บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 926 รวมทัพจู่โจม (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  4. ตอนที่ 926 รวมทัพจู่โจม (2)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 926 รวมทัพจู่โจม (2)

ถังเจิงพลันยิ้มหยันออกมา เอ่ยกับเซวียเจิน “ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะเว่ยจวินมั่ว เจ้าคิดว่าจะชนะข้าได้หรือ แม่ทัพเลื่องชื่อของโยวโจวอันใดกัน แม้แต่เยี่ยนอ๋องก็ไม่อาจเทียบเว่ยจวินมั่วได้ ที่แท้ก็เป็นแค่ขยะ!”

หนานกงมั่วเลิกคิ้ว คำชื่นชมนี้…ดูไม่ควรยินดีรับ เหล่าขุนพลที่อยู่ถัดไปจากเซวียเจินกลับมีสีหน้าปั้นยากไม่อาจดูได้

เซวียเจินหัวเราะ “พวกข้ามีคุณชายเว่ยยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แล้วไยไม่เห็นเซ่าจงกับสือจิ้งเซียงมาช่วยเจ้าบ้างเล่า”

ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของถังเจิงก็พลันแย่ลง เขาที่ยันไว้ได้ถึงครึ่งเดือน แต่กลับไม่มีกองกำลังสนับสนุนมาสมทบ เป็นไม่ได้ที่จะไม่มีความโกรธแค้นขุ่นเคืองในใจ แต่ก็ไม่อาจแสดงชัดต่อหน้าศัตรูโดยเด็ดขาด ถังเจิงเพียงเอ่ยอย่างเย็นชา “จะฆ่าแกงอันใดก็เชิญ!” แล้วหันหน้าหนี ไม่เอ่ยคำใดอีก

“คุณชายเว่ย ท่านว่าเยี่ยงไร” เซวียเจินจ้องไปยังถังเจิง อดขมวดคิ้วขึ้นมามิได้ ถังเจิงนับว่าเป็นคนที่มีความสามารถ แต่ก็มีความสัมพันธ์สนิทสนมกับเซียวเชียนเยี่ย หากจะเกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนนนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน”

เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว “ขังไว้กับเว่ยหงเฟยก่อน ตอนนี้ยังไม่ต้องทำอันใด”

เซวียเจินนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ “เช่นนั้นก็ดี” ถึงตอนนั้นก็มอบเว่ยหงเฟยให้ท่านอ๋องไปพร้อมกันด้วย ให้ท่านอ๋องเป็นผู้ตัดสินใจ

หลังจากโจมตีอิ่งชวนได้สำเร็จ กองกำลังของเซวียเจินก็เสียหายไม่น้อย จึงจำเป็นต้องหยุดพักที่อิ่งชวนชั่วคราว ตราบใดที่เยี่ยนอ๋องสามารถยึดเมืองเผิงได้ แผ่นดินต้าเซี่ยครึ่งหนึ่งก็จะอยู่ในกำมือของเยี่ยนอ๋องแล้ว ด้านในลานบ้านแห่งหนึ่งของเมืองอิ่งชวน ใต้ต้นไม้ใหญ่เต็มไปด้วยดอกท้อเบ่งบาน หนานกงมั่วที่ง่วงงุนเอนกายอิงแอบอยู่กับเว่ยจวินมั่ว กลีบดอกท้อสีชมพูปลิวไปตามสายลมตกลงบนร่างทั้งสอง ดูงดงามเสียจนผู้คนต้องหยุดมอง

หนานกงมั่วลืมขึ้น เห็นเว่ยจวินมั่วกำลังก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ “จากนี้ท่านแม่ทัพเซวียวางแผนคิดจะทำเช่นไรบ้าง”

เว่ยจวินมั่วส่ายหน้า “กองทัพของเซวียเจินเสียหายไม่น้อย จำเป็นต้องพักก่อน ส่วนเรื่องเมืองเผิงนั้นค่อยว่ากัน”

หนานกงมั่วหาวออกมาก่อนจะพยักหน้า “ก็จริง หากจะรบต่อไปก็คงต้องไปจินหลิงแล้ว”

เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้ว “ยิ่งลงใต้ก็จะยิ่งรบยากขึ้น นอกจากนั้นสองปีมานี้กงอวี้เฉินก็เงียบเกินไป”

หนานกงมั่วกะพริบตา เลิกคิ้วพลางเอ่ย “ท่านสงสัยว่ากงอวี้เฉินวางแผนทำอันใดบางอย่างอยู่หรือ”

เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเล็กน้อย หนานกงมั่วก็เองก็จนปัญญา “ศัตรูเช่นกงอวี้เฉิน ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่อยากพบอีกเป็นหนที่สอง” เว่ยจวินมั่วยกมือขึ้นลูบศีรษะนางอย่างแผ่วเบา เอ่ยเสียงแผ่ว “ไม่ต้องกังวัลไป”

“อืม” หนานกงมั่วพยักหน้า “ไม่ได้กังวลมากนักหรอก เขาจะทำอันใดกับข้าได้ แต่คนที่หลบซ่อนในเงามืดนั้นไม่อาจรู้ได้ว่าจะแทงมีดมาเมื่อใด คิดแล้วน่ารำคาญสิ้นดี”

“จวิ้นจู่ คุณชาย เกิดเรื่องแล้วขอรับ” จูเหมิงทั้งวิ่งทั้งตะโกนเสียงดังมาจากด้านนอก หนานกงมั่วที่นั่งอยู่รีบลุกขึ้น เอ่ยถาม “จูเหมิง เกิดเรื่องอันใดขึ้น” จูเหมิงที่วิ่งมาจนแทบหายใจไม่ทันเอ่ย “จวิ้นจู่ ท่านรีบไปดูเถิด พวกเซวียปินกับ…กับทหารโยวโจวตีกันแล้วขอรับ!”

“ว่าอย่างไรนะ” หนานกงมั่วอุทานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

จูเหมิงกระโดดไปมาอย่างกระวนกระวาย “พวกเซวียปินกำลังตีกับพวกทหารโยวโจวบนถนน เฉินซิวให้ข้ารีบกลับมาแจ้งขอรับ”

โถงโรงน้ำชาในเมืองอิ่งชวน ถ้วยชามแตกเละเทะ ทั่วทั้งโรงน้ำชาข้าวของแตกหักเสียหาย เศษโต๊ะเก้าอี้ร่วงระเกะระกะอยู่บนพื้น ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่าโรงน้ำชาคับแคบเกินไปที่จะสู้กันได้จึงออกไปสู้กันที่ถนนหน้าโรงน้ำชาแทน ทิ้งไว้เพียงเถ้าแก่โรงน้ำชานั่งร่ำไห้เมื่อเห็นสภาพโรงน้ำชาของตน

ด้านเฉินซิวที่ยืนมองคนตีกันก็ถอนหายใจออกมา หยิบเงินย่อยจากในเสื้อออกมาสองสามก้อนมอบให้กับเถ้าแก่ “ท่านรับสิ่งนี้ไปก่อน หากไม่พอก็บอก ข้าจะส่งคนไปมอบให้อีก” ใครจะรู้ว่าออกมาข้างนอกแล้วจะเจอเรื่องแบบนี้ เฉินซิวเองก็พกเงินติดตัวมาไม่กี่ก้อนตำลึง เดิมทีเถ้าแก่คิดว่าตนช่างโชคร้ายนัก คาดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบชายหนุ่มผู้อ่อนโยนเอ่ยเช่นนี้ เขาไม่กล้าพูดอันใดมาก รีบรับเงินมาแล้วเอ่ยขอบคุณซ้ำๆ

“คุณชายหนานกง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่ เฉินซิวเห็นหนานกงซวี่เดินออกมาจากข้างในจึงเอ่ยถาม

ใบหน้าหนานกงซวี่ซีดลงเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วอยู่แล้วจึงส่ายหน้า เฉินซิวดูคนตีกันบนถนนก็หงุดหงิดขึ้นมา “นี่คือเหล่าขุนพลชั้นยอดของกองทัพโยวโจวหรือ จิตใจคับแคบ รังแกคนอ่อนแอ ช่าง…” เอ่ยได้เพียงครึ่งเดียว เฉินซิวก็ได้สติก่อนจะเอ่ยขอโทษพร้อมกับมองไปยังหนานกงชวี่ หากวัดกันที่พละกำลังแล้ว เกรงว่าบุรุษผู้นี้คงไม่อาจชนะทหารคนใดในกองทัพได้เลย แต่เขาก็ไม่ได้อ่อนแออย่างแน่นอน กลับกันในด้านกลยุทธ์ แน่นอนว่าเหล่าทหารศึกย่อมไม่กล้าเอ่ยว่าเหนือกว่า สมกับเป็นบุตรชายคนโตของฉู่กั๋วกง หนานกงไหวเสียจริง

