หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 989 แผนการของเยี่ยนอ๋อง(1)
ตอนที่ 989 แผนการของเยี่ยนอ๋อง(1)
ในกระโจมเยี่ยนอ๋อง
มองขุนพลที่ติดตามตนเองมาหลายปีเป็นครั้งสุดท้าย เยี่ยนอ๋องไม่รู้สึกโกรธหรือเสียใจ เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “สังหาร ฝังศพให้สมเกียรติ” เพียงเท่านั้น จบสิ้นการเป็นผู้ติดตามมาเกือบยี่สิบปี เหลือไว้เพียงความเศร้าจางๆ
องครักษ์ควบคุมตัวขุนพลสื่อออกไป ตั้งแต่ต้นจนจบขุนพลสื่อเองก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดให้มากความ อีกทั้งยังไม่มีการขอร้องอ้อนวอนขอชีวิตด้วยความหวาดกลัวหรือสาปแช่ง บางทีในตอนที่อดีตฮ่องเต้ซื้อตัวเขา เขาก็คงคิดเอาไว้แล้วว่าต้องมีวันนี้
รู้ว่าตอนนี้เยี่ยนอ๋องคงอารมณ์ไม่ดีนัก คนที่ยังอยู่ก้มหน้าต่ำไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด
เยี่ยนอ๋องกวาดตามองบุตรชายทั้งสองที่ก้มหน้าไม่รู้กำลังคิดอันใดอยู่ รวมไปถึงเฉินอวี้ที่สีหน้าไม่ดีนัก สุดท้ายสายตาไปหยุดอยู่ที่เว่ยจวินมั่ว คุณชายเว่ยยังคงสีหน้าเรียบเฉยเป็นปกติ ราวกับสายลับเมื่อครู่ไม่ใช่หนึ่งในผู้ใต้บัญชาคนสำคัญของเฉินอวี้ ทว่าเป็นเพียงตัวละครตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญอันใด
กระโจมใหญ่ราวกับเข้าสู่บรรยากาศตึงเครียดทำให้คนหายใจลำบาก สุดท้ายก็เป็นเซียวเชียนชื่อที่เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “เสด็จพ่อ…ดูแลสุขภาพด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยนอ๋องเลิกคิ้ว “เจ้าคิดว่าข้าควรจะโกรธหรือ”
เซียวเชียนชื่อไม่กล้าเอ่ยปาก ไม่ต้องเอ่ยถึงเสด็จพ่อที่เดิมก็ไม่เรียกว่าอารมณ์ดีนัก แม้แต่เขาเองที่ไม่สนใจใครนักเมื่อเจอกับเรื่องเช่นนี้ยังอดไม่ได้ที่จะโมโห ดังนั้นเขาจะกล้าบอกว่าเสด็จพ่อไม่โกรธได้หรือ เยี่ยนอ๋องส่งเสียงหยัน เอ่ยเสียงเย็น “มีอันใดให้ข้าต้องโกรธกันเล่า แม้แต่ตัวหมากยังถูกฝังไว้ลึกเพียงนี้ยังเอามาใช้แล้ว เห็นได้ว่าเซียวเชียนเยี่ยเจ้าเด็กคนนั้นคงมีความสามารถเพียงเล็กน้อยกระมัง ข้าเพียงเสียดาย…เสด็จพ่อช่างมองการณ์ไกลเสียจริง”
ขุนพลสื่อหมากตัวนี้จะบอกว่าเยี่ยนอ๋องไม่แปลกใจก็คงเป็นไปไม่ได้ เมื่อรู้ว่ากองทัพมีสายลับเขาสงสัยเนี่ยนหย่วน กระทั่งสงสัยว่าหนึ่งในบุตรชายทั้งสามปล่อยข่าวรั่วไหลออกไปหรือไม่ ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบไม่คิดสงสัยขุนพลเก่าแก่ที่ติดตามตนเองมากว่ายี่สิบปี อย่างที่ขุนพลสื่อว่าเขามีความดีความชอบมากมาย เขาเคยแม้กระทั่งรับดาบแทนเยี่ยนอ๋อง หากครั้งนี้เขาไม่เปิดเผยตัวตนออกมา เกรงว่าชาตินี้เยี่ยนอ๋องก็คงไม่มีทางสงสัยเขา เสด็จพ่อของเขาช่างเข้าใจเขาดีเหลือเกิน สายสืบสายลับที่อยู่ในจวนเยี่ยนอ๋องก่อนหน้านั้นเพียงเอาไว้บังสายตาเท่านั้น นี่ต่างหากที่เป็นไพ่ใบสำคัญ มิใช่หรือ…หากไม่มีจวินเอ๋อร์อยู่ ไพ่ใบนี้ก็เกือบเอาชีวิตเขาแล้ว
