ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70 - บทที่ 131 แค่รู้จัก ไม่ใช่คนพิเศษ
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
- บทที่ 131 แค่รู้จัก ไม่ใช่คนพิเศษ
บทที่ 131 แค่รู้จัก ไม่ใช่คนพิเศษ
แม้ฟู่หรงจะถูกจับกุมแล้ว แต่หลี่หนิงเซียนรู้ดีว่าเรื่องราวนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิตของเธอ ทำให้เธอเติบโตและรู้จักระมัดระวังมากขึ้น เธอจะก้าวเดินไปข้างหน้า พร้อมกับคนที่อยู่เคียงข้างเธอและสนับสนุนเธอในวันที่เธอลำบากที่สุด
ขณะที่หลี่หนิงเซียนและจงซวนกำลังนั่งอยู่ในร้านติ่มซำหลังจากเหตุการณ์คลี่คลายลงไปแล้ว หนิงเซียนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงคำถามที่ยังคงค้างคาในใจ เธอหันไปหาจงซวนด้วยใบหน้าครุ่นคิด
“ฉันยังสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง…ทำไมฟู่หรงถึงเลือกเอาฝิ่นมาไว้กับสินค้าร้านของฉัน?” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความสงสัย “ร้านของฉันไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย การเจาะจงเอาของมาไว้ที่นี่มันเสี่ยงเกินไป สำหรับพวกเขา ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเป็นร้านของฉัน”
จงซวนพยักหน้าอย่างเห็นใจ “ผมเองก็สงสัยในจุดนั้นเหมือนกัน จริง ๆ แล้วเราคงต้องสอบถามผู้เกี่ยวข้องให้มากกว่านี้ ผมคิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฟู่หรงเจาะจงใช้ร้านของคุณ”
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน เต๋อจินซึ่งเป็นคนงานในร้านก็มองมาทางพวกเขาอย่างลังเล ก่อนจะเดินเข้ามาหาหลี่หนิงเซียนพลางก้มศีรษะอย่างนอบน้อม
“คุณหลี่ ฉันมีเรื่องจะสารภาพ” หลี่หนิงเซียนคนอื่นหันไปมองเต๋อจินด้วยความประหลาดใจ
“ว่ามาสิ” หลี่หนิงเซียนพยักหน้าเบา ๆ ให้เขาพูดต่อ เต๋อจินถอนหายใจก่อนจะเริ่มเล่า
“ก่อนหน้านี้…มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหาฉัน เธอเสนอเงินจำนวนมากให้ ถ้าฉันยอมปล่อยให้เธอเข้ามาตรวจสอบสินค้าก่อนการส่งมอบในแต่ละครั้ง ฉันเห็นเป็นงานง่าย ๆ และไม่ได้เอะใจอะไรจึงรับข้อเสนอไป ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ตอนนี้ฉันว่าผู้หญิงคนนั้น อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้”
หลี่หนิงเซียนฟังแล้วสีหน้าซีดลง เธอถามต่ออย่างรวดเร็ว “แล้วเธอมีลักษณะอย่างไรบ้าง? จำได้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นมีอะไรที่เด่นชัดหรือไม่?”
เต๋อจินนั่งนิ่งคิดก่อนจะตอบ “ฉันจำได้ว่าเธอสวมผ้าคลุมสีเข้ม และมักจะมาพบฉันในช่วงค่ำคืน ดูท่าทางมีอำนาจ และไม่ธรรมดา ดวงตาเธอมีประกายที่แปลกประหลาด ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะเป็นคนที่พัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย”
จงซวนฟังแล้วครุ่นคิดหนัก “ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนครั้งนี้ และใช้ฟู่หรงเป็นเพียงตัวเชื่อมในการดำเนินการ เราอาจต้องสืบหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ เพราะเธอน่าจะเป็นกุญแจสำคัญของคดีนี้ทั้งหมด”
หลี่หนิงเซียนถอนหายใจลึก นึกถึงความไร้เดียงสาของตัวเองที่เคยไว้ใจคนง่าย ๆ จนทำให้ร้านต้องตกอยู่ในวงจรอันตรายครั้งนี้
“ฉันต้องระวังให้มากกว่านี้…เธอทำให้ฉันต้องสูญเสียทั้งความสงบสุข และชื่อเสียง ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าเธอเป็นใครกันแน่ และทำไมถึงพุ่งเป้ามาที่ร้านของฉันโดยเฉพาะ” กงชุนยื่นมือมาจับไหล่เธอเบา ๆ
“ไม่ต้องห่วงนะหนิงเซียน ตอนนี้เรามีเบาะแสแล้ว เราจะตามหาผู้หญิงคนนั้น และทำให้เธอต้องรับโทษในสิ่งที่เธอทำ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอทำลายชีวิตใครอีกต่อไป”
หลังจากพูดคุยกับเต๋อจิน กงชุนและคนอื่น ๆ ก็เริ่มวางแผนสืบหาเบาะแสของหญิงลึกลับคนนี้ให้ลึกลงไป พวกเขาพบว่ายังมีการเคลื่อนไหวของฝิ่นตามเมืองชายแดนอื่น ๆ ที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับร้านของหนิงเซียน ร้านเล็ก ๆ ที่ไม่เป็นที่สังเกตของผู้คน แต่กลับถูกใช้เป็นช่องทางขนส่งสินค้าอย่างลับ ๆ
เรื่องราวการสืบสวนครั้งนี้ยิ่งซับซ้อน และอันตรายขึ้นไปอีก แต่ด้วยการสนับสนุนจากจงซวน และเพื่อน ๆ ในทีม หลี่หนิงเซียนเริ่มรู้สึกว่าความยุติธรรมจะต้องมาถึงไม่ช้าก็เร็ว เธอเฝ้ารอวันที่ความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย และหวังว่าวันนั้นเธอจะได้กลับมาใช้ชีวิตในร้านติ่มซำที่สงบสุขเหมือนเดิม
วันเวลาผ่านไป กงชุนและคนอื่น ๆ ต่างไม่ละความพยายาม พวกเขาเดินหน้าเพื่อค้นหาความจริง เบาะแสทุกเส้นทางถูกเชื่อมโยงเข้าหากันเรื่อย ๆ จนในที่สุด พวกเขาก็เริ่มเข้าใกล้ตัวผู้หญิงลึกลับคนนั้นทีละนิด และพร้อมที่จะนำตัวเธอมารับโทษในที่สุด
หลังจากที่ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับหญิงลึกลับจากเต๋อจิน กงชุนกับจงซวนก็เริ่มติดตามข้อมูล และสืบหาตัวตนของเธออย่างใกล้ชิด จงซวนส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวตามจุดต่าง ๆ ในเมือง
ส่วนตามแนวชายแดนทางกองทัพก็จัดกำลังไปเฝ้า โดยเน้นไปที่ร้านค้าเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีพิรุธ แต่เป็นไปได้ว่าถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย
ในช่วงเวลานั้น หลี่หนิงเซียนก็ยังคงดูแลร้านติ่มซำตามปกติ แต่เธอระวังมากขึ้นในทุกสิ่งรอบตัว เพื่อไม่ให้ใครเอาของที่ไม่ควรใสไว้ในร้านเธออีก ไม่เพียงแค่คอยตรวจสอบสินค้าที่เข้ามาเท่านั้น แต่เธอยังให้ความสนใจกับลูกค้าใหม่ ๆ ที่เข้ามาในร้านอย่างระมัดระวัง
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เธอแต่งตัวเรียบง่าย แต่ท่วงท่ากลับดูเยือกเย็น ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่หลี่หนิงเซียนด้วยแววตาที่ดูเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง หญิงคนนั้นสั่งชา และติ่มซำมาอย่างเงียบ ๆ แล้วนั่งลงที่มุมหนึ่งของร้านโดยไม่พูดอะไร
หลี่หนิงเซียนรู้สึกแปลก ๆ จึงแอบสังเกตผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงคนนั้นดูเงียบขรึม ไม่เหมือนลูกค้าทั่วไป เธอจิบชา และทานติ่มซำอย่างเรียบร้อย แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความถือดี
ไม่นานกงชุนก็มาที่ร้าน เขาเห็นหลี่หนิงเซียนกำลังมองผู้หญิงคนนึงอยู่ จึงหันไปมองตาม ก็พบว่าคนที่หลี่หนิงเซียนกำลังมองอยู่ คือเพ่ยจวิ้น ที่น่าแปลกคือเธอมาอะไรที่นี่
“กงชุน” หลี่หนิงเซียนเรียกเสียงเบา ราวกับไม่ต้องการให้ใครในร้านได้ยิน เธอหันมาสบตากงชุนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล กงชุนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วตอบกลับเสียงเบา
“หนิงเซียน ผู้หญิงคนนั้นคือเพ่ยจวิ้น…ลูกสาวนายพล” หลี่หนิงเซียนเบนสายตากลับไปมองเพ่ยจวิ้นที่ยังคงนั่งอยู่ที่มุมร้าน ดวงตาคมกริบของเพ่ยจวิ้นจับจ้องทุกสิ่งรอบตัวราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง ความเยือกเย็น และความถือดีที่แฝงอยู่ในแววตานั้น ทำให้หลี่หนิงเซียนรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
กงชุนถอนหายใจลึก ก่อนจะตอบอย่างระมัดระวัง “เพ่ยจวิ้นเป็นกับฉันเราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันไปมากกว่าคนรู้จัก”
“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนี่คุณกำลังร้อนตัวเหรอ” กงชุนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หนิงเซียน ใบหน้าของเขาแสดงอาการกระอักกระอ่วนปนกับความเขินอาย แต่พยายามเก็บอาการไว้
“ฉัน…ไม่ได้ร้อนตัว ก็แค่…รู้สึกว่าเพ่ยจวิ้นมาที่นี่มันไม่ค่อยปกติ” เขาพูดพร้อมเหลือบมองไปที่เพ่ยจวิ้นอีกครั้ง
เพ่ยจวิ้นยังคงนั่งตรงนั้น สงบนิ่งแต่ดูมีอำนาจ และท่าทางที่นิ่งเรียบของเธอราวกับรู้สึกได้ถึงสายตาของทั้งคู่ แต่ไม่ได้หันกลับมามองแต่อย่างใด หลี่หนิงเซียนมองกงชุนอย่างจับผิดก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ก็แค่บอกว่ารู้จัก ไม่ใช่คนพิเศษ… งั้นทำไมถึงต้องอธิบายมากมายล่ะ” กงชุนขมวดคิ้ว เขาเกาศีรษะอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนพูด
“หนิงเซียน เธอจะเล่นคำแบบนี้ไปทำไม ฉันแค่คิดว่าควรจะบอกไว้ก่อน จะได้ไม่มีความเข้าใจผิดอะไรเกิดขึ้น”
“ใครเข้าใจผิดเหรอ?” หลี่หนิงเซียนยิ้มมุมปาก แต่แววตากลับดูเจ้าเล่ห์นิด ๆ “ไม่เห็นมีใครเข้าใจผิดเลยนี่ กงชุน คุณดูจะกังวลไปเองหรือเปล่า”
กงชุนทำหน้าปั้นยาก จนในที่สุดเขาก็ถอนหายใจเบา ๆ “งั้นตามใจเธอแล้วกันหนิงเซียน ฉันแค่ไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ…แต่บอกไว้เลยนะ ฉันไม่ได้มีอะไรกับเพ่ยจวิ้นแน่นอน”
หลี่หนิงเซียนเบนสายตากลับไปที่เพ่ยจวิ้นอีกครั้ง เธอเพ่งมองผู้หญิงคนนั้นที่กำลังจิบชาอย่างสง่างาม ท่าทางเยือกเย็นและความถือดีที่แฝงอยู่ในทุกอิริยาบถของเพ่ยจวิ้น ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าการมาที่นี่ของเพ่ยจวิ้นมีจุดประสงค์อะไร หรือว่า…มันอาจจะเกี่ยวข้องกับบางอย่างที่พวกเธอไม่รู้
“งั้นเราคงต้องดูกันต่อไป ว่าเพ่ยจวิ้นจะมาทำอะไรที่นี่” หลี่หนิงเซียนพูดเบา ๆ พร้อมเหลือบมองกงชุนที่ยังมีท่าทางกังวล