สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 277 เฉินเซินสั่งสอนหลี่เฉียง
บทที่ 277 เฉินเซินสั่งสอนหลี่เฉียง
ทันทีที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่ง กำลังด่าทอด้วยความโกรธจากปลายสาย “หลี่เฉียง คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า ถึงไปยั่วยุผู้หญิงบ้าคนนั้น อยากจะทำให้ผมเดือดร้อนใช่ไหม…”
ถ้าหลี่เฉียงไม่ได้บอกว่าลู่ฉิวเยว่เป็นเพียงนักธุรกิจธรรมดา เขาคงไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับใบอนุญาตก่อสร้างของคนอื่น ไม่ต้องพูดถึงนายอำเภอเลย
ตอนนี้เขาถูกลงโทษแล้ว และคงไม่มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งอีกต่อไปในชีวิตนี้
สำหรับเฉินเซินผู้หลงใหลอำนาจ นี่เหมือนสายฟ้าลูกใหญ่ที่ฟาดใส่เขาอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อนึกถึงอนาคตที่น่าหดหู่ เขาก็รู้สึกไม่พอใจหลี่เฉียงมากยิ่งขึ้น
มันเป็นความผิดของอีกฝ่ายทั้งหมด ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้ที่ไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็น
หลี่เฉียงอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วหลังจากตกงาน เมื่อถูกด่าตอนนี้อีก เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้น แต่อูฐผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า*[1] สุดท้ายอีกฝ่ายก็เป็นเจ้าหน้าที่ เขาจึงไม่อาจทำให้ขุ่นเคืองได้ เขาจึงต้องจำใจระงับความโกรธ แล้วขอโทษอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด
เฉินเซินเพิ่งถูกนายอำเภอตำหนิมา ตอนนี้เขาจึงโกรธมาก ไม่มีใครอยากฟังสิ่งที่เขาพูด จนเขาอยากจะตะโกนด่าสาปแช่ง
ในที่สุดหลี่เฉียงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาวางสายโทรศัพท์
ปลายสาย เฉินเซินเกือบจะพังบ้าน เมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายวางสายใส่เขา
ไอ้เวรนี่กล้าวางสายใส่เขาได้อย่างไร! เขากล้าดีอย่างไร!
ในอีกไม่กี่วันต่อมา ชีวิตของหลี่เฉียงก็ไม่เคยสงบสุขอีกต่อไป เพราะเฉินเซินโทรมาที่บ้านทุกวันเพื่อด่าทอ คำพูดหยาบคายของเขาทำให้อับอายและรำคาญ
สุดท้ายไม่ว่าโทรศัพท์จะดังแค่ไหน คนที่บ้านเขาก็ไม่เต็มใจจะรับสาย
หลี่เฉียงคิดว่าเรื่องจะจบลงตรงนี้ แต่เขาไม่คาดคิดว่าเฉินเซินจะบ้าคลั่ง ถึงขนาดสั่งให้คนไปที่ร้านผักดองของคุณแม่หลี่ เพื่อก่อปัญหาด้วยการทุบโหลแก้วจนแตกกระจาย
สมาชิกทั้งสามของตระกูลหลี่โกรธมาก แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร พวกเขาจึงต้องปิดร้านชั่วคราว
ทันทีที่จัดการกับเฉินเซินเสร็จแล้ว โจวเวยหยางก็โทรหาลู่ฉิวเยว่ไม่หยุด
“ฉิวเยว่ ผมเอง โจวเวยหยางครับ”
ลู่ฉิวเยว่ไม่แปลกใจเลยเมื่อเธอรับสาย น้ำเสียงของเธออ่อนโยน “นายอำเภอโจว ไม่ทราบว่าต้องการอะไรเหรอคะ?”
“ผมได้จัดการกับเรื่องเฉินเซินแล้ว เขาถูกลงโทษอย่างหนัก ต่อไปเขาจะไม่กล้าแตะต้องโรงงานของคุณอีกครับ คุณคิดว่าอย่างไรครับ?” โจวเวยหยางกระแอม แววตาฉายแววกังวล
หากลู่ฉิวเยว่ไม่ต้องการกลับมา และไปซื้อที่ดินที่อำเภอข้างเคียงจริง ๆ เขาคงจะอับอายมาก นายอำเภอของอำเภอข้างเคียงอาจหัวเราะเยาะเขาไปอีกหลายปี
คนที่รักหน้าตาตัวเองอย่างโจวเวยหยาง จะเต็มใจยอมแพ้ได้อย่างไร?
ลู่ฉิวเยว่กะพริบตา แล้วตอบตกลงอย่างว่าง่าย “สำหรับเรื่องนี้ ต้องขอบคุณนายอำเภอโจวมากนะคะ ฉันยังคิดว่าเขตเมืองใหม่ในอำเภอนี้ดีที่สุดค่ะ”
เดิมทีเธอเพียงต้องการสอนบทเรียนให้เฉินเซิน ที่ดินในอำเภอนี้เหมาะสำหรับสร้างโรงงานที่สุด ดังนั้นเธอจึงไม่ได้คิดจะล้มเลิกจริง ๆ
โจวเวยหยางโล่งใจ “ครับ”
หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็เห็นฉินซือเข้ามาใกล้
เธอกัดองุ่นที่เขายื่นเข้าปากเธอ น้ำหวานฉ่ำระเบิดในปาก
“องุ่นนี้อร่อย” ลู่ฉิวเยว่เม้มปาก แล้วหยิบองุ่นอีกหนึ่งลูกใส่ปาก
ฉินซือพยักหน้า วางแผนในใจว่าจะนำบางส่วนไปฝากพ่อตาและแม่ยาย เมื่อกลับไปเยี่ยม
“คุณจะกลับไปเมื่อไหร่?” เขาบีบแก้มสวยเนียนนุ่มของลู่ฉิวเยว่
ธุระของลู่ฉิวเยว่เสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ ดอกไม้ในเมืองบานสะพรั่งในวันนี้พอดี ทั้งสองจึงตกลงที่จะอยู่ที่นี่อีกหนึ่งวัน เพราะจะได้เพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ข้างนอก
“พรุ่งนี้เช้าค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ตอบอย่างไม่ลังเล และนั่งพิงเขา
เธอเสียเวลาไปมาก ในการพยายามสอนบทเรียนให้กับเฉินเซิน แต่ตอนนี้เธอต้องรีบสร้างโรงงาน
ฉินซือพยักหน้า ช่วงนี้เขาก็มีงานเยอะมาก ถึงเวลากลับไปทำงานแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองขับรถกลับไปที่เมืองหลวง ทันทีที่ไปถึงประตูบ้าน พวกเขาก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างนอก ลู่ฉิวเยว่มองเขา แล้วรู้สึกว่าคุ้นหน้าอีกฝ่าย
“คุณคือผู้ช่วยนายอำเภอโจวใช่ไหมคะ?” ลู่ฉิวเยว่กะพริบตา ในที่สุดก็นึกออก แต่ก็ยังสงสัย
เสี่ยวหยางยิ้มกว้าง แล้วส่งใบรับรองในมือให้เธอ “คุณลู่ นี่คือใบอนุญาตก่อสร้างของคุณครับ นายอำเภอโจวสั่งให้ผมนำมาส่งให้ครับ ท่านบอกว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต คุณสามารถบอกท่านได้ทันทีเลยครับ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ เข้ามาดื่มชาสักแก้วก่อนกลับไหมคะ?” ลู่ฉิวเยว่เอื้อมมือไปรับ แล้วเปิดออกดู ก่อนจะเชิญเขาอย่างเป็นมิตร
เสี่ยวหยางหัวเราะ แล้วตอบว่า “คุณลู่ ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้ยังเป็นเวลาทำงานของผมเลยอยู่ที่นี่นานไม่ได้ครับ” พูดจบ เขาก็โบกมือแล้วเดินลงไปชั้นล่าง
ลู่ฉิวเยว่เดินตามฉินซือเข้าประตูไป ทันทีที่เธอเข้าไป เธอก็หยิบโทรศัพท์มาโทรหาบุคคลที่รับผิดชอบทีมงานก่อสร้าง
เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นดีใจเมื่อได้รับโทรศัพท์ “คุณลู่ เริ่มก่อสร้างได้เลยไหมครับ?”
ครั้งล่าสุดตกลงกันว่าจะเริ่มก่อสร้างในวันจันทร์ แต่ตอนนี้เป็นวันพุธแล้ว เพื่อนร่วมทีมของเขาต่างก็พึ่งพางานนี้เพื่อหาเลี้ยงชีพ ไม่กี่วันมานี้งานน้อยลง ทำให้เงินน้อยลงมาก ถ้าคุณแม่หวงไม่ได้รับรองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าลู่ฉิวเยว่จะไม่โกหก เขาก็คงจะพาสมาชิกในทีมไปรับงานอื่นแล้ว
“ตามนั้นเลยค่ะ ไม่ได้เอาวัสดุบางส่วนออกใช่ไหมคะ วันนี้คุณไปทำความคุ้นเคยกับสถานที่ แล้วพรุ่งนี้ก็เริ่มสร้างเลยค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ตอบกลับ แล้ววางสายอย่างรวดเร็ว
เธอไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ในสถานที่ก่อสร้างมากนัก ลู่ฉิวเยว่จึงไม่ค่อยได้ไปดูแลงานบ่อย ๆ เธอเพียงแต่พาผู้เชี่ยวชาญไปที่นั่น เพื่อตรวจสอบเป็นครั้งคราวให้แน่ใจว่าไม่มีการทุจริต และไม่มีอันตรายในการก่อสร้าง
เธอทุ่มเทไปกับการสรรหาบุคลากรครั้งต่อไปมาก
ที่บ้าน
“พี่สาว ผมติดประกาศเสร็จแล้ว ยังมีอะไรอีกไหมครับ?” ในช่วงบ่าย หวังเซวียนเซวียนเดินเข้ามาในสภาพเหงื่อท่วมตัว เขารินชาสมุนไพรหนึ่งถ้วย แล้วกระดกเข้าปาก
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาไม่ค่อยมีงานทำมากนัก จึงมาช่วยลู่ฉิวเยว่ติดประกาศรับสมัครงานตามท้องถนน
ลู่ฉิวเยว่วางปากกาในมือลง เธอรู้สึกสงสารเมื่อเห็นเขาเหนื่อยหอบ “ฉันคิดว่ามันเกือบจะเสร็จแล้ว แค่นั้นแหละ นายไปพักผ่อนเถอะ”
ขณะเดียวกันก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย
ขณะนี้ร้านอาหารกำลังเปิดสาขาเพิ่มขึ้น พนักงานจึงต้องตามให้ทัน โดยเฉพาะพ่อครัวแม่ครัวที่ต้องได้รับการฝึกอบรมล่วงหน้าเป็นเวลานาน
เรื่องที่น่าหนักใจของลู่ฉิวเยว่ไม่ใช่เรื่องคนทำอาหาร แต่เป็นเรื่องครูสอนภาษาอังกฤษ
เนื่องจากร้านอาหารกำลังจะเปิดสาขาใหม่ และบางส่วนต้องร่วมมือกับมิสเตอร์เต๋อ การศึกษาภาษาอังกฤษจึงขาดไม่ได้
แต่ยุคนี้มีคนรู้ภาษาอังกฤษน้อยมาก ส่วนใหญ่ก็รู้เพียงแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
โชคดีที่หลังจากนั้นไม่กี่วัน หลายคนที่รู้ภาษาอังกฤษก็มาที่ร้านอาหารทีละคน
ลู่ฉิวเยว่เลือกคนสองสามคนที่ดูมีความรับผิดชอบ และพูดภาษาอังกฤษได้ดีเพื่ออยู่ต่อ
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่น่าเบื่อในการสรรหาพนักงานแล้ว ลู่ฉิวเยว่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรู้สึกมีความสุข
ฉินซือบังเอิญออกมาจากห้องครัว พร้อมน้ำผลไม้หนึ่งแก้ว เมื่อเห็นท่าทางของเธอ เขาก็เลิกคิ้ว “มีอะไรน่ายินดีเหรอ ดูมีความสุขจังเลย”
“รับพนักงานครบแล้วค่ะ”
“เป็นเรื่องที่ควรจะมีความสุขจริง ๆ” ฉินซือเม้มปาก แล้ววางน้ำผลไม้ลงบนโต๊ะกาแฟตรงหน้าเธอ “น้ำส้มคั้นสด รสชาติไม่เลว คุณลองดูสิ”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า เอื้อมมือรับมาจิบ
รสหวานกำลังดี มีเนื้อส้มปนเล็กน้อย ทำให้รสชาติอร่อยเข้มข้น
[1] อูฐผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า (瘦死的骆驼比马大) เป็นสำนวน หมายถึง แม้ว่าจะเจอปัญหา แต่ก็ยังมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าอีกหลายคน