สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 297 เริ่มการสอบ
บทที่ 297 เริ่มการสอบ
หลังอาหารเย็น ลู่ฉิวเยว่และฉินซือก็ขึ้นรถกลับบ้านด้วยกัน สองสามวันต่อมา เธอไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย เพราะตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน
ไม่นานก็มาถึงวันพุธ ซึ่งเป็นวันสอบที่ทางโรงเรียนประกาศ
ลู่ฉิวเยว่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เพื่อที่จะได้ตื่นขึ้นมาตอนหกโมงเช้า เธอพลิกตัวและต้องการกอดฉินซือเหมือนทุกวัน แต่เธอก็พบว่าข้างกายว่างเปล่า
ทันใดนั้นเธอก็ลืมตาขึ้น แล้วเหลือบมองบนเตียงข้างเธอ มันว่างเปล่าจริง ๆ
“รีบลุกไปอาบน้ำได้แล้วครับ” ประตูถูกเปิดจากด้านนอก ฉินซือถือไม้พายเหมือนพ่อบ้าน และสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายการ์ตูนที่ลู่ฉิวเยว่ชอบใช้เมื่อก่อน
ลู่ฉิวเยว่หัวเราะ ก่อนใช้หลังมือลูบหน้าตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย เพราะเพิ่งตื่น “ฉินซือ ทำไมคุณตื่นเช้าขนาดนี้ล่ะคะ?”
“คุณแม่บอกว่าอยากให้คุณกินอะไรดี ๆ ก่อนสอบ จะได้โชคดีเมื่อทำข้อสอบ” ฉินซือยิ้ม แล้วเดินกลับไปที่ห้องครัว
คำพูดนั้นทำให้ลู่ฉิวเยว่หัวเราะ
ชายคนนี้พูดทุกวันว่าไม่เชื่อเรื่องผีและเทพเจ้า ทำไมตอนนี้เขาถึงได้เชื่อเรื่องโชคลางขนาดนี้?
เมื่อลู่ฉิวเยว่อาบน้ำเสร็จและเดินออกจากห้อง ฉินซือก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว
“มานั่งตรงนี่สิครับ” เขาตบเก้าอี้ข้าง ๆ แล้วดึงเก้าอี้ออกมาให้เธอ
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า แล้วนั่งลงเงียบ ๆ จิตใจของเธอเต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือนของระบบ
“แต้มความพึงพอใจ +100”
เธอแปลกใจเล็กน้อยขณะกินโจ๊ก นับตั้งแต่แต่งงาน เธอก็พบว่าแต้มความพึงพอใจเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปหน่อย
เมื่อก่อนแต้มความพึงพอใจบางส่วน จะเกิดขึ้นจากการทำอาหารอร่อย ๆ ให้คนอื่นกิน ไม่คาดคิดว่าหลังจากแต่งงานแล้ว แต้มความพึงพอใจไม่ได้เกิดขึ้น เมื่อเธอทำอาหารให้ฉินซือเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตอนที่ฉินซือทำอาหารให้เธอด้วย บางครั้งเธอก็ได้แต้มความพึงพอใจ เมื่อหอมแก้มเขาด้วย
ฉินซือ… มีความสุขที่ได้ทำอาหารให้เธอเหรอ?
ลู่ฉิวเยว่มองใบหน้าหล่อเหลาของชายที่นั่งฝั่งตรงข้าม แล้วอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้
“คุณหัวเราะทำไม?” ฉินซือสับสน
ลู่ฉิวเยว่อารมณ์ดี จึงหยอกล้อเขา “ก็คุณทำตัวน่ารักน่ะซิคะ”
“ผู้ชายจะพูดว่าน่ารักได้ยังไงครับ!” ฉินซือหน้ามุ่ยทันที ราวกับว่าไม่พอใจมาก
“แต้มความพึงพอใจ +160”
…แต่คุณก็ชอบมันอยู่ดี
ฉินซือไม่รู้ว่าความรู้สึกของเขาถูกเปิดเผย หลังอาหารเช้า เขาขับรถพาลู่ฉิวเยว่ไปส่งที่โรงเรียน
“แล้วเจอกันค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ลงจากรถพร้อมกระเป๋านักเรียน จากนั้นโบกมืออย่างสบายอารมณ์ แล้วรีบเดินเข้าไปในโรงเรียนเหมือนคนอื่น ๆ
อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันสอบ ทุกคนจึงมากันแต่เช้า ทันทีที่เข้ามาในโรงเรียน เธอเห็นผู้คนมากมายยืนอ่านหนังสืออยู่ตามมุมต่าง ๆ ของโรงเรียน
ลู่ฉิวเยว่ไม่ได้อ่าน เธอค่อย ๆ จิบนมถั่วเหลืองในถ้วย
ไม่นาน ประตูห้องเรียนแต่ละห้องก็เปิดออก ลู่ฉิวเยว่ตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งของต้องห้ามบนตัว แล้วจึงเดินเข้าไปที่ห้องสอบของเธอ
ห้องสอบเงียบสงบ ทันทีที่เสียงประกาศด้านนอกดังขึ้น อาจารย์ก็หยิบกระดาษข้อสอบจำนวนหนึ่งมาแจก
วิชาแรกคือคณิตศาสตร์ สำหรับผู้สอบในยุคนี้ การสอบคณิตศาสตร์เป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวเสมอ ลู่ฉิวเยว่รู้สึกได้ว่าเพื่อนร่วมชั้นชายที่อยู่ตรงหน้าเธอตัวสั่น
เธออดไม่ได้ที่จะลูบหน้าผากตัวเอง ชายคนนี้กังวลเกินไป
เมื่อลู่ฉิวเยว่ได้รับข้อสอบ เธอไม่รีบตอบคำถาม แต่อ่านคำถามในข้อสอบคร่าว ๆ แทน
จากนั้นเลิกคิ้วขึ้น แววตาฉายแววมั่นใจ
ความรู้ยังคงเหมือนความรู้ของคนรุ่นต่อไป แต่โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ในยุคนี้ ยังขาดการพลิกแพลงอยู่บ้าง เธอรู้สึกว่าความยากนั้นน้อยกว่าการพลิกแพลงโจทย์ปัญหาของคณิตศาสตร์รุ่นหลัง ๆ มาก และคำตอบก็แทบจะเห็นได้ทันที เพียงแค่มองปราดเดียว
เธอเม้มปาก แล้วนั่งคำนวณอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ตอบคำถามหลายข้อได้
ห้องสอบเงียบสงบ เมื่อตอบไปได้ครึ่งหนึ่ง จู่ ๆ ลู่ฉิวเยว่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ จึงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น ลูกบอลกระดาษก็ลอยข้ามโต๊ะมาหา ลู่ฉิวเยว่เม้มปาก แล้วเปิดออกดู เมื่อเธอเห็นคำตอบข้างใน หน้าเธอก็บึ้งตึงทันที
เธอรู้สึกไม่ดีในใจทันที
แน่นอนว่าภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนอันโกรธเกรี้ยวดังมาจากด้านหลัง “บอกแล้วไงว่าอย่าโกง! เธอกำลังทำอะไรอยู่!”
ทันใดนั้น อาจารย์สอนคณิตศาสตร์ที่คุมสอบก็ก้าวเข้ามา หยิบลูกบอลกระดาษขึ้นมา คลี่ออก แล้วมองดูลู่ฉิวเยว่ด้วยสายตาเยาะเย้ย และเอื้อมมือไปยึดกระดาษข้อสอบบนโต๊ะของเธอ
“สิ่งนี้ไม่ใช่ของหนูค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ขมวดคิ้ว แล้วกดกระดาษข้อสอบลงกับโต๊ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอหยิบไปได้
“ของอยู่ในมือเธอ ถ้าไม่ใช่ของเธอแล้วเป็นของใคร!” อาจารย์กัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แล้วหันไปมองคนรอบตัวอย่างดุร้าย “ถ้าฉันรู้ว่าใครส่งมันให้เธอ ฉันจะลงโทษขั้นรุนแรง!”