เยี่ยนอ๋องไม่ได้เก็บเอาแผนการเล็กน้อยของเซียวเชียนเยี่ยมาอยู่ในสายตา แต่เมื่อคิดว่าคนเหล่านี้เป็นเสด็จพ่อของตนที่วางตัวเอาไว้ก็อดรู้สึกหนาวเหน็บอยู่ในใจอย่างอดไม่ได้ คิดว่าแผนการเหล่านี้คงมิได้มีเขาเพียงคนเดียวกระมัง อย่างเช่นคนเหล่านั้นที่ถูกดึงออกจากกองทัพของหนิงอ๋องเมื่อสองปีก่อน อย่างเช่นคนที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆ ตัวของผู้ปกครองเมืองที่ไม่มีใครรู้
เสด็จพ่อ สมแล้วที่เป็นกษัตริย์ผู้ก่อตั้งต้าเซี่ย
ทุกคนผ่อนคลายลง หากเยี่ยนอ๋องโมโหเกินไปคงไม่เป็นการดี
เยี่ยนอ๋องไม่ได้โมโหจริงๆ โบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนนั่งลงคุยกัน
“จวินเอ๋อร์ ยามนี้สายลับในกองทัพจับได้แล้ว ต่อไปเจ้าเตรียมจะทำเช่นไรต่อ” เยี่ยนอ๋องเอ่ยถาม
เว่ยจวินมั่วเคาะพนักพิงแขนอย่างไม่ใส่ใจ คิ้วคมขมวดมุ่น เห็นได้ว่าเขาอารมณ์ไม่ดีนัก เงียบไปเนิ่นนาน คุณชายเว่ยจึงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ทหารแบ่งออกเป็นสองทาง แม่ทัพเฉินปิดล้อมเซ่าจงเอาไว้ ข้าจะไปตีอวิ๋นตู”
“ตีอวิ๋นตูตอนนี้หรือ” เฉินอวี้แปลกใจ ก่อนหน้านี้แม้หนานกงชวี่แสดงท่าทีห้าวหาญราวกับจะไปตีอวิ๋นตู ความจริงกลับไม่ลงมือ เพียงไปยื้อหนานกงไหวเอาไว้ระหว่างที่แก้ปัญหาซื่อหยางและการปิดล้อมเมืองเผิงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นทหารหลายแสนของหนานกงไหวยังอยู่ที่นั่น การเผชิญหน้ากันตรงๆ คงไม่เป็นผลดีต่อพวกเขานัก
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “หนานกงไหวไม่มีทางติดกับง่ายๆ เป็นแน่ ต่อให้เซียวเชียนเยี่ยส่งกำลังสนับสนุนไปยังเฉินโจวก็คงไม่มีทางส่งหนานกงไหวไป จะช้าจะเร็วอย่างไรก็ต้องตีอวิ๋นตู”
“เซ่าจง…”
“เขาชอบที่จะเฝ้าเมืองก็ให้เขาเฝ้าไปเถิด” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ
ในเมื่อตีไม่ได้ก็ไม่ต้องตีแล้ว ก็เพียงเมืองโดดเดี่ยวเมืองเดียวมิใช่หรือ รอจนพวกเขาตีเมืองโดยรอบทั้งหมดแล้ว เซ่าจงเก่งนักก็หลบอยู่ในเมืองเผิงอย่าได้ออกมาตลอดชีวิต
เฉินอวี้สัมผัสได้ว่าคุณชายเว่ยอารมณ์ไม่ดีอย่างชัดเจน เมื่อคิดแล้วไม่มีปัญหาอันใดจึงพยักหน้า “เช่นนี้ก็เอาตามที่คุณชายว่า คุณชายเว่ยวางใจ มีข้าอยู่ นอกจากเซ่าจงจะอยากทอดทิ้งเมืองไป เขาไม่มีทางออกมาสร้างความวุ่นวายให้คุณชายได้อย่างแน่นอน” เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเบาๆ “ลำบากท่านแม่ทัพแล้ว”
เยี่ยนอ๋องพยักหน้า เอ่ย “ก็ดีเหมือนกัน ทำตามที่เจ้าบอก พวกเราเองก็อยู่เมืองเผิง…มานานเกินไปแล้ว
