ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 73 แต่งเรื่องโกหก
บทที่ 73 แต่งเรื่องโกหก
กงชุนรู้สึกประหลาดใจ ที่หลี่หนิงเซียนเลือกที่จะหย่า หลังจากที่เรื่องของกงหยางจบลง เขาไม่แปลกใจเลยที่เธอพยายามจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง และไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากเขา และตอนที่พูดเรื่องการหย่า เธอก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนใด ๆ
หลี่หนิงเซียนรู้สึกไม่สบายใจ กับการแต่งงานครั้งนี้ เพราะรู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่เธอขโมยมาจากเจ้าของร่างเก่า เธอไม่อยากยอมรับมัน แม้ว่ากงชุนจะยอมรับการแต่งงาน เพราะเธอเปลี่ยนไป แต่สำหรับเธอแล้ว การแต่งงานไม่ใช่เรื่องที่สามารถช่วงชิงวาสนาใครได้
เมื่อหลี่หนิงเซียนบอกความรู้สึกนี้กับกงชุน บรรยากาศรอบตัวเขาก็เย็นลงทันที ความเย็นชาที่แผ่ออกมาทำให้เธอตกใจ ยังไม่ทันที่เธอจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม กงชุนก็เดินออกไปนอกห้อง
เขาหยุดที่ประตู หันกลับมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะพูดทิ้งท้าย
“ถ้าเช่นนั้น ก็ตามใจเธอ” แล้วเขาก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเธอ
ห้องตกอยู่ในความเงียบ หลี่หนิงเซียนมองออกไปนอกประตู กงชุนหายไปแล้ว แต่ความรู้สึกเหงาในใจกลับเพิ่มพูน เธอรู้ว่าเขาโกรธ เขาไม่ได้กลับมาทั้งคืน หลี่หนิงเซียนไม่ได้กังวลว่าเขาจะไม่มีที่ไป เพราะบ้านตระกูลกงได้รับการซ่อมแซมเสร็จนานแล้ว เขาคงกลับไปอยู่ที่นั่น
เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกงุนงงปนหงุดหงิด ภาพใบหน้าบึ้งตึงของกงชุนยังคงติดตาเธอมาตลอดทั้งคืน แม้แต่เสียงเข้ม ๆ ของเขายังดังก้องอยู่ในหู ทำให้เธอนอนไม่หลับทั้งคืน
ระหว่างที่กินอาหารเช้าอย่างเสียอารมณ์ เธอก็อดคิดถึงเรื่องเมื่อวานไม่ได้ และอดที่จะทุบหัวตัวเองเบา ๆ เพื่อไล่ความคิดเรื่องกงชุนออกไป แต่ความประหลาดใจก็มาเยือน
เมื่อเธอเห็นกงชุนยืนรออยู่หน้าบ้านพร้อมกับรถจักรยาน เขาไม่ได้โกรธจนหนีหายไปไหนอย่างที่เธอคิด กงชุนมองสีหน้าสับสนของหลี่หนิงเซียนด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“ไม่ใช่บอกว่าจะหย่าหรอกหรือ? วันนี้ไปจัดการเรื่องเอกสารที่สำนักทะเบียนกันเลย จะได้ไม่ต้องกังวลใจ” หลี่หนิงเซียนยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมรับเรื่องหย่า และดำเนินการอย่างรวดเร็วเช่นนี้
ขณะเดียวกัน ได้มีผู้หญิงบังเอิญฟังข่าวลือเรื่องหลี่หนิงเซียนกับกงชุนไปหย่ากันก็ตื่นเต้น รีบถอดผ้ากันเปื้อนวิ่งไปทางตระกูลจินทันที เพื่อรายงานข่าวดีนี้ให้จินเม่ยรู้โดยเร็วที่สุด ก่อนหน้านี้ จินเม่ยเสนอเงินห้าเหมาให้กับทุกข่าวที่เกี่ยวกับหลี่หนิงเซียน เธอจึงไม่ยอมพลาดโอกาสทำเงินง่าย ๆ แบบนี้แน่
ด้านหลี่หนิงเซียนกำลังนั่งซ้อนท้ายจักรยาน ที่กงชุนเป็นปั่นอย่างเงียบ ๆ เธอจึงตัดสินใจถามเพื่อทำลายความเงียบ
