สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 388 เกือบจะกลายเป็นม่าย
บทที่ 388 เกือบจะกลายเป็นม่าย
“คนนั้นชื่อหลี่ซิ่ว ยังไงซะเธอก็ไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว ฉันได้ยินมาว่าเธอออกไปเที่ยวกับพวกอันธพาลข้างนอก จะยังไงก็ควรอยู่ห่างเอาไว้” อีกคนพูดเสริมพร้อมขมวดคิ้วเมื่อพูดถึงหลี่ซิ่ว ด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
ไม่รู้ว่าหลี่ซิ่วเข้ามาในมหาวิทยาลัยนี้ด้วยผลการเรียนของเธอได้อย่างไร
“ฉันเห็นเธอทำรอยคล้ำใต้ตาขนาดใหญ่ทุกวัน ไม่รู้ว่าสวยตรงไหน มันทำให้ฉันกลัวแทบตาย” เจี่ยงชีขมวดคิ้วเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เธอกลัวหลี่ซิ่วตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ
ลู่ฉิวเยว่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงการแต่งหน้าแบบสโม๊คกี้ จึงยิ้มแล้วปีนลงจากเตียงไปปิดประตู เพื่อป้องกันไม่ให้คนคนนั้นเข้ามารบกวนอีก
“เอาล่ะ นอนกันได้แล้ว” เธอไม่เคยสนใจคนที่ไม่สำคัญแบบนี้ “พรุ่งนี้เรามีเรียนแต่เช้า พวกเธออย่าหลับจนลืมตื่นกันนะ”
“โอ๊ย น่าหงุดหงิดจริง ๆ” เจี่ยงชีพูดอย่างขมขื่น แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัว
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ พอจะรู้ว่าทำไมเธอถึงหงุดหงิด
พวกเธอเรียนเอกการเงิน จึงจำเป็นต้องเรียนคณิตศาสตร์ วิชานี้น่าเบื่อพอที่จะทำให้พวกเธอหงุดหงิดอยู่แล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ จะเป็นอาจารย์สูงวัยที่พูดน้ำเสียงเนิบช้า ทำให้เรียนไปได้ครู่เดียว พวกเธอก็รู้สึกง่วงนอนแล้ว
แต่ลู่ฉิวเยว่ไม่ง่วงนอน เธอยังสามารถโต้ตอบกับอาจารย์สูงวัยได้เป็นครั้งคราว ใคร ๆ ก็เรียกเธอว่าปีศาจ
อาจารย์สูงวัย คณิตศาสตร์ และน้ำเสียงที่เนิบช้า หากตรงตามเงื่อนไขทั้งสามข้อนี้ แล้วเธอยังไม่หลับอีก เธอก็ต้องเป็นปีศาจแล้วไม่ใช่เหรอ!
ต้องบอกว่าลู่ฉิวเยว่เข้าใจเพื่อนร่วมชั้นเหล่านี้จริง ๆ ชั้นเรียนคณิตศาสตร์ในเช้าวันต่อมา ทุกคนฟุบลงกับโต๊ะ
ลู่ฉิวเยว่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ
“ลู่ฉิวเยว่ เธอยังไม่ง่วงอีก!” เจียงเยว่อี๋หยิกตัวเองจนตื่นขึ้นมาในที่สุด เธอหันไปมองลู่ฉิวเยว่ด้วยความประหลาดใจ
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ และกำลังจะตอบอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นเสียงกริ่งก็ดังขึ้น เจียงเยว่อี๋กระโดดขึ้นสูง แล้วเก็บหนังสืออย่างมีความสุข “ไป ๆ ไปกินข้าวที่โรงอาหารกันเถอะ! เดี๋ยวคนจะเยอะเกินไป!”
“ฉิวเยว่ ไปกันเถอะ! ได้ยินมาว่าวันนี้มีซี่โครงหมูตุ๋น ฉันเคยต่อคิวมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยทันเลย วันนี้ฉันต้องกินมันให้ได้!” เจี่ยงชีเตรียมพร้อม
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้น เดินตามพวกเธอออกไปข้างนอก
ก่อนที่จะไปถึงโรงอาหาร ก็เห็นโปสเตอร์สีแดงติดไว้ และมีผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่รอบ ๆ
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมคนถึงเยอะจัง?” เมื่อเจี่ยงชีเห็นว่ามีเรื่องสนุกให้เข้าร่วม เธอก็รีบถามคนที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยความตื่นเต้น
“ผลการสอบเมื่อเดือนที่แล้วถูกติดไว้บนนั้น” ชายคนนั้นพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย แล้วหันหลังเดินออกไป
“ไปดูกันเถอะ!” เมื่อได้ยินดังนั้น เจี่ยงชีก็หมดความสนใจที่จะแย่งซี่โครง แทบรอไม่ไหวที่จะแทรกตัวเข้าไปในฝูงชน
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกอึดอัดเมื่อเห็นผู้คนมากมาย เธอถอยไปสองก้าว แล้วยืนดูเงียบ ๆ ในขณะที่เจี่ยงชีและเจียงเยว่อี๋เบียดเสียดเข้าไปในฝูงชน เธอคิดว่าจะกลับมาตรวจผลสอบทีหลัง เมื่อมีคนน้อยลง
หลังจากนั้นไม่นาน เจี่ยงชีก็รีบวิ่งออกมาจากฝูงชน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ลู่ฉิวเยว่! เธอทำได้!”
เธอตะโกนเสียงดังมาก จนทุกคนรอบตัวเธอหันมามอง
“ให้ตายเถอะ! สุดยอดนักศึกษาอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ? ใครกัน?”
“คือใคร ช่วยแบ่งปันพลังแห่งสวรรค์ให้ฉันหน่อย!”
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้วขึ้น แล้วมองเจี่ยงชี “เกิดอะไรขึ้น?”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ! แม่สาวน้อย! เธอสอบได้คะแนนเกือบเต็มทุกวิชา!” เจี่ยงชีคร่ำครวญ “ช่วยบอกวิธีเอาชีวิตรอดให้พวกเราหน่อยได้ไหม!”
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มอ่อน เธอไม่แปลกใจ เพราะเธอคาดหวังผลลัพธ์นี้ไว้แล้ว
ผู้คนจำนวนมากมองมาทางนี้ ลู่ฉิวเยว่ขมวดคิ้ว เธอรู้สึกเหมือนถูกคนจ้องมองเหมือนลิงในสวนสัตว์ จึงรู้สึกทำตัวไม่ถูก รีบดึงเจี่ยงชีออกไป “เราค่อยกลับไปคุยกันทีหลังเถอะ”
เจียงเยว่อี๋มองพวกเธอทั้งสองเดินจากไป บุ้ยปาก แล้วรีบเดินตามไปอย่างรวดเร็ว โดยจับมืออีกข้างของลู่ฉิวเยว่ไว้ “พวกเธอลืมฉันได้ยังไง!”
ผลสอบของลู่ฉิวเยว่ในการสอบครั้งนี้ ค่อนข้างน่าเหลือเชื่อ คนทั้งมหาวิทยาลัยต่างก็ตกตะลึง อาจารย์หลายคนพึงพอใจมาก จนตัดสินใจออกอากาศเสียงตามสายเพื่อยกย่องลู่ฉิวเยว่
ต่อไป การออกอากาศจะเริ่มทันทีที่ถึงเวลาอาหารกลางวัน
คราวนี้แทนที่จะถูกเพื่อนร่วมชั้นจากสาขาวิชาเดียวกันจับตาดู เธอจะถูกคนทั้งมหาวิทยาลัยจับตาดูแทน
ลู่ฉิวเยว่อดไม่ได้ที่จะยกมือก่ายหน้าผากตัวเอง การโด่งดังมากเกินไปนั้นไม่ดีเลย เธอรู้สึกว่าควรกลับไปพักที่บ้านสักสองสามวันดีกว่า
หลังจากจัดของเสร็จ เธอก็ขึ้นรถกลับบ้าน
ขณะที่หยิบกุญแจออกมา ลู่ฉิวเยว่ดูเหมือนจะได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากข้างใน
หรือว่าจะเป็นขโมย!