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง”
รอกระโจมใหญ่เหลือเพียงเว่ยจวินมั่วและเยี่ยนอ๋องกันสองคน เยี่ยนอ๋องจึงเอ่ยปากถาม “เจ้าคิดว่าสายลับในกองทัพมีเพียงคนเดียวจริงๆ หรือ”
เว่ยจวินมั่วเหลือบตาขึ้นมา เอ่ยเสียงเรียบ “เพียงถูกหลอกใช้เท่านั้น คนของอดีตฮ่องเต้มาอยู่ในมือเซียวเชียนเยี่ยก็โง่พอกัน”
เยี่ยนอ๋องจ้องมองเขา “เช่นนั้น…เจ้ารู้อยู่ในใจแล้วอย่างนั้นหรือ”
เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเบาๆ “แต่ว่ากระหม่อมไม่มีหลักฐาน และไม่รู้ว่าเขามีไพ่ตายอันใด” ไม่มีหลักฐานไม่เป็นไร บางครั้งทำให้ใครสักคนหายไปง่ายเสียกว่าการลงโทษใครสักคนมาก แต่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีไพ่ตายอันใดอีกนี่เป็นเรื่องสำคัญ คนฉลาดมักทิ้งไพ่ตายเอาไว้ให้ตนเองเสมอ ยิ่งไม่ทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในอันตราย นอกเสียจากว่าเขามั่นใจว่าจะถอนตัวออกไปได้ คนเช่นนี้เพียงเจ้าสังหารเขาก็จะสัมผัสได้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นเช่นไร
เยี่ยนอ๋องพยักหน้า เอ่ยเสียงเข้ม “เป็นเขาจริงๆ หรือ เอ่ยเช่นนี้…ไม่กี่ปีมานี้ข้าก็ทำได้ไม่เลวใช่หรือไม่ เจ้าควรขอบคุณข้าหรือไม่”
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” เว่ยจวินมั่วไม่ไว้หน้า “พระองค์สามารถกักขังเขาเอาไว้ได้เป็นเพราะเขาต้องการเช่นนั้น เพราะสิ่งที่พระองค์ทำเป็นผลดีต่อเขาก็เท่านั้น”
เยี่ยนอ๋องเองก็ไม่โกรธ ยิ้มร่าพลางส่ายศีรษะ ถอนหายใจ เอ่ยว่า “จวินเอ๋อร์ จะว่าไปเจ้าก็โตเพียงนี้แล้ว ความสามารถก็ไม่น้อย ข้าไม่มีอันใดต้องสั่งสอนเจ้าแล้ว แต่ว่าข้าอยากจะสอนเจ้าอยู่อย่าง…ศัตรูหลอกใช้เจ้าไม่ใช่จะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไป ใครหลอกใช้ใคร ใครบอกได้ชัดเจนเล่า การกระทำของข้าเป็นประโยชน์เหมาะกับการหลอกใช้ของเขา แล้วข้าไม่หลอกใช้เขาเพื่อประโยชน์ของตนเองเมื่อใดกัน เจ้าดีทุกอย่าง เพียงแต่สายตามองชัดเจนเกินไปเท่านั้น เยี่ยงนี้ไม่ดี บนโลกใบนี้นอกจากศัตรูและมิตรสหายก็ยังมีสิ่งที่อยู่ระหว่างกลางของทั้งสองสิ่ง หากไม่มีสิ่งเหล่านี้หลายเรื่องเจ้าก็คงไม่อาจจัดการได้ง่ายๆ”
เว่ยจวินมั่วยิ้มเย็น “ดังนั้น พระองค์ถึงได้เอาตัวเองไปถูกพิษจนเหลืออายุเพียงน้อยนิดเช่นนี้”
“เอ่ยให้ผู้อื่นตื่นตกใจไปได้” เยี่ยนอ๋องก่นด่าด้วยรอยยิ้ม ถอนหายใจขึ้นมาอีกครั้ง “หากรู้ตัวตนของเขาก่อนหน้านี้ ข้าไม่มีทางเปิดโอกาสนี้ให้เขา แต่ว่าในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว สังหารเขาเป็นผลดีอันใดต่อข้า สังหารเขาแล้วพิษในร่างกายข้าจะหายไปหรือ”
“พระองค์สงสัยเขามาตั้งนานแล้วสินะ” เว่ยจวินมั่วเอ่ยพร้อมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย