บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ร้อยรักปักดวงใจ - ตอนที่ 405 ข่าว(ปลาย)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ร้อยรักปักดวงใจ
  4. ตอนที่ 405 ข่าว(ปลาย)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 405 ข่าว(ปลาย)
“สืออีเหนียง!” สวีลิ่งอี๋ตกใจเป็นอย่างมาก ไม่สนใจสิ่งสกปรกที่อยู่บนพื้น นั่งตรงขอบเตียงแล้วคอยลูบหลังให้นางอย่างเบามือ

“ฮูหยิน!” หู่พั่วตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นว่ามีสวีลิ่งอี๋คอยดูแลสืออีเหนียงแล้ว ตัวเองก็รีบวิ่งไปรินน้ำอุ่นมา

สืออีเหนียงอาเจียนอาหารที่ทานในตอนเช้าออกมาจนหมดจึงได้รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย

สวีลิ่งอี๋รับถ้วยชามาจากหู่พั่วแล้วเอามาป้อนสืออีเหนียง “มา ล้างปากสักหน่อย”

มีสาวใช้น้อยไหวพริบดีรีบยกกระโถนมาให้ป้วนปาก

สืออีเหนียงหน้าแดงก่ำ

เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร ราวกับว่าแทบจะทนไม่ได้เลย

นางพูดพึมพำว่า “ขอบคุณ” แล้วรับถ้วยชามาป้วนปาก เมื่อเห็นหู่พั่วพาสาวใช้น้อยมาทำความสะอาดสิ่งที่ตัวเองอาเจียนออกมา ก็พูดด้วยความไม่สบายใจว่า “ท่านโหว” รู้สึกว่าสิ่งที่อาเจียนออกมามีกลิ่นแรงจนทำให้นางรู้สึกไม่สบาย พยายามฝืนพูดขึ้นมาว่า “ท่านหลบออกไปก่อนเถิด ” รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมา หมอบอยู่ขอบเตียงท่าทางเหมือนอยากจะอาเจียนอีกครั้ง

“สืออีเหนียง!” สวีลิ่งอี๋ตกใจจนหน้าซีด รีบกำชับหู่พั่ว “เร็ว ไปรินชาร้อนมา!”

น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นชา ทำเอาหู่พั่วตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย รีบรับคำแล้วไปรินชาร้อนมา

“สืออีเหนียง!” สวีลิ่งอี๋เรียกสืออีเหนียงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ค่อยๆ พยุงสืออีเหนียงที่หมอบอยู่ขอบเตียงมากอดไว้ รับถ้วยชาจากหู่พั่วมาชิมก่อนที่จะป้อนสืออีเหนียง “มา ดื่มชาร้อนสักหน่อย ดื่มแล้วจะทำให้รู้สึกดีขึ้น”

ชาเถี่ยกวนอินที่หอมเย้ายวนมีกลิ่นเจือจางกว่าปกติเล็กน้อย

สืออีเหนียงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของสวีลิ่งอี๋อย่างอ่อนแรง ไม่กล้าปฏิเสธความหวังดีของเขาจึงจิบไปหนึ่งอึกแล้วเบือนหน้าหนี

“ดื่มเถิด” สวีลิ่งอี๋พูดเกลี้ยกล่อมนางเบาๆ “จิบอีกสักอึก”

สืออีเหนียงจึงต้องจิบชาอีกหนึ่งอึก

ความสะอิดสะเอียนเมื่อครู่ดูเหมือนว่าจะกลับมาอีกครั้ง

นางขมวดคิ้วแล้วเบือนหน้าหนีอีกครั้ง

สวีลิ่งอี๋ไม่กล้าบังคับนางอีก จึงยื่นถ้วยชาส่งให้หู่พั่วที่สีหน้าดูเป็นกังวล จากนั้นก็ลูบหน้าผากสืออีเหนียงเบาๆ “เจ้าอดทนหน่อย ข้าให้คนไปเชิญหมอหลวงมาแล้ว”

สืออีเหนียงพยักหน้าเล็กน้อย เอามือปิดปากสีหน้าเหมือนกำลังอดกลั้นเอาไว้

สวีลิ่งอี๋สีหน้าเปลี่ยนไป

แต่ไหนแต่ไรมา สืออีเหนียงนั้นเป็นคนขี้เกรงใจและจัดการทุกสิ่งด้วยตัวเองมาโดยตลอด เวลาเกิดเรื่องก็ชอบทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก เมื่อเป็นเรื่องเล็กก็จะไม่ไปรบกวนผู้อื่นง่ายๆ ยามนี้นางคงจะรู้สึกอึดอัดจนแทบจะทนไม่ได้แล้วกระมัง…

เมื่อความคิดผ่านเข้ามาในหัว ในใจก็เริ่มเจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อย

“สืออีเหนียง สืออีเหนียง” เขาลูบหลังสืออีเหนียงเบาๆ “เจ้าไม่สบายตรงไหนกัน” จากนั้นก็จูบแก้มนางเบาๆ

การกระทำที่อ่อนโยน อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น น้ำเสียงที่รักใคร่เอ็นดู ทำให้หว่างคิ้วของนางค่อยๆ คลายลง แต่กลิ่นแปลกๆ ที่อยู่ปลายจมูกคอยเตือนสืออีเหนียงว่ามีสิ่งที่นางอาเจียนออกมาอยู่ที่ข้างเตียง ทำให้นางขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง

สิ่งเหล่านี้หลบไม่พ้นสวีลิ่งอี๋ที่คอยสังเกตอาการของนางอย่างละเอียด

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามนางเบาๆ ว่า “เป็นเพราะกลิ่นในห้องไม่ดีใช่หรือไม่”

สืออีเหนียงเม้มปากด้วยความอายเล็กน้อย

สวีลิ่งอี๋ยิ้ม หยิกจมูกนางเบาๆ “บิดจนจะเป็นขนมเกลียวอยู่แล้ว” จากนั้นก็เอาผ้าห่มมาห่อนางแล้วอุ้มไปที่ห้องปีกทิศตะวันออก “ให้พวกนางเก็บกวาดกันก่อน พวกเรามาอยู่ที่นี่สักครู่หนึ่ง”

สืออีเหนียงหน้าแดงก่ำราวกับพระอาทิตย์ยามอัสดง

หู่พั่วเห็นดังนั้นก็พาสาวใช้น้อยวิ่งไปที่ห้องปีกทิศตะวันออก เมื่อพวกเขามาถึง โต๊ะที่อยู่บนเตียงเตาริมหน้าต่างห้องปีกทิศตะวันออกได้ถูกยกออกไปแล้ว ปูเบาะรองสีฟ้าลายค้างคาวห้าตัว มีหมอนอิงสีดำวางอยู่ ปูทับด้วยผ้านวมสีแดงลายนกยูง ชามและถ้วยชาวางอยู่บนโต๊ะที่อยู่ทางด้านตะวันออกของเตียงเตา

สวีลิ่งอี๋ไม่ได้วางสืออีเหนียงลงบนเตียงนั่ง แต่อุ้มไว้นางแล้วขึ้นไปบนเตียงเตา

เมื่อหู่พั่วเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงช่วยสวีลิ่งอี๋ถอดรองเท้า

ห้องนี้เดิมทีเป็นห้องหนังสือเล็กๆ ของสืออีเหนียง นางจะมาที่นี่เพื่ออ่านหนังสือหรือตรวจบัญชีเป็นครั้งคราว ไม่เหมือนห้องด้านในและห้องจัดเลี้ยงที่มักจะมีสาวใช้น้อยมากมายคอยปรนนิบัติ เพราะเหตุนี้อากาศจึงค่อนข้างปลอดโปร่ง สืออีเหนียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวาขึ้นมากจึงค่อยรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย

“ท่านโหว” นางดิ้นเล็กน้อย “ปล่อยข้าลงเถิดเจ้าค่ะ”

สวีลิ่งอี๋ไม่สนใจ “หลับตาลงสงบจิตสงบใจเถิด อีกประเดี๋ยวหมอหลวงก็จะมาถึงแล้ว”

เขาไม่พูดก็ดีไป แต่พอเขาพูดเช่นนี้ก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมา อ้อมแขนที่แข็งแรงของสวีลิ่งอี๋ทำให้นางรู้สึกสงบเป็นพิเศษ สืออีเหนียงอดหาวไม่ได้ ในใจยังคงนึกถึงไท่ฮูหยิน “ข้ายังไม่ได้ไปคารวะท่านแม่เลย”

สวีลิ่งอี๋เห็นว่านางดึงดัน จึงจูบแก้มนางด้วยความเอ็นดู “รีบนอนเถิด! ทางด้านท่านแม่ข้าจะไปพูดให้เอง”

สืออีเหนียงได้ยินเช่นนี้ก็วางใจ มุดเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ไม่นานก็หลับไป

ตอนนี้สวีลิ่งอี๋ถึงได้สงบลงแล้วคิดอย่างละเอียด ในใจทั้งตกใจทั้งมีความสุข ได้แต่รอให้หมอหลวงหลิวมาเร็วๆ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าหลายวันมานี้สภาพอากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว พอกลางคืนก็ต่างคนต่างหันหลังใส่กัน บางทีอาจจะเป็นหวัดก็ได้ ฉับพลันก็นึกเสียใจขึ้นมาอยู่ไม่น้อย สืออีเหนียงอายุน้อยกว่าตนสิบกว่าปี ถึงแม้ว่าปกติจะมีท่าทางสุขุมเรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง ลึกๆ แล้วนางมีความอ่อนแอแค่ไหนไม่มีใครเข้าใจได้ดีกว่าเขา แต่ว่าตนก็ยังถือสานาง เสียทีที่ตัวเองอายุมากกว่านาง…อีกอย่างคืนนั้นก็เป็นเขาที่ผิด สืออีเหนียงเป็นคนขี้อาย อย่าว่าแต่เข้าใกล้เลย ขนาดเพียงแค่กอดนางแน่นๆ ก็ยังหน้าแดงก่ำ ยิ่งไปกว่านั้นวันนั้นก็ถูกเขาแกล้งจนร้องไห้…เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาก็เอาใบหน้าแนบไปกับใบหน้าของสืออีเหนียง

ตอนนี้เกรงว่าเจ้าตัวเล็กคงจะทั้งกังวลทั้งเขินอาย

หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ วันนั้นควรจะอ่อนโยนกับนางมากกว่านี้!

เขาเอาความอับอายที่พูดคำว่า ‘ชอบ’ ออกมาแล้วทิ้งไว้ข้างหลังไม่ไปนึกถึงอีก จูบที่ไรผมของสืออีเหนียงเบาๆ ราวกับว่าเช่นนี้จะสามารถชดใช้การล้ำเส้นของตัวเองในวันนั้นได้ ในใจได้แต่แอบหวังว่าอย่าให้เป็นเพราะเป็นไข้เลย แม้แต่ความหวังว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ก็ยังลดน้อยลง

กำชับหู่พั่วว่า “ฮูหยินไม่สบาย ไม่พบใครทั้งสิ้น ให้ป้าซ่งไปรายงานไท่ฮูหยินด้วย”

หู่พั่วยินดีเป็นอย่างมาก ย่อเข่ารับคำ “เจ้าค่ะ” แล้วรีบไปจัดการ เมื่อกลับมารายงานสวีลิ่งอี๋ ในใจก็เกิดความคิดขึ้นมาจึงรีบไปหาจู๋เซียง

สืออีเหนียงท่าทางสะลึมละลือ ไม่รู้ว่าหมอหลวงหลิวมาตอนไหนและกลับไปตอนไหน เมื่อตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าในห้องได้จุดโคมไฟเอาไว้แล้ว สวีลิ่งอี๋เอนตัวพิงหมอนอิงนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนั่ง

เมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว เขาก็รีบมาดู “ตื่นแล้วหรือ!”

หรืออาจเป็นเพราะแสงไฟ สืออีเหนียงรู้สึกว่าสายตาที่สวีลิ่งอี๋มองนางนั้นดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ

“เจ้าค่ะ!” นางคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะหลับไปนานขนาดนี้ ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง “ตอนนี้ยามไหนแล้ว”

สวีลิ่งอี๋ดึงนาฬิกาพกออกมา “ต้นยามซวีแล้ว!”

“ข้าหลับไปนานขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ!” สืออีเหนียงตกใจเป็นอย่างมาก

สวีลิ่งอี๋ยิ้มพลางลูบศีรษะนาง ถามนางอย่างอ่อนโยนว่า “หิวหรือไม่ อยากกินอะไรหรือไม่”

สืออีเหนียงไม่อยากอาหาร แต่หากไม่ทานอาหารก็จะทำให้ร่างกายแย่ลง

นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าอยากทานโจ๊กข้าวฟ่าง”

สวีลิ่งอี๋ตะโกนเรียกสาวใช้น้อย

สืออีเหนียงรู้สึกเกียจคร้าน ไม่อยากลุกออกจากเตียง จึงพิงหมอนอิงพูดคุยกับสวีลิ่งอี๋ “หมอหลวงว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“บอกว่าอาจเป็นเพราะเจ้าเหนื่อยเกินไป” สวีลิ่งอี๋มีสายตาแปลกๆ “บอกว่าพอผ่านไปอีกสักหน่อยจะมาตรวจชีพจรให้เจ้าอีกครั้ง”

“เขียนใบสั่งยาแล้วหรือยัง”

“เขียนแล้ว!” สวีลิ่งอี๋นึกขึ้นได้ว่านางเข้าใจใบสั่งยา รู้จักยาบางชนิดจึงยิ้มแล้วพูดว่า “ให้ผู้ดูแลเรือนนอกไปช่วยจัดยาให้แล้ว พรุ่งนี้จะเอามาให้เจ้าดู”

สืออีเหนียงพยักหน้า จากนั้นก็ถามถึงรายการงานเลี้ยงในวันที่สามเดือนสามว่าได้ส่งไปให้ผู้ดูแลจ้าวแล้วหรือยัง ถามว่าตัวเองไม่ได้ไปคารวะไท่ฮูหยิน ไท่ฮูหยินว่าอย่างไรบ้าง และถามว่าพวกเด็กๆ สบายดีหรือไม่

สวีลิ่งอี๋เล่าถึงสถานการณ์ในจวนให้ฟัง เมื่อสาวใช้น้อยยกโจ๊กข้าวฟ่างเข้ามาจึงได้ลุกขึ้นแล้วยกโต๊ะบนเตียงเตามาไว้ตรงหน้านาง

เมื่อถูกสวีลิ่งอี๋ดูแลเช่นนี้ สืออีเหนียงก็รู้สึกไม่ชินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโจ๊กข้าวฟ่าง ทานไปเพียงสองคำก็ไม่อยากทานแล้ว

“ไม่อยากทานก็ไม่ต้องทานแล้ว” สวีลิ่งอี๋ไม่ได้บังคับ ให้สาวใช้น้อยเอาออกไป “เจ้าหลับมาแล้วทั้งวันก็ยากที่จะอยากอาหาร รอให้อยากทานเมื่อไรค่อยทานเถิด!”

แต่สืออีเหนียงก็รู้สึกหิว นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนมักจะกินเพียงผลไม้ในตอนเย็นเพื่อรักษาหุ่นจึงให้สาวใช้ช่วยปอกผิงกั่วให้หนึ่งลูกแต่ก็กินไปเพียงแค่ครึ่งลูก

หู่พั่วตักน้ำเข้ามาปรนนิบัตินางล้างหน้าล้างตา

“ไม่ต้องแล้ว” สืออีเหนียงยิ้มพลางลงจากเตียงเตา “ไปที่ห้องชำระดีกว่า!”

หู่พั่วมองสวีลิ่งอี๋เพื่อขอความช่วยเหลือ

สวีลิ่งอี๋รีบพูดขึ้นมาว่า “ให้พวกเขาปรนนิบัติเจ้าล้างหน้าล้างตาที่นี่เถิด! วันนี้เจ้าก็ไม่ได้ต้องออกไปไหน ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเช่นนั้น”

สืออีเหนียงยังรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย สวีลิ่งอี๋เปิดม่านแล้วเดินออกไป หู่พั่วนำผ้าขาวมาวางบนไหล่ของนาง เพียงแค่นางก้มหัวก็สามารถล้างหน้าได้แล้ว

ทำราวกับว่าป่วยหนัก!

สืออีเหนียงเห็นดังนั้นก็แอบบ่นอยู่ในใจ ใบหน้าแข็งทื่อเล็กน้อย จู่ๆ ใจก็เต้นแรงขึ้นมา

หรือว่าตนจะป่วยเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้

ดังนั้นสวีลิ่งอี๋จึงไม่ให้นางดูใบสั่งยา หู่พั่วและคนอื่นๆ จึงได้ปรนนิบัติต่อนางอย่างระมัดระวังเช่นนี้

กว่าจะระงับความตกใจภายในใจได้นั้นไม่ง่ายเลย สืออีเหนียงค่อยๆ สังเกตอย่างละเอียด

ดูเหมือนว่าหู่พั่วกลัวว่านางจะเคลื่อนไหวมากเกินไปจึงคอยสังเกตท่าทางของหู่พั่วอยู่เรื่อยๆ เวลานางจะทำอะไรหู่พั่วก็จะรีบทำแทนนาง พอนางนั่งลงอย่างเชื่อฟัง หู่พั่วและคนอื่นๆ ก็จะมีท่าทางผ่อนคลาย

สืออีเหนียงไม่อยากทำให้พวกนางลำบากใจ จึงนั่งอยู่เฉยๆ ให้พวกนางจัดการได้ตามใจต้องการ

หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จก็มีสาวใช้น้อยเข้ามารายงานว่า “ฮูหยิน คุณหนูใหญ่ได้ยินว่าท่านไม่สบาย คุณหนูใหญ่ คุณชายน้อยสี่ และคุณชายน้อยห้าจึงได้ช่วยกันทำถุงหอมดอกกล้วยไม้ แล้วยังบอกอีกว่าพอท่านดีขึ้นเมื่อไรก็จะมาคารวะท่านเจ้าค่ะ”

“เอาเข้ามาเถิด!” สืออีเหนียงยิ้มแล้วพิงหมอนอิงอย่างเกียจคร้าน

หู่พั่วช่วยนางจัดผ้าห่มไว้เรียบร้อย หลังจากนั้นลี่ว์อวิ๋นก็รับถุงหอมจากสาวใช้น้อยแล้วนำมาส่งให้

สืออีเหนียงลองดมดู ฉับพลันก็รู้สึกมวนท้อง จึงหมอบอาเจียนผิงกั่วที่พึ่งทานเข้าไป

ไม่รู้ว่าหู่พั่วไปยกกะละมังสีฟ้ามาจากไหน สืออีเหนียงจึงอาเจียนใส่กะละมังอย่างพอดิบพอดี เมื่อสืออีเหนียงอาเจียนเสร็จสาวใช้น้อยก็ยกน้ำอุ่นเข้ามาให้บ้วนปาก ลี่ว์อวิ๋นเอาบ๊วยน้ำผึ้งมาให้นางอม ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบ

สืออีเหนียงเห็นว่าทั้งห้องเต็มไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางแสงไฟจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าระดูไม่มานานแล้ว…ยกมือกุมท้องโดยไม่รู้ตัว

“หู่พั่ว!” นางมองหู่พั่วด้วยความสับสน อยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป

******

“หากเป็นเช่นนี้ต้องรอจนถึงเดือนสามถึงจะได้รับการยืนยันอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” ป้าตู้ช่วยไท่ฮูหยินเอาปิ่นปักผมออก

“แต่ว่าก็ยังตรวจไม่พบอะไร” แววตาของไท่ฮูหยินเผยให้เห็นรอยยิ้มสดใสร่าเริง “ข้าเรียกป้าซ่งมาถาม แปดถึงเก้าในสิบส่วนเป็นไปได้ว่ากำลังตั้งครรภ์แล้ว”

“ขอแสดงความยินดีกับไท่ฮูหยินด้วยเจ้าค่ะ” ป้าตู้ยิ้มพลางย่อเข่าคำนับไท่ฮูหยิน

ไท่ฮูหยินยิ้มพลางพยุงนาง “อย่าพึ่งพูดออกไป เจ้าสี่กำลังปิดบังอยู่”

ป้าตู้ประหลาดใจเล็กน้อย

ไท่ฮูหยินยิ้มแล้วพูดว่า “นิสัยอย่างเขา หากไม่ใช่เรื่องที่มั่นใจจะไม่พูดออกไปเด็ดขาด” คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างมีความสุขว่า “เรื่องเช่นนี้เกรงว่าแม้แต่หมอหลวงก็ยังไม่เข้าใจเท่าพวกเราแน่นอน!”

ป้าตู้หัวเราะเสียงดังลั่น

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 405 ข่าว(ปลาย)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. nitnit

    ท้องหรือยัง

    2023-01-09 at 12:59
ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
2023-05-19
browniee.online8bb416f15a
วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า
2026-07-06
browniee.onlinea7172f5c (1)
เมื่อฉันขายตัวให้แฟนเก่า
2026-07-05
a1-1ad12e
ข้าไม่ใช่หญิงโง่…แค่กำลังแสดง!
2026-07-06

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน