บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ร้อยรักปักดวงใจ - ตอนที่ 339 ต้อนรับแขก(ต้น)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ร้อยรักปักดวงใจ
  4. ตอนที่ 339 ต้อนรับแขก(ต้น)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 339 ต้อนรับแขก(ต้น)
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่สืออีเหนียงจัดการเรื่องในเรือนเสร็จเรียบร้อย ก็เขียนจดหมายถึงกานฮูหยินขอให้นางช่วยหาหมอให้ชีเหนียง

สวีลิ่งอี๋นั้นยังไม่กลับมา สืออีเหนียงจึงไปหาไท่ฮูหยิน

ไท่ฮูหยินพึ่งกลับมาจากห้องพระ เมื่อเห็นนางมาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เคยเห็นคนดูแลเรือนคนไหนว่างเหมือนเจ้าเลย มานั่งเล่นกับข้าได้ทุกวัน!”

สืออีเหนียงยิ้มแล้วพูดว่า “เหล่าท่านป้าผู้ดูแลต่างก็มีความสามารถกันทั้งนั้น ย่อมไม่มีอะไรให้ข้าทำแล้วเจ้าค่ะ” ช่วยพยุงไท่ฮูหยินไปนั่งบนเก้าอี้และบอกไท่ฮูหยินเกี่ยวกับเรื่องที่จะไปสกุลหลินในช่วงบ่าย

ไท่ฮูหยินไม่ได้สนใจ เพียงแต่ถามนางว่าจะกลับมาทานข้าวเย็นหรือไม่

“ข้าจะกลับมาทานข้าวเย็นเจ้าค่ะ” สืออีเหนียงยิ้มแล้วพูดต่อว่า “เพียงแค่ไปเอาภาพวาดมาเท่านั้น”

ไท่ฮูหยินพยักหน้า ถามถึงการจัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับนายหญิงเจียง

สืออีเหนียงตอบทีละคำถาม ทานข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนไท่ฮูหยิน จากนั้นก็ปรนนิบัติไท่ฮูหยินพักผ่อนแล้วค่อยกลับเรือน

กำชับสาวใช้น้อยให้ไปเชิญเหวินอี๋เหนียง ส่วนตัวเองไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องชำระ พอออกมาเหวินอี๋เหนียงก็รออยู่ในห้องแล้ว

นางสวมเสื้อคลุมผ้าไหมแก้วสีเงิน สวมกระโปรงผ้าไหมหังโจวสีฟ้าอ่อน ผมของนางถูกหวีอย่างเป็นระเบียบแล้วเกล้าขึ้น ปักปิ่นปักผมชุบสีทองดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อเห็นสืออีเหนียงสวมเสื้อคลุมผ้าไหมแก้วสีขาวดอกบ๊วย สวมกระโปรงผ้าไหมหังโจวสีชมพูลูกท้อ มวยผมสูง ปักปิ่นหงส์สีทอง ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปกติเวลาอยู่ที่เรือนสืออีเหนียงจะแต่งตัวเรียบง่าย นางกลัวว่าสืออีเหนียงจะแต่งตัวไปเยี่ยมญาติที่สกุลหลินเหมือนกับที่แต่งตามปกติ ดังนั้นจึงตั้งใจแต่งตัวเพื่อที่เวลายืนอยู่ข้างสืออีเหนียงจะได้ไม่ดูโดดเด่นจนเกินไป

สืออีเหนียงแค่รู้สึกว่าวันนี้เหวินอี๋เหนียงดูเรียบง่ายเป็นพิเศษ แม้แต่ต่างหูอลังการที่เป็นเอกลักษณ์ของนาง วันนี้ก็เปลี่ยนเป็นต่างหูเงินเล็กๆ ธรรมดา

คงเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ไปสกุลหลินกระมัง

นางครุ่นคิด

การปิดบังความโง่เขลาของตัวเองมักดีกว่าการทำให้ตัวเองโดดเด่นอย่างไร้เหตุผล

ทั้งสองคนเดินทางไปสกุลหลิน

คุณนายใหญ่สกุลหลินตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นเหวินอี๋เหนียง ต้อนรับสืออีเหนียงไปดื่มชาที่เรือนหลักอย่างเงียบๆ เหวินอี๋เหนียงยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างหลังสืออีเหนียง ท่าทางนอบน้อมเหมือนกับหู่พั่วและคนอื่นๆ

