หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 895 จิตใจคน ความกลัดกลุ้มใจของเยี่ยนอ๋อง (1)
ตอนที่ 895 จิตใจคน ความกลัดกลุ้มใจของเยี่ยนอ๋อง (1)
ซังหรงเอ่ย “ข้าทรยศหรือไม่ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าบอก ตัวข้าเองรู้ดี หากให้ข้ามาเฝ้าหุบผาอี๋เซี่ยน ต่อให้หลับตาเฝ้าก็คงไม่สูญเสียไปเร็วเพียงนี้ หากไม่มีความสามารถก็เกาะสตรีกินอยู่ที่จินหลิงไป อย่าได้มาเลียนแบบผู้อื่นคิดอยากลงสนามรบ ขายหน้าไม่พอยังต้องสูญเสียชีวิตของผู้อื่นอีก อ้อ ข้าลืมไป องค์หญิงฉังผิงหย่ากับเจ้าแล้ว ต่อให้อยากเกาะสตรีก็คงทำไม่ได้แล้ว” ถึงเวลาจำเป็น ปากของทหารก็เรียกได้ว่าเป็นพิษ วิธีการแปลกประหลาดของเว่ยหงเฟยนั่นนับว่าเอาชีวิตของทหารมาเล่นชัดๆ
“ซัง หรง” เว่ยหงเฟยทนไม่ไหว ไม่สนใจว่าตนเองถูกมัดอยู่พุ่งเข้าใส่ซังหรง
องครักษ์ที่จับเขาเอาไว้ก็ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ทันระวัง ปล่อยเข้าหลุดออกจากการควบคุมพุ่งเข้าไปหาซังหรง
ซังหรงยิ้มหยัน เวลาเช่นนี้ในเมื่อเจ้าพุ่งเข้ามาเองมีแค้นก็ต้องชำระแล้ว กำหมัดแน่นกระทุ้งเข้าไปที่ท้องของคนที่พุ่งเข้าหาตนเอง เว่ยหงเฟยถูกต่อยหนักๆ หนึ่งครั้ง ร่างกายที่พุ่งไปด้านหน้าก้าวถอยหลังไม่กี่ก้าว ตัวงอลงไปโดยไม่อาจห้ามได้
“ซัง หรง”
“ยังไม่พอหรือ” ซังหรงเลิกคิ้ว ยกเท้าวาดออกไปยังเว่ยหงเฟยที่อยู่บนพื้นโดยไม่คิดห่วงใย เมื่อหนานกงมั่วและคนอื่นๆ มาถึงพลันเห็นซังหรงที่กำลังปัดฝุ่นเสื้อผ้าของตน รวมไปถึงเว่ยหงเฟยที่นอนกุมท้องอย่างเจ็บปวดอยู่บนพื้น
“…” นี่ที่บอกว่า ‘ต่อสู้กัน’ หรือ น่าจะเป็นการทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวเสียมากกว่ากระมัง
ซังหรงมองเห็นพวกหนานกงมั่วเดินมา เขาจัดชายเสื้อผ้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ยกมือขึ้นประสานหันไปหาทั้งสอง “คุณชายเว่ย จวิ้นจู่ เสียมารยาทแล้ว”
หนานกงมั่วมองเว่ยหงเฟยที่หมอบอยู่กับพื้นไม่อาจลุกขึ้นมาได้ กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่พยักหน้ารับ “แม่ทัพซัง มีเรื่องอันใดกันหรือ”
ซังหรงเอ่ย “ไม่มีอันใด เพียงมีปัญหาบางอย่างหารือกับจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องเท่านั้น”
หนานกงมั่วยิ้มบาง เอ่ย “ไม่มีอันใดก็ดีแล้ว จิ้งเจียงจวิ้นอ๋องก็ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” แน่นอนว่าหนานกงมั่วไม่คิดจะทวงความยุติธรรมให้เว่ยหงเฟย ความจริงแล้วหากซังหรงต่อยเว่ยหงเฟยแล้วเขายินยอมร่วมมือกับพวกตนล่ะก็ ต่อให้ซังหรงต่อยเว่ยหงเฟยจนตายตรงหน้านางก็ไม่กะพริบตาแม้แต่น้อย ไม่แน่อาจจะช่วยยื่นค้อนให้ด้วยซ้ำ
