หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 941 การเผชิญหน้าของบิดาและบุตรี (3)
ตอนที่ 941 การเผชิญหน้าของบิดาและบุตรี (3)
เหล่าพี่น้องตระกูลเซียวต่างสบตามองหน้ากันด้วยความลังเล พวกเขาอยากจะไปช่วยเสด็จพ่อ
เซียวเชียนจย่งเอ่ยอย่างฮึกเหิม “ข้าจะไปกับท่าน!”
“ไม่พอ” หนานกงชวี่เอ่ยโดยไม่คิดแม้แต่จะหันมอง เซียวเชียนชื่อมองซ้ายมองขวา ถอนหายใจเบาๆ “หากคุณชายหนานกงไม่ถือสา ข้าก็จะไปด้วย”
ลิ่นฉังเฟิงเหลือบตาขึ้นมองอย่างเบื่อหน่าย “ข้าก็จะไปด้วย สัญญาว่าท่านจะมีชีวิตรอดมาจากสนามรบ มิต้องให้แม่นางมั่วต้องกังวลใจเล่นดีหรือไม่”
หนานกงมั่วยิ้มให้เขาแทนคำขอบคุณ
เว่ยจวินมั่วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องรบกวนแล้ว”
ยากยิ่งนักที่คุณชายเว่ยจะมีใจจะซาบซึ้งเช่นนี้ต่อเขา จนหนานกงชวี่อดเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจไม่ได้ เขาหันไปพยักหน้ากับหนานกงมั่ว หนานกงชวี่ลุกขึ้นยืน “ไปกับข้า หาที่หารือเถิด” คิดจะขัดขวางหนานกงไหวนั้นมิใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นเป้าหมายรู้ตัวและพร้อมรับมือเช่นนี้
คนที่เหลือก็อยู่ต่อเพื่อปรึกษาหารือเรื่องช่วยเหลือพวกเยี่ยนอ๋องออกมา แผนที่ภูมิประเทศแถวหุบเขาฟู่อวิ๋นถูกกางลงบนโต๊ะตรงหน้า ตลอดสองวันมานี้พวกเขาก็มิได้นิ่งเฉยแต่อย่างใด ภูมิทัศน์โดยรอบของหุบเขาฟู่อวิ๋นทั้งเทือกเขาและแม่น้ำล้วนระบุไว้อย่างชัดเจนในแผนที่นี้ทั้งหมดแล้ว
“พี่ชาย ท่านมีแผนการเช่นไร” เซียวเชียนเหว่ยเอ่ยถาม “ที่พอจะเป็นไปได้”
“แผนหรือ” เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว “ไม่มีแผนอันใด หากพวกเขาคิดจะบุกเข้าไปก็ต้องโจมตีฝ่าเข้าไปเท่านั้น ส่วนพวกเราต้องการเข้าไปช่วยออกมา ขอเพียงฆ่าคนด้านนอกได้หมดก็พอ” แผนการก็คือทางด้านหนานกงชวี่ต้องทำสำเร็จ ส่วนด้านตนเองนั้นนอกจากบุกฝ่าฆ่าฟันศัตรูก็ไม่มีทางเลือกอื่นทั้งสิ้น
เซียวเชียนเหว่ยอดรู้สึกแปลกไม่ได้ ถึงอยากจะโจมตีศัตรูให้ย่อยยับเพียงใดก็ต้องมีแบบแผนบ้างมิใช่หรือ มิใช่ไปบุกเอาดื้อๆ เช่นนี้
หนานกงมั่วเอ่ยด้วยความกังวลว่า “หากศัตรูบุกเข้าไปอย่างเต็มกำลัง เกรงว่าคนในหุบเขาจะต้านไว้ไม่อยู่”
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “ดังนั้น…อู๋สยา เจ้านำคนเข้าไปคุ้มกันเสด็จลุงก่อน เพื่อป้องกันเรื่องอันใดเหนือความคาดหมาย คนของวังจื่อเซียวและองครักษ์ของเยี่ยนอ๋องจะไปกับเจ้าด้วย” ที่จริงแล้วด้านในไม่นับว่ามีคนมากมายอันใดนัก แต่กลับเต็มไปด้วยเหล่าทหารชั้นสูงที่มากด้วยพรสวรรค์ทั้งสิ้น ไม่มีทางที่คนไร้พรสวรรค์จะตามเข้าไปในหุบเขาฟู่อวิ๋นด้วยได้
