หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 987 ตัวตนของสายลับ (1)
ตอนที่ 987 ตัวตนของสายลับ (1)
ค่ายกองทัพโยวโจวนอกเมืองเผิง ใบหน้าของเยี่ยนอ๋องยังคงซีดขาว ทว่าใบหน้าที่ซูบผอมเพราะบาดเจ็บหนักยามนี้กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มยินดี เอนตัวพิงเบาะนุ่ม สะบัดจดหมายในมือ เยี่ยนอ๋องหัวเราะเสียงดังออกมา เหล่านายทหารชั้นสูงที่อยู่ตรงนั้นต่างมองหน้ากัน ไม่เข้าใจว่าไยเยี่ยนอ๋องจึงได้หัวเราะเสียงดังเพียงนี้ เพียงแต่…ทำให้เยี่ยนอ๋องมีความสุขเพียงนี้คิดว่าคงเป็นเรื่องที่ดีกระมัง
“ท่านอ๋อง ไม่รู้ว่า…มีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือ” เฉินอวี้เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
เยี่ยนอ๋องเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มิใช่เรื่องน่ายินดีหรือ เรื่องน่ายินดีเป็นที่สุด กองกำลังนับหกแสนนายที่หยวนชุนนำทัพไปกำลังถูกปิดล้อมอยูที่ตีนเขาชิงอวิ๋น จะเดินหน้าหรือถอยหลังก็ไม่ได้ ฮ่าๆ…นี่มิใช่เรื่องน่ายินดีหรือ”
ผู้คนที่อยู่ในสถานการณ์ หัวใจพลันกระตุก หยวนชุนนำกำลังทหารหลายแสนมุ่งหน้าตรงไปยังทิศตะวันตก พวกเขากังวลมาตลอดว่าเซวียเจินจะป้องกันอิ่งชวนได้หรือไม่มาโดยตลอด แต่ว่าตอนนี้…กองทัพของเอ้อกั๋วกงถูกปิดล้อมไว้จนหมดอย่างนั้นหรือ จะเป็นไปได้เยี่ยงไร
หนิงอ๋องควงพัดในมือเล่น ยิ้มจนตาหยีมองไปยังเยี่ยนอ๋อง “พี่สาม หนึ่งในนั้นเป็นความดีความชอบของน้อง”
เยี่ยนอ๋องหัวเราะมองไปยังหนิงอ๋อง เอ่ย “ครั้งนี้โชคดีที่ได้น้องสิบเจ็ดแล้ว” หากไม่ใช่เพราะทหารหลายแสนของกองกำลังไท่หนิง อาศัยเพียงกองทัพเฉินโจวและกองทัพโยวโจวในมือของเซวียเจิน คิดอยากปิดล้อมทหารกว่าหกแสนของหยวนชุนเอาไว้คงเป็นเรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้ จากนั้นหันไปมองเว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วที่นั่งอยู่ด้านข้าง สายตาของเยี่ยนอ๋องมีความชื่นชม “จวินเอ๋อร์ ครั้งนี้นับว่าเป็นความสำเร็จของเจ้า หากไม่ใช่เพราะการคาดเดาของเจ้า ไม่แน่ว่าครั้งนี้เซียวเชียนเยี่ยคงทำสำเร็จแล้วจริงๆ” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “เป้าหมายของหยวนชุนคือเฉินโจวมิใช่อิ่งชวน เสด็จแม่และเด็กๆ ทั้งสองต่างก็อยู่ที่เฉินโจว เป็นเรื่องที่จวินมั่วสมควรทำ”
ทุกคนตื่นตกใจ พวกเขานึกว่าเยี่ยนอ๋องมองการณ์ไกล ไม่คิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นคุณชายเว่ย คุณชายเว่ยอยู่ไกลถึงเมืองเผิง สามารถเอาชนะทั้งๆ ที่อยู่ไกลนับพันลี้ นั่นคือเอ้อกั๋วกงหยวนชุนที่เป็นถึงวีรบุรุษต่อตั้งประเทศเลยนะ หันมามองคุณชายเว่ยในอาภรณ์สีคราม ใบหน้าเย็นชาหล่อเหลาอย่างหาที่เปรียบมิได้นั่งถัดลงมาจากเยี่ยนอ๋อง ในใจของแม่ทัพหลายคนมีความยำเกรงและนับถือขึ้นมามาก เว่ยจวินมั่วก้าวหน้ารวดเร็ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้อาศัยเยี่ยนอ๋องทว่ากลับเลื่อนตำแหน่งได้อย่างง่ายดาย กระทั่งเขาสามารถเรียกได้ว่าไร้ความพ่ายแพ้ แต่อย่างไรก็อายุยังน้อย นายทหารชั้นสูงหลายคนที่แสดงสีหน้าออกมาว่าเลื่อมใสทว่าในใจนั้นมิได้เลื่อมใสอย่างแท้จริง แต่ว่าเวลานี้ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดหรือมีทหารมากเพียงใด ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกนับถือชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาตรงหน้า