เว่ยหงเฟยพยายามลุกขึ้นมา กัดฟันพลางเอ่ย “ข้าดูเหมือนไม่เป็นไรเช่นนั้นหรือ” หนานกงมั่วทำราวกับไม่ได้ยินวาจาของเขา หันกลับไปสั่งการต่อองครักษ์ “พาตัวเขาออกไปเถิด ดูแลให้ดี อย่างน้อยก็เป็นจวิ้นอ๋องไม่แน่ราชสำนักอาจมีอันใดมาแลกก็เป็นได้ ก่อนหน้านั้นก็อย่าให้เขาไปพูดคุยกับใครเชียว” หากไปพูดคุยกับใครเข้า ไม่แน่แม้แต่ชีวิตก็คงเอาไม่รอด
เว่ยหงเฟยจ้องหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วเขม็งด้วยความโกรธ “เว่ยจวินมั่ว เจ้ารีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”
คุณชายเว่ยเพียงปรายตามองเขาเล็กน้อยไม่เอ่ยสิ่งใด ทว่าองครักษ์ทั้งสองพลันกระชับเชือกให้แน่นขึ้น รีบนำเว่ยหงเฟยออกไป แน่นอนว่าเว่ยหงเฟยไม่ยอม แม้หลายวันมานี้ไม่ถูกทรมาน แต่สำหรับเว่ยหงเฟยแล้วอยู่มิสู้ตาย ท่าทีที่ดูถูกที่สุดบางทีคงจะเป็นการมองข้ามไม่สนใจ นับตั้งแต่ที่ถูกจับมานอกจากวันที่ถูกจับเป็นเชลยที่ได้เห็นเว่ยจวินมั่ว หลังจากนั้นเว่ยหงเฟยก็ถูกกักขังอยู่กับเชลยคนอื่น ไม่มีความพิเศษหรือปฏิบัติไม่เท่าเทียมแต่อย่างใด ราวกับเขาเป็นเชลยธรรมดาทั่วไป การปฏิบัติเช่นนี้สำหรับเว่ยหงเฟยแล้วยากที่จะรับได้ยิ่งกว่าให้คนมาทรมานเขาเสียอีก
รสชาติของการถูกคนที่ตนรังเกียจไม่ให้ความสำคัญนั้นยากที่จะยอมรับได้ และทำให้เว่ยหงเฟยรู้สึกโกรธเป็นที่สุด
ความจริงความโกรธของเว่ยหงเฟยนั้นไร้เหตุผล ด้านหนึ่งเขารังเกียจตัวตนของเว่ยจวินมั่วกระทั่งอยากปฏิเสธการมีตัวตนของเขาแทบไม่อยากให้โลกใบนี้มีเว่ยจวินมั่วผู้นี้อยู่ แน่นอนว่าไม่เคยคิดว่าตนมีความเป็นพ่อลูกกับเว่ยจวินมั่ว แต่อีกด้านเมื่อเว่ยจวินมั่วเป็นดั่งที่เขาวาดหวัง คิดว่าเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าไม่สนใจเขา เขากลับโกรธอย่างไม่อาจมีสิ่งใดมาเทียบได้ ราวกับเว่ยจวินมั่วทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย เห็นได้ชัดว่านี่คือยอมให้ทางการเผาไฟแต่ไม่ยอมให้ราษฎรจุดไฟ
ในใจของเขา ไม่ว่าเขาจะรังเกียจและเมินเฉยต่อเว่ยจวินมั่วมากเพียงใด เว่ยจวินมั่วก็ควรเคารพและเชื่อฟังเขา เพียงแต่น่าเสียดาย ตั้งแต่เด็กจนโตคุณชายเว่ยก็ไม่เคยเคารพและเชื่อฟังเขา และยิ่งไม่สนใจความคิดของเขาแม้เพียงนิด
“เว่ยจวินมั่ว เจ้า…อื้อ…” องครักษ์คนหนึ่งยัดบางอย่างเข้าไปในปากของเว่ยหงเฟยอย่างรวดเร็ว องครักษ์อีกคนตบ ‘เบาๆ’ ที่ท้องของเขา เพิ่งถูกซังหรงต่อยหนักๆ ต้องมาถูกตบเช่นนี้ เว่ยหงเฟยรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบิดมวนอยู่ในช่องท้องของเขาทันที รีบม้วนตัวลงไปไหนเลยจะร้องออกมาได้ องครักษ์ทั้งสองรีบยกเว่ยหงเฟยขึ้นมาและหายตัวไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วในยามที่สีหน้าของเว่ยจวินมั่วยังไม่ทันเปลี่ยน