เมื่อเห็นว่ากระดาษข้อสอบกำลังจะขาด ลู่ฉิวเยว่จึงต้องปล่อยมือ จากนั้นลุกขึ้นพูดว่า “หนูบอกว่ามันไม่ใช่ของหนู อาจารย์ ทำไมอาจารย์ไม่ฟังคำอธิบายของหนูเลยล่ะคะ! อาจารย์คิดว่าสามารถตัดสินใครบางคนว่าโกง โดยไม่ต้องตรวจสอบก่อนได้เหรอคะ? ทำไมอาจารย์ถึงทำสิ่งที่ตำรวจยังทำไม่ได้เลยล่ะคะ?”
อาจารย์สอนคณิตศาสตร์อึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างมั่นใจ “ฉันเห็นเธอเปิดอ่านแล้ว! เธอยังเถียงอยู่อีก ถ้าตั้งใจเรียน ตั้งแต่แรก ทำไมต้องแอบส่งคำตอบกันระหว่างสอบด้วย…”
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกเหมือนจะเป็นลม เพราะตรรกะไร้เหตุผลของคนคนนี้ เธอหมดความอดทน จึงพูดประชดว่า “ข้อสอบที่มีความยากแค่นี้ ยังต้องมีการลอกกันอีกเหรอคะ? แล้วคำตอบหลายข้อในบันทึกนี้ก็ผิดด้วย ในเมื่อหนูหาคำตอบที่ถูกต้องได้เอง แล้วทำไมต้องลอกคำตอบที่ผิดเพื่อซ่อนเร้นความสามารถตัวเองด้วยล่ะคะ?”
หลังจากพูดจบ เธอก็มองไปยังผู้คนรอบตัว “แม้ความสามารถจะมีแค่นี้ แต่ก็ยังจะส่งคำตอบให้คนอื่นลอกอีก บางทีอาจมีคนจงใจหาเรื่องก็ได้ค่ะ”
“เธอบอกฉันมาสิว่าคำตอบไหนผิดบ้าง” อาจารย์หัวเราะเยาะ รู้สึกว่านักเรียนใช้เรื่องนี้ เพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบและความยุ่งวุ่นวาย
เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนักเรียนหญิงคนนี้ น่าจะแค่พยายามหลอกเธอ
คนแบบนี้ไม่มีวันเรียนรู้ได้ดี และจะกลายเป็นขยะสังคมในอนาคต
“ตรงนี้ ตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้” ลู่ฉิวเยว่ชี้ไปหลายจุด
อาจารย์ลองเปรียบเทียบดู และพบว่าคำตอบในบันทึกนั้นผิด แต่คำตอบในข้อสอบของลู่ฉิวเยว่นั้นถูกต้องจริง
เธอตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่เชื่อ “คนที่ไม่มาเข้าเรียนทุกวันอย่างเธอจะตอบถูกได้ยังไง คำถามเหล่านี้ง่าย ๆ บางทีเธออาจรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ส่วนหลังเป็นคำถามที่ยากขึ้น เธอรับรองได้เหรอว่าจะไม่ลอกจากบันทึกที่ได้รับมา”
เธอมองลู่ฉิวเยว่ด้วยสีหน้าเยาะเย้ย เหมือนกับสารภาพให้เธอไปแล้ว
เธอไม่ชอบนักเรียนคนนี้มานานแล้ว คงจะเรียนไม่เก่ง เพราะขาดเรียนทุกวัน และไม่เคารพเธอเลย
ตอนนี้ลู่ฉิวเยว่หน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธจริง ๆ ความอ่อนโยนของเธอหายไปทันที เหลือเพียงความเย่อหยิ่งและความเฉียบแหลม “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นขอชุดคำถามที่ยากกว่านี้มาให้หนู แล้วหนูจะทำให้อาจารย์ดูเอง หนูมั่นใจว่าจะทำถูกทุกข้อค่ะ!”
ไม่ใช่ว่าเธอทะนงตัวเกินไป แต่คำถามที่อาจารย์ให้มานั้นไม่ยากเลยจริง ๆ บางครั้งจึงสามารถตอบคำถามในชั้นเรียนได้อย่างง่ายดาย นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ลู่ฉิวเยว่ไม่ค่อยกระตือรือร้นในการเข้าเรียน