คุณนายใหญ่สกุลหลินกับเหวินอี๋เหนียงพูดคุยกันไม่กี่คำ จากนั้นเซ่าจ้งหรานก็มาถึง

สืออีเหนียงกับเหวินอี๋เหนียงมองดูเขาอยู่หลังฉากกั้น

เมื่อได้มองดูใกล้ๆ ก็รู้สึกว่าเซ่าจ้งหรานนั้นสดใสและอบอุ่น

ทุกคนในสกุลเซ่าได้ย้ายมาอยู่ในจวนที่ซื้อใหม่แล้ว คุณนายใหญ่สกุลหลินเอ่ยถามเซ่าจ้งหราน “จวนใหม่อยู่สบายหรือไม่” จากนั้นก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ

เมื่อเซ่าจ้งหรานจากไปแล้ว นางก็ส่งภาพวาดให้สืออีเหนียง “ใช้ได้หรือไม่”

สืออีเหนียงยิ้มแล้วพูดว่า “ขอข้านำกลับไปดูก่อน”

คุณนายใหญ่สกุลหลินไม่ได้ถามอะไรอีก นางเล่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในเรือนให้สืออีเหนียงฟัง จากนั้นสืออีเหนียงก็กล่าวลา

“เป็นอย่างไรบ้าง” นางถามเหวินอี๋เหนียงขณะอยู่บนรถม้า

เหวินอี๋เหนียงพึมพำ “คุณชายเซ่ามีมารยาทยิ่งนัก รู้จักการวางตัว เวลายิ้มก็ดูสดใสราวกับนกโบยบินก็ไม่ปาน ไม่เหมือนว่าปกปิดอะไรเอาไว้”

หรือจะบอกว่านางคิดว่านี่เป็นนิสัยที่แท้จริงของเขา!

“พวกเราคงออกไปไม่ได้” สืออีเหนียงครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ผู้บัญชาการหลี่ไม่อยู่เรือน ต่อให้ท่านโหวออกหน้าก็ต้องมีเหตุผลที่เป็นทางการจึงจะเหมาะสม”

เหวินอี๋เหนียงรู้ว่านางกำลังพูดถึงเรื่องที่ไปพบคุณชายหลี่จึงอดปวดหัวขึ้นมาไม่ได้

ทั้งสองคนเงียบไปในชั่วขณะหนึ่ง

เมื่อกลับมาถึงเรือนเหวินอี๋เหนียงก็ตามสืออีเหนียงไปที่เรือนศาลาริมน้ำ

เจินเจี่ยเอ๋อร์กำลังนั่งทำงานเย็บปักอยู่กับปินจวี๋ ภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง สีหน้าของนางสงบนิ่ง งดงามดุจไข่มุก

เมื่อเห็นสืออีเหนียงกับเหวินอี๋เหนียงเดินมาพร้อมกัน เจินเจี่ยเอ๋อร์ก็ประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปคำนับ

สืออีเหนียงถามปินจวี๋ “ท่านโหวยังไม่กลับมาอีกหรือ”

“ยังเลยเจ้าค่ะ” ปินจวี๋ตอบอย่างนอบน้อม

สืออีเหนียงถามถึงสถานการณ์ของเจินเจี่ยเอ๋อร์ จากนั้นก็ไปที่เรือนหลัก

เหวินอี๋เหนียงเดินตามมา เห็นสืออีเหนียงสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย จึงพูดปลอบใจเบาๆ ว่า “ฮูหยินไม่ต้องกังวล เมื่อก่อนท่านโหวก็เคยไม่กลับจวน ส่วนใหญ่มักจะเป็นเพราะมีเรื่องด่วนในราชสำนัก…” ยังไม่ทันพูดจบ ใบหน้าของทั้งสองก็เผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ

“อย่างนั้นหรือ” สืออีเหนียงรีบตอบกลับเพราะเกรงว่าเหวินอี๋เหนียงจะพูดประโยคทำนองนี้ขึ้นมาอีก แล้วพูดอีกว่า “เรื่องคุณชายหลี่คงต้องรอให้ท่านโหวกลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน คนสกุลหลี่รอข่าวจากพวกเราอยู่ตลอด หากทำอะไรบุ่มบ่ามแล้วเกิดความเข้าใจผิดจะทำให้ลำบาก ในเมื่อท่านโหวไม่อยู่เรือน เหวินอี๋เหนียงก็กลับไปก่อนเถิด”

