หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 950 พลังสังหารของนักธนู (3)
ตอนที่ 950 พลังสังหารของนักธนู (3)
“วางใจ” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเบา
เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเบาๆ ไม่เอ่ยสิ่งใด
ผ่านไปชั่วครู่ หนานกงมั่วจึงประคองเยี่ยนอ๋องให้นอนราบลงไปกับเตียง จากนั้นยัดยาหนึ่งเม็ดเข้าไปในปากของเยี่ยนอ๋อง
เพราะเว่ยจวินมั่วขวางลูกธนูดอกนั้นเอาไว้ ลูกธนูจึงเสียแรงกำลังไปเจ็ดแปดส่วน มิเช่นนั้นลูกธนูคงปักทะลุร่างเยี่ยนอ๋อง เพราะมีเพียงส่วนหัวและลำตัวของลูกธนูปักเข้าไปเล็กน้อยหนานกงมั่วจึงได้ถอนหายใจออกมา โชคดีที่กระบี่ของเว่ยจวินมั่วขวางเอาไว้ หากปักเข้าไปลึกกว่านี้แม้เพียงครึ่งชุ่น เกรงว่าเยี่ยนอ๋องคงตายในทันที การปักทะลุก็ไม่ใช่เรื่องดีอยู่แล้ว
“อู๋สยา เสด็จลุงเป็นอย่างไรบ้าง”
หนานกงมั่วเอ่ย “ตอนนี้สกัดเส้นลมปราณเอาไว้ ข้าให้ยาเม็ดเทียนซินที่อาจารย์ปรุงให้พระองค์กินเข้าไปแล้ว ตอนนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เพียงแต่ต้องรีบเอาลูกธนูออกมา มิเช่นนั้น…”
เว่ยจวินมั่วเข้าใจ พยักหน้า เอ่ย “เจ้าไปพักผ่อนก่อนสักหน่อยเถิด” สามารถทำให้อู๋สยาเคร่งเครียดได้เพียงนี้ เว่ยจวินมั่วรู้ว่าบาดแผลลูกธนูของเยี่ยนอ๋องคงไม่อาจจัดการได้ง่ายนัก ถูกปิดล้อมอยู่ในหุบเขาฟู่อวิ๋นสองวันไม่ได้พัก หากลงมือตอนนี้คงจะหนักเกินไป หนานกงมั่วพยักหน้า นางเองก็หมายความเช่นนั้น ตอนนี้เยี่ยนอ๋องจะไม่เป็นไร นางเองก็ต้องพักผ่อนถึงจะมีความมั่นใจขึ้นมาได้
“ไปพักผ่อนเถิด มีอันใดสำคัญต้องจัดการสั่งให้พวกเขาช่วยจัดการก็พอแล้ว”
ภายใต้ท่าทางอึกอักของเหล่าแพทย์ทหารหนานกงมั่วได้สั่งให้เตรียมอุปกรณ์และยาเอาไว้ จากนั้นจึงเดินออกจากกระโจมไป
“พี่สะใภ้ เสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้างขอรับ” ผู้คนด้านนอกยืนรออยู่ มองเห็นหนานกงมั่วออกมาจึงรุมล้อมเข้ามา
หนานกงมั่วโบกมือ เอ่ย “มีคำถามไปถามกับจวินมั่ว ข้ายังมีธุระ”
มองเห็นเว่ยจวินมั่วที่เดินตามหลังหนานกงมั่วออกมา ด้านนอกจึงเงียบลงชั่วครู่ สายตาของคุณชายเว่ยในยามนี้ไม่น่ามองนัก บรรยากาศรอบตัวกดดันจนรู้สึกตัวสั่น “อู๋สยา ไปเถิด ที่นี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า” หนานกงมั่วพยักหน้า หมุนตัวเดินออกไป
เซียวเชียนเหว่ยเองก็ไม่ได้สนใจสิ่งใดนัก รีบเอ่ยถาม “พี่ชาย เสด็จพ่อเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเข้ม “เชียนเว่ยและรองแม่ทัพเข้ามาคุยกันด้านใน คนอื่นๆ แยกย้ายไปเสีย”
ทุกคนมองสบตากัน ในที่สุดก็ทำแยกย้ายไปตามคำสั่ง