เซียวเชียนเหว่ยขมวดคิ้ว “พี่ชาย เช่นนั้นให้ข้าไปเถิด พี่สะใภ้พึ่งจะกลับมา…”
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เจ้าเข้าไปไม่ได้หรอก”
เห็นเซียวเชียนเหว่ยตกตะลึงไป หนานกงมั่วก็เอ่ยขึ้นยิ้มๆ “หน้าผาทางที่จะลงไปในหุบเขาฟู่อวิ๋นสูงชันมาก เจ้าคงลงไปไม่ได้ ให้ข้าไปเถิด”
เซียวเชียนเหว่ยจึงเข้าใจก่อนจะยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ประสานมือไปทางหนานกงมั่ว “เช่นนั้นรบกวนพี่สะใภ้แล้ว”
หนานกงมั่วยิ้ม “มิจำเป็น เป็นหน้าที่ข้าอยู่แล้ว”
เว่ยจวินมั่วมองไปทางหนานกงมั่ว “พักผ่อนให้เร็วหน่อย คืนนี้ยามอู่เกิง[1] ต้องออกเดินทางแล้ว”
หนานกงมั่วพยักหน้ารับรู้
เมื่อกลับไปถึงกระโจมนอน หนานกงมั่วพลันหันไปมองเว่ยจวินมั่วที่ดูเคร่งเครียดอยู่บ้าง หนานกงมั่วจึงนั่งลงข้างกายเว่ยจวินมั่วพลางยิ้มหวาน ก่อนจะหยิบเส้นผมของเขาด้วยปลายนิ้ว “เป็นอันใดไป เป็นห่วงเสด็จลุงหรือ”
เว่ยจวินมั่วถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะโอบกอดนางเอาไว้ “วันนี้เจ้าทำข้าตกใจแทบแย่”
“หืม?” ทำให้คุณชายเว่ยตกใจได้นับเป็นความสำเร็จได้หรือไม่นะ ซิงเฉิงจวิ้นจู่อดสงสัยไม่ได้
เว่ยจวินมั่วเอื้อมมือเชยคางเล็กๆ ของนางขึ้นมา “เจ้าไม่คิดเลยหรือว่าหากวันนี้เจ้าออกมาไม่ได้?”
หนานกงมั่วกะพริบตาปริบๆ “ชีวิตข้าคงไม่สำคัญสู้ชีวิตหนานกงไหวได้กระมัง” ดังนั้น ย่อมต้องปล่อยนางกลับมาอย่างแน่นอน
เว่ยจวินมั่วพลันเย็นชาขึ้นมา “แต่ว่าเซียวเชียนเยี่ยย่อมต้องไม่คิดว่าชีวิตของหนานกงไหวสำคัญไปกว่าชีวิตของเจ้าแน่นอน โดยเฉพาะในตอนนี้…ยามที่เสด็จลุงถูกปิดล้อมอยู่เช่นนี้”
หนานกงมั่วยกยิ้มก่อนเอื้อมมือไปสัมผัสกับใบหน้าที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง “แต่ว่าเซียวเชียนเยี่ยจะต้องคาดไม่ถึงแน่นอนว่าข้าจะจับหนานกงไหวเป็นตัวประกันได้ แล้วก็ไม่อาจถ่ายทอดคำสั่งทัพล่วงหน้าว่าให้ฆ่าพวกเรามิใช่หรือ”
“ก็อาจเป็นไปได้” คุณชายเว่ยตอบ
หนานกงมั่วเขยิบตัวเข้าหาก่อนประกบริมฝีปากจูบเขาแผ่วเบา “ไม่มีอันใดเช่นนั้นหรอก จวินมั่ว ท่านคิดมากไปแล้ว ช่วงนี้ท่านลำบากมากใช่หรือไม่”
