สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 160 มือที่กำดาบดาโมเคลส*[1]!
บทที่ 160 มือที่กำดาบดาโมเคลส*[1]!
เรื่องที่เสิ่นชิงไม่ผ่านการตรวจสอบประวัติทางการเมืองและไม่ได้สอบเข้ารับราชการนั้น กำลังลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ บนโลกออนไลน์
ถึงขนาดมีกลุ่มเพจปล่อยข่าวลือพากันปล่อยข่าวลือว่าเสิ่นชิงถูกจับเข้าคุกไปแล้ว
ชาวเน็ตจำนวนมากหลงเชื่อ ถึงขั้นมีคนแสดงความคิดเห็นถามว่าเสิ่นชิงทำความผิดอะไร
สมาชิกหลายคนของแผนกตรวจสอบได้บันทึกรายชื่อเพจปล่อยข่าวลือที่ไร้จรรยาบรรณเหล่านั้นที่ปล่อยข่าวลือเอาไว้
ส่วนเสิ่นชิงก็ได้ติดต่อกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อสืบหาข้อมูลผู้ใช้ของเพจปล่อยข่าวลือเหล่านั้น
หลังจากเรื่องนี้บานปลายไปสักพัก มันก็ได้พุ่งขึ้นอันดับหนึ่งของกระแสฮอตเซิร์ช
สิ่งที่เสิ่นชิงคาดไม่ถึงก็คือ เอกสารอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอัยการส่งกลับออกมาอย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนั้นก็มีโทรศัพท์จากท่านรัฐมนตรีตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงด้วย
หัวหน้าแผนก : “เสิ่นชิง เอาละ ลงมือทำอย่างเต็มที่เลย พวกคุณอยู่แนวหน้า ฉันจะจัดการด้านโลจิสติกส์ให้พวกคุณเอง”
เสิ่นชิงยิ้มมุมปาก ดูเหมือนหัวหน้าแผนกก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ
เกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรฐานพฤติกรรมและมาตรการลงโทษสำหรับเพจปล่อยข่าวลือ ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการแล้ว
ต่อไปก็ถึงเวลาพิพากษา
เสิ่นชิงรีบเข้าสู่ระบบบัญชีโซเชียลของตัวเองทันที โพสต์ข้อความหนึ่ง
“ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ ฉันประสบความสำเร็จในการเข้าทำงานที่สำนักงานอัยการเมืองหลวงแล้ว”
จากนั้น เสิ่นชิงก็โชว์ใบแสดงผลคะแนนเต็มทั้งการสัมภาษณ์และข้อเขียน รวมถึงหนังสือแจ้งรายงานการเข้าทำงานของสำนักงานอัยการเมืองหลวง
ตัวหนังสือสีดำบนกระดาษขาวพร้อมตราประทับสีแดง ไม่มีใครกล้าสงสัย
ข้อความสั้น ๆ ไม่กี่คำของเสิ่นชิง เหมือนก้อนหินเล็ก ๆ ที่โยนลงไปในทะเลสาบที่เงียบสงบ สร้างคลื่นยักษ์นับพันชั้น
ชาวเน็ต : โอ้วว! ฉันรู้ว่านางฟ้าของฉันต้องสอบติดแน่ ๆ พระเจ้า ทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ได้ที่หนึ่งเลย!
ชาวเน็ต : โอ้แม่เจ้า! ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเสิ่นชิงถึงอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยกฎหมาย ที่แท้เธออยากเป็นอัยการนี่เอง!
ชาวเน็ต : หนุ่มหล่อ นายแพ้แล้ว รีบทำตามสัญญาซะ ไลฟ์สดยืนหกขาแล้วถ่ายเลย!
ชาวเน็ต : เท่มาก! อัยการเชียวนะ! ผู้พิทักษ์ผลประโยชน์สาธารณะที่ถือดาบดาโมเคลสแห่งระบบกฎหมายและการเมือง!”
ชาวเน็ต : ว้าว ยินดีด้วย ๆ พี่เสิ่นชิงเดินทางมาไกลจนถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย!
ชาวเน็ต : เยี่ยมมาก! พี่เสิ่นชิงสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันแล้ว! ฉันก็ต้องพยายามบ้าง!
ชาวเน็ต : พวกเพจการตลาดพวกนั้นชอบสร้างกระแสไร้สาระ แถมยังมีคนโง่ ๆ เชื่อด้วย
ชาวเน็ตต่างพากันแสดงความยินดีกับเสิ่นชิงที่ประสบความสำเร็จ ส่วนพวกเพจการตลาดก็แตกฮือหนีไป ไปหาเหยื่อดิจิทัลรายใหม่ต่อ
ในขณะเดียวกัน เสิ่นชิงก็โพสต์ข้อความอีกครั้ง แท็กเพจที่ปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับเธอทีละเพจ เรียกร้องให้พวกเขาขอโทษ
แต่พวกเพจปล่อยข่าวลือเหล่านั้นไม่สนใจเลย
พวกเขาได้ยอดวิวไปแล้ว ไม่มีทางขอโทษหรอก พวกเขาไม่ต้องการรักษาหน้าด้วยหรือไง?
เมื่อเห็นว่าไม่มีเพจปล่อยข่าวใดขอโทษ เสิ่นชิงก็มีสีหน้าเย็นชาลง
ดีมาก ตัดหนทางของตัวเองแล้วสินะ
จากนั้น เสิ่นชิงก็เข้าสู่ระบบบัญชีทางการของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิง และประกาศเอกสารทางการฉบับหนึ่ง
ในยุคสื่อใหม่บนอินเทอร์เน็ต ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ทุกคนเป็นนักวิจารณ์
แต่ตลอดมา เพจปล่อยข่าวลือที่ไร้จรรยาบรรณจำนวนมากถูกผลักดันด้วยผลประโยชน์ บิดเบือนและขยายความจริง แอบอ้างเป็นเสียงของชาวเน็ตทั่วไป กลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายป้ายสีและข่าวลือบนอินเทอร์เน็ต
เนื่องจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีอายุน้อยลง ขาดความสามารถในการแยกแยะข้อมูลที่เป็นอันตราย จึงถูกเพจปล่อยข่าวลือชักจูงได้ง่าย
ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความโกรธแค้น
[ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และพื้นที่แสดงความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตกำลังเผชิญกับการสูญเสียการควบคุม
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ คณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงได้กำหนด มาตรฐานการตรวจสอบเนื้อหาของเพจปล่อยข่าวลือออนไลน์โดยละเอียด
ข้อตกลงการกำกับดูแลตนเองของเพจปล่อยข่าวลือออนไลน์และแพลตฟอร์มออนไลน์
ข้อกำหนดล่าสุดเกี่ยวกับการจัดการเพจปล่อยข่าวลือและแนวทางมาตรการลงโทษ
ต่อมา เสิ่นชิงได้แท็กเพจปล่อยข่าวลือทั้งหมดที่เผยแพร่ข่าวลือใต้เอกสารทางการ
ในมาตรการลงโทษ มีข้อหนึ่งเขียนไว้ว่า
บัญชีใดก็ตามที่บิดเบือนและขยายความจริงโดยเจตนาเพื่อดึงดูดยอดวิว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้อื่น และไม่ได้รับการให้อภัยจากผู้เกี่ยวข้องหลังการไกล่เกลี่ย
แพลตฟอร์มจะระงับบัญชีดังกล่าวเป็นเวลา 12 เดือนขึ้นไป และอายัดผลประโยชน์ทั้งหมดของบัญชี ในกรณีร้ายแรง ผู้กระทำผิดจะเผชิญกับการกักขังและรับการวิพากษ์วิจารณ์และให้การศึกษา]
หลังจากประกาศแถลงการณ์นี้ออกมา ชาวเน็ตต่างปรบมือชื่นชมทันที
ชาวเน็ต : พระเจ้า! คณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงลงมือจัดการกับเพจปล่อยข่าวลือแล้ว!
ชาวเน็ต : สนับสนุน! ฉันสนับสนุนสุดหัวใจ!
ชาวเน็ต : ควรจะจัดการพวกเขาตั้งนานแล้ว! พวกเพจปล่อยข่าวลือพวกนี้สร้างกระแสไร้สาระทุกวัน ทำให้อินเทอร์เน็ตวุ่นวาย สมควรแล้ว!
การจัดการกับเพจปล่อยข่าวลือของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงได้รับคำชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันจากชาวเน็ต
แถลงการณ์นี้ยังได้รับการกดไลก์และแชร์จากชาวเน็ตจำนวนมาก
ส่วนพวกเพจปล่อยข่าวลือกลับตกตะลึง
พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย
หลังจากบริษัทเจียอี้ล่มสลาย ดาบเล่มนี้กลับฟันลงมาที่หัวของพวกเขา
ไม่ทันได้รับโชคลาภอันยิ่งใหญ่ กลับต้องมาเจอกับดาบอันร้ายแรง
การระงับบัญชี การอายัดรายได้ การปรับเงิน การตำหนิและให้การศึกษา…
คณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงนี่ลงดาบหนักเกินไปแล้วนะ!
ต่อมา สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตทั้งหมดตกตะลึงก็คือ
บัญชีทางการของสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แท็กเสิ่นชิงไว้ใต้เอกสารราชการฉบับนี้
“@เสิ่นชิง หัวหน้าทีมเสิ่น เหนื่อยมากเลยนะ”
ความเห็นนี้ทำให้ชาวเน็ตทั้งหลายถึงกับตาค้าง
ชาวเน็ต : !!!
ชาวเน็ต : โอ้วพระเจ้า!!
ชาวเน็ต : หมายความว่าอะไร?
ชาวเน็ต : เกิดอะไรขึ้น?
ชาวเน็ต : สำนักงานอัยการสูงสุดได้แท็กชื่อเสิ่นชิงในโพสต์ของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างนั้นเหรอ?
ชาวเน็ต : และยังเรียกเธอว่าหัวหน้าทีมเสิ่นด้วย?
ชาวเน็ตที่ตื่นตัวต่างอุทานด้วยความประหลาดใจว่า “โอ้โห! ที่แท้ เสิ่นชิง ก็คือหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงนั่นเอง!”
ในตอนนี้ บรรดาเพจปล่อยข่าวลือออนไลน์ต่างร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เสียใจจนแทบกลืนไส้ตัวเอง
พวกเขากำลังจะตายแล้ว!
คราวนี้พวกเขาเตะโดนของแข็งเข้าให้แล้ว แถมยังเป็นของแข็งที่ผ่านการหลอมด้วยไฟร้อนจนแดงฉาน
ถ้ารู้แต่แรกว่าเสิ่นชิงคือหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิง ต่อให้มีความกล้า 100 เท่า พวกเขาก็ไม่กล้าโจมตีเธออย่างไร้ยางอายแบบนี้หรอก!
นอกจากชาวเน็ตแล้ว บรรดานายทุนใหญ่ในวงการบันเทิงเมืองหางโจวก็ต่างอึ้งกันไปตาม ๆ กัน
โอ้แม่เจ้า!
เสิ่นชิง กลับกลายเป็นหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างไม่น่าเชื่อ!
ที่แท้พวกเขาเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวบุคคลมาตั้งแต่แรก
ในเวลาเพียงสองวันสั้น ๆ เสิ่นชิงก็ทำให้บริษัทเจียอี้ล่มสลาย แล้วยังจัดการกับเพจปล่อยข่าวลืออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะลงมือจัดการอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างจริงจังแล้ว!
และเสิ่นชิงก็จริงจังเช่นกัน!
ในตอนนี้ เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในวงการบันเทิงถึงได้เข้าใจว่า ทำไมบริษัทเจียอี้ถึงกลายเป็นเป้าหมายแรก
เรื่องที่เสิ่นชิงมีปัญหาเก่ากับเฉียวอวี้เหอ เป็นที่รู้กันแทบทุกคนในวงการ
เสิ่นชิงกลับมาแก้แค้นแล้ว!
ดังนั้น เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ต่างพากันนึกทบทวนว่าเคยทำให้เสิ่นชิงขุ่นเคืองหรือไม่
คนที่เคยทำให้เสิ่นชิงไม่พอใจ ตอนนี้ต่างรู้สึกหวาดกลัวและกังวลใจ กลัวว่าตัวเองจะเป็นเป้าหมายถัดไปที่ถูกตรวจสอบ
ส่วนคนที่ไม่เคยทำให้เสิ่นชิงขุ่นเคือง ก็กำลังคิดว่าจะประจบเสิ่นชิงอย่างไรดี
บริษัทเจียอี้ถูกทำลายจนย่อยยับ เพจปล่อยข่าวลือบนแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ถูกจัดการไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เสิ่นชิงยังกำหนดบรรทัดฐานพฤติกรรมและมาตรการลงโทษด้วยตัวเอง
นี่แสดงให้เห็นว่าอำนาจในมือของเสิ่นชิงยิ่งใหญ่เพียงใด
ทุกคนเข้าใจแล้วว่า ตอนนี้เสิ่นชิงคือผู้พิพากษาที่ถือดาบดาโมเคลสไว้ในมือ
เธอชี้ดาบไปทางใคร คนนั้นก็ต้องเคราะห์ร้าย!
ในชั่วพริบตา เหล่าเศรษฐีในอุตสาหกรรมบันเทิงต่างหวาดผวา
บริษัทเจียอี้ถูกตัดหาง เพจปล่อยข่าวลือออนไลน์ทั้งแพลตฟอร์มก็ถูกตัดหางด้วย
ดังนั้น คำถามก็คือ
คนถัดไปที่จะถูกตัดหางคือใคร?
[1] ดาบดาโมเคลส มีความหมายนัยหนึ่งคือ อันตรายที่สามารถรออยู่ได้ทุกขณะ