ยังเป็นเฉินอวี้ที่ได้สติกลับมาก่อน ยกมือขึ้นประสานหันไปยังเว่ยจวินมั่ว “แผนการปิดล้อมของคุณชายเว่ย ข้านับถือยิ่งนัก”
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “ท่านแม่ทัพเกรงใจแล้ว”
ใบหน้าเยาว์วัยของเซียวเชียนจย่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “พี่ชาย ท่านรู้ได้เยี่ยงไรว่าเซียวเชียนเยี่ยจะโจมตีเฉินโจวก่อน”
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “เขาปล่อยข่าวออกมาว่าหยวนชุนจะมุ่งหน้าโจมตีอิ่งชวน ล่อให้กองทัพเฉินโจวเข้าไปช่วยเหลือ ถึงตอนนั้นเฉินโจวว่างเปล่า ถือโอกาสนี้บุกเฉินโจวไม่ง่ายกว่าหรือ เมื่อเทียบกับอิ่งชวนที่นอนหนุนอาวุธ เฉินโจวจัดการได้ง่ายกว่ามาก ข้อดีก็มีมากกว่าสักหน่อย” เฉินโจวมีองค์หญิงฉังผิงและเด็กทั้งสอง อีกทั้งยังเป็นที่ประจำการของเว่ยจวินมั่ว ขอเพียงจับทั้งสามคนได้ ต่อให้เว่ยจวินมั่วเก่งกาจเพียงใดก็ต้องหวาดกลัวว่าจะเขวี้ยงหนูกระทบของมีค่า[1] ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความหวาดกลัวที่เซียวเชียนเยี่ยมีต่อเว่ยจวินมั่ว ในช่วงเวลาสำคัญนี้เว่ยจวินมั่วยังต้องเดิมพันด้วยว่าจะเลือกที่ใดระหว่างอิ่งชวนและเฉินโจว
เซียวเชียนชื่อเอ่ย “เช่นนี้…ก่อนหน้านี้ที่พี่ชายบอกว่าแม่ทัพซังจะนำกองกำลังไปสนับสนุนอิ่งชวน อีกทั้งกองกำลังไท่หนิงจะมาถึงในอีกครึ่งเดือนล้วนเป็นการโกหกอย่างนั้นหรือ”
หนานกงมั่วหัวเราะขึ้นมา “ก็ไม่นับว่าโกหก แม่ทัพซังนำกำลังไปถึงเขาชิงอวิ๋นจริงๆ หากหยวนชุนมุ่งหน้าตรงไปยังอิ่งชวน แน่นอนว่าแม่ทัพซังจะต้องนำกำลังไปสนับสนุน แต่ถ้าหากหยวนชุนไม่ได้ไป แน่นอนว่าแม่ทัพซังก็ต้องยกทัพกลับ ส่วนกองกำลังไท่หนิง…หนิงอ๋องก็ไม่ได้บอกนี่นาว่ากองกำลังไท่หนิงจะมาถึงเฉินโจวหรือว่าเมืองเผิง”
แต่ว่าหนิงอ๋องอยู่ที่นี่ พวกเราจึงคิดว่ากองกำลังไท่หนิงจะมาสนับสนุนเมืองเผิง
หนิงอ๋องคล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้มมองไปยังหนานกงมั่ว ยิ้มพลางเอ่ย “อืม เพียงแต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าเด็กพวกนั้นจะวิ่งเก่งเพียงนี้ ระยะทางที่ต้องใช้เวลากว่าครึ่งเดือนทว่ากลับใช้เวลาเพียงสามวันก็ถึงแล้ว”
“…” กองกำลังไท่หนิงเท้ามีล้อหรือว่าแผ่นหลังติดปีกแล้วหรือไม่ ถึงได้เดินทางระยะทางสิบห้าวันมาถึงได้ในเวลาเพียงสองสามวัน พวกเรามีความรู้น้อย ท่านอย่าได้มาหลอกข้า
“แต่ว่า…เฉินโจวได้รับชัยชนะ เมืองเผิงจะทำเยี่ยงไร” นายทหารชั้นสูงคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เฉินโจวปิดล้อมกองทัพหกแสนนายของหยวนชุน แต่ไม่ได้มีส่วนช่วยอันใดกับสถานการณ์เมืองเผิง ในเมืองเผิง เซ่าจงเฝ้าอยู่อย่างแข็งแกร่ง และนอกเมืองเผิง มีกองทัพหลายแสนของหนานกงไหวกำลังจ้องเขม็ง
