สูตรลับแม่ครัวมือทองในยุค80 - บทที่ 264 เจียงฉี่ช่วยลู่ฉิวเยว่
บทที่ 264 เจียงฉี่ช่วยลู่ฉิวเยว่
มีแสงสว่างส่องมาจากระยะไกล การเดินบนถนนที่เงียบสงบเป็นเรื่องน่าพึงพอใจ ลู่ฉิวเยว่หรี่ตามองอย่างเพลิดเพลิน
แต่ก็อารมณ์ดีอยู่ได้ไม่นาน
คนรอบข้างเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อเดินผ่านถนนเปลี่ยว จู่ ๆ พวกอันธพาลที่หยิ่งผยองสามคนก็ปรากฏตัวขึ้น
“สาวน้อย จะไปไหนเหรอ?” หัวโจกผมแดงหัวเราะและผิวปาก
ลู่ฉิวเยว่รู้สึกหนาวสะท้านในใจ ก่อนสบถออกมา แล้วหันหลังวิ่งหนีไป
คนกลุ่มนี้มุ่งเป้ามาที่เธอนานแล้ว พวกเขาจึงไม่ยอมปล่อยเธอไป และเข้ามาล้อมเธอไว้ทันที ชายผมแดงถึงกับเอื้อมมือไปหมายจะแตะใบหน้าเธอ
ลู่ฉิวเยว่คลื่นไส้ เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ฉันรู้จักคนในสถานีตำรวจ ถ้ากล้าแตะต้องฉัน พรุ่งนี้ฉันจะส่งพวกนายเข้าคุกให้หมด!”
พวกอันธพาลมีประสบการณ์ในการทำเรื่องแบบนี้มาก่อน จึงไม่สะทกสะท้านเลย
หลายปีที่ผ่านมา ผู้หญิงหลายคนข่มขู่ แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ต่อมาก็ไม่กล้าแจ้งตำรวจ เพราะอยากเก็บเรื่องไว้เป็นความลับ
“ถ้าทำได้ก็แจ้งเลย” ผมแดงเอื้อมมือออกไป
ก่อนที่เขาจะได้สัมผัสใบหน้าของเธอ จู่ ๆ ก็มีเสียงตะคอกเย้ยหยันดังมาจากด้านหลัง จากนั้นอันธพาลผมแดงก็ถูกต่อยจนลงไปนอนกับพื้น
“รังแกผู้หญิง รนหาที่ตายเหรอ?”
ลู่ฉิวเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเธอเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
พวกอันธพาลเหล่านี้รังแกคนอ่อนแอ แต่หวาดกลัวคนแข็งแกร่ง แม้จะปากกล้า แต่ก็กลัวโดนจับเข้าคุกจริง ๆ เมื่อเห็นว่ามีคนมาก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
“เจียงฉี่ ขอบคุณนะคะ” ลู่ฉิวเยว่กล่าวขอบคุณ
ถ้าเขาไม่บังเอิญผ่านมาพอดี วันนี้คงแย่แน่นอน
เจียงฉี่ส่ายหน้า “เรื่องเล็กน้อยครับ ผมจะพาคุณไปส่งที่บ้านเอง”
ลู่ฉิวเยว่เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้ ตอนนี้เธอยังคงหวาดกลัวอยู่ เธอจึงพยักหน้า “ขอโทษที่ต้องรบกวนคุณนะคะ”
เจียงฉี่หัวเราะเบา ๆ แล้วเดินไปส่งเธอที่บ้าน หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เขาก็ขมวดคิ้วถามว่า “ทำไมคุณกลับบ้านคนเดียวดึกขนาดนี้ แล้วไม่มีใครมารับเลยล่ะครับ?”
