หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 897 พ่อบุญธรรมลูกบุญธรรม (1)
ตอนที่ 897 พ่อบุญธรรมลูกบุญธรรม (1)
เยี่ยนอ๋องส่งเสียงหยัน กัดฟันพลางเอ่ย “ไม่ควรให้เจ้าเด็กสองคนนั่นไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรกเลยจริงๆ”
พระชายาเยี่ยนอ๋องนั่งลงอีกครั้ง ถอนหายใจแล้วจึงเอ่ย “จวินมั่วและอู๋สยาต่างก็มีความสามารถ นี่เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถตีได้เพียงนี้ ก่อนหน้านี้ท่านอ๋องเองก็ดีใจมากมิใช่หรือ น่าสงสารเด็กทั้งสองเกิดมาพ่อแม่ก็ไม่อยู่ด้วย พวกเขาสองคนคิดถึงลูกก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ในเมื่อจวินมั่วให้คนมารับ แน่นอนว่าต้องจัดการเรียบร้อยแล้วท่านอ๋องไม่ต้องกังวล หากคิดถึงแล้วก็ให้พวกเขาพากลับมาเยี่ยมก็พอแล้ว คงไม่อาจไม่ให้เด็กเจอพ่อแม่ เด็กที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ข้างกาย ต่อให้พวกเราดูแลดีเพียงใด ต่อให้รักมากเพียงใดก็ยังน่าสงสาร”
ดวงตาเยี่ยนอ๋องไหววูบ ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า เอ่ย “พระชายาเอ่ยถูกแล้ว”
พระชายาเยี่ยนอ๋องเห็นเขาเป็นเช่นนี้ นางเองก็ถอนหายใจออกมา โดยทั่วไปท่านอ๋องไม่ใช้อารมณ์ไปทั่ว แต่เมื่อโกรธขึ้นมาก็ไม่อาจจัดการอารมณ์ได้ แม้จะไม่ใช้อารมณ์กับนาง แต่จะทำให้เงียบกริบไปทั่วทั้งจวนก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ พระชายาเยี่ยนอ๋องจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม้ว่าเด็กทั้งสองจะไปแล้ว ทว่าจวนของเรายังมีเรื่องน่ายินดีไม่ขาด อีกไม่กี่วันเหยียนเอ๋อร์เองก็จะคลอดแล้ว ท่านหมอบอกว่าเป็นเด็กชาย อีกทั้งชายารองกงอีก ปลายปีก็คงจะคลอดแล้ว ยินดีกับเยี่ยนอ๋องล่วงหน้าด้วยเพคะ”
พระชายาเยี่ยนอ๋องเอ่ยถึงเด็กในท้องของกงเสี่ยวเตี๋ยกลับไม่มีความรู้สึกหึงหวงแต่อย่างใด อย่างไรในจวนนี้นอกจากตนเองที่ให้กำเนิดบุตรชายทั้งสามแล้วยังมีจวิ้นจู่อีกสองคน เมื่อเทียบกับพระชายาคนอื่น ชีวิตของนางนับว่าผ่อนคลายมากแล้ว แม้เยี่ยนอ๋องจะโปรดปรานกงเสี่ยวเตี๋ย แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้นางข้ามหน้าข้ามตาตนเอง พระชายาเยี่ยนอ๋องเองก็ค่อยๆ ขบคิดได้แล้ว คนที่อยากช่วงชิงอำนาจจะมาถูกสตรีล่อลวงได้เยี่ยงไร
เยี่ยนอ๋องมองซุนเหยียนเอ๋อร์ พยักหน้าพลางเอ่ย “อีกไม่กี่วันข้าก็ต้องออกศึกแล้ว คง…มาทันตั้งชื่อหลานชาย ส่วนเสี่ยวเตี๋ย เจ้าช่วยดูแลนางสักหน่อย”
พระชายาเยี่ยนอ๋องรู้สึกแปลกใจขึ้นมา “ท่านอ๋องจะนำทัพด้วยตนเองหรือเพคะ แต่ว่าร่างกายท่านอ๋อง…”
ยามนี้สุขภาพของเยี่ยนอ๋องไม่ดีนัก แน่นอนว่าพระชายาเยี่ยนอ๋องเองก็รู้ดี และเพราะสาเหตุนี้ เดิมทีเยี่ยนอ๋องที่ชอบออกรบด้วยตนเองจึงต้องอยู่ที่โยวโจว อย่างไรเสียหากผู้บัญชาการสูงสุดเป็นอันใดในสนามรบคงส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่าการไม่ปรากฏตัวตั้งแต่เริ่มต้น
