ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 72 ฉันอยากหย่า
บทที่ 72 ฉันอยากหย่า
“หนิงเอ๋อร์? มาได้ยังไงกัน”
“หนูมาดูคุณปู่ค่ะ แล้วเขาออกไปไหนเหรอคะ”
“กงชุนเขาเป็นห่วงหลาน กลัวหนิงเอ๋อร์จะออกไปทำงานหนัก ทรมานตัวเองอีก เลยรีบกลับไปหมู่บ้านเพื่อตามหาหลานตั้งแต่เช้าแล้ว” หลี่จ้านตอบ
หลี่หนิงเซียนยืนนิ่ง กงชุนกลับไปแล้วจริง ๆ เหรอเนี่ย? แบบนี้เธอก็ต้องเจอศึกหนักแน่ เธอไม่อยากคิดเลยว่ากลับไปแล้วจะโดนซักไซ้หนักขนาดไหน หลี่จ้านเห็นหลานสาวเงียบ ๆ ก็รีบกำชับอีกเรื่อง
“เรื่องกงหยาง ถ้ากงชุนจะใช้เงินช่วยน้องชายเขา หลานก็อย่าไปโกรธนะ ยังไงก็พี่น้องกัน”
“ค่ะคุณปู่ หนูรู้ค่ะ” หลี่หนิงเซียนรับคำเสียงอ่อน
“กงชุนเขาดีกับหลานขนาดไหน แต่งงานกันมาตั้งนานแล้ว หลานจะทำยังไงต่อก็ตัดสินใจดี ๆ”
“ค่ะ”
“เมื่อวานซูลี่มาหาปู่ บอกให้ลืมเรื่องบาดหมางในอดีตไปเสีย” คุณปู่ของหลี่หนิงเซียนถอนหายใจ “เจอครอบครัวสามีแบบนี้ เธอจะทำยังไงต่อล่ะหนิงเอ๋อร์”
“หนูขอเวลาคิดอีกหน่อยนะคุณปู่” หลี่หนิงเซียนคุยกับคุณปู่เสร็จก็ตรงไปที่แผนกพยาบาลเพื่อทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล แต่พอไปถึงเธอก็ต้องแปลกใจ เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดมีคนจ่ายให้เรียบร้อยแล้ว
เหล่าพยาบาลต่างก็มองหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาอิจฉา จนเธออดแปลกใจไม่ได้ ว่าเธอไปทำอะไรให้พวกเธออิจฉา จนพยาบาลพูดขึ้น
“โชคดีจังเลยนะคะเนี่ย” พยาบาลเอ่ย “สามีไม่หล่อเพียงอย่างเดียว ยังใจดีและเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ รักษาไว้ให้ดี ๆ นะคะ!”
แก้มของหลี่หนิงเซียนร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอรีบทำเรื่องแล้วเดินหนีออกมาแทบไม่ทัน แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น ระหว่างทางที่เธอกำลังเดินออกมานั้น บรรดาพยาบาลต่างก็ซุบซิบนินทากัน ให้ได้ยินด้วยความแปลกใจ
“นั่นไง ผู้หญิงที่ชายหนุ่มคนนั้นวิ่งตามหาตอนเช้า”
“บอกชายหนุ่มคนนั้นไปเลย ว่าเลิกหวังได้แล้ว สามีเขาเป็นทหาร หล่อเหลาขนาดนั้น จะไปสนใจคนว่างงานอย่างนั้นได้ยังไง” พยาบาลต่างก็นึกขำเสียงหัวเราะ เมื่อนึกถึงท่าทางร้อนรนของชายหนุ่มคนนั้นที่วิ่งตามหาหลี่หนิงเซียนตอนเช้า
หลี่หนิงเซียนทิ้งเรื่องที่พยาบาลพูด ไม่เก็บมาใส่ใจ เธอต้องรีบไปที่สถานีตำรวจ เมื่อมาถึงเธอก็มาพบจงซวน เพื่อเอาซองเงินมาฝากให้เขา
จงซวนรับเงินมาด้วยความประหลาดใจ มองหลี่หนิงเซียน ที่จัดการหาเงินพันหยวนมาได้รวดเร็วขนาดนี้ ซึ่งไม่ใช่น้อย ๆ มาชดเชยให้กับเต๋อฟงจนครบ แล้วยังมาขอร้องให้เขาช่วยนำไปมอบให้ กับครอบครัวของเต๋อฟงด้วยตัวเองในวันรุ่งขึ้น
รอบคอบ คิดเผื่อไปถึงเรื่องที่ไม่อยากให้กงชุนรู้เรื่องเงินทองนี้ด้วย แต่ที่น่าแปลกใจกว่า หลี่หนิงเซียนยังคงยืนลังเล ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของเขา
“มีอะไรอีกหรือเปล่า” จงซวนถามด้วยความสงสัย
“คุณมีอุปกรณ์บันทึกเสียงไหม ขอยืมใช้หน่อยได้ไหม”
จงซวนยิ่งแปลกใจ เพราะของแบบนี้ที่นี่มีอยู่แล้ว แต่ท่าทางจริงจังของหลี่หนิงเซียน ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า
“เธอจะเอาไปทำอะไรกันแน่?” หลี่หนิงเซียนเพิ่งรู้ความจริงจากคนในห้องพักว่า จินเม่ยวางแผนหลอกเอาเงินเธอไป และยังใส่ร้ายป้ายสีเธออีกต่างหาก
“ฉันต้องเอาคืนคนไม่ดีเสียหน่อย” หลี่หนิงเซียนไม่ยอมให้ใครมาหลอกใช้แบบนี้แน่ เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้จงซวนฟังเพื่อนของกงชุน เธอหวังว่าเขาจะเข้าใจ และไม่ขัดขวางแผนการของเธอ
“ฉันจะเปิดโปงสิ่งที่เธอทำ เงินก้อนนี้ต้องกลับไปถึงมือครอบครัวของเต๋อฟงพรุ่งนี้เท่านั้น!”
จงซวนได้แต่นั่งฟังแบบอึ้ง ๆ เขาเพิ่งรู้ว่าเวลาผู้หญิงเอาจริงเอาจังขึ้นมานั้นน่ากลัวแค่ไหน! เขาตัดสินใจไม่ขัดขวาง เพราะสิ่งที่หลี่หนิงเซียนทำนั้นถูกต้องแล้ว เธอแค่ปกป้องตัวเองเท่านั้น
หลี่หนิงเซียนต้องเดินกลับบ้านตามเส้นทางภูเขาที่คุ้นเคย หลังจากไปทำธุระในเมืองจนเย็น เธอไม่ได้ปั่นจักรยานมา และพลาดรถม้าเที่ยวสุดท้ายที่กลับหมู่บ้าน
แม้จะเหนื่อยแค่ไหน เธอก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า อีกไม่นานตลาดจะเปิดเสรี ถึงตอนนั้นเธอจะซื้อรถยนต์ขับ จะได้ไม่ต้องมาลำบากแบบนี้อีก ระหว่างทางกลับบ้าน ภาพเหตุการณ์ตอนที่เจอกงชุนผุดขึ้นมาในหัว
เธอจำได้ดีถึงสายตาที่มองเธอราวกับไม่อยากให้เธอไปไหน ช่างน่าขำสิ้นดี ผู้ชายที่แสนเย็นชาอย่างกงชุน จะหวั่นไหวกับเธอจริง ๆ น่ะเหรอ คงเป็นเพราะท่าทีของเธอที่แสดงออก จนเขาสนใจมากกว่า
แดดร้อนเปรี้ยง! หลี่หนิงเซียนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นปลาตากแห้ง คอแห้งผากจนแทบจะพูดไม่ออก เธอเดินโซซัดโซเซไปตามทาง รู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังจะสลบอยู่รอมร่อ
ทันใดนั้น เหมือนสวรรค์ได้ยินเสียงอ้อนวอน เธอมองเห็นร่างใครคนหนึ่งขี่จักรยานเข้ามาใกล้ ในใจภาวนาขอให้อีกฝ่ายมีน้ำติดตัวมาด้วย แต่พอเห็นหน้าคนขี่จักรยานชัด ๆ หลี่หนิงเซียนก็อยากจะหนีไปให้ไกล
กงชุนผู้เคร่งขรึมกำลังปั่นจักรยานตรงมาที่เธอ ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก ยังไม่ทันที่หลี่หนิงเซียนจะอ้าปากขอความช่วยเหลือ กงชุนก็จอดจักรยานหน้าเธอ เขาจ้องหน้าหลี่หนิงเซียนด้วยสายตาตำหนิ
“ทำไมไม่พูดอะไร เป็นใบ้ไปแล้วหรือไง”
“ฉันพูดอะไรก็โดนคุณดุอยู่ดี” หลี่หนิงเซียนได้แต่ตอบเสียงอ่อย
กงชุนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใจจริงเขาก็เป็นห่วง ที่เห็นเธอเงียบ ๆ เพราะกลัวเธอจะเป็นลมแดด เลยเผลอขึ้นเสียงดังไปหน่อย เขาหยิบขวดน้ำจากตะกร้าจักรยานยื่นให้หลี่หนิงเซียน
“รีบดื่มเถอะ แล้วขึ้นรถมา” กงชุนกลับบ้านไม่เจอหลี่หนิงเซียน กลัวว่าเธอจะไม่มีรถกลับ เลยปั่นจักรยานชาวบ้านมาตามหาจนเจอ เห็นหลี่หนิงเซียนดื่มน้ำอย่างกระหาย เขาก็อดสงสารไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่เก็บคำดุไว้ในใจ ปั่นจักรยานพาเธอกลับบ้านอย่างเงียบ ๆ
หลี่หนิงเซียนกลับมาบ้านพร้อมกับกงชุน พอมาถึงบ้านก็โดนถามทันที
“เธอไปไหนมา”
“ฉันไปขอลาที่ตลาดมาค่ะ พรุ่งนี้คุณปู่ออกจากโรงพยาบาล ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ” จากนั้นหลี่หนิงเซียก็นึกขึ้นได้ เธอรีบล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้กงชุน
“ตอนที่คุณปู่ผ่าตัด คุณช่วยจ่ายเงินเพิ่มให้ฉันไปไม่น้อย นี่เงินสองร้อยหยวน คืนให้คุณ” หลี่หนิงเซียนรู้ดีว่ากงชุนไม่ได้มีฐานะร่ำรวย เธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเขามากเกินไป แต่เธอไม่คาดคิดว่าพอยื่นเงินให้ กงชุนกลับทำหน้าตึงและจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“คุณเป็นอะไรไป คืนเงินให้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือ?” หลี่หนิงเซียนชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะถามอย่างงุนงง
กงชุนหรี่ตามองอย่างรู้ทัน จ้องหลี่หนิงเซียน ที่ทำท่าจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง
“จะคืนเงินฉัน เพราะจะได้หย่ากัน แล้วตัดขาดกันไปเลยใช่ไหม” กงชุนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หลี่หนิงเซียนถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่คิดว่ากงชุนจะมองทะลุความคิดของเธอได้! เธอตัดสินใจแล้วว่าต้องการหย่ากับกงชุน แม้เธอจะซาบซึ้งในความห่วงใยที่เขามีให้
แต่เธอก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดใจให้เขาอย่างแท้จริง เเละความรู้สึกหวาดระแวงที่กวนใจเธอมาตลอด คือความกลัวที่ว่ากงชุนจะล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ
หลี่หนิงเซียนเริ่มตั้งคำถามกับความรู้สึกของกงชุน เธอคิดว่าเขาอาจจะแค่ต้องการสืบหาความลับของเธอ เหมือนตอนที่เขาพยายามเข้าใกล้เธอด้วยการขอมาอยู่บ้านคุณปู่ด้วยกันในช่วงแรก เธอไม่อยากมีชีวิตคู่ที่ไม่ได้มาจากความรัก เธอจึงตัดสินใจพูดความรู้สึกที่แท้จริงออกไป
“ฉันอยากหย่า” หลี่หนิงเซียนพูด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ภายในใจจะรู้สึกขอบคุณกงชุน และซูลี่ที่คอยดูแลมาตลอด เธอยอมรับว่าใช้เงินของครอบครัวเขาไปไม่น้อย และยอมรับผิดเรื่องที่กงหยางวางเพลิง
เธอเชื่อว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ล้วนมีสาเหตุมาจากตัวเธอ แต่เธอหวังว่าหลังจากเรื่องของกงหยางจบลง พวกเขาทั้งคู่จะได้ไปจัดการเรื่องเอกสารการหย่า