เว่ยจวินมั่วกอดหนานกงมั่วไว้เงียบๆ ต้องยอมรับว่าความกดดันที่เขาต้องรับไว้นั้นไม่น้อยเลย เขาวาดหวังไว้ว่าอู๋สยาจะคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ในสนามรบก็ดี หรือที่ไหนๆ ก็ดีทั้งนั้น มีเขาคอยดูอยู่ อย่างน้อยก็จะไม่เกิดอันตรายใดทั้งสิ้น แต่ในความเป็นจริงตอนนี้ เพื่อเสด็จลุงของเขาแล้ว จึงไม่อาจห้ามอู๋สยาไม่ให้เข้าไปเสี่ยงอันตรายเพียงลำพังในเมืองซื่อหยางได้ หากหุบเขาฟู่อวิ๋นเผชิญหน้ากับกองทัพทหารที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เสด็จลุงอาจเกิดอันตรายได้เสมอ ความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจช่วยเหลือปกป้องคนที่รักได้พาลให้เขาจิตใจไม่สงบ เขาไม่ชื่นชอบเรื่องที่ตนเองไม่อาจควบคุมได้เช่นนี้เลย
หนานกงมั่วเข้าใจความรู้สึกของเขาดี ไม่ใช่เพียงเว่ยจวินมั่ว ระยะนี้นางก็รู้สึกเหนื่อยล้าและอดเป็นกังวลไม่ได้ หากเกิดเรื่องใดขึ้นกับเยี่ยนอ๋องจริงๆ เกรงว่าคงจะโกลาหลเสียจนไม่อาจควบคุมได้
“อย่ากังวลไป ข้ายังอยู่กับเจ้าเสมอ” หนานกงมั่ววาดมือโอบรอบเอวพลางยิ้มหวาน เอ่ยเสียงเบา
เว่ยจวินมั่วก้มหน้าลงประกบริมฝีปากแดงของนางอย่างไม่เบานัก หนานกงมั่วตกใจสะดุ้ง ก่อนจะวาดมือโอบรอบท้ายทอยเขาไม่ได้ต่อต้านอันใด นางหลับตาตอบรับจุมพิตอันร้อนแรงนี้ ริมฝีปากแนบชิด เรียวลิ้นพัวพันมิอาจแยกจากกันได้ จนทั้งสองเริ่มหมดลมหายใจจึงค่อยๆ ผละออกจากกันอย่างช้าๆ หนานกงมั่วเอนตัวพิงในอ้อมกอดของเขา ริมฝีปากแดงก่ำ และยิ้มตาหยีอย่างสุขใจ
ถึงแม้ว่านางจะชอบจุมพิตที่อ่อนโยนนุ่มนวลมากกว่า แต่หากจะร้อนแรงดุดันบ้างก็เป็นอีกรสชาติหนึ่งที่เพิ่มสีสัน ช่วยผ่อนคลายและเพิ่มความสัมพันธ์ใกล้ชิดของสามีภรรยาอีกขั้นหนึ่ง หนานกงมั่วเลิกคิ้วพลางยิ้มให้ “ไม่ต่ออีกหรือ”
นัยน์ตาสีม่วงของเว่ยจวินมั่วพลันวาววับด้วยความใคร่เสน่หาและมีความหมาย ก่อนจะจูงนางพากลับไปที่เตียง ดึงผ้าห่มที่อยู่ด้านข้างออกมาห่มให้นาง
“พักผ่อนเถิด คืนนี้ต้องลำบากมากทีเดียว”
หนานกงมั่วไหวไหล่อย่างเห็นใจไม่น้อย มองใบหน้าหล่อเหลาของเว่ยจวินมั่วก็ยกยิ้มขึ้นมา “ตอนนี้หายโกรธแล้วใช่หรือไม่”
เว่ยจวินมั่วอดเอื้อมมือลูบใบหน้างดงามของนางเบาๆ ไม่ได้ ก่อนจะเลื่อนฝ่ามือไปปิดดวงตาที่เต็มไปด้วยความสุขเยิ้มไว้ “นอนเถิด” หากยังมองนางต่อไป เกรงว่าเขาคงทนไม่ได้แล้ว
หนานกงมั่วห่อไหล่ เอาเถิด ที่จริง…นางก็เหนื่อยมากเช่นกัน ตลอดที่นางอยู่ในเมืองซื่อหยางไม่อาจวางใจได้เลย ตอนนี้ได้ผ่อนคลายลงก็นึกอยากพักผ่อนอยู่บ้าง
“อู๋สยา เรื่องเสด็จลุงต้องลำบากเจ้าแล้ว” เว่ยจวินมั่วกระซิบเบาๆ ข้างหูนาง
“อืม” ขณะที่หลับตาลงแล้ว เว่ยจวินมั่วก็ยังเอ่ยต่อเสียงเบา “ไม่ต้องกังวล ไม่เป็น…อันใดหรอก…”
[1] ยามอู่เกิง เป็นการนับเวลาในช่วงกลางคืนแบบจีนโบราณ โดยยามอู่เกิงคือช่วงตั้งแต่ตีสามถึงตีห้า