“คุณไม่ต้องยื่นรายงานการหย่าร้างก่อนเหรอ ได้ยินมาว่าการแต่งงานในกองทัพเข้มงวดมาก การหย่าร้างจะส่งผลกระทบกับคุณหรือเปล่า”
“ถ้าเธอเป็นห่วงฉันก็ไม่ต้องหย่า” กงชุนตอบด้วยน้ำเย็นชา
“มะ… ไม่” หลี่หนิงเซียนพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ไปรับคุณปู่ออกจากโรงพยาบาลก่อน เรื่องอื่น ๆ ค่อยคุยกันทีหลัง” กงชุนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“อ้อ” หลี่หนิงเซียนไม่กล้าขัดใจ เธอนั่งอยู่บนเบาะหลัง ไม่อยากจะเดินกลับบ้านเอง
หลี่หนิงเซียนไม่รู้เลยว่าข่าวการหย่าร้างของเธอ กับกงชุนได้แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอีกครั้ง เธอมาถึงที่โรงพยาบาล กำลังช่วยคุณปู่เก็บของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
หลี่หนิงเซียนคิดจะจ้างรถม้าไปส่ง เพราะคุณปู่เพิ่งออกจากห้องผ่าตัด แต่ด้วยความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย คุณปู่จึงปฏิเสธ
“ไม่ต้องหรอก! โรคของปู่หายดีแล้ว หมอยังบอกเลยว่าเดินได้แล้ว ปู่เดินกลับเองก็ได้ ส่วนหลานก็ขี่จักรยานของกงชุนกลับไป” หลี่จ้านพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หลี่หนิงเซียนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเหนื่อยใจ เธอพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“คุณปู่คะ หมอบอกว่าถึงจะเดินได้ แต่ก็ต้องพักฟื้นให้ดี ๆ กว่าจะถึงบ้านเราต้องเดินอีกตั้งไกล ถ้าคุณปู่เดินกลับไปแล้วเกิดเหนื่อยขึ้นมา เป็นอะไรไปอีกจะทำยังไงคะ” เธอพยุงคุณปู่ที่ยังคงดื้อรั้นให้นั่งลงบนเตียง
“คุณปู่นอนพักก่อนนะคะ รอหนูจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้เรียบร้อยก่อน ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองค่ะ”
ตอนนี้หลี่หนิงเซียนมั่นใจมาก เพราะในสมุดบัญชีเงินฝากของเธอยังมีเงินเหลืออีกตั้งสามพันหยวน ระหว่างที่หลี่หนิงเซียนเดินออกจากห้องพักคนไข้ เพื่อไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล หมอจ้าวก็เดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้ม
เมื่อคืนเขาให้ลูกชายนำโสมที่ได้จากหลี่หนิงเซียนไปปักกิ่ง ปรากฏว่ามีเศรษฐีคนหนึ่งสนใจซื้อมันไปในราคาสูงถึงห้าพันหยวน! ตอนที่หลานชายโทรมาบอกข่าวดี เขายังตื่นเต้นจนมือสั่นไม่หาย
หลี่หนิงเซียนขายโสมให้เขาแค่สี่พันหยวน แต่เขาขายต่อได้ถึงห้าพันหยวน เท่ากับว่าเขาได้กำไรหนึ่งพันหยวนภายในวันเดียว! ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
หมอจ้าวจึงรีบเดินทางมายังโรงพยาบาลทันที โดยตั้งใจว่าจะต้องเอาอกเอาใจคู่ปู่หลานตระกูลหลี่ให้ได้ เพื่อจะได้ซื้อโสมที่ต้องการ เขาซื้อของติดไม้ติดมือไปมากมายหลายถุง
แต่เมื่อมาถึงห้องพักผู้ป่วยกลับพบเพียงหลี่จ้านนั่งอยู่ข้างเตียงโดยไม่เห็นหลี่หนิงเซียน หมอจ้าวเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาตระหนักดีว่าความสนิทสนมเป็นสิ่งจำเป็น จึงถือของเข้าไปหากหลี่จ้านพร้อมกับส่งยิ้มแย้ม
“คุณปู่ ผมหาท่านเจอแล้ว!”
