หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 917 บุกโจมตีศัตรูจากข้างหลัง (2)
ตอนที่ 917 บุกโจมตีศัตรูจากข้างหลัง (2)
สําหรับเว่ยจวินมั่วแล้ว เขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับกองกำลังรักษาการณ์โยวโจว แต่ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้า ถึงแม้เขาจะอยู่ในโยวโจวไม่นานนัก แต่พวกเขาล้วนแต่เคยได้ยินชื่อเสียงของคุณชายเว่ย และสิ่งที่คุณชายเว่ยทำในเฉินโจวเมื่อสองสามปีที่ผ่านมายิ่งน่านับถือ ใช่ว่าใครก็สามารถยึดครองพื้นที่ได้มากมายเพียงนี้ภายในระยะเวลาเพียงสองปีกว่า มีกองทัพทหารหลายแสนนาย แล้วยังปกครองดินแดนได้ดีเช่นนี้ด้วย ยามนี้ที่ราบตอนกลางกำลังสับสนวุ่นวาย ราษฎรส่วนใหญ่หนีไปทางทิศตะวันตก บางส่วนเดินทางผ่านเฉินโจวไปยังเหมียนโจวที่ห่างไกล แต่ก็ยังมีผู้คนจํานวนมากอยู่ในเฉินโจวและที่อื่นๆ
ทว่าด้วยเหตุนี้จึงมีคนจํานวนมากรู้สึกกังวล คุณชายเว่ยไม่ยุ่งเกี่ยวกับสงครามระหว่างจวนเยี่ยนอ๋องและราชสํานักมานานกว่าสองปี หรือเขาต้องการสร้างกองทัพเป็นของตัวเองหรือไม่
ไม่ว่าในใจคิดอย่างไร แต่เมื่อเห็นสีหน้าโมโหของเซวียเจิน ขุนพลคนนั้นจึงไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดต่อ ยิ่งไปกว่านั้น ลึกๆ แล้วพวกเขาหวังว่าให้เป็นเหมือนที่เซวียเจินเอ่ยจริงๆ หวังว่าคุณชายเว่ยจะเคลื่อนกองกำลังสนับสนุนมาช่วยพวกเขาจริงๆ
เซวียเจินลูบคิ้วด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะโบกมือ “ช่างเถิด ออกไปได้แล้ว อีกสองสามวันกองกำลังสนับสนุนคงมาถึง ทุกคนคุ้มกันอิ่งโจวไว้ให้ดี”
“ขอรับท่านแม่ทัพ” พวกเขาลุกขึ้นเอ่ยด้วยความนอบน้อม
เซียวเชียนเหว่ยก็ลุกขึ้น ประสานมือคารวะให้เซวียเจินแล้วจึงเอ่ย “แม่ทัพเซวีย ข้าขอตัวลาแล้ว” ถึงแม้เซียวเชียนเหว่ยและเซียวเชียนชื่อจะเป็นคุณชายจวนเยี่ยนอ๋อง แต่เยี่ยนอ๋องมอบอํานาจทางทหารให้เซวียเจิน ดังนั้นในกองทัพเซวียเจินจึงใหญ่ที่สุด แม้แต่เซียนเชียวชื่อและเซียวเชียนเหว่ยก็ไม่กล้าเสียมารยาทต่อเซวียเจิน
เซียนเชียวชื่อเดินอยู่ข้างหลังสุด เห็นเซวียเจินที่นั่งกุมขมับตัวเองอยู่หลังโต๊ะพลางถอนหายใจเบาๆ เขาประสานมือคารวะให้เซวียเจินแล้วหันหลังเดินออกไปเงียบๆ
เมื่อในห้องเหลือแค่เซวียเจินตามลำพัง แม่ทัพเซวียพลันถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง
“ท่านอ๋อง ท่านโยนปัญหาใหญ่มาให้ข้าจริงๆ”
ตั้งแต่ได้ยินว่าเยี่ยนอ๋องจะส่งบุตรชายทั้งสองมาอยู่ในกองทัพ เขาก็รู้แล้วว่าต้องเกิดเรื่องขึ้น ที่จริงแล้วเซวียเจินสงสัยว่าท่านอ๋องเบื่อกับการต่อสู้กันไปมาของบุตรชายทั้งสองคนนี้จึงได้เตะพวกเขามาให้ตนเอง แต่ช่วงสองปีที่ผ่านมา การต่อสู้ระหว่างโยวโจวและราชสํานักจะว่าไปแล้วพวกเขากำลังได้เปรียบ อย่างน้อยตอนนี้ดินแดนที่พวกเขาครอบครองก็มีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนไม่ใช่หรือ แต่เรื่องที่ตามมากลับหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งอาณาเขตโยวโจวกว้างขวางเท่าใด หัวใจของผู้คนก็ยิ่งไม่มั่นคงมากขึ้นเท่านั้น แต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างยังไม่ถูกกําหนด ดังนั้นเรื่องบางเรื่องจึงซ่อนอยู่ในเงามืด
แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ การต่อสู้กันระหว่างคุณชายเยี่ยนอ๋องทั้งสองกลับมองออกอย่างง่ายดาย ผู้สืบทอดเยี่ยนอ๋องมีนิสัยอ่อนโยน มีความสามารถปานกลาง บุตรชายคนรองของเยี่ยนอ๋องมีความสามารถมากกว่า โดดเด่นกว่าพี่ชายตัวเอง ถึงแม้พวกเขาไม่มีอันใด แต่คนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของพวกเขาล้วนแต่อยู่ไม่สุข ดังนั้นเรื่องของการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความดีความชอบ แย่งความโปรดปรานของท่านอ๋อง เซวียเจินที่มักจะมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นทุกครั้งเมื่อสหายอย่างเฉินอวี้เขียนจดหมายมาเล่าให้ตัวเองฟัง ตอนนี้ตัวเองกลับได้ลิ้มรสชาติความลำบากนั้นแล้ว
ที่จริงพวกเขาสองคนไม่ได้ทำอันใด เพราะเยี่ยนอ๋องโยนพวกเขามาโดยไม่มีสิ่งใดเลย นอกจากบ่าวรับใช้สองคนที่ติดตามมาด้วย แม้แต่สหายร่วมงานก็ไม่มี เดิมทีคิดว่ามีเซวียเจินอยู่คงไม่มีเรื่องอันใด แต่เห็นได้ชัดว่าเซวียเจินประเมินความสามารถของคุณชายเยี่ยนอ๋องต่ำเกินไป เพิ่งจะผ่านมาเพียงสองเดือน เซียวเชียนเหว่ยก็สนิทสนมกับแม่ทัพระดับสูงในกองทัพไปมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว แม่ทัพในกองทัพล้วนแต่เย่อหยิ่ง มองดูคุณชายรองที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตร แล้วหันมองดูซื่อจื่อที่ความสามารถธรรมดาและพูดจาไม่เก่ง บรรดาแม่ทัพก็เริ่มลำเอียง เมื่อเซวียเจินสังเกตเห็นเรื่องนี้ เขาก็เห็นว่าแม่ทัพส่วนใหญ่ในกองทัพล้วนแต่โจมตีซื่อจื่อ เซียนเชียวชื่อจะมีนิสัยอ่อนโยน และก็เป็นคนอ่อนแอด้วยเช่นกัน อย่างน้อยเขาช่วยเยี่ยนอ๋องจัดการเรื่องต่างๆ ในจวนเยี่ยนอ๋องมาหลายปี แน่นอนว่าเขาไม่มีทางรอให้น้องชายของตัวเองอยู่เหนือจนไม่มีหน้าไปเจอใคร ดังนั้นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในกองทัพเยี่ยนอ๋องจึงเปลี่ยนรูปแบบ และเริ่มมาจัดแสดงในกองทัพของเซวียเจินอีกครั้ง
เรื่องนี้ก็เป็นเพราะเซียนเชียวชื่อและเซียวเชียนเหว่ยแข่งขันกัน ประมาทศัตรูจนเกิดเรื่อง จึงถูกศัตรูฉวยโอกาสจุดไฟเผาเสบียงอาหารทั้งหมด ทำให้พวกเขาต้องถอยทัพคุ้มกันอิ่งชวน
หากเป็นขุนพลทั่วไปสองคน เซวียเจินคงโบยพวกเขาคนละหนึ่งร้อยครั้ง ทำให้พวกเขายอมจำนนไปตั้งนานแล้ว แต่พวกเขาสองคนเป็นบุตรชายของเยี่ยนอ๋อง ท่านอ๋องให้เขาเป็นคนดูแลพวกเขาทั้งสอง นอกจากคิดว่าตัวเองโชคร้ายแล้วยังจะทําอันใดได้อีก
นึกถึงคุณชายเว่ยที่อยู่เฉินโจวในช่วงสองปีที่ผ่านมา เซวียเจินถอนหายใจด้วยความอิจฉาอีกครั้ง หรือว่าคุณชายเว่ยคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ดังนั้นสองปีที่ผ่านมาเขาจึงอยู่ที่เฉินโจว ทำให้เรียกเช่นไรก็ไม่ยอมมาใช่หรือไม่