การกระทำนั้น คนเล่าเรียนอย่างฉินจื่อซวี่ดูไม่ออก แต่ว่าคนที่เป็นนักรบอย่างซังหรงนั้นเข้าใจอย่างชัดเจน วิธีจัดการคนในกองทัพนั้นมีมากมาย เกรงว่าเว่ยฟงเฟยคงไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ย่นคิ้วมองไปยังหนานกงมั่ว ซังหรงเอ่ย “ผู้ใต้บัญชาของคุณชายเว่ยและจวิ้นจู่ มีบุคคลผู้มีความสามารถมากมาย” องครักษ์ธรรมดาไร้ชื่อเสียงสองคนยังมีฝีมือเพียงนี้ เมื่อครู่ที่เขาสามารถ ‘หารือ’ กับเว่ยหงเฟยต่อหน้าพวกเขาทั้งสองได้ก็คงเพราะพวกเขาอนุญาต
หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “แม่ทัพซังชมเกินไปแล้ว”
ซังหรงเห็นเว่ยหงเฟยมาโผล่อยู่ที่นี่ ก็พอรู้ถึงสถานการณ์ที่เอ้อโจวได้ว่าเป็นเช่นไรแล้ว เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ ยกมือประสานหันไปหาทั้งสองคน จากนั้นหมุนตัวเดินออกไป
ฉินจื่อซวี่มองแผ่นหลังที่เดินจากไปของซังหรง เลิกคิ้วพลางเอ่ย “จวิ้นจู่มีแผนเช่นไร”
หนานกงมั่วเลิกคิ้วไม่เข้าใจ ฉินจื่อซวี่เอ่ย “ซังหรง จะปล่อยไปเช่นนี้ไม่สนใจเลยหรือ” ความจริงฉินจื่อซวี่เองไม่เข้าใจคนที่มีนิสัยอย่างซังหรงนัก ซังหรงไม่มีทางยอมเข้าร่วมกับพวกเขาง่ายๆ เรื่องนี้เขาพอจะจินตนาการได้ แต่จะเที่ยวเตร่ไปทั่วทุกวันเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ไม่ช่วยเหลือทั้งสองฝ่ายหรือ ด้วยความสามารถของซังหรงหากคิดเช่นนี้คงจะไร้เดียงสาจนเกินไป
หนานกงมั่วกลับเข้าใจได้เป็นอย่างดี เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีอันใด คนไม่ใช่ตุ๊กตาไม้ จิตใจคนนั้นซับซ้อน อย่างไรแม่ทัพซังก็จะค่อยๆ ตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างแน่นอน” เดิมซังหรงเป็นบุคคลที่มีความภักดีต่อราชสำนัก หนานกงมั่วกล้าบอกเลยว่าหากไม่ใช่เพราะมีซังเนี่ยนเอ๋อร์อยู่ เขาคงฆ่าตัวตายสละชีพเพื่อประเทศตั้งแต่ถูกหนานกงชวี่จับตัวเอาไว้แล้ว และเขาที่อยู่ในฐานะเชลยศึก ซังหรงก็ควรโกรธแค้นต่อพวกนาง แต่พวกนางก็ไม่ได้ทำเรื่องใดที่ยากจะให้อภัยได้กับเขา กระทั่งบอกได้ว่าปฏิบัติด้วยอย่างดีทุกประการ แน่นอนว่าซังหรงเองไม่ใช่คนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ยิ่งไปกว่านั้นบุตรีคนเดียวของเขายังเป็นพี่สะใภ้รองของนางอีก ต่อไปในอนาคตหนานกงฮุยจะต้องติดตามพวกนางอย่างแน่นอน ซังหรงยิ่งไม่อาจเสี่ยงต่อสู้จนตัวตายกับพวกนางได้
แน่นอนว่าอีกด้านเพราะการกระทำของเซียวเชียนเยี่ยทำให้ซังหรงรู้สึกผิดหวัง หากอดีตฮ่องเต้ยังอยู่ พวกเขาจะปราบซังหรงอยู่หรือไม่ก็ไม่อาจบอกได้
ซังหรงเป็นคนที่มีความภักดี แต่ไม่ใช่คนโง่ที่ภักดี ยิ่งไม่ได้โง่เง่าภักดีจนไม่สนใจแม้กระทั่งอนาคตของบุตรีเพียงคนเดียวของเขา เอ่ยมาถึงตรงนี้ เขาก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งบนโลกใบนี้ คนเหล่านั้นที่ทำลายครอบครัวเพื่อความยุติธรรมและความจงรักภักดี กระทั่งญาติสนิทต้องติดร่างแหไปด้วยมีเพียงในตำนานเท่านั้น