หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 968 ข้าไม่รู้เรื่องอันใดเลยจริงๆ (3)
ตอนที่ 968 ข้าไม่รู้เรื่องอันใดเลยจริงๆ (3)
เด็กคนนี้ดูไม่ร่าเริง ดวงตาสีดำคู่นั้นมองไปที่เยี่ยนอ๋องด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ดูเงียบสงบเกียจคร้านจนทำให้คนรู้สึกปวดหัวอย่างอานอาน เด็กทั่วไปก็คง…เป็นเช่นนี้กระมัง
สำหรับเขาแล้วเยี่ยนอ๋องนั้นดูแปลกหน้า เด็กน้อยมองดูเยี่ยนอ๋องชั่วครู่ก็หันใบหน้าเล็กเข้าหาอ้อมอกของกงเสี่ยวเตี๋ย
เยี่ยนอ๋องพยักหน้า “เป็นเด็กที่ดี สองปีมานี้ลำบากเจ้าแล้ว”
กงเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยด้วยท่าทางเขินอาย “ให้กำเนิดบุตรชายแก่ท่านอ๋องได้นับเป็นวาสนาของหม่อมฉันเพคะ ไหนเลยจะลำบากได้”
เยี่ยนอ๋องเอ่ย “เด็กคนนี้ให้ชื่อว่าเชียนซั่วเถิด”
กงเสี่ยวเตี๋ยชะงัก เอ่ยอย่างอ่อนโยน “หม่อมฉันขอบพระทัยท่านอ๋องแทนซั่วเอ๋อร์ที่ประทานชื่อให้เพคะ” ชื่อนี้เมื่อเทียบกับเชียนชื่อ เชียนเหว่ย เชียนจย่ง แน่นอนว่าไม่มีอันใดไม่ดี เพียงแต่การที่เยี่ยนอ๋องเอ่ยออกมาง่ายๆ โดยไม่ตั้งใจจึงทำให้คนรู้สึกไม่มีเกียรตินัก กงเสี่ยวเตี๋ยปลอบโยนตนเองอยู่ในใจ นี่คงจะเป็นชื่อที่เยี่ยนอ๋องคิดเอาไว้ให้บุตรชายตั้งนานแล้ว
หลังจากสนทนากันได้ชั่วครู่เยี่ยนอ๋องก็เหนื่อยแล้ว พยักหน้าแล้วจึงเอ่ย “พวกเจ้าเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย ไปพักผ่อนเถิด ข้าเองก็จะพักผ่อนสักพัก” กงเสี่ยวเตี๋ยขมวดคิ้ว “หม่อมฉันอยู่ดูแลท่านอ๋องนะเพคะ” เยี่ยนอ๋องเอ่ย “ไม่ต้อง พวกเจ้าไปพักผ่อนเถิด เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”
เห็นเขาเป็นเช่นนั้น แน่นอนว่ากงเสี่ยวเตี๋ยทำได้เพียงเอ่ยเสียงเบา เพียงแต่ใบหน้าสวยกลับมีความคับแค้นใจปรากฏออกมา
นางอยู่กับเยี่ยนอ๋องเพียงครึ่งปีเท่านั้น เพียงแต่ครึ่งปีนั้นเยี่ยนอ๋องดีกับนางมาก ในตอนแรกเพื่อนางแล้วเขาไม่เคยลังเลที่จะทำให้พระชายาเยี่ยนอ๋องต้องอับอาย กล่าวได้ว่าในชีวิตนี้ของกงเสี่ยวเตี๋ยไม่มีใครดีกับนางได้เท่าเยี่ยนอ๋องอีกแล้ว เวลานานไปกงเสี่ยเตี๋ยก็เริ่มคิดว่าเยี่ยนอ๋องนั้นรักและโปรดปรานตนเองจริงๆ และตนเองก็รักผู้ชายคนนี้จริงๆ เยี่ยนอ๋องสูงส่งมีอำนาจ องอาจสง่างาม ฉลาดปราดเปรื่อง แน่นอนสามารถดึงดูดสายตาของสตรีได้ เพียงแต่เยี่ยนอ๋องเองก็ไม่ได้ลุ่มหลงมัวเมาในสตรี ดังนั้นในจวนจึงไม่มีอนุมากเท่าใดนัก เมื่อเยี่ยนอ๋องโปรดปรานสตรีสักคน น้อยมากที่สตรีจะเอาใจออกห่างไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นวันเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันไม่นานนัก ในตอนที่เยี่ยนอ๋องยังโปรดปรานกงเสี่ยวเตี๋ยอยู่นั้นเยี่ยนอ๋องต้องนำทัพไปเป็นแนวหน้า สองปีมานี้กงเสี่ยวเตี๋ยต้องเลี้ยงลูกโดยลำพัง ยามว่างก็ย้อนนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเยี่ยนอ๋องนั้นดีกับตนเอง กระทั่งหลงลืมตัวตนของตนเอง รวมไปถึงเยี่ยนอ๋องที่นางเคยคิดว่าเป็นเยี่ยนอ๋องตัวจริงหรือไม่ สำหรับคนที่นางเคยหลงรัก นอกจากความเสียใจแล้วกงเสี่ยวเตี๋ยก็ได้แต่คิดว่านั่นเป็นความโง่เขลาของเขาเมื่อยังเยาว์เพียงเท่านั้น
ตอนนี้กงเสี่ยวเตี๋ยนั้นราวกับตกเข้าไปอยู่ในความฝันอันแปลกประหลาด นางและเยี่ยนอ๋องนั้นรักกัน สิ่งที่นางคาดหวังก็คือทั้งสองได้ครองรักกันไปยาวนาน แน่นอนว่าพระชายาเยี่ยนอ๋อง ผู้สืบทอดเยี่ยนอ๋อง อีกทั้งคุณชายทั้งสอง ต่างก็เป็นก้อนหินที่ขวางเส้นทางของนาง แต่ว่ากว่าบุตรชายของนางจะเติบโตนั้นยังอีกหลายปี ใครจะรู้เล่าว่าอนาคตจะเกิดอันใดขึ้น
เพียงแต่ความจริงแล้วสิ่งที่กงเสี่ยวเตี๋ยผู้ไร้เดียงสาไม่รู้ก็คือความฝันอย่างไรก็คงเป็นความฝัน ไม่นานก็จะมีคนมาตบให้นางได้ตื่นขึ้นมาจากความฝันแล้ว
หลังจากออกมาจากกระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋อง หนานกงมั่วจึงเอ่ยกับทั้งสามคน “กระโจมของชายารองกงจัดเตรียมเอาไว้ด้านหลังกระโจมของเสด็จลุงห่างออกไปไม่ไกลนัก เพียงแต่ไม่รู้ว่าเชียนซั่วจะมาด้วย หากขาดเหลือสิ่งใดชายารองกงก็ถามเอากับผู้ดูแลในค่ายเอาก็แล้วกัน หย่งเฉิงเจ้าพักอยู่ด้านข้างพวกเรา พอดีอยู่ใกล้เชียนชื่อและเชียนจย่ง หากเจ้ากลัวที่ต้องอยู่คนเดียวข้าจะให้หลิ่วหันมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า ส่วนซั่นจยาจวิ้นจู่ แน่นอนว่าอยู่กับเชียนเหว่ย ทุกคนมีปัญหาอันใดหรือไม่”
แน่นอนว่าหย่งเฉิงจวิ้นจู่และจูชูอวี้นั้นไม่มีปัญหา ทว่ากงเสี่ยวเตี๋ยกลับไม่พอใจเล็กน้อย เดิมทีนางคิดว่าตนเองจะได้อยู่กับเยี่ยนอ๋อง เมื่อคิดเช่นนี้ใบหน้าของกงเสี่ยวเตี๋ยจึงแสดงสีหน้าออกมาโดยยากที่จะเลี่ยงได้ จูชูอวี้เอ่ยเสียงเรียบด้วยรอยยิ้ม “เกรงว่าพระชายารองกงคงไม่พอใจ เพียงแต่เยี่ยนอ๋องนั้นต้องหารือธุระอยู่ตลอด พระชายาไปอยู่ด้วยก็คงไม่สะดวก”
หนานกงมั่วมองรูปลักษณ์ที่เปราะบางของกงเสี่ยวเตี๋ย ก่อนจะลอบถอนหายใจอยู่ในใจ ดูเหมือนความสัมพันธ์ของจูชูอวี้และกงเสี่ยวเตี๋ยจะไม่ดีนัก เพียงแต่การปลอมหน้าตามายังทำให้คนมองสีหน้าและความคิดของตนเองออกได้ง่ายดายเพียงนี้ โชคดีที่กงเสี่ยวเตี๋ยยังมีคนหนุนหลัง มิฉะนั้นไม่รู้ว่าจะถูกจูชูอวี้ฆ่าให้ตายไปกี่รอบแล้ว
กงเสี่ยวเตี๋ยปรายตามองจูชูอวี้เล็กน้อย เห็นชัดว่าไม่พอใจ แต่ไม่รู้ทำไมจึงไม่เอ่ยสิ่งใดขึ้นมา แม้กงเสี่ยวเตี๋ยจะเป็นเพียงพระชายารอง จูชูอวี้กลับเป็นเพียงสะใภ้รองจวนอ๋องเท่านั้น อย่างไรเยี่ยนอ๋องก็ยังอยู่กงเสี่ยวเตี๋ย นางจึงเป็นผู้อาวุโสของจูชูอวี้ หากอยู่กันส่วนตัวนั้นก็ช่างเถิด แต่การเอ่ยวาจาเสียดสีต่อกงเสี่ยวเตี๋ยโดยไม่มีความเกรงใจอย่างไรก็เป็นการเสียมารยาท ด้วยนิสัยของกงเสี่ยวเตี๋ยที่ก่อนหน้านี้เคยอยากกรีดร้องระบายความโกรธต่อหน้าหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่ว ครั้งนี้กลับมีความอดทนต่อจูชูอวี้ ทำให้คนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เรื่องนี้หย่งเฉิงจวิ้นจู่กลับไม่แปลกใจ เพียงมองมองไปยังกงเสี่ยวเตี๋ยและจูชูอวี้ราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด หันกลับมาจูงมือหนานกงมั่ว เอ่ย “พี่สะใภ้ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเดินทางออกจากโยวโจว หากมีเวลาว่างท่านต้องพาข้าไปเที่ยวเล่นนะเจ้าคะ” หนานกงมั่วยิ้มเอ่ย “ยามนี้ยังวุ่นวายอยู่มาก หากเจ้าอยากไปเที่ยวเล่นเกรงว่าคงต้องรอไปอีกหลายวัน”
หย่งเฉิงจวิ้นจู่ยิ้มยินดี เอ่ย “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เสด็จแม่ต้องการให้มั่นใจว่าเสด็จพ่อหายดีแล้วค่อยให้พวกเรากลับไป”
หนานกงมั่วลูบมือหย่งเฉิงจวิ้นจู่ เอ่ยด้วยวรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็ดีเลย ช่วงนี้พี่ชายทั้งสามของเจ้าต่างก็อยู่ในค่าย หากเบื่อไม่มีอันใดทำก็ไปเล่นกับพวกเขาได้” เอ่ยถึงเรื่องนี้ หย่งเฉิงจวิ้นจู่เองก็นึกสงสัย “จริงสิเจ้าคะ พวกเรามาตั้งนานแล้วยังไม่เจอพวกพี่ชายเลย ข้ายังคิดว่าพวกเขาไม่อยู่อยู่เลย”
หนานกงมั่วเอ่ย “พวกเขานำกำลังทหารออกไปป้องกันทหารจากในเมืองเผิง เดี๋ยวค่ำๆ ก็กลับมา ถึงตอนนั้นเดี๋ยวเจ้าก็ได้เจอพวกเขาเอง”
หย่งเฉิงจวิ้นจู่พยักหน้า แสดงออกว่าเข้าใจแล้ว
จูชูอวี้ที่อยู่ด้านข้างชะงัก รู้สึกสงสัยขึ้นมา เอ่ย “พวกเขานำกำลังทหารออกไปด้านนอกหรือเจ้าคะ วันนี้ไม่ได้มีการต่อสู้มิใช่หรือ” ไม่มีการต่อสู้ของสองกองทัพ โดยทั่วไปการนำกำลังทหารออกไปลาดตระเวนเรื่องเช่นนี้เป็นหน้าที่ของเบื้องล่างก็พอแล้ว ยามนี้เยี่ยนอ๋องบาดเจ็บหนัก คุณชายเซียวทั้งสามควรอยู่ในค่ายคอยช่วยงานจึงจะถูก ไยจึงต้อง…
แน่นอนว่าหนานกงมั่วเข้าใจว่าจูชูอวี้อยากถามอันใด พยักหน้าพลางเอ่ย “ซั่นจยาจวิ้นจู่เป็นห่วงเชียนเหว่ยหรือ ไม่ต้องกังวล รอถึงตอนเย็นพวกเขากลับมาพวกเจ้าค่อยคุยกันสามีภรรยาก็ได้”