ก่อนหน้านี้แววตาของเหวินอี๋เหนียงเผยให้เห็นถึงความไม่สบายใจ แต่เมื่อสืออีเหนียงพูดจบ นางก็กลับคืนสู่ท่าทางปกติ ยิ้มพลางย่อเข่าคำนับสืออีเหนียงแล้วถอยออกไป

หลังจากนั้น สวีลิ่งอี๋ก็กลับมาตอนกลางคืน

สืออีเหนียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

สวีลิ่งอี๋มองสีหน้านางออกอย่างชัดเจนแต่กลับไม่มีคำอธิบายใดๆ

สืออีเหนียงเล่าเรื่องในวันนี้ให้เขาฟัง

เมื่อสวีลิ่งอี๋ได้ฟังก็ตกใจแล้วถามต่อว่า “แล้วเหวินอี๋เหนียงว่าอย่างไรบ้าง”

สืออีเหนียงเล่าคำพูดของเหวินอี๋เหนียงให้สวีลิ่งอี๋ฟัง

สวีลิ่งอี๋เงียบไปครู่ใหญ่

สืออีเหนียงลองเสนอให้เขานัดพบหลี่จี้

“ข้าจะลองดู” เขาตอบตกลงอย่างลังเล

บ่ายวันต่อมา ในขณะที่สืออีเหนียงกำลังสั่งรายการอาหารในงานเลี้ยงกับป้าหลีที่ดูแลห้องครัว หลินปัวก็วิ่งพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ฮูหยิน ท่านโหวเชิญท่านกับเหวินอี๋เหนียงไปคุยที่ห้องหนังสือเรือนนอกขอรับ”

สืออีเหนียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ให้สาวใช้น้อยไปเรียกเหวินอี๋เหนียง ทั้งสองคนพบกันที่ศาลาปี้อีแล้วไปที่ห้องหนังสือเรือนนอกด้วยกัน

ประตูเก๋อซ่านที่ห้องรับแขกถูกเปิดกว้าง เมื่อเข้าไปจะเห็นบรรยากาศในห้องโถงได้อย่างชัดเจน

สวีลิ่งอี๋นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ด้านหน้ามีเด็กหนุ่มสวมเสื้อสีเขียวยืนอยู่

ความสูงของเขาพอๆ กันกับเจินเจี่ยเอ๋อร์ ร่างกายผอมบางตามวัยของเด็กหนุ่ม

เด็กหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นหลี่จี้

สืออีเหนียงลังเลเล็กน้อย

อย่าบอกนะว่าจะให้เดินเข้าไปโต้งๆ เช่นนี้?

ขณะที่กำลังครุ่นคิดก็เห็นหลินปัวรีบวิ่งเข้าไปคำนับ “ท่านโหว ฮูหยินมาขอรับ”

สวีลิ่งอี๋ลุกขึ้นยืน สืออีเหนียงเห็นเด็กหนุ่มชุดเขียวเบี่ยงตัวหลบถอยไปหลายก้าว ก้มหน้าลงเล็กน้อย ยืนอย่างนอบน้อมอยู่ข้างเสาสีดำ

สืออีเหนียงเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไป แต่สายตากลับเหลือบมองหลี่จี้อยู่ตลอดเวลา ไม่รอให้สวีลิ่งอี๋เอ่ยปากนางก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าไม่รู้ว่าท่านโหวมีแขก ขอท่านโหวโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ เพราะมีเรื่องด่วนต้องขอให้ท่านโหวตัดสิน จึงเดินเข้ามาโดยพลการ” พูดจบก็ยื่นรายการอาหารที่ป้าหลีเขียนเมื่อครู่ให้เขา

คงบอกไม่ได้ว่าถูกสวีลิ่งอี๋เรียกมา

สวีลิ่งอี๋รับรายการอาหารมา แนะนำหลี่จี้ให้สืออีเหนียงรู้จัก “บุตรชายคนรองของผู้บัญชาการหลี่นามว่าหลี่จี้”

เขาคำนับสืออีเหนียงอย่างไม่รีบร้อน ดูสง่างามสุขุม

“คุณชายหลี่” สืออีเหนียงยิ้มทักทาย ดวงตาของนางลอบสำรวจใบหน้าของเขา

ผิวพรรณขาวผ่อง คิ้วเรียวยาว จมูกโด่ง รูปลักษณ์ไม่ด้อยไปกว่าเซ่าจ้งหรานเลย แต่บุคลิกของทั้งสองคนแตกต่างกันอย่างมาก นางสามารถมองเห็นมุมที่เป็นธรรมชาติของเซ่าจ้งหรานได้ แต่หลี่จี้ที่อายุยังน้อยกลับดูเก็บตัวมาก ขาดลักษณะเฉพาะตัวไปบ้าง ดังนั้นดูแล้วไม่โดดเด่นเท่าเซ่าจ้งหราน