เยี่ยนอ๋องเอ่ย “ไม่เป็นไร มีคุณชายเสียนเกออยู่ คงไม่เป็นอันใดในระยะเวลาสั้นๆ เซียวเชียนเยี่ยเสริมกำลังทหาร เกรงว่าคงส่งขุนพลผู้มีประสบการณ์มาหลายคน ข้าต้องไปนำทัพด้วยตนเอง”
“แต่ว่า ชายารองกง…” พระชายาเยี่ยนอ๋องขมวดคิ้ว กงเสียวเตี๋ยระวังตนมาก ราวกับเพียงไม่ระวังตนจะลงมือกำจัดลูกของนางอย่างไรอย่างนั้น สำหรับเรื่องนี้พระชายาเยี่ยนอ๋องรู้สึกน่าขันยิ่งนัก ตนจะใช้วิธีไม่ได้เรื่องเช่นนี้ได้เยี่ยงไร ต่อให้กงเสี่ยวเตี๋ยคลอดบุตรชายขึ้นมาแล้วอย่างไร เพียงเชื้อสายรองเท่านั้น อีกไม่นานตนก็จะได้อุ้มหลานชายแล้ว ยังจะสนใจเชื้อสายรองที่เพิ่งเกิดด้วยหรือ หากตนเอวโง่เขลาเพียงนี้ ตลอดหลายปีมานี้คงไม่ได้รับความเคารพและเชื่อใจเช่นนี้
เยี่ยนอ๋องขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “ไม่เป็นไร ข้าจะเอ่ยกับนาง ข้าเชื่อใจพระชายา”
พระชายาเยี่ยนอ๋องมองสายตาเรียบนิ่งไร้คลื่นลมของเยี่ยนอ๋องพลันรู้สึกวางใจขึ้นมาในใจ รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งอ่อนโยนมากขึ้น พยักหน้าพลางเอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อท่านอ๋องเชื่อใจหม่อมฉัน แน่นอนว่าหม่อมฉันต้องช่วยท่านอ๋องดูแลจวนให้ดีเพคะ”
“ลำบากพระชายาแล้ว”
พระชายาเยี่ยนอ๋องยิ้มแล้วจึงเอ่ย “เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะ จะลำบากได้เยี่ยงไร ทว่าท่านอ๋อง พิธีสมรสของหย่งเฉิง ไม่อาจยื้อเวลาออกไปได้อีกแล้วนะเพคะ” พิธีสมรสของหย่งเฉิงจวิ้นจู่ถูกกำหนดเอาไว้ในเดือนสิบ แต่หากท่านอ๋องไม่อยู่…แม้หย่งเฉิงจะเป็นเชื้อสายรอง แต่ก็ถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างกายพระชายาเยี่ยนอ๋อง พระชายาเยี่ยนอ๋องเองก็ไม่เคยคิดเลือกปฏิบัติต่อเชื้อสายรอง แน่นอนว่าต้องเอ่ยกับเยี่ยนอ๋อง
เยี่ยนอ๋องขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เอ่ย “นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเลือก อย่าว่าแต่ข้า ยามนี้เจ้าเด็กนั่นก็อยู่ในสนามรบมิใช่หรือ เจ้าไม่บอกกับหย่งเฉิงให้ชัดเจน ให้นางไม่ต้องกังวล ข้าไม่ยอมให้บุตรีของตนต้องน้อยใจเป็นแน่”
พระชายาเยี่ยนอ๋องฟังเขาเอ่ยเช่นนี้ก็พยักหน้า หลักการนางเองย่อมเข้าใจ เพียงแต่เรื่องเช่นนี้ต้องให้ท่านอ๋องเอ่ยปากด้วยตนเองถึงจะดี “หย่งเฉิงเป็นเด็กรู้ความ ท่านอ๋องวางใจเป็นพอเพคะ”
เยี่ยนอ๋องพยักหน้าพึงพอใจ เอ่ย “เช่นนั้นก็ดี”
เยี่ยนอ๋องเป็นบุคคลที่มีการกระทำเด็ดขาด แม้ไม่พอใจนักแต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด วันต่อมาทั่วทั้งจวนเยี่ยนอ๋องต่างรับรู้ว่าองค์หญิงฉังผิงจะพาคุณหนูน้อย คุณชายน้อยทั้งสองเดินทางไปยังเฉินโจว เรื่องนี้ เยี่ยนอ๋องก็ไม่คิดทำอย่างลับๆ ในยามนี้ไม่ว่าเยี่ยนอ๋องกับจินหลิงหรือเซียวเชียนเยี่ยกับโยวโจวต่างฝ่ายต่างมีสายลับคอยสอดแนมทิ้งแบบลับๆ หรือเปิดเผยจำนวนไม่น้อย องค์หญิงฉังผิงพาเด็กๆ เดินทางอยู่ด้านนอกแน่นอนว่าไม่อาจปิดบังได้อยู่แล้ว เทียบกับเดินทางอย่างลับๆ แล้วถูกคนตามลอบสังหาร มิสู้ไปอย่างเปิดเผยและมีกำลังคนคอยคุ้มกันตามไปส่งจะดีกว่า