แม้ว่าในช่วงนี้กองกำลังโยวโจวกับกองทัพเฉินโจวจะร่วมมือกัน แต่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่คุ้นเคยกันมาก่อน ทหารเฉินโจวปิดล้อมอิ่งชวนมาก่อน ต่อมาก็เป็นกองกำลังของหนานกงชวี่ที่สามารถบุกเข้าไปในอิ่งชวนได้ อีกฝ่ายหนึ่งได้หน้ามากกว่าเช่นนี้จะให้เหล่าทหารโยวโจวยินดีได้อย่างไร พวกทหารศึกที่อายุมากหน่อยยังพอสะกดกลั้นไว้ได้ แต่เหล่าทหารวัยฉกรรจ์เช่นพวกเขาย่อมไม่อาจฝืน นอกจากร่างกายหนานกงชวี่ที่อ่อนแอกว่าพวกเขาทั้งหมดก็ไม่มีสิ่งใดให้จู่โจมอีก เจ้าพวกคนหนุ่มนี่จึงหาที่ระบายอารมณ์

วันนี้ทั้งสองฝ่ายต่างบังเอิญพบกันในโรงน้ำชา ฝั่งทหารหนุ่มก็ภาคภูมิใจที่กองทัพเฉินโจวชนะในสงครามมาได้ จึงกระตุกหนวดอีกฝ่ายอย่างห้ามไม่ได้ และความเกลียดชังทั้งหมดพลันตกไปยังหนานกงชวี่เป็นอันดับแรก เวลาผ่านไปเจ้าทหารหนุ่มจึงลงมือกับหนานกงชวี่ แล้วจะไม่ทำอันใดเลยเช่นนั้นหรือ เป็นเช่นนี้แล้วพวกทหารที่อยู่ข้างๆ ก็ไร้ทางเลือก แม้เซวียปินที่ไม่ชอบความวุ่นวายก็ยังต้องลงมือ ทั้งสองฝ่ายสู้กันอย่างดุเดือดโดยเริ่มจากที่หนานกงชวี่ถูกผลักออกไปด้านหนึ่ง

หนานกงชวี่พิงกำแพงพลางมองคนตีกันอยู่บนถนนอย่างเย็นชา

เฉินซิวขมวดคิ้ว “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป…”

“ช่างเถิด ปล่อยให้ตีกันไป” หนานกงชวี่เอ่ยเสียงเรียบนิ่ง

“นี่คงไม่ใช่…” ไม่ว่าอย่างไรก็ตามก็ต้องไว้หน้าแม่ทัพเซวียกันบ้าง

หนานกงชวี่ “จะช้าเร็วก็ต้องตีกันอยู่ดี เร็วย่อมดีกว่าช้าอยู่แล้ว”

เฉินซิวถอนหายใจ “เช่นนั้นทั้งสองฝ่ายก็ร่วมมือลำบากแล้ว แต่ว่า…เราไม่อาจควบคุมอารมณ์ของทหารอีกฝ่ายได้ ก็ควรเป็นพวกเราที่ต้องอดกลั้นไม่ใช่หรือ” จริงๆ ก็ไม่มีสิ่งใดยากที่จะทำความเข้าใจ หากการรบของอีกฝ่ายดีกว่า พวกเขาก็ต้องไม่พอใจอยู่ดี คงจะไปหาเรื่องอีกฝ่ายแทน นับเป็นปัญหาจริงๆ

เฉินซิวยักไหล่ “ไม่ว่าอย่างไรข้าขอพาเจ้าเซวียปินไปก่อน คนอื่นไม่เป็นไร แต่หากเขาอยู่ในนั้นด้วยเกรงว่าหน้าแม่ทัพเซวียคงจะไม่น่าดูแล้ว”

เอ่ยจบ เฉินซิวถกแขนเสื้อขึ้นแล้วเข้าไปในวงที่คนตีกันอยู่ แต่เขาไม่ได้ไปตบตีกับคนอื่น เมื่อพบเซวียปินตรงหน้าก็รีบจับตัวเขาแล้วลากออกมา เซวียปินที่กำลังโกรธได้ที่ย่อมไม่ยินยอมออกไปดีๆ เขาเอื้อมมือจะขึ้นชกหน้าเฉินซิว แต่ก็หยุดมือไว้ทันอย่างฉิวเฉียด เอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก “เฉินซิว เจ้าจะทำอันใด”

เฉินซิวอดกลอกตาไม่ได้ “เจ้าเลิกวุ่นวายได้แล้ว อยากให้บิดาเจ้าตบหัวหรืออย่างไร”

เซวียปินไม่เห็นด้วย “ใครวุ่นวาย ไอ้พวกบัดซบนี่ต่างหากที่เห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ บังอาจมาว่าพวกเราว่าไอ้งั่งไก่อ่อน! ต้องจัดการให้รู้ซึ้งว่าเช่นไรเรียกไอ้งั่ง! ใครกันแน่ที่กระจอก!”