เว่ยจวินมั่วหลุบตาลง เอ่ยเสียงเรียบ “คืนนี้ข้าจะกลับไปเฉินโจว”
หนิงอ๋องเลิกคิ้ว “เจ้าคิดจะเอาตนเองเป็นตัวล่อให้หนานกงไหวเคลื่อนกำลังออกไปหรือ”
เว่ยจวินมั่วปรายมามองเขาไม่เอ่ยสิ่งใด
“ตอนนี้มีหนิงอ๋องอยู่ แน่นอนว่าเซ่าจงและหนานกงไหวไม่ใช่ปัญหา หากสามารถควบคุมตัวหยวนชุนเอาไว้ได้…” ได้ยินวาจาหนิงอ๋อง ผู้คนต่างพากันใจเต้นแรง ที่ต้องรู้ก็คือหากสังหารหรือจับเป็นหยวนชุนได้ คงส่งผลกระทบกับทหารราชสำนักมากกว่าการโจมตีเมืองเผิงอย่างแน่นอน
เยี่ยนอ๋องขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินเว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเข้ม “เอาตามนี้ ออกไปเตรียมตัวเถิด”
“เอ่อ…” ทุกคนสงสัย หันมองไปยังเยี่ยนอ๋องอย่างพร้อมเพรียง เห็นชัดว่าเยี่ยนอ๋องมีสิ่งใดอยากเอ่ย แม้พวกเขาจะคิดว่าแผนการของคุณชายเว่ยไม่เลว แต่อย่างไรเยี่ยนอ๋องก็ยังเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพโยวโจว
เยี่ยนอ๋องมองไปยังเว่ยจวินมั่ว เงียบไปชั่วครู่จึงเอ่ย “พวกเจ้าออกไปก่อน”
“ขอรับ ท่านอ๋อง”
ทุกคนกล่าวลาโดยพร้อมเพรียง ภายในกระโจมใหญ่เหลือเพียงพวกเว่ยจวินมั่วสองสามีภรรยา เฉินอวี้รวมไปถึงหนิงอ๋อง และคุณชายเซียวทั้งสามที่หน้าหนาเป็นพิเศษไม่ยอมออกไป
“จวินเอ๋อร์ ตอนนี้เจ้าจะออกนอกกองทัพไม่ได้” รอจนทุกคนออกไปหมดแล้ว เยี่ยนอ๋องจึงจ้องเขม็งไปยังเว่ยจวินมั่วเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด
เซียวเชียนจย่งไม่เข้าใจ “แต่ว่าเสด็จพ่อ…กระหม่อมเองก็คิดว่าแผนการของพี่ชายไม่เลวนี่นา ซังหรงก็นับว่าปิดล้อมเอ้อกั๋วกงเอาไว้แล้ว คิดจะทำลายกองทัพกว่าหกแสนคงใช้เวลาไม่น้อย เกิดกองกำลังสนับสนุนจากราชสำนักมาก็ไม่เสียเปล่าหรอกหรือ มีพี่ชายนั่งบัญชาการ แน่นอนว่าต้องจับหยวนชุนได้แน่ ลูกขอติดตามพี่ชายเอง” เอ่ยถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของเซียวเชียนจย่งเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เด็กคนนี้ยามนี้ศรัทธาในตัวเว่ยจวินมั่วอยู่หลายขั้นแล้ว
เยี่ยนอ๋องสายตาเย็นยะเยือก เอ่ยเสียงเข้ม “ข้าบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ เพราะข้าบาดเจ็บหนัก กองทัพโยวโจวถึงได้เปลี่ยนผู้บัญชาการไปหนึ่งครั้งแล้ว จะเปลี่ยนผู้บัญชาการสองครั้งสามครั้งจะเหมาะสมหรือ”
ทุกคนหันไปมองเว่ยจวินมั่ว เว่ยจวินมั่วเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ “เสด็จลุงไม่ต้องโกรธ กระหม่อมไม่ได้ไป”
หืม
ทุกคนสงสัย เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เสด็จลุงอยากรู้มาตลอดว่าสายลับในกองทัพเป็นใครมิใช่หรือ เมื่อครู่คนที่อยู่ด้วยล้วนเป็นคนที่ติดตามเสด็จลุงมานาน แต่ว่า…มีเพียงพวกเขาที่เข้าใกล้ความลับของกองทัพได้ คนที่รู้ว่าพวกเราร่วมมือกับหนิงอ๋องก็มีเพียงพวกเขาที่รู้ ครั้งนี้ได้รับข่าวสำคัญมีหรือเขาจะไม่ลงมือ”
ทุกคนนิ่งเงียบ มีเพียงหนิงอ๋องที่เลิกคิ้วขึ้น เอ่ย “ถูกเจ้าหลอกมาหลายครั้ง เจ้าคิดว่าเขาจะติดกับเจ้าหรือ”
[1] เขวี้ยงหนูกระทบของมีค่า หมายถึง อยากโจมตีคนเลวแต่ก็กลัวว่าจะไปกระทบคนดีที่อยู่ข้างๆ เขา