เขาโค้งคำนับ

สวีลิ่งอี๋กับสืออีเหนียงออกไปที่ห้องปีกทิศตะวันออก เหวินอี๋เหนียงยังคงต้องรักษาสถานะของอนุภรรยาจึงยืนอยู่หน้าประตูอย่างเงียบๆ

สืออีเหนียงอดถามสวีลิ่งอี๋ที่กำลังดูรายการอาหารอย่างตั้งใจไม่ได้ “ทำไมท่านถึงเรียกคุณชายหลี่มาได้ ใช้ข้ออ้างอะไรหรือเจ้าค่ะ”

สายตาของสวีลิ่งอี๋จับจ้องไปที่รายการอาหารพลางตอบสืออีเหนียงว่า “เป็นผู้บัญชาการหลี่ที่เขียนจดหมายถึงข้า ขอคำชี้แนะจากข้าเกี่ยวกับสถานการณ์ในราชสำนัก จึงตั้งใจส่งคุณชายหลี่มาพบข้าโดยเฉพาะ”

สืออีเหนียงถามอย่างมีนัยยะว่า “ผู้บัญชาการหลี่มักจะเขียนจดหมายถึงท่านเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในราชสำนักหรือ”

“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก” สวีลิ่งอี๋ตอบอย่างมีนัยยะว่า “บางครั้งคนเราก็ต้องใช้วิธีการบางอย่าง” จากนั้นก็หารือกับนางเกี่ยวกับรายการอาหาร “อาหารเจียงซีส่วนใหญ่มีน้ำมันมาก รสชาติจัดจ้านและเผ็ดร้อน คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะหาวัตถุดิบมาทำไก่ตุ๋นหน่อไม้ได้”

สืออีเหนียงรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาพูดคุยเรื่องนี้ จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาตามเขา “ก็ไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะทำออกมาได้รสชาติเหมือนกับคนท้องถิ่นทำหรือไม่ คงทำได้เพียงทำให้ดีที่สุด”

สวีลิ่งอี๋พยักหน้า “เช่นนั้นก็ทำตามนี้ไปก่อนเถิด”

สืออีเหนียงย่อเข่าคำนับแล้วถอยออกไปพร้อมกับเหวินอี๋เหนียง

“ฮูหยิน คุณชายหลี่…” เมื่อมาถึงประตูฉุยฮวา เหวินอี๋เหนียงก็เอ่ยอย่างลังเลว่า “ตั้งแต่ต้นจนจบคุณชายหลี่ไม่ได้มองท่านกับท่านโหวเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย”

โดยทั่วไปแล้ว คนที่อยากรู้อยากเห็นมักจะชอบมองสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวพวกเขา

“ถึงแม้ว่าคุณชายหลี่จะอายุเพียงสิบหกปี แต่คาดว่าเขาคงมีความอดทนสูง” น้ำเสียงของเหวินอี๋เหนียงแฝงไว้ด้วยความเป็นห่วง

“เจ้าคิดว่าไม่ดีหรือ”

แววตาของเหวินอี๋เหนียงฉายแววสับสน “บอกไม่ถูก…แค่รู้สึกว่าเขาสงบนิ่งเกินไปเจ้าค่ะ”

มากไปก็ไม่เหมาะสม น้อยไปก็ไม่ดี

สืออีเหนียงเองก็มีความรู้สึกแบบนี้เช่นกัน

เหวินอี๋เหนียงพูดอีกว่า “ฮูหยิน ท่านโหวพอใจคุณชายหลี่หรือเจ้าคะ”

“เรื่องพวกนี้คุยกันง่าย” สืออีเหนียงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ทุกสิ่งบนโลกนี้ไม่แน่นอน ย่อมหาข้อบกพร่องมาเกลี้ยกล่อมท่านโหวได้เสมอ เพียงแค่ไม่รู้ว่าการทำเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่” พูดด้วยเสียงกระซิบ

เหวินอี๋เหนียงเม้มริมฝีปากแน่น ทั้งสองเดินไปถึงศาลาปี้อี

คนหนึ่งไปทางตะวันออก กลับไปที่เรือนศาลาริมน้ำ อีกคนหนึ่งไปทางตะวันตก กลับไปที่เรือนหนงเซียง

เหวินอี๋เหนียงไม่ได้คำนับสืออีเหนียงแต่กลับหยุดฝีเท้าลง

“ฮูหยิน ข้าว่าท่านควรไปสืบรายละเอียดของคุณชายเซ่าอย่างละเอียดดีหรือไม่ หากเขาไม่ใช่คนที่เราต้องการ ไม่สู้พวกเราค่อยๆ ช่วยคุณหนูใหญ่หาคนที่เหมาะสมใหม่”

หมายความว่าไม่เลือกหลี่จี้!

สืออีเหนียงประหลาดใจกับความเด็ดเดี่ยวของเหวินอี๋เหนียงในเรื่องนี้

เหวินอี๋เหนียงพูดเสียงเบาว่า “บางครั้งความอบอุ่นเล็กน้อยของบุรุษก็เหมือนเป็นพรแก่สตรีไปตลอดชีวิต”

นี่นางกำลังเปรียบเทียบกับตัวเองอยู่อย่างนั้นหรือ

สืออีเหนียงยืนอยู่ที่ศาลาปี้อีอยู่นานโดยไม่พูดอะไร

ต่อมาสวีลิ่งอี๋ก็ถามนางว่า “เป็นอย่างไร เด็กสกุลหลี่ผู้นั้นไม่เลวเลยใช่หรือไม่”

“ท่านโหวตัดสินใจแล้วหรือเจ้าคะ” สืออีเหนียงถามสวีลิ่งอี๋กลับ

สวีลิ่งอี๋ฟังแล้วอึ้งไปเล็กน้อย

“ข้าคิดว่าสกุลหลี่นั้นใจร้อนเกินไป อีกทั้งคุณชายหลี่ก็สุขุมเกินไป” สืออีเหนียงพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ในเมื่อเรื่องการหมั้นหมายเป็นเช่นนี้ เกรงว่าเรื่องอื่นก็จะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน”

สวีลิ่งอี๋ได้ฟังก็ขมวดคิ้ว แต่วันต่อมากลับส่งคนไปสืบเรื่องของเซ่าจ้งหราน

สืออีเหนียงไม่ได้สนใจอะไรมาก ยุ่งอยู่กับการเปิดคลังเพื่อนำเครื่องใช้ในครัวออกมา แล้วส่งป้ารับใช้ผู้ดูแลไปสกุลเจียงเพื่อตกลงเวลาที่นายหญิงเจียงกับคุณหนูเก้าสกุลเจียงจะมาถึง จากนั้นก็ต้องไปขอลาหยุดหนึ่งวันกับอาจารย์จ้าว บอกจุนเกอเพียงแค่ว่าจะมีญาติจากทางไกลมาหา เมื่อถึงวันที่สิบหกทุกคนก็ไปต้อนรับนายหญิงเจียงกับคุณหนูเก้าสกุลเจียงด้วยรอยยิ้ม

นายหญิงเจียงรูปร่างปานกลาง มองดูแล้วเหมือนอายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี ท่าทางสะอาดสะอ้าน ดวงตางดงามดุจหงส์ จมูกโด่งเป็นสัน เวลาไม่ปริปากพูดสีหน้าดูเคร่งขรึมเล็กน้อย แต่เวลาพูดนั้นมีลักยิ้ม ไม่เพียงแต่ทำให้นางดูอ่อนโยน ทั้งยังดูขี้เล่นขึ้นไม่น้อยอีกด้วย

คุณหนูเก้าสกุลเจียงมีใบหน้าคล้ายคลึงกับท่านแม่ของนางมาก เพียงแต่นางอายุยังน้อย ใบหน้าอ่อนเยาว์ น่าเอ็นดูอย่างมาก

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 339 ต้อนรับแขก(ต้น)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. nitnit

    คงมีเหตุการณ์อะไรที่ตึงเตรียด หย่งผิงโหวสวีลิ่งอี๋ นอกจากงานที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักที่ต้องทำแบบระมัดระวังเพื่อวงตระกูลแล้วยัง ดูแลสกุล นอกจากนี้ยังมีความรับผิดชอบในการหาคู่ครองให้ลูกๆอีก สืออีเหนียงเจอคู่ครองที่ดี

    2023-01-01 at 16:24
ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
2022-08-21
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
2026-06-12
645ca913j
กลับไปในยุค 80 จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของอดีตสามี
2024-09-11
631969
เกิดใหม่เป็นภรรยาปากร้ายในยุค 70
2026-02-04

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน