ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 70 โลกนี้มีคนหน้าตาดีมีเยอะแยะ
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 70 โลกนี้มีคนหน้าตาดีมีเยอะแยะ
บทที่ 70 โลกนี้มีคนหน้าตาดีมีเยอะแยะ
ขณะที่กงชุนกำลังจะก้าวออกไปข้างนอก สายตาก็เหลือบไปเห็นหลี่หนิงเซียนนอนขดตัวอยู่บนผ้าห่ม มือทั้งสองข้างกุมท้องน้อย ใบหน้าซีดเผือดกว่าตอนที่อยู่ที่ประตูเมื่อครู่ เขาขมวดคิ้วอย่างเป็นห่วง รีบเดินเข้าไปหา โอบประคองร่างเธอขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง
“เป็นยังไงบ้าง”
“ปวดท้อง… ปวดท้อง…” เธอตอบเสียงแผ่ว
กงชุนคาดเดาว่าคงเป็นเพราะลมบนภูเขาเมื่อคืน ทำให้เธอโดนลมเย็นเข้า จึงน่าจะมีไข้อ่อน ๆ เขารินน้ำให้หลี่หนิงเซียนดื่ม ก่อนจะหยิบยามาให้เธอกิน สีหน้าของเธอถึงได้ดีขึ้นบ้าง
“เธอทำอะไรเหลวไหล นี่แหละบทเรียน จะได้รู้จักห่วงตัวเองบ้าง” เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเธอไม่สู้ดีนัก เขาก็ไม่ได้ดุเธอต่อ ปล่อยให้เธอนอนพักแล้วรีบออกไปจุดไฟที่ห้องนอก
กงชุนได้ถามแม่มา ได้ความว่าผู้หญิงในช่วงนี้ห้ามโดนลมเย็นอย่างเด็ดขาดหลังจากที่จุดไฟให้ห้องอุ่นแล้ว เขาก็ชงน้ำตาลทรายแดงที่ตั้งใจซื้อมาจากโรงพยาบาลเมื่อวานให้หลี่หนิงเซียนดื่ม จะได้ช่วยบรรเทาอาการ
หลี่หนิงเซียนนอนอยู่บนเตียงอุ่น มองดูกงชุนวุ่นวายอยู่รอบตัว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจช่างอธิบายยาก สำหรับกงชุน ตอนแรกเธออยากจะหนีให้ห่างจากเขาตลอดมา แต่ตอนนี้… ช่างเถอะ ปล่อยไปก่อนดีกว่า เธอไม่อยากคิดแล้ว
หลี่หนิงเซียนไม่อยากครุ่นคิดอะไรอีกต่อไป ไม่อยากเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่สับสนวุ่นวายนี้ เธอจึงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ห้วงนิทราในที่สุด เธอตื่นขึ้นมาอีกทีในช่วงบ่าย ไม่เห็นชายหนุ่มอยู่ในห้องแล้ว
เธอรู้สึกดีขึ้นมาก ปวดท้องน้อยลง และสีหน้าก็สดใสขึ้น เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ข้างหมอน ลายมือบนกระดาษแข็งแรง และเฉียบคม บ่งบอกถึงบุคลิกของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี
‘ผมกลับไปดูแลคุณปู่ อาหารอุ่นอยู่ในหม้อ ตื่นแล้วอย่าลืมกินข้าว แล้วก็ห้ามขึ้นเขาอีก’
หลี่หนิงเซียนมองข้อความนั้น เธอรู้สึกเหมือนเห็นภาพกงชุนกำลังทำหน้าบึ้งดุเธออยู่ มุมปากของเธออดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้
เธอเดินไปดูอาหารในหม้อใบใหญ่ด้วยความสงสัย พอเปิดฝาออกเธอก็ถึงกับตะลึง อาหารสี่อย่างกับซุปอีกหนึ่งถ้วย กงชุนต้องการจะขุนเธอให้อ้วนหรืออย่างไรกัน
แต่พอเห็นไข่ตุ๋นโรยหน้าด้วยต้นหอม หมูสามชั้นนึ่งซีอิ๊ว ไข่ผัดมะเขือเทศรสหวานอมเปรี้ยว ผัดผักกาดขาว และซุปไก่ตุ๋นยาจีนกลิ่นหอมกรุ่น หลี่หนิงเซียนก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ เธอไม่คิดเลยว่ากงชุนจะทำอาหารเป็น
หลี่หนิงเซียนหิวจนตาลาย เธอตักข้าวและตักกับข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ถึงแม้รสชาติอาหารจะไม่ได้ดีเลิศเลอ แต่ก็ถือว่ากินได้ ไม่ได้แย่ อย่างไรก็ตาม หมูสามชั้น และซุปไก่บ่งบอกอย่างชัดเจน ว่าเขาตั้งใจดูแลเธออย่างดี
หลี่หนิงเซียนยกชามข้าวขึ้นมา ใบหน้าของเธอประดับไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง หลังจากทานอาหารเสร็จ หลี่หนิงเซียนเก็บกวาดทำความสะอาดอย่างง่าย ๆ จากนั้นก็สะพายกระเป๋าผ้าใบเล็กที่ใส่ของจากเขาเมื่อวานออกจากบ้าน
พรุ่งนี้คุณปู่จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เธอจึงต้องรีบจัดเรื่องเงินให้เรียบร้อยในวันนี้ ตอนที่กงชุนไม่อยู่บ้านเป็นโอกาสดี เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกซักถาม สายตาของเธอกวาดมองกระดาษโน้ตบนเตียงก่อนออกจากบ้าน
เธอครุ่นคิดชั่วครู่ถึงผลที่จะตามมาหากกงชุนกลับมา แล้วไม่พบเธอในตอนกลางคืน แม้จะห้ามไม่ให้ขึ้นเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามไปที่อื่น ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจไปหาเงินที่ตลาดคงไม่ผิด หลี่หนิงเซียนคิดแบบนี้ก็ออกจากบ้านไปโดยไม่รู้สึกกังวลใจใด ๆ
กงชุนรีบออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะเป็นห่วงหลี่หนิงเซียน ที่ทิ้งให้อยู่บ้านเพียงลำพัง หลังจากที่คุณปู่แข็งแรงขึ้นมาก สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว และยังมีพยาบาลที่หลินถงจ้างมาคอยดูแลอีกแรง
ระหว่างทางกลับบ้าน กงชุนนึกถึงใบหน้าซีดเซียวของหลี่หนิงเซียน ในตอนเช้า ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ กลัวว่าเธอจะแอบหนีไปซุกซนอีกตอนที่เขาไม่อยู่ ยิ่งนึกถึงสภาพร่างกายที่ดูไม่มีแรงของเธอ กงชุนก็ยิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้น
ทันใดนั้น ภาพความนุ่มนิ่มของหลี่หนิงเซียนตอนที่ล้มเข้ามาซบเขาในตอนเช้าก็ผุดขึ้นมาในหัว ทำเอากงชุนถึงกับหน้าร้อน ลำคอแห้งโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
แต่ระหว่างทางที่กำลังจะเดินลงบันได เขากลับได้ยินเสียงลี่หมิงเพื่อนสนิทของเขากำลังโวยวายอยู่หน้าห้องพยาบาล
“อะไรนะ! บอกว่าไม่มีคนแบบนี้งั้นเหรอ? ลองนึกดูดี ๆ สิ! ผู้หญิงคนนั้นน่ะ สวยมาก ๆ ตาโตเป็นประกาย ยิ่งตอนยิ้มนะ แก้มป่อง ๆ มีลักยิ้มด้วย น่ารักสุด ๆ ไปเลย!”
“ผมมั่นใจว่าเธอต้องเป็นญาติคนไข้แน่ อาจจะเป็นญาติ หรือเพื่อนของคนไข้ที่นอนอยู่แถวห้องคุณปู่หลี่ก็ได้ ลองช่วยนึกดูดี ๆ อีกทีได้ไหม!”
“นี่แค่ไม่กี่วัน คนไข้เปลี่ยนไปเจ็ดแปดคนแล้วเหรอ!” ลี่หมิงโอดครวญกับพยาบาลสาวหน้าใหม่ที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย ทำให้เขาได้แต่ไม่สบอารมณ์กลับไป
เขาตามหาใครคนนึงอยู่ ไม่กี่วันก่อนเขาดันบังเอิญเจอกับสาวสวยคนนึงเข้า ปู่เขาก็บ่นเรื่องให้รีบแต่งงานอยู่ได้ พอเจอสาวที่ถูกใจ ดันคลาดกันเสียอย่างนั้น!
ลี่หมิงนึกถึงใบหน้าหวาน ๆ ของเธออย่างลืมตัว จนไม่ทันเห็นกงชุน ที่ยืนทำหน้าบึ้งอยู่ข้างหลัง
“ลี่หมิง”
“กงชุน!” ลี่หมิงสะดุ้งโหยง รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรู้งาน
“นายมาทำอะไรที่นี่? ไม่ใช่ว่าฉันให้ไปทำงานงั้นเหรอ” กงชุนเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย
“ฉันกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ก็คุณปู่บ่นทุกวันว่าไม่เจอหน้า ฉันเลยต้องมาอยู่ใกล้ ๆ นายจะได้โดนบ่นน้อยลงหน่อย” ลี่หมิงตอบ ก่อนจะถามต่อ
“ได้ยินว่าเรื่องกงหยางยุ่งยากเหรอ? ถ้าขาดเหลืออะไรบอกได้” นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ลี่หมิงเพิ่งรู้เมื่อวาน เขาเป็นห่วงกงชุนที่ต้องแบกรับภาระมากมาย กลัวว่าเงินจะไม่พอหมุน
“เรื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว” กงชุนตอบสั้น ๆ สายตามองไปทางเคาน์เตอร์พยาบาลอย่างไม่ตั้งใจ “แล้วตกลง นายมาทำอะไรที่นี่?”
“มีเรื่องจะถามหน่อย”
“เรื่องอะไรล่ะ?” กงชุนเลิกคิ้ว
“คือ…ผู้หญิงคนนั้นไง ที่เจอหน้าโรงพยาบาลวันนั้น นายจำได้ไหม? คนที่สูงประมาณนี้ แค่ถึงไหล่นาย สะพายกระเป๋าผ้าใบเล็ก ๆ น่ารักเชียว ผมยาว ดวงตาคมสวย” พูดถึงตรงนี้ ดวงตาของลี่หมิงก็เป็นประกาย
“ผู้หญิงคนนั้นสวยราวกับนางฟ้า กิริยามารยาทดูเรียบร้อยอ่อนหวาน คุณปู่ฉันต้องชอบแน่ ๆ เลยอยากพาไปให้รู้จัก จะได้เลิกบ่นเสียที! น่าเสียดายที่พยาบาลที่เคาน์เตอร์บอกว่าไม่เคยเห็นเธอเลย ว่าแต่ช่วงนี้นายอยู่โรงพยาบาลตลอด เคยเห็นเธอบ้างไหม”
กงชุนเหลือบมองพยาบาลที่เคาน์เตอร์ พวกเธอไม่ใช่คนที่เข้าเวรเมื่อสองวันก่อน สีหน้าของเขาเลยผ่อนคลายลงเล็กน้อย แล้วตบไหล่ลี่หมิงเบา ๆ
“ไม่ต้องหาแล้ว”
“หา?” ลี่หมิงกำลังเศร้าอยู่ พอได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้ามองอย่างงุนงง ก่อนจะคิดออก “นายรู้จักเธอเหรอ”
“ฉันไม่ได้สังเกต” กงชุนตอบเรียบ ๆ
ลี่หมิงกำลังเศร้า เพราะหานางฟ้าที่เขาหมายปองไม่เจอ พอเล่าให้กงชุน พี่ชายสุดซึนของเขาฟัง ก็โดนสวนกลับแบบเจ็บ ๆ คูณสองไปเลย
“โลกนี้มีคนหน้าตาดีมีเยอะแยะ จะมั่นใจได้ไงว่านิสัยดี แล้วถ้ายังหาไม่เจอก็แปลว่าไม่ใช่เนื้อคู่กัน”
ลี่หมิงได้แต่เก็บคำพูดมากมายไว้ในใจ คนใจร้าย! เพิ่งเริ่มหาเองนะ และยังมาแช่งให้เขาไม่สมหวังอีก ไหนจะบอกว่านางฟ้าของเขานิสัยไม่ดีอีกต่างหาก สงสัยวันนี้กงชุนคงอารมณ์ไม่ดี ไว้ค่อยมาคุยกันใหม่ดีกว่า