ถึงแม้ไม่มีใครมารับ เธอก็น่าจะจ้างรถสามล้อ เธอคนนี้กล้าหาญเกินไปจริง ๆ
“เมื่อกี้ฉันไปทานข้าวเย็นกับเพื่อนที่อยู่แถวนี้น่ะค่ะ” ลู่ฉิวเยว่ปวดหัว “ฉันคิดว่าจะเดินกลับเพราะมันใกล้มาก ไม่คิดว่าจะเจอพวกอันธพาลระหว่างทางแบบนี้”
“คุณต้องระวังตัวนะครับ” เจียงฉี่ขมวดคิ้ว “แถวนี้เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งสองครั้ง”
ลู่ฉิวเยว่พยักหน้า และทั้งสองก็ถึงบ้านภายในไม่กี่นาที
“เข้ามานั่งข้างในก่อนไหมคะ?” เธอชี้นิ้วขึ้นไปชั้นบน
เดิมทีเจียงฉี่ต้องการปฏิเสธ แต่เขานึกอะไรบางอย่างได้ จึงตอบตกลง
“ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว” ฉินซือตระหนักได้ว่าเธอยังไม่กลับมา เขาสวมรองเท้าและกำลังลงมาชั้นล่าง เมื่อเห็นเธอกลับมา
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มในตอนแรกหยุดกะทันหัน เมื่อเห็นชายที่อยู่ข้างเธอ “นายมาที่นี่ทำไม”
เจียงฉี่เยาะเย้ย “ถ้าฉันไม่บังเอิญผ่านมาพอดี ภรรยาของนายคงถูกพวกอันธพาลลักพาตัวไปแล้ว”
ฉินซือตกตะลึง ทันใดนั้นก็มองลู่ฉิวเยว่ด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรหรือเปล่า?”
เขารู้สึกผิดมาก ถ้าเขาไปรับเธอ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น
“เจียงฉี่มาทันเวลาทานอาหารแสนอร่อยพอดี” ลู่ฉิวเยว่ส่ายหน้า แล้วดึงเขาเข้าไปในบ้าน
สุดท้ายเขาก็ได้ช่วยลู่ฉิวเยว่ไว้ ไม่ว่าฉินซือจะไม่ชอบเจียงฉี่มากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถขับไล่เขาออกไปได้ ฉินซือจึงพาเขาเข้ามาอย่างไม่เต็มใจ แล้วเทน้ำหนึ่งแก้วให้
เจียงฉี่ไม่เคยเห็นฉินซือหน้าเสียแบบนี้มาก่อน จึงยิ้มอย่างมีชัย
“ดื่มเสร็จแล้วก็ออกไปเดี๋ยวนี้!” ฉินซือทนไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อเห็นท่าทางภาคภูมิใจของเขา และมองเขาอย่างเย็นชา
“จุ๊ ๆ ฉินซือ นายเก่งเรื่องข้ามสะพานได้แล้วก็รื้อสะพานทิ้ง” เจียงฉี่หัวเราะเบา ๆ โดยไม่รู้สึกอับอายเลยที่ถูกไล่ออกไป และค่อย ๆ จิบน้ำ
ฉินซือยิ้มเยาะ และขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจเขา เขามุ่งความสนใจไปที่การปอกแอปเปิลให้ลู่ฉิวเยว่ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มาป้อนให้เธอกิน
เมื่อเจียงฉี่ถูกเมิน และยังคงเห็นทั้งสองแสดงความรักกัน ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกหมั่นไส้จนไม่สามารถดื่มน้ำต่อได้ เขาจึงจากไปด้วยความหงุดหงิด
“เอาล่ะ อย่าโทษตัวเองเลย ฉันไม่เป็นอะไรจริง ๆ” เมื่อเห็นฉินซือคอตก ลู่ฉิวเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะปลอบเขาพลางลูบไล้ผมของเขา มันแตกต่างจากผมของเธอ เพราะรู้สึกสากมือกว่า
ฉินซือพยักหน้า และตัดสินใจว่าคราวหน้าจะแอบไปรับเธอด้วยตัวเอง แม้ว่าเธอจะปฏิเสธเขาอีกก็ตาม
“นับจากนี้ไป คุณต้องอยู่ห่างจากเจ้าคนไร้ยางอายเจียงฉี่นั่น เขาไม่ใช่คนดี” จู่ ๆ ฉินซือก็ขมวดคิ้ว
ลู่ฉิวเยว่ขบขัน “ทำไมคุณถึงมีปัญหากับเขาตลอด พวกคุณมีความบาดหมางอะไรกัน?”
“อย่ามองแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสุภาพ เพราะความจริงแล้วเขาเป็นคนเลว ไม่ใช่แค่หลงตัวเองเท่านั้น แต่เขายังชอบหลอกลวงผู้หญิงด้วย อย่าไปหลงกลเขานะ” ฉินซือไม่พอใจ เมื่อนึกว่าเจียงฉี่มาทำตัวใกล้ชิดลู่ฉิวเยว่มากขึ้นทุกวัน
ลู่ฉิวเยว่ไม่เคยเห็นเขาหึงหวงและพูดถึงคนอื่นในทางไม่ดีมาก่อน เธอจึงคิดว่าน่าสนใจ เธอแสร้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจงใจหยอกเขาเล่น “เป็นเรื่องจริงที่เจียงฉี่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงมาก”
เดิมทีฉินซือคิดว่าลู่ฉิวเยว่จะปลอบโยนและเกลี้ยกล่อมเขา แต่เขาไม่คาดคิดว่าสิ่งที่เขาได้ยิน จะเป็นคำชมเชยเจียงฉี่จริง ๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งทันที “ทำไม ผมไม่ใช่คนที่คุณชอบหรอกเหรอ?”
แอปเปิลที่เขากำลังจะป้อนใส่ปากเธอ ถูกวางกลับลงบนจาน
เข้าข้างคนนอก ไม่ป้อนเธอแล้ว!
“ชอบสิ ฉันชอบคุณที่สุด” เมื่อเห็นว่าเขาโกรธ ลู่ฉิวเยว่ก็ไม่กล้าหยอกเย้าเขาอีกต่อไป เธอรีบเข้าไปปลอบเขา
ฉินซือสูดลมหายใจอย่างเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นต่อไปก็อยู่ให้ห่างจากเขา”
ลู่ฉิวเยว่ทำอะไรไม่ถูก ทำไมเขาถึงดื้อรั้นขนาดนี้
แต่ก็ยอมตกลงอย่างไม่เต็มใจ “ได้ ได้ ได้ ต่อไปฉันจะอยู่ให้ห่างจากเขา”
แผนการของฉินซือสำเร็จ เขาจึงมีความสุขขึ้นมาทันที เขากอดและหอมแก้มเธอฟอดใหญ่
ไม่กี่วันต่อมา ลู่ฉิวเยว่ไม่ได้ไปโรงเรียน แต่เธอเอาหนังสือเรียนมาเรียนที่บ้านแทน และยังใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร
นับตั้งแต่ถูกไล่ออกจากสมาคมอาหาร เหลียงซิงก็หันมาสนใจกิจการของลู่ฉิวเยว่ เขาโกรธมากเมื่อได้ยินว่าเธอได้ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้ารายใหญ่
ทำไมลู่ฉิวเยว่ถึงมีชีวิตที่ดีขนาดนี้ ในขณะที่เขาต้องใช้ชีวิตในที่ย่ำแย่แบบนี้?
แต่เรื่องสำคัญที่สุดของเขาในตอนนี้ คือการกอบกู้ชื่อเสียงตัวเอง และเปิดร้านอาหารอีกครั้ง เขาจึงยังไม่มีเวลาพอจะไปก่อกวนลู่ฉิวเยว่
ไม่นานเขาก็มาถึงโรงแรมของมิสเตอร์เต๋อ
ตอนนี้คนจีนไม่ยอมร่วมมือกับเขาแล้ว ถ้าเขาร่วมมือกับคนต่างชาติก็อาจจะรักษาชื่อเสียงไว้ได้ คนมักจะขี้ลืม ผ่านไปสักพัก คนอื่นก็น่าจะลืมวีรกรรมในอดีตของเขา แล้วหวนกลับคืนมาใหม่ได้
“สวัสดีครับ ผมมาพบมิสเตอร์เต๋อ” เหลียงซิงยิ้มขณะพูดกับแผนกต้อนรับ
แผนกต้อนรับของโรงแรมเหลือบมองเขา แล้วยิ้มอย่างสุภาพ “คุณได้นัดหมายไว้หรือเปล่าคะ?”
เหลียงซิงจะนัดไว้ได้อย่างไร เขาได้ยินข่าวว่ามิสเตอร์เต๋ออาศัยอยู่ที่นี่จากคนอื่น
นัยน์ตาเขาฉายแววเจ้าเล่ห์ ก่อนหยิบธนบัตรสองสามใบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วใส่ไว้ในมือของเธอ “คุณช่วยเหลือผมหน่อยนะครับ พอดีว่าผมลืมน่ะครับ”
พนักงานต้อนรับขมวดคิ้ว แล้วคืนเงินให้เขา “คุณคะ นี่มันผิดกฎนะคะ ถ้าคุณต้องการพบมิสเตอร์เต๋อ คุณจะต้องนัดหมายล่วงหน้าก่อนค่ะ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็ถอยหลังหนีไปหนึ่งก้าว เพราะกลัวว่าเขาจะยัดเงินกลับมาอีก
“ทำไมคุณไม่เข้าใจอะไรเลย!” เหลียงซิงรู้สึกโมโห
ผู้หญิงคนนี้ไม่สนใจเขาเลย เหลียงซิงพยายามโน้มน้าวเธออีกครั้ง แต่เมื่อเขาเห็นร่างที่คุ้นเคยจากหางตา เขาก็รีบหุบปาก
มิสเตอร์เต๋อกลับมาแล้ว