเยาะออกมา มองเสิ่นชิงขึ้นลงพร้อมกับพูดว่า
“การเป็นอัยการของเธอ คงดีกว่าการเป็นเน็ตไอดอล เพราะยังไงซะเน็ตไอดอลก็ดังได้ไม่นาน ข้าราชการแบบนี้สิมั่นคงกว่า”
สวีลี่และคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้ว พวกเขาคิดว่าเจียงว่านถิงกำลังรนหาที่ตาย
ภัยมาถึงตัวแล้วยังไม่รู้ตัวอีก
เผชิญกับคำพูดเสียดสี เสิ่นชิงเพียงแค่กระตุกมุมปาก
จากนั้น เธอก็ทำท่าทาง และพูดคำสองคำออกมาอย่างเย็นชา “จับตัว”
ทันทีที่เธอพูดจบ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจับกุมพวกเขา
เมื่อกุญแจมือเย็นเฉียบล็อกที่ข้อมือ สมองของเจียงว่านถิงก็หยุดทำงานทันที
เธอไม่คิดเลยว่า เสิ่นชิงจะไม่พูดพร่ำทำเพลง สวมกุญแจมือเธอเหมือนจับอาชญากร
“แกร๊ก”
การใส่กุญแจมือของเสิ่นชิงนั้นรวดเร็วและเด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้ต่อรอง
ตอนนี้เธอขี้เกียจต่อปากต่อคำกับใครแล้ว ลงมือทำเลยดีกว่า
เห็นท่าทางที่เจียงว่านถิงทำตัวสูงส่งเหนือผู้อื่น เสิ่นชิงก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
ตอนนี้เธอเป็นตัวแทนของหน่วยงานรัฐ เป็นตัวแทนของกฎหมายของประเทศ
เบื้องหน้ากฎหมาย ไม่ว่าใครก็ไม่สูงส่งไปกว่ากัน ทุกคนต้องยอมมอบตัวแต่โดยดี
เจียงว่านถิงไม่เคยได้รับความอยุติธรรมแบบนี้มาก่อน สมองของเธอก็ว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ตั้งแต่ที่เธอก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลระดับท็อป เธอก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์ คำชื่นชม และการยกย่องจากแฟนคลับมาโดยตลอด
ความมั่งคั่ง ชื่อเสียง และการสนับสนุนจากแฟน ๆ ทำให้เธอหลงคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น
เธอคือดาราดังที่ทุกคนจับตามอง ส่วนคนอื่นเป็นแค่คนธรรมดาที่ต่ำต้อยและยากจน
ตอนนี้ เสิ่นชิงจับเธอราวกับเป็นอาชญากร เจียงว่านถิงจึงรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างมาก
เธอส่งเสียงกรีดร้องเหมือนแมวที่โดนเหยียบหาง “เสิ่นชิง แกกล้าดียังไงมาใส่กุญแจมือฉัน แกมีสิทธิ์อะไร!”
เสิ่นชิงเหลือบตามองขึ้น น้ำเสียงเย็นชา “ฉันจับเธอ เพราะเธอทำผิดกฎหมาย”
เจียงว่านถิงทำหน้าไม่ยอมรับผิด “เธอพูดไร้สาระ! ฉันทำผิดกฎหมายอะไร? ทำผิดอะไร?”
เสิ่นชิงมองอย่างเย็นชา เธอไม่คิดว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว เจียงว่านถิงยังจะแถอีก “เจียงว่านถิง การอุ้มบุญในประเทศเรามันผิดกฎหมาย”
“ฉันรู้!”
เจียงว่านถิงเถียงคอเป็นเอ็น “ฉันเช็กมาแล้ว การอุ้มบุญถึงจะผิดกฎหมาย แต่มันไม่ใช่ความผิดทางอาญา เธอไม่มีสิทธิ์มาจับฉัน ฉันจะฟ้องเธอใช้อำนาจข่มเหง!”
“หึ…” เจียงว่านถิงแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัย
“เสิ่นชิง ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะไปรายงานเธอ!”
เธอรู้ดี เสิ่นชิงเป็นข้าราชการ พวกนี้กลัวการถูกร้องเรียนที่สุด
และเธอแค่จ้างคนอุ้มบุญ มันผิดกฎหมายแต่ไม่ใช่ก่ออาชญากรรม เสิ่นชิงมาทำกับเธอแบบนี้ เธอร้องเรียนไปต้องโดนแน่
ได้ยินดังนั้น
เสิ่นชิงก็หรี่ตาลงมองเจียงว่านถิงอย่างสมเพช
“รู้ไหมว่าคนแบบไหนโง่ที่สุด? คือคนอย่างคุณที่รู้กฎหมายแบบงู ๆ ปลา ๆ นี้แหละ ถึงได้เพ้อฝันว่าจะหาช่องโหว่ของกฎหมายได้ เจียงว่านถิง ฉันจับกุมคุณในข้อหาละทิ้งเด็กและค้ามนุษย์ กฎหมายของหลงเซี่ยกั๋วระบุไว้ว่า การกระทำใด ๆ ที่มีจุดประสงค์เพื่อการขาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย หรือค้าเด็ก ถือเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ และหลังจากที่แม่ผู้อุ้มบุญให้กำเนิดทารกแล้ว เจียงว่านถิงก็จ่ายเงินและรับมอบตัวเด็ก นี่จึงถือเป็นการค้ามนุษย์”
เสิ่นชิงกล่าวเสริมว่า “แล้วก็ เมื่อกี้ตอนอยู่ที่ทางเดิน ฉันได้ยินพวกคุณพูดชัดเจนเลยว่าจะขอคืนสินค้า เพียงเพราะว่าขาเด็กสั้นเกินไป เจียงว่านถิง การกระทำแบบนี้ของพวกคุณเข้าข่ายความผิดฐานทอดทิ้งแล้วนะ”
คำพูดของเสิ่นชิงทำเอาเจียงว่านถิงถึงกับพูดไม่ออก หน้าซีดเผือดลงในทันที
“พาตัวกลับไปบันทึกคำให้การ” เสิ่นชิงโบกมือ เธอไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงว่านถิงก็ร้อนรนขึ้นมาทันที เธอตะคอกเสียงดังว่า…
“เสิ่นชิง! ในวงการของฉัน คนมากมายก็จ้างอุ้มบุญ ทำไมถึงจับแค่ฉันคนเดียว”
“เธอเห็นว่าฉันดัง เลยกลั่นแกล้งฉันใช่ไหม! เธออิจฉาฉันใช่ไหม!”
เสิ่นชิงได้แต่นิ่ง เจียงว่านถิงนี่ช่างหลงตัวเองเสียจริง
จากนั้น เธอจึงหันไปมองเจียงว่านถิงแวบหนึ่ง “เธอใจเย็น ๆ สิ ฉันจะตรวจสอบทีละคน ไม่มีใครหนีรอดหรอก”
เจียงว่านถิงเม้มริมฝีปาก “ฮึ่ม เสิ่นชิง เธอจะต้องเสียใจ”
ช่วงนี้เธอเซ็นสัญญารับงานโฆษณามากมาย แล้วยังถ่ายทำละครฟอร์มยักษ์ทุนสร้างสูงอีกหลายเรื่อง
ถ้าเธอเกิดเรื่องขึ้น ผลงานที่เธอแสดงก็จะไม่สามารถออกอากาศได้
ดังนั้น ทุนที่อยู่เบื้องหลังเธอจะต้องปกป้องเธออย่างแน่นอน
ไม่อย่างนั้นทุกคนก็ต้องพากันลงหลุมไปพร้อมกับเธอ
เสิ่นชิงไม่ได้สนใจเจียงว่านถิงอีก แต่หันหลังเดินเข้าโรงพยาบาลเอกชน
คุณหมอหวังและพยาบาลหลายคนถูกควบคุมตัวไว้แล้ว ส่วนคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งคลอดบุตร หวงเจาตี้และทารกน้อยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลประชาชนหางโจวด้วยรถพยาบาล
กลิ่นคาวเลือดรุนแรงจากห้องคลอดโชยไปทั่วทางเดินจนทำให้ปวดหัว
เสิ่นชิงชำเลืองมองเข้าไปด้านใน อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ดูเก่าคล้ายกับผ่านการซ่อมแซมมาแล้ว
ในจดหมายร้องเรียนระบุว่า โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ดังนั้น ความปลอดภัยในชีวิตของแม่ที่อุ้มบุญและให้กำเนิดบุตรที่นี่ จึงไม่ได้รับการรับรอง
หมอหวังที่ว่านั่น เป็นเพียงนายหน้าเถื่อนที่คอยหาลูกค้าเท่านั้น ส่วนคนที่พอมีความรู้ทางการแพทย์อยู่บ้าง ก็เห็นจะมีเพียงพยาบาลที่ทำคลอดเท่านั้น
เสิ่นชิงมาถึงห้องรอคลอด และเห็นหญิงตั้งครรภ์ท้องแก่หลายคนอยู่ภายใน
ไม่ต้องสงสัยเลย พวกเธอคือแม่อุ้มบุญ
เมื่อเหล่าแม่ที่กำลังจะคลอดเห็นเสิ่นชิง ดวงตาของพวกเธอก็เผยความหวาดกลัวออกมา บางคนถึงกับมองเธอด้วยความเป็นปรปักษ์