ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 497 ฉันปฏิเสธ
บทที่ 497 ฉันปฏิเสธ
………………..
บทที่ 497 ฉันปฏิเสธ
เซี่ยวเฟินฟางถูกยอกย้อนจนพูดไม่ออก
หล่อนเป็นคนที่ชอบรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนที่แข็งแกร่ง พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่จะยอมให้รังแกง่าย ๆ ก็ไม่กล้าทำอะไรเกินเลยอีก
หลังจากนั้นหล่อนก็นั่งกินข้าวเงียบ ๆ
เพื่อนบ้านทั้งสองคนกินอิ่มแล้วก็ลุกจากไป ตอนจะจากไป คนหนึ่งยังจงใจคีบไข่ม้วนที่เซี่ยวเฟินฟางจ้องอยู่ไปด้วย
“โอ้โห ไข่ม้วนนี่อร่อยจริง ๆ น่าเสียดายนะที่เป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว”
เซี่ยวเฟินฟางโกรธจนแทบจะหายใจไม่ออก
หล่อนลุกขึ้นยืน กำลังจะชี้หน้าด่า
แต่หญิงเพื่อนบ้านกลับชิงลงมือก่อน ชี้ไปที่เซี่ยวเฟินฟาง
“ยังไง จะด่าฉันเหรอ ได้เลย แต่บอกให้รู้ไว้นะ แถวคฤหาสน์ตระกูลเย่ ทั้งผู้ชายผู้หญิงคนแก่เด็กล้วนเป็นคนรู้จักของฉันหมด ถ้าเธออยากทะเลาะกับฉัน ฉันมีพวกเยอะแยะ”
หญิงเพื่อนบ้านหัวเราะอย่างได้ใจ แล้วจูงมือเพื่อนเดินจากไปอย่างร่าเริง
เซี่ยวเฟินฟางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ยิ่งคิดยิ่งโกรธจนสีหน้าแย่ลงเรื่อย ๆ
หล่อนจ้องเขม็งไปที่เซี่ยหลินและคนอื่น ๆ ด้วยความโกรธ “พวกคุณเป็นใบ้กันไปหมดหรือไง ทำไมไม่มีใครช่วยพูดอะไรให้ฉันบ้าง”
เย่ไฉกุ้ยก้มหน้าคุ้ยข้าวในจาน คิดในใจ
ถ้าพวกเขายังช่วยเหลือเซี่ยวเฟินฟาง
มันจะเป็นอย่างไรต่อไป
คงจะทำให้ทั้งลานบ้านวุ่นวายไปหมด
เย่ไฉกุ้ยไม่พูดอะไร เซี่ยหลินและเย่ว่านหยวนจึงไม่กล้าพูดอะไรเช่นกัน
เซี่ยวเฟินฟางพูดอย่างหงุดหงิด “บนโต๊ะยังมีของกินเหลืออีกเยอะ เซี่ยหลิน เธอไปที่ครัวขอกล่องใส่อาหารมาสักสองสามกล่อง เอาอาหารที่เหลือพวกนี้กลับบ้านไปด้วย”
เซี่ยวเฟินฟางพูดจบก็มองถุงที่วางอยู่ข้างตัว แล้วยิ้มอย่างพอใจ
หลี่ชุ่ยชุ่ยและเย่จื้อผิงไม่มีเวลามาสนใจเซี่ยวเฟินฟางและพวกของหล่อน หลังจากส่งแขกคนสำคัญเสร็จ ก็พบว่าครอบครัวของเย่ไฉกุ้ยและเย่จื้อเฉียงกลับไปกันหมดแล้ว
ก่อนจะจากไป โจวซินหยวนตั้งใจเดินช้าลงเพื่อให้อยู่รั้งท้าย เดินเคียงข้างเย่เสี่ยวจิ่น
“เสี่ยวจิ่น เย่เหวินชางเป็นพี่ชายของเธอใช่ไหม?”
โจวซินหยวนคงไม่พูดถึงเย่เหวินชางโดยไม่มีเหตุผล เย่เสี่ยวจิ่นขมวดคิ้วแล้วพยักหน้า “ใช่ค่ะ หัวหน้าแผนกโจว มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เย่เหวินชางคนนี้มีจิตใจไม่ซื่อตรง” โจวซินหยวนเล่าเรื่องที่เย่เหวินชางมาชวนคุยกับเขาให้ฟัง “เขาคิดว่าผมเป็นคนโง่หรือไง ยังคิดจะใช้คุณมาสร้างความสัมพันธ์กับผมอีก”
โจวซินหยวนเป็นคนที่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี
สำหรับคนที่มีความสามารถจริง เขาก็ชื่นชมมาก และยินดีที่จะให้โอกาสด้วย
แต่คนอย่างเย่เหวินชางนั้นไม่คู่ควร
เย่เหวินชางมีความสามารถอยู่บ้าง แต่เขาไม่ได้ทุ่มเทความคิดไปที่การพยายามก้าวหน้าอย่างมั่นคง กลับคิดแต่จะเอาใจผู้บังคับบัญชาเพื่อหาทางลัด
“เขาอีกแล้วเหรอ?” เย่เสี่ยวจิ่นหัวเราะเยาะในใจ พลางพยักหน้าแสดงว่าเธอเข้าใจแล้ว
“ขอบคุณหัวหน้าแผนกโจวมากนะคะ โอกาสหน้าฉันจะเลี้ยงข้าวคุณ”
“ได้เลย” โจวซินหยวนตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ที่เมืองซิงเฉิงต้องมีคนมาดึงตัวคุณแน่ ต่อไปถ้าผมไปซิงเฉิง จะให้คุณเป็นไกด์นำทาง”
เย่เสี่ยวจิ่นตอบรับอย่างว่าง่าย
หลังส่งโจวซินหยวนกลับไป สีหน้าของเย่เสี่ยวจิ่นก็เย็นชาลงทันที
เย่เหวินชางคนนี้กำลังท้าทายขีดจำกัดของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจริง ๆ
หวังว่าเขาจะไม่มาก่อกวนให้ถึงตัวเธอ
เย่เสี่ยวจิ่นหลุบตาลงเล็กน้อย ซ่อนแววเยือกเย็นในดวงตาเอาไว้
หลังจากงานเลี้ยงฉลองการสอบเข้า เย่เสี่ยวจิ่นก็มีชีวิตที่สบายใจขึ้นช่วงหนึ่ง
เย่หวายใกล้จะเรียนจบปีนี้ ทางมหาวิทยาลัยกำลังจัดสรรงานให้
ส่วนจะได้ไปทำงานที่ไหนก็ต้องดูการจัดสรรอีกที
หลังจากท้องของหลินจิงเริ่มโตขึ้น หล่อนก็ย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ ไม่ต้องเดินทางไปมาระหว่างเมืองซิงเฉิงกับเมืองหวายฮว่าอีกต่อไป
หลิวเยว่มีกำหนดคลอดประมาณเดือนตุลาคม พอดีกับช่วงหลังเปิดเทอมไม่นาน
หลังจากงานเลี้ยงฉลองการสอบเข้าผ่านไปไม่กี่วัน ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมซิงเฉิงหมายเลขหนึ่งก็มาที่คฤหาสน์ตระกูลเย่ด้วยตัวเอง
ปกติแล้วผู้อำนวยการติงเหวินเหว่ยจะไม่มาด้วยตัวเอง
ทุกปีในแต่ละเมืองของมณฑลไห่จะมีนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่นอยู่หลายคน ถ้าต้องไปเชิญทุกคนด้วยตัวเองคงเหนื่อยตายแน่
แต่ติงเหวินเหว่ยมีการติดต่อกับทางปักกิ่ง หลังจากที่เรื่องของเย่เสี่ยวจิ่นกลายเป็นประเด็นร้อนที่ปักกิ่ง เขาก็ได้ยินเรื่องนี้
แต่ก่อนผู้ชนะการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกล้วนเป็นที่ต้องการของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งหลาย
ครั้งนี้เย่เสี่ยวจิ่นแสดงความสามารถในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกได้โดดเด่นมาก จนทำให้โรงเรียนมัธยมทั่วเมืองหลวงต่างพากันเคลื่อนไหว
แม้แต่เสิงซิ่งเสียนก็มาขอด้วยตัวเอง
ติงเหวินเหว่ยขับรถยนต์สีดำมาจอดที่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลเย่
เพื่อนบ้านแถวนั้นต่างก็ชินชาเสียแล้ว
คนในตระกูลเย่ล้วนประสบความสำเร็จ และมีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญมากมาย
เขามีท่าทีภาคภูมิใจอยู่บ้าง
ติงเหวินเหว่ยเชิดคางขึ้น ใช้มือจัดชุดสูทที่ยับให้เรียบร้อย แล้วจึงสั่งให้ผู้ช่วยไปเคาะประตู
เสิงหลานฮวาได้ยินเสียงเคาะประตู
“พวกเรามาจากโรงเรียนมัธยมซิงเฉิงหมายเลขหนึ่ง มาหาเย่เสี่ยวจิ่น”
เสิงหลานฮวาร้องอ๋อ แล้วพาพวกเขาเข้าไปข้างใน
เย่เสี่ยวจิ่นกับหลี่ชุ่ยชุ่ยกำลังดูทีวีอยู่ในห้อง
“เสี่ยวจิ่น มีคนจากโรงเรียนมัธยมซิงเฉิงหมายเลขหนึ่งมาหาเธอ”
คนคนนี้ดูแล้วมีแววทะนงและดูแคลนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ติงเหวินเหว่ยจัดคอเสื้อของตัวเอง เชิดคางขึ้น มองมาที่เย่เสี่ยวจิ่นด้วยสายตาประเมิน
“เธอคือเย่เสี่ยวจิ่นใช่ไหม?”