ฟังดูแล้วก็ไม่อาจโทษอีกฝ่ายได้ ทหารเฉินโจวขึ้นตรงกับเว่ยจวินมั่วที่เป็นผู้นำทัพล้วนมีจุดเด่นอยู่สองอย่าง ประการแรกยังหนุ่มแน่น อายุไม่ทันสามสิบก็มีตำแหน่งใหญ่โตในกองทัพ ประการที่สองก็คือรูปงาม ไม่ใช่เพียงเว่ยจวินมั่ว ลิ่นฉังเฟิงก็เป็นเช่นนั้น หนานกงชวี่ เจี่ยนชิวหยาง เฉินซิว แม้แต่เซวียปิน จูเหมิง และคนอื่นๆ ก็ล้วนหน้าตาไม่เลวทั้งสิ้น หากคนของทั้งสองฝ่ายยืนด้วยกัน ด้านหนึ่งแก่ก็แก่ หน้าตาก็ไม่ชวนมอง กับอีกด้านหนึ่งยังคงหนุ่มแน่นหน้าตาก็น่ามอง ใครเห็นก็ต้องตาค้างทั้งสิ้น

ต่อยไปเต็มหมัดแล้วเฉินซิวก็ปล่อยเซวียปิน แต่ไหนแต่ไรมาเฉินซิวสุภาพอ่อนโยนเป็นบุรุษที่หาได้ยากยิ่งในกองทัพ แต่เรื่องการต่อสู้เขาก็ไม่อ่อนโยนให้ผู้ใด หากเขาอ่อนโยนจริงก็คงโดนฆ่าตายไปนานแล้ว

“พอแล้ว! คิดถึงบิดาของเจ้าบ้างไหม” ฝั่งหนึ่งลากฝั่งหนึ่งดึงอย่างไม่ลดละ

เซวียปินตะคอกเสียงเย็น “พ่อข้าหรือ ต่อให้เป็นตาแก่เง็กเซียนข้าก็ไม่หยุด วันนี้ข้าจะสั่งสอนไอ้อ่อนหัดไม่รู้ความพวกนี้!”

“ไอ้สุนัข! ใครกลัวใครกันแน่ พวกเราถล่มมันเลย!” คนข้างๆ ตะโกนขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าหาทั้งสอง

แน่นอนว่าทหารเฉินโจวไม่อาจทนมองเซวียปินถูกรุมเฉยๆ ได้ จึงตะโกนเรียกพวกพร้อมพุ่งเข้าหาเช่นกัน เฉินซิวเหม่อมองท้องฟ้าอย่างหมดคำจะพูด ก่อนจะเตะชายผอมแห้งที่ลอบโจมตีพวกเขาแล้วเข้าตะลุมบอนด้วยเช่นกัน

เซวียเจินที่รู้ข่าวรีบมายังที่เกิดเหตุก่อนคนอื่น เห็นเหล่าปีศาจที่ตีกันสับสนวุ่นวายอยู่ตรงหน้า เขาก็อดเลือดขึ้นหน้าไม่ได้ ตะโกนด้วยเสียงดังกึกก้อง “ไอ้อันธพาล! หยุดเดี๋ยวนี้ อย่าให้ข้าต้องลงมือ!”

บางคนที่ได้ยินก็หยุดชะงัก แต่ต่อมาเขาก็โดนหมัดลุ่นๆ เข้าเต็มหน้า จึงเลือดขึ้นหน้าแล้วชกกลับสุดแรงทันที

เซวียเจินมองกลุ่มคนตรงหน้าที่ไม่แม้แต่จะหยุด อีกทั้งยังตีกันหนักกว่าเก่าเสียอีก แววตาพลันเข้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม คว้าแส้ของทหารข้างกายตวัดไปทางกลุ่มคนที่ตีกันตรงหน้า

แส้ฟาดลงดัง เพียะ เพียะ สองสามที ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดเขาก็ล้วนลงแส้ใส่ทั้งสิ้น จู่ๆ เซวียปินที่โดนแส้ฟาดเข้าที่หลังรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาก็คำรามอย่างเกรี้ยวกราด “ไอ้บัดซบตัวไหนกล้าเอาแส้ฟาดข้า!”

ใบหน้าเซวียเจินพลันทะมึนขึ้น เอ่ยอย่างไม่พอใจ “ไอ้ตาแก่ของเจ้าอย่างไร เจ้าจะทำไมหรือ”

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 926 รวมทัพจู่โจม (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
2024-02-19
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
2024-02-25
Ktdaw
การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
2024-10-11
c2aa010
เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค​ 80
2025-02-11

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน