สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 227 บุกฐานที่มั่นศัตรู
บทที่ 227 บุกฐานที่มั่นศัตรู
หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้
ลู่เย่ส่ายหัวอย่างจนใจหลังจากได้ยินว่าฐานทัพถูกโจมตี
ถ้าหัวหน้ากองรับสายเขาในตอนนั้น ตอนนี้อาจจะไม่ลงเอยแบบนี้
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ลู่เย่ก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบดังมาจากข้างหลัง
เขารีบนอนราบกับพื้น กลั้นหายใจ ตัังสมาธิ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับใบไม้และกองหญ้า
ด้านหลัง
หญ้าแห้งสูงท่วมเอวถูกมือคนแหวกออก ทหารสองคนจากกองร้อยตุ้ยลี่ค่อย ๆ เดินย่องเข้ามา พร้อมกับปืนในมือ
เพราะว่าที่นี่คือเนินยุทธศาสตร์ที่สามารถสอดแนมกองกำลังศัตรูได้อย่างรวดเร็ว กองร้อยตุ้ยลี่จึงวางแผนตั้งฐานสังเกตการณ์ชั่วคราวที่นี่ เพื่อดูความเคลื่อนไหวโดยรอบ
ผู้บัญชาการกองร้อยตุ้ยลี่รอบคอบอย่างยิ่ง ถึงแม้จะมาอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากสนามรบ แต่ก็ไม่ได้ลดความระมัดระวัง ยังคงส่งคนมายึดพื้นที่สูงและลาดตระเวนเช่นเดิม
ลู่เย่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มหญ้าอย่างเงียบเชียบ ชุดพรางตัวของเขาหลอกสายตาของทหารลาดตระเวนได้อย่างแนบเนียน
ทหารลาดตระเวนสองนายเห็นว่ารอบ ๆ ไม่มีอะไรผิดปกติ จึงเดินมานั่งข้าง ๆ ลู่เย่ แล้วหยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่ม
ทหารนายหนึ่งดื่มน้ำจนหมดกระติก เช็ดปากด้วยหลังมือแล้วพูดว่า
“ฮ่าฮ่า คราวนี้พวกเรารบชนะแน่ ใครจะไปคิดว่าฐานทัพใหญ่ของพวกเราจะมาอยู่ที่นี่ ในแง่ของกลยุทธ์ทางทหาร ผู้บัญชาการของพวกเรากินขาดฝั่งนู้นแบบไม่เห็นฝุ่น พวกนั้นแม้แต่จะวิ่งไล่ตามก็ยังทำไม่ได้”
ทหารลาดตระเวนอีกนายหนึ่งยกมุมปากขึ้น พลางแสยะยิ้มแล้วพูดว่า
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่แล้ว พอนึกถึงเรื่องที่พวกนั้นต้องซักถุงเท้าเหม็น ๆ ของพวกเราเป็นเวลาหนึ่งปี ฉันก็อดหัวเราะไม่ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า”
ทหารลาดตระเวนทั้งสองคิดว่ากองร้อย 17k แพ้อย่างไม่ต้องสงสัย เริ่มจินตนาการว่าตัวเองเหมือนคุณชาย สั่งให้คนของกองร้อย 17k ซักถุงเท้าเหม็น ๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เย่ที่หมอบอยู่บนพื้นหญ้าก็ขมวดคิ้วอย่างสังเกตได้ยาก
ในไม่ช้า ดวงอาทิตย์ก็เคลื่อนไปทางทิศตะวันตก ยามเย็นคืบคลานเข้ามา บนเส้นขอบฟ้าเหลือเพียงแสงสีทองสุดท้ายของดวงอาทิตย์เท่านั้น
สิบนาทีต่อมา แสงสุดท้ายบนเส้นขอบฟ้าก็หายไปจนหมดสิ้น
ทะเลทรายโกบีอันเวิ้งว้างดูขุ่นมัว มองไปไกล ๆ ขอบฟ้าก็พลุ่งพล่านไปด้วยเกลียวคลื่นสีเทา
ทหารลาดตระเวนสองนายดูเวลา เหลืออีกครึ่งชั่วโมงการฝึกซ้อมก็จะสิ้นสุดลง
พวกเขาได้ยินจากวิทยุสื่อสารว่า หน่วยจู่โจมได้บุกเข้าไปในกองบัญชาการใหญ่ของกองร้อย 17k แล้ว
ตราบใดที่พวกเขายังสามารถสังหารผู้บัญชาการฝ่ายศัตรูได้ พวกเขาก็จะได้รับชัยชนะอย่างงดงามในครั้งนี้
เห็นชัยชนะอยู่รำไร พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะผ่อนคลายความระมัดระวัง สะพายปืนเตรียมตัวกลับค่าย
ทว่า เมื่อแสงสุดท้ายบนท้องฟ้าลาลับไป
เพชฌฆาตที่ซุ่มซ่อนอยู่บนพื้นดินก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ลู่เย่ชักมีดสั้นออกมาจากเอว พุ่งตัวขึ้นจากพุ่มหญ้าอย่างรวดเร็วราวกับเสือดาวที่ซุ่มโจมตี บีบคอทหารคนหนึ่งแน่น
ทหารผู้นั้นไม่คาดคิดว่าจะมีลู่เย่โผล่ออกมา จึงตกตะลึงไปชั่วขณะ
“อย่าขยับ!”
เขาใช้มีดสั้นจี้ที่คอของชายคนหนึ่ง จากนั้นก็มีเสียงดังคลิก มืออีกข้างของเขายกขึ้นแล้วเล็งปืนไปที่หว่างคิ้วของทหารลาดตระเวนอีกคนอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่ถึงสามวินาที
ทหารลาดตระเวนทั้งสองคนไม่มีเวลาตอบสนอง
การฝึกซ้อมจะหยุดอยู่แค่นี้ ตามกฎแล้ว ถือว่าทั้งสองคนตายแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงแกล้งตายอยู่กับที่
ต่อมา ลู่เย่มองไปที่ทหารค้นหาที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับเขา แล้วเอ่ยปากว่า “ถอดเสื้อผ้า!”
ทหารค้นหา “…”
สามนาทีต่อมา
ทหารค้นหาสองคนมองดูลู่เย่สวมเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วเดินอาด ๆ ไปที่ค่าย
พวกเขานั้นอยากจะใช้วิทยุติดต่อผู้บัญชาการมาก แต่ตอนนี้พวกเขากลายเป็นทหารที่ตายไปแล้ว ดังนั้นจึงได้แต่เบิกตา จ้องมองด้วยความร้อนใจ
ฐานทัพทหาร ตะวันตกเฉียงใต้
ทหารหลายนายในชุดทหารกำลังยืนอยู่หน้าจอขนาดใหญ่ มองดูทุกการกระทำของลู่เย่
“เจ้าเด็กนี่มันกล้าเล็งปืนด้วยมือข้างเดียวเสียด้วย นี่ใครสอนมันกัน” หลินเซี่ยวเฟิงขมวดคิ้วชี้ไปที่ลู่เย่บนหน้าจอ แล้วถามผู้บังคับกองพันอาวุโส
ผู้บังคับกองพันอาวุโสเหงื่อเย็นไหลพราก รีบโบกมือ แล้วพูดว่า “อ่า นี่… รายงานท่านผู้บังคับบัญชา นี่มันท่าทางอันตราย พวกเราค่ายทหารใหม่ไม่เคยมีสอน”
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้จะเอาเรื่อง” หลินเซี่ยวเฟิงหัวเราะ เขาแค่รู้สึกว่าท่าขึ้นลำกล้องปืนข้างเดียวของลู่เย่เมื่อกี๊มันค่อนข้างดูดี
ก่อนการฝึกซ้อมจะเริ่ม ตรงพื้นที่ฝึกซ้อมได้ถูกติดตั้งกล้องขนาดจิ๋วจำนวนมาก กล้องจะฉายภาพสด ๆ จากสถานที่จริงไปที่หน้าจอในฐานทัพ
แบบนี้ การกระทำทุกอย่างของทุกคนในระหว่างการฝึกซ้อม ก็จะถูกเห็นได้อย่างชัดเจน
แต่อย่างไรก็ตาม เหล่าทหารใหม่ก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
ขณะนั้น ทะเลทรายก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ท้องฟ้าและพื้นดินแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
ลู่เย่สวมชุดของกองร้อยตุ้ยลี่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยฝุ่น ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริง
ด้านนอกค่ายใหญ่ของกองร้อยตุ้ยลี่ ทหารหลายคนเห็นลู่เย่ พวกเขาคิดว่าเป็นเพียงหน่วยลาดตระเวนที่กลับมาจากบริเวณใกล้เคียง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขากำลังให้ความสนใจกับสถานการณ์ของค่ายศัตรู จึงไม่ได้สนใจเขามากนัก
ขณะที่ลู่เย่กำลังจะเปิดม่านเข้าไปในเต็นท์ ในที่สุดก็มีคนสังเกตเห็นความผิดปกติ มีคนหนึ่งขวางหน้าเขาไว้แล้วถามว่า “พี่น้องที่ออกลาดตระเวนไปกับนายล่ะ”
เพราะทหารลาดตระเวนของกองร้อยตุ้ยลี่ออกลาดตระเวนเป็นคู่ แต่ตอนนี้มีเพียงลู่เย่กลับมาคนเดียว จึงทำให้บางคนสงสัย
ร่างของลู่เย่หยุดชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน ยกปืนกลขึ้นแล้วยิงกราด
“ปัง ปัง ปัง…”
หลังจากเสียงปืนดังขึ้น คนกลุ่มนั้นที่ไม่ทันระวังตัวก็ถูกยิงทั้งหมด “ข้าศึกบุก! ข้าศึกบุก!”
คนในเต็นท์ต่างก็ได้ยินเสียงปืน จึงกรูกันออกมา
เมื่อได้ยินเสียงปะทะ ผู้บัญชาการกองร้อยตุ้ยลี่ก็มึนงง
ฐานที่มั่นของเขานั้นลับมาก
ฝ่ายศัตรูหาที่นี่เจอได้อย่างไร?