โรงเรียนมัธยมซิงเฉิงหมายเลขหนึ่งนั้นเหนือชั้นกว่าโรงเรียนมัธยมหวายฮว่าหมายเลขหนึ่งมากนัก
ติงเหวินเหว่ยก็เป็นคนหยิ่ง ปกติไม่สนใจใคร
ครั้งนี้ก็มาเชิญคนด้วยตัวเองเพราะเห็นแก่หน้าที่เย่เสี่ยวจิ่นคว้าแชมป์คณิตศาสตร์โอลิมปิกมาได้เท่านั้น
น้ำเสียงของเขามีความรู้สึกเหนือกว่าอยู่หลายส่วน ทำให้เย่เสี่ยวจิ่นขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
เธอตอบเสียงเรียบ ๆ “ใช่ค่ะ”
“ผมคือติงเหวินเหว่ยจากโรงเรียนมัธยมซิงเฉิงหมายเลขหนึ่ง ผมได้ดูคะแนนจบมัธยมต้นของคุณแล้ว ถือว่าดีมากทีเดียว”
“โรงเรียนมัธยมซิงเฉิงหมายเลขหนึ่งยินดีต้อนรับนักเรียนที่มีความสามารถเข้ามาศึกษาเสมอ”
“พวกเราที่โรงเรียนมัธยมซิงเฉิงหมายเลขหนึ่งมีทรัพยากรที่แข็งแกร่ง สภาพหอพักก็เป็นระดับแนวหน้าของซิงเฉิง”
ติงเหวินเหว่ยพูดด้วยน้ำเสียงราชการอย่างช้า ๆ “แน่นอน โรงเรียนของพวกเราจะมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดี ด้วยผลการเรียนของคุณแล้ว ก็จะได้รับทุนการศึกษาระดับที่สองของโรงเรียนพวกเรา”
ความจริงทุนการศึกษาระดับที่หนึ่งก็มีความเป็นไปได้
แต่ติงเหวินเหว่ยไม่ได้พูดออกมา
ตั้งใจจะกดความมั่นใจของเย่เสี่ยวจิ่น
เพื่อไม่ให้เด็กสาวหยิ่งเกินไป
แต่ก่อนเวลากู้กั๋วเฉียงและคนอื่นๆ มาที่บ้านตระกูลเย่ ล้วนแต่ทำท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตร หลี่ชุ่ยชุ่ยและคนอื่น ๆ เห็นแล้วยังรู้สึกประหม่า
ตอนนี้ติงเหวินเหว่ยมีท่าทางยโสโอหัง ทำเอาทั้งสองคนตกใจจนหน้าซีด
หลี่ชุ่ยชุ่ยมีท่าทางอ่อนลง ลังเลไม่กล้าเอ่ยปาก
เย่จื้อผิงนั่งเงียบอยู่บนโซฟา ไม่รู้จะแทรกคำพูดอย่างไร
บรรยากาศในห้องรับแขกหนักอึ้งไปชั่วขณะ ติงเหวินเหว่ยแน่นอนว่าสังเกตเห็น แต่เขาคิดแค่ว่าคนพวกนี้ถูกบารมีของเขาข่มจนกลัว
เย่เสี่ยวจิ่นจิบน้ำ สีหน้าของเธอเริ่มเย็นชาลงแล้ว
เธอวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะกาแฟเบา ๆ แล้วพูดเสียงเรียบว่า “ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่คิดจะไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมซิงเฉิงหมายเลขหนึ่ง”
ติงเหวินเหว่ยชะงักรอยยิ้มค้างไว้ “อะไรนะ?”
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ดีมาก็ดีตอบ เห็นว่าจิ่นเป่าเป็นเด็กแล้วอย่าคิดว่าจะดึงตัวมาเรียนก็ดึงได้นะคุณลุง
ไหหม่า(海馬)
………………..