สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 146 การตรวจสอบพินัยกรรม
บทที่ 146 การตรวจสอบพินัยกรรม
แต่ก่อนที่จะถึงตัวเสิ่นชิง ทั้งตัวของเฉียวปางก็ลอยออกไปแล้ว
คนที่ลงมือคือบอดี้การ์ดของเสิ่นชิง
ในบรรดาบอดี้การ์ดที่ลู่เย่ส่งมาให้เสิ่นชิง มีทหารที่ปลดประจำการมาแล้วหลายคน
พวกทหารปลดประจำการเหล่านี้เคยทำงานให้กับลุงของลู่เย่มาก่อน ทั้งฝีมือและปฏิกิริยาตอบสนองล้วนยอดเยี่ยม
ครั้งที่แล้วหลังจากเสิ่นชิงถูกลักพาตัว ลู่เย่ก็ไล่พวกไร้ประโยชน์ในบ้านเขาออกไป
จากนั้นก็ขอบอดี้การ์ดฝีมือดีจากคุณปู่ที่เมืองหลวง โดยระบุว่าต้องเป็นทหารพิเศษที่ปลดประจำการแล้ว
ตอนนี้ทหารพิเศษที่ปลดประจำการเหล่านี้ถูกเขารวบรวมเป็นทีมรักษาความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองเสิ่นชิงโดยเฉพาะ
พูดโดยไม่เกินจริงได้ว่า บอดี้การ์ดรอบตัวเสิ่นชิงในตอนนี้ แม้แต่จะไปคุ้มครองผู้นำระดับประเทศก็ยังเหลือเฟือ
เฉียวปางลุกขึ้นจากพื้น จ้องมองเสิ่นชิงอย่างดุร้าย “เสิ่นชิง แกกล้าตีฉันเหรอ!”
เสิ่นชิงหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ลุงเข้าใจผิดแล้ว พวกเขาคิดว่าคุณเป็นคนร้าย เมื่อกี้กำลังจะทำอะไรฉัน พวกเขาถึงได้ลงมือ”
พูดจบ เธอมองไปที่บอดี้การ์ดคนที่ลงมือ แล้วยิ้มพลางพูดว่า
“คนนี้คือลุงของฉัน เขารักฉันมากที่สุด เมื่อกี้อาจจะแค่อยากล้อเล่นกับฉันนิดหน่อย”
คำพูดของเสิ่นชิง ทำให้เฉียวปางอัดอั้นตันใจ
ส่วนบอดี้การ์ดคนนั้นก็รีบขอโทษเฉียวปางทันที
“คุณผู้ชาย ผมขอโทษจริง ๆ ผมเข้าใจคุณผิดไป”
“แก!” เฉียวปางถูกเสิ่นชิงทำให้พูดไม่ออก
เขาอัดอั้นตันใจไม่รู้จะระบายที่ไหน จึงได้แต่เตะโต๊ะเก้าอี้ล้มแล้วเดินจากไป
ก่อนจะไปเขายังพูดกับเสิ่นชิงอีกประโยคว่า “อย่าหาเลย สิ่งที่เธอต้องการไม่ได้อยู่ในห้องหนังสือ”
เสิ่นชิงดวงตาวาบขึ้น แต่ไม่พูดอะไร
หลังจากเฉียวปางจากไป เขาก็ขับรถไปที่คฤหาสน์เซี่ยงหยวนเพื่อพบกับไห่ตงชิงและลู่หลี
“พวกคุณต้องช่วยผม ถ้าผมถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานปลอมแปลงพินัยกรรม เหมืองทองคำนั่นก็จะเปลี่ยนมือไป พวกคุณลงทุนไปมากมายในการเปิดเหมือง คงไม่อยากสูญเงินเปล่าใช่ไหม”
เฉียวปางทิ้งตัวลงบนโซฟา สีหน้าหมดอาลัยตายอยาก สูบบุหรี่อย่างแรง
“ฮึ”
“คุณกลัวเหรอ?” ไห่ตงชิงยิ้มเล็กน้อย
“คุณกลัวอะไร? แค่พวกเราไม่กี่ตระกูลร่วมมือกัน เมืองหางโจวก็ไม่มีทางสร้างคลื่นอะไรได้หรอก”
พูดจบ เขาก็หยิบธนบัตรสองปึกใหญ่ออกมาจากตู้ โยนไปตรงหน้าเฉียวปาง
“เงินที่ส่งมาจากฝั่งเสี่ยวอวิ๋น ตอนนี้เป็นเงินสะอาดทั้งหมด ยอดขายตั๋ววันแรกทะลุร้อยล้าน ภายใน 3 วันก็กวาดไปแปดร้อยล้านแล้ว”
นับตั้งแต่เหมืองทองถูกปิด แม้พวกเขาจะไม่สามารถทำการขุดเจาะขนาดใหญ่อย่างเปิดเผยได้ แต่ก็ยังแอบดำเนินการอยู่อย่างลับ ๆ
ทางฝั่งประเทศลิอุสตรวจสอบไม่ละเอียด บริษัทเหมืองแร่ต่างชาติแค่ทำบัญชีปลอมก็สามารถหลอกผ่านไปได้
แต่ในประเทศกลับตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวด
เงินทุนมหาศาลที่ไม่ทราบที่มาแน่นอนจะดึงดูดความสนใจภายในประเทศ
ดังนั้นพวกเขาจึงนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ โดยฟอกเงินผ่านการรายงานต้นทุนการถ่ายทำ
การฟอกเงินผ่านภาพยนตร์ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างผู้กำกับ นักแสดง และผู้อำนวยการสร้าง ดังนั้น ลู่หลีจึงรับช่วงต่อบริษัทสื่อหลายแห่งของปั๋วน่ากรุ๊ป เพื่อทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ในวงการบันเทิง วิธีการฟอกเงินมีหลากหลายรูปแบบและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยกตัวอย่างเช่น ละครแนวโรแมนติกไซไฟเรื่องหนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการสร้างเอฟเฟกต์แบบพิเศษต้องใช้เงิน 500,000 หยวน แต่ฝ่ายการเงินกลับทำบัญชีเป็น 1,000,000 หยวน
หรืออย่างละครสงครามย้อนยุคอีกเรื่อง การสร้างป้อมปราการจริง ๆ ใช้เงิน 2,000,000 หยวน แต่ฝ่ายการเงินสามารถทำบัญชีเป็น 5,000,000 หยวนได้ เพราะอย่างไรเสียป้อมปราการก็ถูกเผาทำลายไปแล้ว ไม่มีทางตรวจสอบได้เลย
นอกจากนี้ หากต้องไปถ่ายทำต่างประเทศโดยไม่มีใบเสร็จ ก็สามารถรายงานต้นทุนการผลิตเท็จได้ตามใจชอบ โดยไม่มีทางตรวจสอบได้
ส่วนการปลอมแปลงรายได้จากห้องออกตั๋ว ก็ยิ่งทำให้การฟอกเงินง่ายขึ้นไปอีก
หลังหักค่าใช้จ่ายในการผลิต โฆษณา และโรงภาพยนตร์ 20 เปอร์เซ็นต์ บริษัทภาพยนตร์แทบจะได้รับเงินสะอาด 80 เปอร์เซ็นต์
นับตั้งแต่ ลู่หลีได้ทำการปั่นกระแสลับ ๆ สร้างภาพยนตร์ที่ทำรายได้ 5 พันล้านหยวน วงการภาพยนตร์ก็เกิดปรากฏการณ์ความรุ่งเรืองแบบจอมปลอม
นักลงทุนจำนวนมากที่ไม่รู้เรื่องราว เริ่มแห่กันลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิง
ดังนั้น ละครใหม่ ๆ จึงผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ดหลังฝน มีคนเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อหาเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ
สถานะของดาราและนักแสดงก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้วัยรุ่นชายหญิงมากมายฝันอยากเข้าวงการบันเทิง
ส่วนคนหน้าใหม่ที่ไม่มีเส้นสายและประสบการณ์ จะถูกบริษัทจัดให้ไปถ่ายซีรีส์ออนไลน์ วิดีโอสั้น และไลฟ์ ซึ่งช่วยผลักดันการพัฒนาของธุรกิจวิดีโอสั้นและไลฟ์ไปด้วย
ตอนนี้ อุตสาหกรรมบันเทิงในเมืองหางโจวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่มีที่ไหนในประเทศเทียบได้
เจ้าของบริษัทนักลงทุนจากต่างถิ่นมากมายเดินทางมาหางโจวเพื่อศึกษาและสังเกตการณ์โดยเฉพาะ
ไห่ตงชิงนับธนบัตรพลางพ่นควันบุหรี่เป็นวงอย่างสบายอารมณ์ “นี่แหละที่เรียกว่าเมื่อปลาวาฬล้มทุกสิ่งก็มีชีวิตขึ้นมา*[1] พอชายชราตระกูลเฉียวนั่นล้มลง ตลาดทั้งหมดก็คึกคักขึ้นมา
คุณว่าไงล่ะ ไอ้แก่นั่นนั่งทับเหมืองทองไว้ไม่ทำอะไรเลย ช่างสิ้นเปลืองพรสวรรค์จริง ๆ พวกเราคราวนี้ก็ถือว่าได้ปล้นคนรวยช่วยคนจนแล้วละ”
เห็นว่าไห่ตงชิงไม่มีท่าทีจะช่วยเหลือ ยิ่งพูดยิ่งเหลวไหล เฉียวปางก็หน้าบึ้งทันที
เขาไอแรง ๆ หนึ่งที “เลิกพูดจาโอ้อวดได้แล้ว ถ้าผมถูกเปิดโปง พวกคุณก็ต้องถูกลากเข้ามาเกี่ยวด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่หลีก็จ้องมองอย่างเข้มข้น หันไปทางเฉียวปาง “คุณอย่าเพิ่งร้อนใจ ตอนนี้พวกเราเหมือนตั๊กแตนบนเรือลำเดียวกัน คุณอยากให้ผมช่วยยังไง?”
พูดจบ ลู่หลีก็ยกมือทำท่าเชือดคอ “แบบนี้ได้ไหม?”
เฉียวปางชะงัก เหลือบมองลู่หลีเบา ๆ
ตอนที่ลู่หลีพูดแบบนั้น มุมปากยังมีรอยยิ้ม ราวกับไม่ได้สนใจชีวิตคนเลยสักนิด
เฉียวปางหรี่ตาลง ในใจด่าเบา ๆ ว่า ไอ้โหดเหี้ยม
ทนายที่เป็นพยานสองคนของคุณปู่หายตัวไป ก็เป็นฝีมือของลู่หลี ศพตอนนี้ยังลอยอยู่กลางทะเลหลวง
คราวที่แล้วจะระเบิดฆ่าเสิ่นชิงก็เป็นความคิดของลู่หลีเหมือนกัน
เขาเพียงแค่พลาดมือฆ่าคุณปู่โดยไม่ตั้งใจ แต่ลู่หลีต่างหากที่เป็นฆาตกรตัวจริง
มองชีวิตคนเป็นเพียงหญ้าปลายนา ทั้งบ้าและคลั่ง
พูดตามตรง ลู่หลีทำให้เขารู้สึกอันตรายเป็นพิเศษ
บางครั้งเขาถึงกับกลัวว่าลู่หลีจะฆ่าเขาด้วย
ในกลุ่มคนเมืองหางโจวนี้ ลู่หลีเป็นคนที่ไม่ควรยุ่งด้วยมากที่สุด
เฉียวปางไม่อยากให้เรื่องบานปลาย เพราะถ้าเฉียวเฟิงและเสิ่นชิงตายทั้งคู่ เขาจะต้องถูกสงสัยแน่นอน
ดังนั้น เฉียวปางจึงส่ายหัว “เฉียวเฟิงจะนำพินัยกรรมปลอมไปตรวจสอบ แค่หน่วยงานตรวจสอบยืนยันว่าพินัยกรรมเป็นของจริงก็พอแล้ว”
ไห่ตงชิงที่อยู่ด้านข้างเล่นไฟแช็กเสียงดังแช็ก ๆ พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า
“ผมไม่เห็นด้วย ทำแบบนี้ยุ่งยากเกินไป ต้องให้ทั้งหน่วยงานตรวจสอบมาแสดงละครกับคุณเรื่องแบบนี้ยิ่งมีคนรู้น้อยยิ่งดี ผมว่านะ ไม่สู้ส่งพวกเขาขึ้นสวรรค์ตรง ๆ เลยดีกว่า ง่าย รวดเร็ว รุนแรงแต่ได้ผล”
เฉียวปางสูดหายใจลึก หากเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โต เขาจะต้องถูกตำรวจสอบสวนแน่นอน เพราะมีข้อพิพาทเรื่องผลประโยชน์กับเฉียวเฟิง
ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นด้วยกับการลงมือ
แต่ไห่ตงชิงและลู่หลีต่างต้องการใช้วิธีการที่ง่ายและรุนแรงที่สุดในการแก้ปัญหา
ด้วยเหตุนี้ เฉียวปางจึงจำต้องกล่าวเสียงทุ้มว่า “ขอเพียงพวกคุณช่วยผมจัดการกับสถาบันตรวจพิสูจน์ ผมก็ยินดีแบ่งผลประโยชน์ให้สามส่วน”
[1] เมื่อปลาวาฬล้มทุกสิ่งก็มีชีวิตขึ้นมา (一鲸落,万物生) หลังจากที่วาฬตายมันจะจมลงสู่ทะเล และร่างกายของมันก็จะกลายเป็นสารอาหารให้กับสัตว์ใต้ทะเล กล่าวได้ว่า มันให้ชีวิตแก่สัตว์หลายชนิด