สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 356 สามทหารเสือสุดหล่อ
บทที่ 356 สามทหารเสือสุดหล่อ
“โอ้ ไม่ทราบว่าจะขอทำความรู้จักเขาได้ไหมครับ?” ดวงตาของชายอ้วนลุกเป็นไฟ ราวกับว่าเธอเป็นเศรษฐีที่กำลังถือทองคำหลายก้อน
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะ “ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ฉันจะถามให้เมื่อเขากลับมานะคะ”
ชายอ้วนผิดหวัง แต่ก็บังคับเธอไม่ได้ “ขอบคุณครับคุณลู่”
เมื่อเห็นว่าพวกเขาคุยกันเสร็จแล้ว เดปป์ก็โบกมือไล่อีกฝ่ายออกไป “เอาล่ะ อย่ามาทำให้นักเรียนของฉันเสียเวลาเรียนอยู่ตรงนี้ กลับไปที่ชั้นเรียนของนายเถอะ”
ต้องบอกว่าบรรยากาศการเรียนในห้องเรียนชั้นสูงนั้นดีมาก แม้ว่าทุกคนจะดูไม่ค่อยเป็นมิตรไปบ้างในตอนแรก แต่พวกเขาก็จริงจังมาก เมื่อฝึกฝนทักษะการทำอาหาร
นอกจากเสียงพูดคุยเรื่องสูตรอาหารในห้องเรียนแล้ว ยังมีเสียงหม้อกับทัพพีกระทบกันด้วย ซึ่งกระตุ้นความหลงใหลของลู่ฉิวเยว่ เธอไม่มีเวลาว่างเลยทั้งวัน เมื่อเธอกลับถึงบ้านตอนกลางคืน เธอก็ตระหนักได้ว่าปวดแขนมากจนอยากตัดแขนทิ้ง
ฉินซือรู้สึกสงสารเธอ หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็กอดเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วนวดมือให้หญิงสาว “คนอื่นร่างกายแข็งแรง ยืนจับกระทะกับตะหลิวตลอดทั้งวันยังต้องพัก แต่คุณตัวผอมบางมาก กลับไม่ยอมแม้แต่จะพักผ่อนบ้าง ทำไม คุณไม่อยากใช้มืออีกต่อไปแล้วเหรอครับ?”
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มแหย เงยหน้าขึ้นหอมแก้มเขา “ฉันผิดไปแล้ว พรุ่งนี้จะระวังกว่าเดิมค่ะ”
ความนุ่มนิ่มเย็นสบายประทับลงบนแก้มเขา ใบหน้าหล่อเหลาของฉินซือไม่อาจตึงเครียดได้อีกต่อไป เขาอดเงยหน้าขึ้นยิ้มไม่ได้ นัยน์ตาเปี่ยมเสน่ห์ของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ลู่ฉิวเยว่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เธอกลืนน้ำลายสองครั้งแล้วพูดว่า “ฉินซือ คุณหล่อจัง”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์หรือเปล่า แต่เพื่อน ๆ และคนรอบกายของฉินซือก็หน้าตาดีเช่นกัน
โดยเฉพาะเจียงฉี่ที่หน้าตาเหมือนกับคุณชายสุดหล่อ ที่เดินออกมาจากภาพวาด… ถ้าไม่ได้คบกับฉินซือนะ
ฉินซือแค่อยากจะจูบเธอ แต่พบว่าจู่ ๆ เธอก็เสียสมาธิ เขาจึงไม่ค่อยพอใจ และหยิกแก้มเธอหนึ่งที
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่?”
“ฉันแค่สงสัยว่าทำไมคนหน้าตาดี ถึงมีเพื่อนที่หน้าตาดีมากเหมือนกัน?” ลู่ฉิวเยว่เผลอตอบโดยไม่รู้ตัว
เมื่อนึกถึงหนุ่มหล่อที่เธอเจอในโรงเรียนวันนี้ จู่ ๆ ลู่ฉิวเยว่ก็หัวเราะขึ้นมา จากนั้นลุกขึ้นนั่งอย่างมีความสุข แล้วพูดกับฉินซือว่า “ฉันจะบอกคุณว่าความจริงแล้ว มีสามทหารเสืออยู่ในโรงเรียนนี้ แต่ละคนล้วนเป็นคนเก่งที่สุดในการทำอาหารคนละประเภท แล้วพวกเขาก็หล่อกันทุกคน คุณคิดว่าอะไรทำให้เขาดูสมบูรณ์แบบได้ขนาดนั้น…”
ก่อนที่ลู่ฉิวเยว่จะพูดจบ ฉินซือก็บีบปากเธอ สีหน้าเขามืดมนราวกับก้นหม้อ
“คุณทำอะไร!” ลู่ฉิวเยว่เอามือเขาออกอย่างไม่พอใจ
ฉินซือมองด้วยสายตาน้อยใจ “ผู้ชายนอกบ้านหล่อขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ลู่ฉิวเยว่ตกใจกับสายตาของเขา เธอหดคอลงโดยไม่รู้ตัว แล้ว ‘ฟึ่บ’ กระโดดหนีไปทันที
แต่มันสายเกินไปแล้ว ฉินซือใช้มือคว้ารอบข้อเท้าของเธอไว้ พลิกตัว แล้วตรึงหญิงสาวไว้ใต้ร่างเขา
ร่างกายแข็งแกร่งของชายหนุ่มเร่าร้อนมาก จนใบหน้าของลู่ฉิวเยว่รู้สึกร้อน แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้าท้องของเขา
“อยากเห็นไหมครับ?” ฉินซือหัวเราะเบา ๆ สายตาแบบนี้ใช้กับเธอได้ผลมาก
ลู่ฉิวเยว่ปฏิเสธ “คนทะลึ่ง!” แต่มือของเธอสัมผัสกล้ามหน้าท้องของเขาแล้ว
ไม่รู้ว่าเขาโกรธเพราะคำพูดของเธอจริงหรือเปล่า ทำใหฉินซือโหดร้ายกว่าปกติ จนลู่ฉิวเยว่ต้องร้องขอความเมตตาครั้งแล้วครั้งเล่า
วันรุ่งขึ้น บางทีอาจจะเพื่อชดเชยเรื่องเมื่อคืน ฉินซือจึงตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้เธอ แล้วส่งหญิงสาวไปโรงเรียนอย่างกระตือรือร้น
ลู่ฉิวเยว่เหนื่อยเกินกว่าจะสนใจเขา เธอปิดประตูรถแล้วก็เดินเข้าไปในโรงเรียนทันที
ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงครึ่ง คนมากมายมาที่โรงเรียนแล้ว เสียงทัพพีกระทบช้อนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ลู่ฉิวเยว่อดทนต่อความเจ็บปวดทั่วร่างกาย เดินช้า ๆ เข้าไปข้างใน พยายามเดินให้เป็นปกติมากที่สุด
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็เห็น “สามทหารเสือ” ที่บอกฉินซือเมื่อคืน ชายร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาสามคนก็เห็นเธอเช่นกัน อีกฝ่ายจึงก้าวเข้ามาหา
ต้องบอกว่าชายหนุ่มรูปงามมีออร่าเปล่งประกาย แม้ในขณะที่เดิน ลู่ฉิวเยว่ก็รู้สึกว่าดวงตาของพวกเขาช่างเปล่งประกาย แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็หม่นแสงลงเล็กน้อย
“คุณลู่” คนที่เดินนำดูร่าเริงมาก เขาทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม ขณะยกแขนเกาะไหล่ของชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ
ลู่ฉิวเยว่ประหลาดใจ “พวกคุณรู้จักฉันเหรอคะ?”
เธอมีชื่อเสียงขนาดนั้นเลยเหรอ?
“เปล่าครับ ผมได้ยินมาว่าคุณเอาชนะหลี่เสิ้งจากชั้นเรียนอาหารอเมริกัน” เขามองเธอด้วยความยินดี เธอไม่รู้ว่าเขาไม่ชอบหลี่เสิ้งมากแค่ไหน “เมื่อวานที่สนามคึกคักมาก เกรงว่าทั้งโรงเรียนจะรู้จักคุณกันหมดแล้วนะครับ”
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะแห้ง ๆ คิดว่าชื่อเสียงแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“พูดเรื่องดีไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดดีกว่า” ชายผู้เงียบขรึมมาโดยตลอด ขมวดคิ้วเข้ม
ชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มขี้เล่นดูเหมือนจะฟังคำพูดของอีกฝ่าย สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที เขายื่นมือออกไป แล้วแนะนำตัวเองอย่างจริงจัง “สวัสดีครับ คุณลู่ ผมชื่อฉางเจวี๋ยครับ”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า “ลู่ฉิวเยว่ค่ะ”
สายตาของเธออดไม่ได้ที่จะเลื่อนไปที่หน้าของชายที่เพิ่งพูด ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าชายคนนี้หน้าคุ้นมาก?
“จุ๊ ทำไมพวกผู้หญิงอย่างคุณ ถึงชอบสไตล์แบบพี่ใหญ่ของผมกันนะ อะไรกัน ผมไม่หล่อพอเหรอครับ?” เมื่อเห็นเธอมองพี่ชายของตน ฉางเจวี๋ยก็เบ้ปาก ราวกับว่าไม่พอใจ
“บ้าน่า นายจะไปเปรียบเทียบกับพี่ใหญ่ทำไม” ชายที่ถูกฉางเจวี๋ยเกาะไหล่ ผลักเขาออกไปด้วยความหงุดหงิด ยิ้มอ่อนก่อนยื่นมือออกมา “สวัสดีครับคุณลู่ ผมชื่อเฉิงโม่หยาง และนี่คือใหญ่ของผม ชื่อสวี่ฉีเซิน อย่ามองว่าเขาเย็นชาเลยนะครับ เขาค่อนข้างอ่อนโยนกับคนที่สนิทด้วย ดูหน้าตาเขาสิครับ เขาหล่อมาก ลงทุนไปรับรองไม่ขาดทุน…”
“ใช่ ใช่ ใช่ พี่ใหญ่ ทำไมทำตัวแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ล่ะ ถ้าไม่รีบทำความรู้จักสาวสวยขนาดนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้พี่จะยังเป็นโสดอยู่!” ฉางเจวี๋ยเจ็บใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้วขึ้น ทำไมสองคนนี้ถึงทำตัวแปลก ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ?
สุดท้ายสวี่ฉีเซินทนไม่ได้อีกต่อไป เขาขมวดคิ้วขัดจังหวะทั้งสองคน “คุณลู่แต่งงานแล้ว พวกนายอย่าไปก้อร่อก้อติก”
“เอ๊ะ? น่าเสียดายจริง ๆ” ฉางเจวี๋ยเหลือบมองลู่ฉิวเยว่อีกสักพัก แล้วเม้มปากด้วยความผิดหวัง
คงจะดีไม่น้อยหากได้คนเก่งแบบนี้มาเป็นพี่สะใภ้ เผื่อว่าคราวหน้าหากไปทะเลาะกับคนอื่น จะได้มีคนมาช่วย
ลู่ฉิวเยว่ทำอะไรไม่ถูก นี่ช่างไร้สาระจริง ๆ
“คุณลู่ ไม่ต้องกังวลหรอก ถ้าพวกเขาไม่ยอมหุบปาก ผมจะกลับไปสั่งสอนพวกเขาเอง” สวี่ฉีเซินพยักหน้าขอโทษ
“ไม่เป็นอะไรค่ะ” ลู่ฉิวเยว่โบกมือ มองหน้าเขาอีกสักพัก แล้วถามอย่างจริงจังว่า “คุณสวี่มาจากไหนเหรอคะ?”
“ผมเป็นคนฝรั่งเศสครับ” สวี่ฉีเซินตอบเบา ๆ
ลู่ฉิวเยว่เลิกคิ้วขึ้น คิดว่าคงจะใช่แล้ว
ก่อนหน้านี้เคยถ่ายรูปหมู่กับอาจารย์มาก่อน และสวี่ฉีเซินก็อยู่ในนั้น ด้วยความที่เขาหล่อมาก เธอจึงแอบมองอยู่นาน
อาจารย์คิดว่าเธออยากรู้อยากเห็น จึงอยากแนะนำเธอให้รู้จัก จำได้ว่าอาจารย์เหมือนจะพูดว่าสวี่ฉีเซิน เป็นเชฟทำขนมชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง
ตอนนั้นเธออยากเจอเขามาก แต่ตอนนี้เธอได้เจอแล้ว
“ฉันเคยไปฝรั่งเศสมาก่อน สวยมากเลยค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ยิ้มหวาน
สวี่ฉีเซินพยักหน้ารับ
ฉางเจวี๋ยผู้ร่าเริงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนถอนหายใจ “คุณลู่ คุณเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดที่ผมเคยเห็นเลยจริง ๆ และยังทำอาหารเก่งและมีความสามารถมาก สมบูรณ์แบบ!”