เธอสะดุ้ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือออกไปคว้าขาโต๊ะที่วางไว้ตรงบันได แล้วผลักเปิดประตู
เมื่อเห็นคนที่อยู่ข้างใน เธอก็ถึงกับตกตะลึง ชายที่บอกว่าจะทำธุระในตอนนั้นกลับมาแล้ว ตอนนี้เขาถือเสื้อคลุมและกุญแจอยู่ในมือ ราวกับว่ากำลังจะออกไปข้างนอก
“ฉินซือ ทำไมคุณไม่บอกฉันว่ากลับมาแล้ว” ลู่ฉิวเยว่โยนขาโต๊ะในมือทิ้งแล้ววิ่งไปหา
ฉินซือกอดเธอแรงมาก เหมือนอยากจะฝังเธอเข้าไปในร่างกายของเขา ดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ ปลายจมูกหอมแก้มเธอ “ตอนแรกผมอยากจะไปรับคุณที่มหาวิทยาลัย จะได้เซอร์ไพรส์คุณ”
เขาหยุดครู่หนึ่ง แล้วมองขาโต๊ะ “ไม่คิดว่าจะทำให้คุณตกใจกลัว”
“ใช่ ถ้าฉันไม่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ฉันก็เกือบจะกลายเป็นม่ายแล้ว” ลู่ฉิวเยว่ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอลูบหน้าอกตัวเองเพราะแสร้งทำเป็นหวาดกลัว
ทำให้ฉินซือหัวเราะและโอบแขนไว้รอบเอวของเธอ “ไม่ได้เจอกันนาน คุณคิดถึงผมไหมครับ?”
ลู่ฉิวเยว่พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา แล้วมองเขา “ไม่ ฉันคิดถึงคุณแล้วจะทำอะไรได้!”
“จริงเหรอ?” ฉินซือรู้สึกเสียใจ ยื่นมือออกไปสัมผัสริมฝีปากสีแดงของเธอ สายตาน้อยใจ “แต่ผมคิดถึงคุณ ถ้าไม่มีคุณ ผมคงทำให้ตัวเองอบอุ่นใต้ผ้าห่มในตอนกลางคืนไม่ได้”
ลู่ฉิวเยว่มองลูกกระเดือกสุดเซ็กซี่ของเขา แล้วรู้สึกหวั่นไหว เธอจึงจูบเขา “อยากให้ฉันช่วยให้คุณอบอุ่นขึ้นไหมคะ?”
“อยากครับ” เมื่อลูกกระเดือกถูกริมฝีปากนุ่มสัมผัสเบา ๆ ไฟอันเร่าร้อนก็พวยพุ่งขึ้นในกายเขา
ฉินซือครางแผ่วเบา แล้วจับมือของเธอที่กำลังซุกซนอยู่ใต้เสื้อของเขา
แก้มของลู่ฉิวเยว่เป็นสีแดง ขณะที่เธอกำลังจะหยอกล้อเขาต่อ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าถูกพลิกตัวกลับ โลกหมุน ภายในไม่กี่วินาที เธอก็ถูกโยนลงบนเตียงอย่างแรง
มีเสียงเข็มขัดที่ตกลงสู่พื้น
ลู่ฉิวเยว่หันกลับไปจ้องมองฉินซือ ราวกับกำลังดูหนังเรื่องหนึ่ง
สายตาที่จ้องมองกลับมานั้นเหมือนกับสายตาของคนทะลึ่ง
แต่ในไม่ช้าเธอก็ถูกลงโทษ หนังเรื่องนี้ฉายไม่หยุดจนกว่าพระอาทิตย์ข้างนอกจะตกดิน ความมืดเข้าปกคลุมท้องฟ้า
“ฉันอยากดื่มน้ำ” หลังจากนั้นไม่นาน ลู่ฉิวเยว่ก็พลิกตัว เตะน่องของฉินซือด้วยเท้า เพื่อระบายความโกรธ
ฉินซือไม่สนใจ ยังคงคว้าเท้าขึ้นมาลูบไล้ สื่อความหมายมีเลศนัย ลู่ฉิวเยว่ตกใจมากจนรีบถอยหนี ใบหน้าแดงก่ำราวกับกุ้งสุก “ฉินซือ คุณจะพอแล้วหรือยัง?”
ฉินซือหัวเราะอย่างมีความสุข แล้วหยุดยั่วโมโหเธอ หันกลับไปหยิบแก้วน้ำมาส่งให้ “นี่ ดื่มน้ำสิครับ”
ลู่ฉิวเยว่ลุกขึ้นนั่ง ยกน้ำดื่มไปครึ่งแก้ว แล้วพลิกตัวนอนหลับไปอีกครั้ง