กองกำลังรักษาการณ์โยวโจวและกองทัพของราชสํานักต่อสู้กันมาตั้งสองสามปี แม้ทั้งสองฝ่ายจะได้รับความเสียหาย แต่ราชสํานักก็ไม่เคยเสียเปรียบมากนัก ในทางกลับกัน พวกเขาเพียงสูญเสียดินแดนไปอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนแม่ทัพมานำทัพครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งนี้ในที่สุดก็ได้รับความดีความชอบ วันที่อิ่งชวนถูกโอบล้อมไว้ได้ แม่ทัพผู้นำทัพจึงรีบรายงานไปที่จินหลิงในทันที
ได้รับรายงานสงคราม เซียวเชียนเยี่ยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง รอมาตั้งหลายปี ในที่สุดก็มีข่าวดีสักที ตอนนี้เขาจึงพระราชทานรางวัลให้กับทหารในกองทัพ แล้วยังออกคำสั่งช่วยเหลือกองทัพในบริเวณใกล้เคียงอย่างเต็มที่ ต้องฆ่าเซวียเจินที่เป็นหนึ่งในกําลังหลักของเยี่ยนอ๋องให้ตายอยู่ในอิ่งชวนให้จงได้ หากไร้กองทัพเซวียเจิน ย่อมต้องส่งผลกระทบกับกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวไม่น้อย
ในค่ายกองทัพใหญ่ของราชสำนัก ตอนที่แม่ทัพใหญ่คือหย่งคังโหว ถังเจิง หย่งคังโหวคนนี้ยังนับว่ามีวาสนา ตอนนั้นที่ติดตามอดีตฮ่องเต้ เขาเป็นเพียงทหารธรรมดา ไร้ซึ่งความดีความชอบ ท่านโหวคนนี้ได้รับตำแหน่งหลังจากเซียวเชียนเยี่ยขึ้นครองบัลลังก์ ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากเพราะว่าหย่งคังโหวคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องของไท่เฮา ตอนนี้ยังมีบุตรีคนหนึ่งเป็นพระสนมในวังหลวง ถึงแม้เซียวเชียนเยี่ยจะไม่โปรดปรานสตรีในวังหลัง นางไม่ได้รับความโปรดปรานอันใดนัก แต่สถานะของนางแตกต่างออกไป หลังจากเกิดเรื่องของเซียวฉุนและเยี่ยนอ๋อง สองสามปีที่ผ่านมา เซียวเชียนเยี่ยเชื่อใจคนของตัวเองมากกว่า และโชคดีที่ถังเจิงก็ไม่ได้ทําให้เขาผิดหวัง
“ท่านแม่ทัพ เซวียเจินถูกล้อมมาหลายวันแล้ว ภายในสามวันนี้ต้องยึดอิ่งชวนได้แน่นอน” ขุนพลคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
หย่งคังโหวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เหนือสุดพยักหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขายิ้มพลางเอ่ยเสียงดัง “ไม่เลว ได้ยินมาว่าลูกชายสองคนของเยี่ยนอ๋องก็อยู่ในอิ่งชวนด้วย หากจับเป็นได้ ตำแหน่งและเงินทองอยู่ห่างไปเพียงแค่เอื้อมเท่านั้น ลำบากทุกคนแล้ว”
“ขอรับแม่ทัพ” เหล่าขุนพลต่างพึงพอใจ
ถังเจิงสามารถพาคนโอบล้อมเซวียเจินไว้ได้ ถึงแม้จะเกิดจากความผิดพลาดในกองทัพเซวียเจินเอง แต่ก็ทำให้เห็นว่าถังเจิงมีความสามารถอยู่บ้าง ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้หลงระเริงกับชัยชนะที่รอคอยตรงหน้า เอ่ยสั่งเสียงเคร่งขรึม “ทุกคนอย่าประมาท ระวังกองกําลังสนับสนุนของศัตรูบุกโจมตีด้วย”
มีคนไม่เห็นด้วย “ทางฝั่งเผิงเฉิงกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แม่ทัพเชานํากองทัพกว่าห้าแสนนายต่อสู้กับเยี่ยนอ๋อง เยี่ยนอ๋องจะแบ่งกองกำลังสนับสนุนมาช่วยเขาได้เยี่ยงไร”
ถังเจิงส่ายหน้าพลางเอ่ย “ไม่ ทุกคนอย่าลืมสิ นอกจากเยี่ยนอ๋องแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากอิ่งชวนมากนัก”