หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 887 การสู้รบตอนกลางคืน หมากลับ (2)
ตอนที่ 887 การสู้รบตอนกลางคืน หมากลับ (2)
ถนนอีกเส้น กลุ่มชายชุดดำกระโจนท่ามกลางผืนป่าในหุบเขาไปมาอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี ความมืดมิดและถนนอันขรุขระของภูเขาไม่เป็นอุปสรรคต่อพวกเขาเลยแม้เพียงนิด ความมืดกลับเป็นการปกป้องพวกเขาได้เป็นอย่างดี เพียงไม่กี่อึดใจพวกเขาก็หายไปในความมืด
ในค่ายด้านบนหุบผาอี๋เซี่ยน ทหารส่วนใหญ่นอนหลับไปแล้ว มีเพียงทหารลาดตระเวนและทหารเฝ้ายามที่ยังตื่นอยู่ ทั่วทั้งค่ายเงียบสงัด นายทหารติดอาวุธสองคนยืนอยู่หน้าผามองลงไปยังก้นหุบผา เอ่ยกับเพื่อนด้านข้างอย่างอดไม่ได้ “รู้สึกว่าวันนี้เงียบเกินไปหรือไม่”
นายทหารอีกคนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “อากาศเย็นแล้ว นกแมลงจะเงียบไปโดยธรรมชาติ ตอนนี้ยังดี หากฝ่ายกบฏยังคงยืนหยัดไม่ยอมแพ้ไปอีกไม่กี่เดือน รอจนเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว หากพวกเรายังเฝ้าอยู่ที่นี่ก็คงลำบากแน่”
“นับตั้งแต่หลายวันก่อนที่ทหารกบฏพ่ายไป หลายวันมานี้ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดอีก หุบผาอี๋เซี่ยนเองก็ตีไม่ง่าย พวกเขาจะยังมาตายอีกอยู่หรือ”
“พวกเขาไม่มา พวกเราก็ต้องเฝ้าอยู่ที่นี่ จะว่าไปก็อิจฉาพี่น้องที่ถูกย้ายไปอยู่ข้างนอกนั่น”
“แต่ว่า เจ้าว่า…พวกเราเพียงเท่านี้เฝ้าหุบผาอี๋เซี่ยนได้จริงๆ หรือ” นายทหารเอ่ยถามขึ้นด้วยความกังวล
“เรื่องนี้…ในเมื่อท่านแม่ทัพทำเช่นนี้ก็คงมีแผนการกระมัง” การตัดสินใจและแผนการของเบื้องบน แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่ทหารเล็กๆ อย่างพวกเขาจะรู้ได้
“เอ๋” ทหารที่กำลังเอ่ยพลันหยุดชะงัก เบิกตากว้างขณะถือคบเพลิงมองลงไปด้านล่าง ก้นหุบผามืดมิดเงียบสงัด ความจริงแล้วไม่อาจมองเห็นอันใดได้มากนัก
“มีอันใดหรือ”
นายทหารเอ่ยด้วยความสงสัย “เมื่อครู่ข้าได้ยินราวกับด้านล่างมีความเคลื่อนไหว”
“บางทีอาจเป็นพี่น้องด้านล่างไม่ทันระวังเลยมีเสียงก็เป็นได้”
“ก็จริง”
หอสังเกตการณ์ห่างออกไปไม่ไกลจากหน้าผา นายทหารห้าหกคนได้ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างเงียบเชียบ บนลำคอของทุกคนมีร่องรอยเส้นสีแดงจางๆ เห็นได้ว่าตายในดาบเดียว ชายชุดดำไม่กี่คนลากร่างนั้นไปซ่อนในที่มืด จากนั้นมาสวมรอยแทน เพิ่งจัดการเสร็จสิ้น ด้านบนพลันมีเสียงส่งผ่านความมืดมา ชายชุดดำเอ่ยตอบเสียงเรียบ จากนั้นความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง
เว่ยจวินมั่วพานายทหารชั้นสูงของกองกำลังไท่หนิงรวมไปถึงฉินจื่อซวี่ที่อยากมาร่วมสนุกด้วยตนเอง ยืนมองออกไปไกลในความมืดอยู่บนหน้าผาห่างออกไปจากหุบผาอี๋เซี่ยน นายทหารชั้นสูงทั้งสองไม่เอ่ยสิ่งใด สีหน้าตึงเครียด ฉินจื่อซวี่มองซ้ายมองขวา เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “นานเพียงนี้ยังไม่ถูกพบเจอ ดูเหมือนว่าแผนของคุณชายจะได้ผล ยอดฝีมือของวังจื่อเซียวสมคำร่ำลือจริงๆ”
นายทหารชั้นสูงทั้งสองมองสบตากัน แม้ไม่อยากยอมรับทว่าก็ต้องยอมรับว่าครั้งนี้ต้องยอมให้เว่ยจวินมั่วชนะจริงๆ เพียงแต่…ชื่อเสียงของวังจื่อเซียวพวกเขาก็เคยได้ยินมาบ้าง วิธีการเอาชนะเยี่ยงนี้ดูจะไม่ห้าวหาญเท่าใดนัก
ฉินจื่อซวี่มองเห็นสายตาของพวกเขา เพียงยิ้มไม่เอ่ยวาจา ชนะก็คือชนะ ในสนามรบไหนเลยจะแบ่งห้าวหาญไม่ห้าวหาญ หากชนะไม่ห้าวหาญ ไม่ชนะก็ยิ่งไม่ห้าวหาญแล้ว เห็นได้ว่านายทหารชั้นสูงทั้งสองเองก็เข้าใจหลักการนี้ สีหน้ากระอักกระอ่วนขึ้นมา
จู่ๆ พลันมีแสงสว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้า ไม่ใช่สัญลักษณ์ของกองกำลังไท่หนิง นายทหารชั้นสูงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “ถูกพบเข้าแล้ว” นี่เห็นชัดว่าเป็นสัญลักษณ์ของกองกำลังรักษาการณ์เอ้อโจว
เว่ยจวินมั่วไม่ใส่ใจ เอ่ยเสียงเรียบ “อยู่ในความคาดหมาย” นายทหารชั้นสูงอีกคนครุ่นคิด พยักหน้าเข้าใจ เอ่ย “เวลานี้ทหารที่ผ่านจุดอันตรายของหุบผาอี๋เซี่ยนไปได้คงมีไม่น้อยแล้ว ทหารที่เว่ยหงเฟยให้ประจำการอยู่ที่หุบผาอี๋เซี่ยนนั้นมีไม่มาก ต่อให้กองทัพด้านหลังถูกตัดขาด มีคนเหล่านี้อยู่ก็เพียงพอต่อการโจมตีค่ายบนหุบผาอี๋เซี่ยนแล้ว ขอเพียง…กำลังสนับสนุนของพวกเขามาไม่ทัน”
“นี่จะเป็นไปได้เยี่ยงไร ที่ตั้งของกองกำลังรักษาการณ์เอ้อโจวอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึงยี่สิบลี้ ต่อให้กองกำลังไท่หนิงเก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจยึดค่ายได้เร็วภายในเวลาสั้นๆ เพียงนั้น” ตั้งแต่ต้นเว่ยจวินมั่วไม่คิดจะพาทหารพุ่งออกไปจากหุบผาอี๋เซี่ยนอยู่แล้ว ต่อให้บุกไปแล้วต้องรับมือกับกองกำลังรักษาการณ์เอ้อโจวเกือบสองแสนนาย สามารถออกไปได้มากเพียงใดยังไม่อาจรู้ได้ ขอเพียงต่อสู้สุดชีวิตออกไปจากหุบผาอี๋เซี่ยนให้ได้ สิ่งที่มารอรับก็คือดาบของศัตรู แต่หากเอาชนะค่ายหุบผาอี๋เซี่ยนก่อนไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม ก็เท่ากับว่าหุบผาอี๋เซี่ยนได้ตกอยู่ในมือของพวกเขาแล้ว ถึงตอนนั้นออกจากหุบเขา เมื่อใดที่ต่อสู้กับกองกำลังรักษาการณ์เอ้อโจวพวกเขาก็ได้เปรียบแล้ว
เพียงแต่ทั้งหมดนี้กองกำลังรักษาการณ์เอ้อโจวจะต้องมาสนับสนุนทหารประจำการที่หุบผาอี๋เซี่ยนไม่ทัน แต่เดิมทีเว่ยหงเฟยสลายกองกำลังออกไปก็เพื่อล่อพวกเขาให้มาติดกับ จะไม่จัดเตรียมกองกำลังเสริมได้เยี่ยงไร ดังนั้นเริ่มแรกที่เว่ยจวินเสนอแผนนี้ขึ้นมา เหล่าทหารชั้นสูงส่วนใหญ่จึงต่อต้าน แต่ว่าเว่ยจวินมั่วยังเสนอแผนการเล็กๆ นั่นคือการล่อซังหรงออกไป ทำให้พวกเขาคาดเดาว่าบางทีแผนการของเว่ยจวินมั่วอาจจะสำเร็จก็เป็นได้
ในตอนที่ทั้งสี่คนกำลังพูดคุยกัน ฝั่งแนวหุบผาอี๋เซี่ยนห่างออกไปไม่ไกลเริ่มครึกครื้นขึ้นมาแล้ว ค่ำคืนที่มืดมิดพลันมีแสงสว่างปรากฏขึ้น เสียงกระทบกันของอาวุธและเสียงโห่ร้องฮึกเหิมดังขึ้นแม้กระทั่งอยู่ตรงนี้ยังได้ยินอย่างชัดเจน นายทหารชั้นสูงทั้งสองสูดหายใจเข้าลึก การประจัญหน้ากัน พวกเขาเองก็ได้แต่เฝ้ารอผลลัพธ์แล้ว
เว่ยหงเฟยที่ตื่นเพราะเสียงดังเองก็ไม่ได้ตื่นตกใจนัก ทว่ากลับมีท่าทีผ่อนคลายคล้ายกำลังเอ่ยว่าในที่สุดก็มาแล้ว แต่ว่าเหตุการณ์หลังจากนั้นกลับไม่เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้ ทหารศัตรูไม่ได้ต่อสู้เพื่อพุ่งหนีออกไป ทว่ากลับเริ่มโจมตีค่ายสองฝั่งด่านข้างของหุบผาอี๋เซี่ยน หากเพียงเท่านั้นก็นับว่าดี เมื่อได้สติกลับมาพื้นที่ในค่ายบางส่วนก็ถูกไฟไหม้แล้ว ทำให้ทหารที่ประจำการกระทั่งค่ายใหญ่ต้องวุ่นวายขึ้นมา
เดิมทีการโจมตีลงด้านล่างนั้นก็ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก ความยากลำบากทางภูมิศาสตร์ของหุบผาอี๋เซี่ยนเองก็สูงเกินไป แต่พวกเขาไม่รู้ว่าพื้นที่ต่ำใกล้กับก้นหุบผาและหอสังเกตการณ์นั้นถูกยึดไปหมดแล้ว กระทั่งกองกำลังของศัตรูได้เข้าไปในกองกำลังกว่าครึ่งแล้ว ขณะที่ส่วนแรกของกองกำลังนั้นกำลังเดินทางผ่านหุบผาอี๋เซี่ยนจึงถูกพบเข้า เช่นนี้แล้วสถานการณ์ตอนนี้ยังเอ่ยไม่ได้ว่าฝ่ายใดได้เปรียบ
“เสด็จพ่อ ทำเยี่ยงไรดีพ่ะย่ะค่ะ” เว่ยจวินอี้เอ่ยอย่างตื่นตระหนก
เว่ยหงเฟยกัดฟัน เอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวกองหนุนก็มาแล้ว”
เขาซ่อนทหารไว้ใกล้ๆ นับแสน ไม่เชื่อว่าจะสู้กองกำลังไท่หนิงไม่ได้ รอกองสนับสนุนมาถึง คนเหล่านี้จะต้องตายราบเป็นหน้ากลองจนไม่มีที่ฝัง คิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของเว่ยหงเฟยก็ยิ่งร้อนแรงขึ้น จวินปั๋วเอ่ยไม่ผิดเพียงกำจัดคนเหล่านี้เสีย ทหารในมือของเว่ยจวินมั่วก็สูญไปกว่าครึ่ง ศึกครั้งนี้จวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องจะต้องมีชื่อเสียงดังกึกก้อง
และตอนนี้หุบผาอี๋เซี่ยนนอกค่ายกองกำลังรักษาการณ์เอ้อโจว เพียงได้ยินเสียงสัญญาณที่ถูกส่งจากหุบผาอี๋เซี่ยน เว่ยจวินปั๋วที่อยู่เฝ้าค่ายใหญ่รีบลุกขึ้น เอ่ยสั่งการ “เร็ว เรียกรวมกองกำลังเตรียมตัว ไปสนับสนุนหุบผาอี๋เซี่ยน”
“ขอรับ” องครักษ์รับคำสั่ง รีบหมุนตัวออกไป ไม่นานเสียงสัญญาณพลันดังขึ้นในค่าย ทหารที่เดิมนอนหลับไปแล้วรีบลุกขึ้นเตรียมตัวออกเดินทาง ค่ายที่เดิมสงบเงียบพลันเสียงดังเต็มไปด้วยไอสังหาร