เยี่ยนอ๋องเองก็ชัดเจน นอกจากยอดฝีมือที่เว่ยจวินมั่วส่งมากลุ่มใหญ่แล้ว เพียงโบกมือก็ส่งองครักษ์นับสิบอีกทั้งทหารส่วนพระองค์คุ้มกันไปส่งกว่าหนึ่งพันคน ในแผ่นดินโยวโจวยังมีเหล่าทหารประจำการคอยสอดส่องดูแล ออกจากโยวโจวแล้วเยี่ยนอ๋องก็ส่งม้าเร็วนำจดหมายไปมอบให้หนิงอ๋องแล้ว เมื่อออกจากแผ่นดินสีโจวก็เป็นพื้นที่ของเว่ยจวินมั่วเองยิ่งไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเหตุนี้จึงไม่เป็นกังวลต่อขบวนขององค์หญิงฉังผิงนัก
องค์หญิงฉังผิงได้รับจดหมายจากบุตรชายแน่นอนว่าดีใจเป็นอย่างยิ่ง แม้บอกว่าอยู่ที่จวนเยี่ยนอ๋องไม่มีใครกล้าละเลยหรือไม่เคารพต่อนาง แต่อย่างไรก็ไม่มีความสุขเหมือนอยู่กับบุตรชายและบุตรสะใภ้ของตนเอง น่าสงสารหลานชายหลานสาวของนาง ยามนี้อายุกว่าครึ่งปีแล้วพ่อแม่กลับไม่ได้อยู่ข้างกาย หากโตขึ้นมาสักหน่อย ไม่ใช่ว่าเจอแล้วแต่ไม่รู้จักบิดามารดาของตนเสียแล้ว ดังนั้นองค์หญิงฉังผิงเองจึงสั่งให้คนเก็บของเตรียมตัวไปเฉินโจวอย่างมีความสุข
ตั้งแต่ส่งคนไปรับซิงเฉิงจวิ้นจู่และลูกทั้งสอง หนานกงมั่วจึงเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวในเย่ว์โจวทุกวัน แม้แต่ข่าวการโจมตีในเอ้อโจวก็ไม่อาจดึงความสนใจจากนางได้ อย่างไรเรื่องส่วนใหญ่ในยามนี้ก็มีเว่ยจวินมั่วคอยรับผิดชอบ จึงพอมีเวลาให้หนานกงมั่วได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับองค์หญิงฉังผิงและเด็กๆ ทั้งสอง อีกทั้งติดตามขบวนว่าเดินทางถึงที่ใดแล้ว
ซังเนี่ยนเอ๋อร์และหนานกงชวี่มองดูนางที่ยุ่งวุ่นวายอยู่ทั้งวันก็อดตกใจไม่ได้ มั่วเอ๋อร์ที่เป็นแบบนี้เปลี่ยนไปจากมั่วเอ๋อร์ที่พวกเขาเห็นเมื่อมาถึงเฉินโจวใหม่ๆ อย่างมาก ตอนนั้นดูหนานกงมั่วจัดการธุระการปกครองอยู่ทุกวัน ดูคล่องแคล่วว่องไว ใครก็ไม่คิดว่านางเป็นเพียงสตรีคนหนึ่ง ดูมีความเป็นเจ้าเมืองอยู่มาก แต่ว่าตอนนี้ดูไปแล้วเหมือนมารดาคนหนึ่งที่เฝ้ารอบุตรชายบุตรสาวอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งสองกลับไม่รู้ว่าการแสดงของซิงเฉิงจวิ้นจู่นั้นเป็นอันดับหนึ่งเชียว ในยามที่เว่ยจวินมั่วไม่อยู่นางต้องคอยดูแลชาวเมืองหลายพื้นที่ แน่นอนว่าไม่อาจเข้าถึงง่ายและอ่อนโยนจนเกินไป ยามนี้เว่ยจวินมั่วกลับมาแล้ว นางจึงเต็มใจวางมืออย่างมีความสุขและผ่อนคลายลง
“อาจารย์ ถึงตอนนั้นอาเจี้ยวอุ้มศิษย์น้องชายและศิษย์น้องหญิงได้หรือไม่ขอรับ” ซังเจี้ยวนั่งอยู่ด้านข้าง นั่งมองหนานกงมั่วตาปริบๆ พร้อมเอ่ยถาม ตั้งแต่เด็กจนโตเขามีน้องสาวเพียงคนเดียว แม้ว่าที่จะมีอนุภรรยาให้กำเนิดเด็กคนหนึ่งแต่ซังเจี้ยวไม่เคยคิดว่านั่นเป็นน้องชายของตนเอง ยามนี้น้องสาวและมารดาต่างก็ไม่อยู่แล้ว อาจารย์ยังมีศิษย์น้องชายและศิษย์น้องหญิงคู่หนึ่ง ซังเจี้ยวรู้สึกว่าตนเองมีญาติเพิ่มมาแล้ว แม้เขาจะจำไม่ได้ว่าเมื่อครั้งน้องสาวยังเด็กเป็นอย่างไร แต่ว่ากลับสามารถดูแลศิษย์น้องชายและศิษย์น้องหญิงไปจนโตได้