สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 313 ท่านนายกเทศมนตรีมอบของขวัญ
บทที่ 313 ท่านนายกเทศมนตรีมอบของขวัญ
นายกเทศมนตรีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและยิ่งชื่นชมลู่ฉิวเยว่อยู่ในใจมากขึ้น
ในโลกนี้มีหญิงสาวที่เก่งกาจอย่างเธอไม่มากนัก
“ไม่ต้องหรอก แต่คุณช่วยไปทำอะไรบางอย่างให้ฉันหน่อยสิ” นายกเทศมนตรีส่ายศีรษะให้กับเลขานุการ
ในเวลาเดียวกันนี้ ลู่ฉิวเยว่ก็จัดการเก็บเครื่องปรุงและเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับกระเป๋าสะพายพอดี
“คุณลู่ครับ!” คนขับรถรออยู่ด้านนอกมานานแล้ว เมื่อเห็นหญิงสาวเดินออกมาจากสถานที่จัดงานเขาก็โบกมือเรียก
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มให้ลุงคนขับรถ รีบเปิดประตูและเข้าไปนั่งในรถ “พวกเรากลับบ้านกันเถอะค่ะ”
เธอเหนื่อยมาตลอดทั้งวันแล้ว เธออยากจะกลับบ้านไปพักผ่อน
ลู่ฉิวเยว่นึกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงเพียงเท่านี้ แต่เธอไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอกับใบหน้าที่คุ้นเคยอีกครั้งในวันต่อมา
“เลขาสวี คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?” ลู่ฉิวเยว่กำลังจะเดินทางไปที่ร้านอาหารของตัวเองเพื่อตรวจสอบตามปกติ แต่เมื่อเธอเปิดประตูบ้านออกไป เธอก็ได้พบกับเลขานุการประจำตัวท่านนายกเทศมนตรียืนรออยู่ก่อนแล้ว
เลขาสวีหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ท่าทีที่เขามีต่อหญิงสาวดูจะอ่อนโยนมากขึ้น “ท่านนายกเทศมนตรี บอกว่าคุณมีส่วนสำคัญในการเจรจาธุรกิจเมื่อวานนี้ ท่านจึงสั่งให้ผมนำของขวัญมามอบให้คุณครับ”
ลู่ฉิวเยว่ทั้งประหลาดใจและมีความสุข รีบขอบคุณอย่างรวดเร็ว “ท่านนายกเทศมนตรีใจดีจังเลยค่ะ ต้องรบกวนเลขาสวีอุตส่าห์เดินทางมาถึงที่นี่เชียว”
เลขาสวียิ้มกว้าง “ไม่เป็นไรหรอกครับ นี่คือหน้าที่ที่ผมต้องทำอยู่แล้ว คุณลู่ช่วยตามผมไปรับของขวัญหน่อยได้ไหมครับ?”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้าและเดินตามเขาออกไปด้านนอก แต่เธอก็ยังรู้สึกสับสนเล็กน้อยอยู่ดี
นายกเทศมนตรีเตรียมของขวัญอะไรให้เธอกันนะ? ทำไมถึงเอาไปมอบที่บ้านไม่ได้ ลู่ฉิวเยว่ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินออกไปเพื่อรับของขวัญ
แต่อย่างไรก็ตาม ลู่ฉิวเยว่ก็ได้รู้แล้วว่าเพราะเหตุใดของขวัญถึงนำไปส่งมอบที่บ้านไม่ได้
เมื่อเห็นรถยนต์คันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามา ลู่ฉิวเยว่ก็เดาอะไรบางอย่างได้ทันที
รถยนต์คันนั้นรับเธอตรงไปยังร้านอาหารของเธอเอง
“เชิญลงมาจากรถก่อนครับ คุณลู่” รถยนต์แล่นมาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารของลู่ฉิวเยว่อย่างช้า ๆ และเลขาสวีก็เดินไปช่วยเปิดประตูให้เธอ
ในแววตาของลู่ฉิวเยว่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าของขวัญที่เลขาสวีพูดถึงนั้นจะเป็นอะไร ฉันแทบรอไม่ไหวแล้วค่ะ”
เลขาสวียิ้มอย่างมีความสุข ยกมือตบหน้าอกตัวเองและรับปากว่า “ของขวัญชิ้นนี้จะต้องประทับใจคุณลู่อย่างแน่นอนครับ”
เมื่อพูดจบแล้ว เขาก็จ้องมองไปทางมุมถนน แล้วในไม่ช้า รถบรรทุกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
รถบรรทุกคันนั้นแล่นเข้ามาจอดหน้าร้านอาหารของลู่ฉิวเยว่ พ่อครัวสองคนนำแผ่นป้ายเชิดชูเกียรติลงมาจากรถ บนแผ่นป้ายนั้นสลักตัวอักษรคำว่า ‘ครัวฉิวเยว่’ เห็นเด่นชัดแต่ไกล
“ท่านนายกเทศมนตรีบอกว่าถือเป็นเกียรติแก่เมืองของเราอย่างยิ่งที่มีสุดยอดแม่ครัวอย่างคุณลู่มาอยู่ในเมืองของเรา ผมหวังว่านับจากนี้เป็นต้นไป ธุรกิจของคุณจะมีอนาคตที่สดใสและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองของเราอย่างต่อเนื่อง ผมจึงได้นำแผ่นป้ายเชิดชูเกียรติจากท่านนายกเทศมนตรีมามอบให้กับคุณในวันนี้” เลขาสวีพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความชื่นชมลู่ฉิวเยว่และแฝงความเคารพเอาไว้ไม่น้อยเช่นกัน
หลายปีที่ผ่านมา มีเจ้าของกิจการไม่มากนักที่จะได้รับแผ่นป้ายเชิดชูเกียรติเช่นนี้ ลู่ฉิวเยว่อายุยังไม่เท่าไหร่ แต่ได้รับการเอ็นดูจากนายกเทศมนตรีมากมายถึงเพียงนี้ เธอจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน
ลู่ฉิวเยว่ทั้งตกตะลึงและมีความสุข รีบขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความตื้นตันใจ “ท่านนายกเทศมนตรียกย่องฉันเกินไปแล้วค่ะ เลขาสวี ฝากขอบคุณท่านด้วยนะคะ บอกท่านว่าฉันไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรกับของขวัญชิ้นนี้ดี ฉันรู้สึกมีความสุขมากจริง ๆ”
เลขาสวีหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ “ได้เลยครับ”
ลู่ฉิวเยว่ยืนยันให้เขาอยู่รับประทานอาหารก่อนค่อยเดินทางกลับ เลขาสวีไม่ได้ปฏิเสธ ดังนั้น เขาจึงถือโอกาสนี้อยู่รับประทานอาหารในร้านของเธอ
และเมื่อได้รับประทานอาหารฝีมือของลู่ฉิวเยว่ เลขาสวีก็รู้สึกอยากจะสนับสนุนเธอมากขึ้น เขาถึงกับรับปากว่าจะช่วยแนะนำลูกค้าให้เธออีกด้วย
เมื่อเลขาสวีเดินทางกลับไปแล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็เดินกลับเข้าไปในร้านอาหาร เธอไม่สามารถละสายตาไปจากแผ่นป้ายเชิดชูเกียรติได้เลย ยิ่งเธอมองมันมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจมากเท่านั้น
นี่คือแผ่นป้ายเชิดชูเกียรติจากท่านนายกเทศมนตรี ถ้านำมาแขวนไว้ที่ร้าน ก็จะต้องได้รับความสนใจจากทุกคนอย่างแน่นอน
“เจ้านายครับ ให้เอาป้ายไปแขวนหน้าร้านเลยไหมครับ?” ลูกจ้างในร้านไม่เคยเห็นแผ่นป้ายเชิดชูเกียรติด้วยตาของตัวเองมาก่อน พวกเขาจึงรู้สึกตื่นเต้นจนไม่มีอารมณ์ทำงานอีกแล้ว ทุกคนต่างก็รีบเดินมาดูแผ่นป้ายเชิดชูเกียรติ
ลู่ฉิวเยว่ส่ายหน้า แล้วหันกลับไปเลือกลูกจ้างที่ท่าทางแข็งแรงมาสองคน “พวกนายช่วยยกป้ายนี้กลับไปที่บ้านของฉันหน่อย ระวังอย่าทำตกเชียวนะ”
ชายหนุ่มทั้งสองที่ถูกเรียกตัวรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที แต่พวกเขาก็ยืดอกขึ้นรับปากด้วยความมั่นใจ “หายห่วงได้เลยครับเจ้านาย แผ่นป้ายเชิดชูเกียรติแผ่นนี้จะไม่มีรอยขีดข่วนเด็ดขาด”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า “ดีมาก”
หลังจากนั้น เธอก็ขอให้คนขับรถช่วยส่งพวกเขากลับไปที่บ้านของเธอ
ตอนที่เลขาสวีมาส่งมอบแผ่นป้ายเชิดชูเกียรตินั้นเป็นตอนเที่ยงพอดี ที่ร้านอาหารมีลูกค้าหนาแน่น หลายคนเห็นเหตุการณ์นี้ ในไม่ช้า เรื่องที่ว่าลู่ฉิวเยว่ได้รับแผ่นป้ายเชิดชูเกียรติจากนายกเทศมนตรีก็ถูกเล่าขานไปทั่วเขตชุมชนในทันที
ร้านอาหารของเธอยิ่งมีลูกค้ามากขึ้นและมากขึ้น ทุกคนต่างก็อยากจะมาเห็นว่าร้านอาหารที่นายกเทศมนตรีชื่นชมนั้นเป็นอย่างไร
ในขณะนี้ ลูกจ้างในร้านอาหารกำลังยุ่งมากและหน้าที่ของพวกเขาก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
ลู่ฉิวเยว่ใช้เวลาขบคิดอยู่เล็กน้อย ก็ตัดสินใจจะไปแจ้งเรื่องนี้ให้พ่อแม่รับทราบ ดังนั้น ในตอนบ่ายเธอจึงเดินทางไปพร้อมกับฉินซือ
เมื่อเธอใช้กุญแจไขประตูบ้านเปิดเข้าไป หญิงสาวก็พบเห็นคุณแม่ลู่กำลังพรวนดินในแปลงดอกไม้
“แม่คะ หนูกลับมาแล้ว”
“ฉิวเยว่ เมื่อวานลูกไปจัดงานเลี้ยงให้ท่านนายกเทศมนตรีมาใช่ไหม? ทำไมวันนี้ไม่พักผ่อนอยู่กับบ้านล่ะ?” เมื่อได้ยินเสียงของลู่ฉิวเยว่ คุณแม่ลู่ก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะโยนเสียมในมือทิ้งไป
“วันนี้หนูมีข่าวดีจะมาบอกพ่อกับแม่” ลู่ฉิวเยว่รีบเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถปิดบังความดีใจในแววตาได้อีกแล้ว
“ข่าวดีอะไรกันจ๊ะ?” คุณแม่ลู่ถามด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกสาวของเธอจะมีความสงบสุขุมเสมอ อะไรกันนะที่ทำให้ลู่ฉิวเยว่สามารถตื่นเต้นได้ขนาดนี้?
ลู่ฉิวเยว่ยิ้มออกมาอย่างเป็นปริศนา “ข่าวดีแบบนี้เราต้องรอประกาศตอนทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสิคะ พวกเราออกไปซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารกันดีกว่า เดี๋ยวตอนอาหารค่ำ หนูจะบอกให้ทุกคนได้รู้เอง”
เมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ยอมบอกสักที คุณแม่ลู่ก็ไม่รู้ว่าจะโกรธหรือเอ็นดูมากกว่ากัน เธอได้แต่พยักหน้ารับปากว่า “จะเอาอย่างนั้นก็ได้ งั้นพวกเราไปที่ตลาดกันเลยดีกว่า”
ในระหว่างที่สองแม่ลูกออกไปซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารที่ตลาด ฉินซือก็โทรศัพท์ไปตามพ่อแม่ของหวังเซวียนเซวียนให้มารับประทานอาหารค่ำด้วยกัน
ในค่ำวันนั้น ลู่ฉิวเยว่ประกาศเรื่องป้ายเชิดชูเกียรติจากนายกเทศมนตรีให้ทุกคนได้รับทราบ
“ป้ายเชิดชูเกียรติจากท่านนายกเนี่ยนะ?” คุณแม่หวังตกตะลึง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่สูงสุดที่เธอเคยพบเจอในชีวิตนี้ก็คือนายอำเภอ และเธอก็แค่เห็นจากไกล ๆ ในวันเปิดโรงงานของลู่ฉิวเยว่เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง คำว่านายกเทศมนตรีจึงทำให้เธอตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ใช่แค่คุณแม่หวังเท่านั้น แต่พ่อแม่ของลู่ฉิวเยว่ก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
“มิน่าล่ะลูกถึงอยากให้พวกเรามารวมตัวกัน ที่แท้มันก็เป็นข่าวดีนี้นี่เอง” คุณแม่ลู่รู้สึกเหมือนความฝันกลายเป็นความจริง เธอปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง
ต้องเข้าใจก่อนว่าในชีวิตของประชาชนคนธรรมดา การติดต่อกับท่านนายกเทศมนตรีแทบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะ ก่อนจะจิบน้ำชาให้ชุ่มคอ “ในช่วงนี้ ข่าวเรื่องที่ร้านหนูได้รับป้ายเชิดชูเกียรติจากท่านนายกเทศมนตรีกระจายออกไปได้ยังไงไม่รู้ แค่วันนี้วันเดียวก็มีลูกค้าเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายของเรามากกว่าเดือนที่แล้วถึงสองเท่าเชียวค่ะ!”
เรื่องนี้ยิ่งทำให้บรรดาผู้อาวุโสประหลาดใจมากยิ่งขึ้น
“ลูกว่าอยากจะขยายสาขาร้านอยู่พอดีไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ใช้โอกาสนี้เพิ่มความนิยมของร้านไปเลยล่ะ” คุณพ่อลู่ให้คำแนะนำ
“จริงด้วย ตอนนี้เธอกำลังดังแล้ว ต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ดี” คุณพ่อหวังก็พยักหน้าเห็นด้วย