หลี่จ้านรู้สึกประหลาดใจที่เห็นชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบปียืนอยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของชายแปลกหน้าเขายิ่งรู้สึกแปลกใจ จึงถามอย่างระแวง
“คุณคือ…”
หมอจ้าวไม่กล้าพูดตรง ๆ ว่าต้องการซื้อโสมจากหลี่จ้าน เขาจึงแต่งเรื่องโกหกออกมาแทน
“คุณปู่หลี่ คุณอาจไม่เคยเห็นผม แต่ผมสนิทกับหลี่หนิงเซียนหลานสาวของคุณปู่ เมื่อวานเธอยังมาหาผมเลยนะ!”
“เมื่อวานหลี่หนิงเซียนไปหาคุณเหรอ?” หลี่จ้านยิ่งงงกว่าเดิม
“ใช่แล้ว หลานสาวของคุณเป็นคนมาหาผมเอง บอกว่าคุณปู่หลี่ป่วยไม่มีเงินรักษา ผมก็เลยให้เงินเธอไปสี่พันหยวน” หมอจ้าวจงใจพูดเช่นนั้น เพราะคิดจะใช้เรื่องบุญคุณให้คุณปู่ขายสมุนไพรจากบนภูเขาให้เขาเพียงคนเดียว
หลี่จ้านไม่เชื่อ คำพูดของหมอจ้าว และยังทำให้เขารู้สึกโกรธมาก เขาปัดอาหารเสริมที่หมอจ้าวยัดใส่มือจนตกพื้น ตะโกนว่า
“แกพูดบ้าอะไร!” เขาชี้นิ้วใส่หมอจ้าวด้วยความโกรธ “ดูตัวเองก่อนเถอะ! อายุปูนนี้แล้วยังมาหมายปองหนิงเอ๋อร์หลานสาวฉันอีก ไม่อายบ้างหรือไง!”
“มะ…ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ หลี่หนิงเซียนเธอเป็นคนสวยก็จริง แต่ความฉลาดแกมโกงของเธอ ผมไม่กล้ายุ่งหรอกครับ เราแค่มีผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น”
“ยังกล้ามาใส่ร้ายหลานสาวของฉันอีก แกคิดว่าฉันคนนี้โง่หรือไง!” หลี่จ้านพูดเสียงดังลั่น…
ด้านหน้าห้องพักจินเม่ยตั้งใจมาที่โรงพยาบาล เพื่อสืบข่าวลือเรื่องกงชุนจะหย่ากับหลี่หนิงเซียน เพราะตื่นเต้นจนอยู่เฉยไม่ได้ แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่า!
เรื่องที่คนแก่คนนั้นพูดให้ผู้เฒ่าหลี่ฟังน่าสนใจจริง ๆ หลี่หนิงเซียนทำเรื่องเลวร้ายไว้ในเมือง และยังไปยุ่งเกี่ยวกับคนแก่คนนี้ ดูจากอายุแล้ว คนนี้น่าจะเป็นพ่อของหลี่หนิงเซียนได้เลย
เรื่องนี้มันใหญ่กว่าเรื่องที่กงชุนจะหย่ากับหลี่หนิงเซียนเสียอีก! ถ้าคนอื่นรู้เข้า หลี่หนิงเซียนคงไม่มีหน้าอยู่ที่กลหมู่บ้านอีกต่อไปแน่ คิดได้แบบนี้ จินเม่ยก็รีบวิ่งออกจากโรงพยาบาล ใจเต้นระรัวจนแทบจะระเบิดออกมา มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปากแน่น กลัวว่าตัวเองจะเผลอแสดงอาการดีใจออกมา