ทั้งสามก้าวเข้ามาในกระโจมพลันได้กลิ่นเลือดจางๆ เยี่ยนอ๋องนอนอยู่บนเตียง ลูกธนูที่หน้าอกยังไม่ดึงออก เซียวเชียนเหว่ยเพียงมองสีหน้าพลันเปลี่ยนไป “เสด็จพ่อ เสด็จพ่อ…ไยพวกท่านจึงยังไม่ช่วยเสด็จพ่อ…” เห็นอยู่ว่าเสด็จพ่อยังคงสภาพเหมือนตอนส่งกลับมาไม่เปลี่ยน
“หุบปาก เงียบซะ” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเข้ม
สีหน้าของเซียวเชียนเหว่ยพลันเปลี่ยน กดเสียงต่ำลง เอ่ย “ไยจึงยังไม่รักษาบาดแผลให้เสด็จพ่อ”
แพทย์ทหารคนหนึ่งถอนหายใจ ก้าวขึ้นมาเอ่ยรายงานเสียงเบา “ตอบคุณชาย บาดแผลของท่านอ๋องหนักเกินไป…ตำแหน่งของบาดแผลเองก็อันตรายยิ่ง ข้าน้อย…ไร้ความสามารถ…”
เซียวเชียนเหว่ยมองไปยังเยี่ยนอ๋องด้วยสายตาตื่นตกใจ ก้าวถอยหลังสองก้าวอย่างอดไม่ได้ “นี่…หรือว่า หรือว่าพี่สะใภ้เองก็จนปัญญา”
แพทย์ทหารเอ่ย “ซิงเฉิงจวิ้นจู่วางแผนลงมือเอาลูกธนูออกด้วยตนเอง เพียงแต่ยังมีของบางอย่างที่ต้องจัดเตรียม จวิ้นจู่บอกว่า…ตอนนี้ท่านอ๋องไม่มีอันตรายถึงชีวิต ขอคุณชายวางใจ”
เซียวเชียนเหว่ยจึงพ่นลมหายใจออกมา ตั้งสติ มองไปยังเว่ยจวินมั่ว เอ่ยด้วยความกังวล “พี่ชาย พี่สะใภ้มีความมั่นใจหรือไม่”
เว่ยจวินมั่วปรายตามองเซียวเชียนเหว่ย “บนโลกใบนี้ไม่มีเรื่องที่มั่นใจเต็มร้อยได้”
“นี่…” สีหน้าของเซียวเชียนเหว่ยแข็งกระด้างขึ้นมา หันกลับไปมองเยี่ยนอ๋องที่นอนอยู่บนเตียง หากเป็นคนอื่นที่นอนอยู่ตรงนั้น เซียวเชียนเหว่ยจะไม่สนใจ วิชาการแพทย์ของหนานกงมั่วนั้นดีมากพอแล้ว ต่อให้ไม่พอก็ไม่เป็นไร แต่ว่าคนที่นอนอยู่ตรงนั้นเป็นบิดาของตนเอง เป็นหัวใจของจวนเยี่ยนอ๋อง เซียวเชียนเหว่ยรู้สึกว่าในใจของเขานั้นว่างเปล่า
เซียวเชียนเหว่ยลังเลอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “พี่ชาย…ท่านว่า ให้คุณชายเสียนเกอหรืออาจารย์ของพี่สะใภ้มาช่วยดูได้หรือไม่ เกิดพี่สะใภ้…”
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เสียนเกอออกจากเมืองไปแล้ว อาจารย์ของอู๋สยาอยู่ที่เฉินโจว เจ้าคิดว่าเสด็จลุงจะรอได้ถึงตอนนั้นหรือ” อย่างอื่นไม่ต้องเอ่ยถึง ชายชราปีนี้อายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แม้ว่าร่างกายจะไม่เลว แต่ว่าวรยุทธ์นั้นไม่เท่าไรนัก เมื่อขี่ม้าเร็วจากเฉินโจวถึงซื่อหยาง เกรงว่าคงต้องพักหลายวันกว่าจะพูดได้ อีกด้านคุณชายเว่ยก็ไม่พอใจที่เซียวเชียนเหว่ยไม่เชื่อใจหนานกงมั่ว แม้ในใจจะรู้ว่าเซียวเชียนเหว่ยเป็นห่วงเยี่ยนอ๋องเกินไป จิตใจอ่อนไหว
“หากเจ้ามีตัวเลือกที่ดีกว่า ไม่ต้องให้อู๋สยาลงมือก็ได้ สองวันมานี้นางไม่ได้พักผ่อน สภาพร่างกายเองก็ไม่ดีมากนัก” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ
แพทย์ทหารที่อยู่ตรงหน้ารีบก้มหน้า วิชาการแพทย์ของพวกเขาจะดีกว่าซิงเฉิงจวิ้นจู่หรือไม่พวกเขาไม่รู้ แต่ว่าความกล้าของพวกเขาแน่นอนว่าไม่ได้มากเท่าซิงเฉิงจวิ้นจู่อย่างแน่นอน
ลังเลอยู่ชั่วครู่ แพทย์ทหารคนหนึ่งจึงก้าวขึ้นมา เอ่ย “คุณชายรอง ซิงเฉิงจวิ้นจู่เคยช่วยอดีตองค์รัชทายาท และเคยช่วยอดีตฉู่กั๋วกงนำอาวุธลับออกมา ได้ข่าวว่าในสนามรบเองก็เคยช่วยเหลือนายทหารที่ถูกลูกธนูปักเข้าที่หน้าอก ประสบการณ์กับบาดแผลภายนอกแน่นอนว่ามีมากมาย อีกทั้งมีศิษย์พี่อย่างคุณชายเสียนเกอ วิชาของสำนักนั้นหยั่งรากลึก ไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่านี้แล้วขอรับ”
เซียวเชียนเหว่ยเงียบไปชั่วครู่ ในที่สุดจึงถอนหายใจ ยกมือขึ้นประสานหันไปหาเว่ยจวินมั่ว “เชียนเหว่ยอารมณ์ร้อน ขอพี่ชายได้โปรดอภัยด้วย”
เว่ยจวินมั่วมองเขาเงียบๆ ไม่เอ่ยสิ่งใด
“อันใดกัน”
กว่าหนานกงมั่วจะเดินเข้ามาจากด้านนอกก็เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามกว่าผ่านไปแล้ว พักผ่อนไปชั่วครู่พลันมีสีหน้าดีขึ้นมาก เดินเข้ามาก็เห็นเว่ยจวินมั่วและเซียวเชียนเหว่ยอยู่กันคนละฝั่ง ด้านข้างมีแพทย์ทหารหลายคนที่ไม่กล้าหนีออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เฝ้าดูอาการของเยี่ยนอ๋องอย่างระมัดระวัง เพียงแต่บรรยากาศในกระโจมใหญ่นั้นแปลกไป จนอดถามขึ้นมาไม่ได้
เว่ยจวินมั่วลุกขึ้น “อู๋สยา พักผ่อนดีแล้วหรือ”
หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ยกับแพทย์ทหารด้านข้าง “รบกวนทุกท่านเตรียมตัว ลงมือกันเถิด”
“ขอรับ จวิ้นจู่”
“พี่สะใภ้ เสด็จพ่อ…เสด็จพ่อจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่” เซียวเชียนเหว่ยเอ่ยถามเสียงเครียด
ที่แท้ก็เป็นห่วงเสด็จพ่อหรือ หนานกงมั่วยิ้มบาง เอ่ยเสียงเบา “ไม่ต้องกังวล เสด็จลุงเป็นคนดีได้รับการคุ้มครองจากสวรรค์ ไม่เป็นไรอย่างแน่นอน”
“แต่ว่า…” แม้แต่แพทย์ทหารหลายคนยังไม่กล้าลงมือ เซียวเชียนเหว่ยไม่กล้าจินตนาการว่าบาดแผลของเสด็จพ่อนั้นอันตรายเพียงใด เสด็จแม่ พี่ใหญ่น้องสามต่างก็ไม่อยู่ หากเกิดอะไรขึ้นกับเสด็จพ่อ…
หนานกงมั่วเอ่ยยืนยัน “ไม่เป็นอันใดแน่นอน เชียนเหว่ย เจ้าเครียดเกินไปแล้ว กลับไปพักผ่อนสักหน่อยดีหรือไม่ ไม่แน่ว่าเจ้าตื่นขึ้นมาเสด็จลุงก็อาจจะตื่นแล้ว”
เซียวเชียนเหว่ยฝืนยิ้ม สุดท้ายจึงส่ายศีรษะ “ขอบคุณพี่สะใภ้ที่เป็นห่วง ข้ารออยู่ที่นี่ดีกว่าขอรับ”
หนานกงมั่วเองไม่ใส่ใจ พยักหน้ายื่นมือไปรับอุปกรณ์ที่แพทย์ทหารนำมาให้และเดินเข้าไปใกล้เยี่ยนอ๋องที่นอนอยู่บนเตียง