หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 886 การสู้รบตอนกลางคืน หมากลับ (1)
ตอนที่ 886 การสู้รบตอนกลางคืน หมากลับ (1)
หนานกงชวี่เอ่ย “ข้าไม่สนใจเรื่องความจงรักภักดีหรือกตัญญูอันใด บนโลกใบนี้คนที่สำคัญที่สุดอย่างไรก็ยังคงเป็นญาติใกล้ชิดตลอดไป เพื่อพวกเขา ต่อให้คนทั้งแผ่นดินต้องตาย ข้าก็จะไม่กะพริบตา ท่านแม่ทัพ หากทำเพื่อน้องสะใภ้ ท่านก็ยังยืนยันเช่นนี้อยู่หรือ”
ซังหรงยิ้มหยัน เอ่ย “คุณชายหนานกงกำลังข่มขู่ข้าอยู่หรือ”
หนานกงชวี่ส่ายศีรษะ “ในเมื่อท่านแม่ทัพยอมรับการไปของฮุยเอ๋อร์และน้องสะใภ้อยู่เงียบๆ แน่นอนว่าท่านเองก็เชื่อมั่นในตัวคุณชายเว่ยและมั่วเอ๋อร์ว่าจะไม่นำเรื่องนี้มาข่มขู่ท่านมิใช่หรือ” เอ่ยตามตรง เว่ยจวินมั่วไม่ได้เป็นคนดีอันใด หากไม่มีมั่วเอ๋อร์ เขาคงไม่รังเกียจที่จะเอาหนานกงฮุยและซังเนี่ยนเอ๋อร์มาข่มขู่ซังหรง
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คุณชายหมายความเยี่ยงไรเล่า”
หนานกงชวี่เอ่ยเสียงเรียบ “มิได้หมายความเยี่ยงไร ข้าว่างไม่มีอันใดทำ ไม่รู้ว่าขอไปพักที่จวนท่านแม่ทัพสักสองสามวันได้หรือไม่”
“ข้าเองก็เพิ่งไปชิงหยางครั้งแรก เกรงว่าคงทุรกันดาร…”
“ไม่เป็นไร ข้าไม่รังเกียจ” คุณชายใหญ่หนานกงเอ่ย
เคยเห็นคนไร้ยางอายมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายถึงเพียงนี้
แน่นอนว่าซังหรงรู้ดีว่าหนานกงชวี่ทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใด แต่ก็เพราะอีกฝ่ายแสดงท่าทีออกมาชัดเจนว่า ‘ข้ารู้ว่าท่านดูออกถึงวัตถุประสงค์ของข้าแล้ว แต่ข้าจะก่อกวนท่าน ไม่ให้ท่านมีเวลาไปสนใจเรื่องอื่น’ กลับเป็นเขาที่ไม่อาจปฏิเสธ นิ่งเงียบไปนานก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “ในเมื่อคุณชายหนานกงไม่รังเกียจ แน่นอนว่าข้ายินดีต้อนรับ”
หนานกงชวี่ยกแก้วขึ้น “เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านแม่ทัพแล้ว”
“ที่ใดกัน” ซังหรงเอ่ยราบเรียบ เพียงแต่ในใจนั้นคิดเช่นไรไม่อาจเอ่ยออกมาได้ แน่นอนว่าหนานกงชวี่เองก็ไม่สนใจว่าซังหรงกำลังคิดสิ่งใดอยู่ในใจ ขอเพียงทำเป้าหมายสำเร็จก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องที่คนอื่นคิดสิ่งใดอยู่ในใจนั้นสำคัญหรือ ซังหรงมีใจจงรักภักดีต่อราชสำนัก หรือบอกว่าจงรักภักดีต่ออดีตฮ่องเต้อยู่นอกเหนือจากการคาดการณ์ของเขา เพียงแต่หนานกงชวี่ก็ไม่ได้กังวลหรือร้อนใจต่อเรื่องนี้นัก เพราะซังหรงเองไม่ใช่คนไร้หัวใจ ยิ่งไม่ใช่คนที่ไม่มีจุดอ่อนเลยแม้เพียงนิด ดังนั้นการเกลี้ยกล่อมหรือจัดการกับเขานั้นเป็นเรื่องของเวลา แน่นอนสิ่งสำคัญในตอนนี้คือไม่ปล่อยให้เขาวิ่งไปวุ่นวายกับหุบผาอี๋เซี่ยนจนสร้างความลำบากต่อพวกตน
มีคนติดตามเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเดิมไม่มีอันใด แต่เมื่อคนผู้นี้คือหนานกงชวี่จึงเกิดความวุ่นวายขึ้นมาไม่น้อย แม้ว่าหนานกงชวี่ไม่ได้แสดงตัวเปิดเผย แต่ซังหรงรู้ดีอยู่ในใจว่าอีกไม่นานเว่ยหงเฟยคงรู้แล้วว่าเขามีผู้ติดตามเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ถึงตอนนั้นเว่ยหงเฟยจะไม่รีบใช้โอกาสนี้โจมตีเขาหรือ อีกด้านซังหรงเองก็เข้าใจถึงจุดประสงค์การทำเช่นนี้ของหนานกงชวี่ แม้เรียกได้ว่าการกระทำค่อนข้างชั่วร้าย แต่สำหรับเขานับว่าปรานีแล้ว อย่างไรหากคุณชายเว่ยและหนานกงชวี่โหดร้ายอีกสักนิด คงยืมมือเว่ยหงเฟยสังหารเขาใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ซังหรงรู้ดีว่านี่คงเป็นการยืมแสงสว่างมาจากบุตรเขยผู้นั้นของเขาและซิงเฉิงจวิ้นจู่
เพียงน่าเสียดาย…ซังหรงยิ้มขมขื่นอยู่ในใจ ลอบส่ายศีรษะ แม้จะรู้ว่าคนอื่นกำลังวางแผนบางอย่างกับตนเอง ทว่าความรู้สึกที่ไม่อาจแสดงท่าทีโมโหต่ออีกฝ่ายได้ทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจ
ฝั่งซังหรงกำลังรู้สึกหดหู่ใจกับหนานกงชวี่ที่มาโดยไม่ได้รับเชิญ อีกด้านที่หุบผาอี๋เซี่ยน เว่ยหงเฟยพ่อลูกกลับมีความสุขมาก เตะซังหรงที่เป็นหินขวางหูขวางตาออกไปได้ เว่ยหงเฟยกินข้าวได้มื้อละสองถ้วย บวกกับการโจมตีของทหารกบฏกลุ่มเล็กที่มาสอดส่องก่อนหน้านี้ทว่ากลับถูกพวกเขาโจมตีจนย่อยยับกลับไป ยิ่งทำให้เว่ยหงเฟยและเว่ยจวินปั๋วสองพ่อลูกมั่นใจในการตัดสินใจของตนเอง เห็นชัดว่าซังหรงมีความคิดเข้าร่วมกับเยี่ยนอ๋อง มองไม่เห็นถึงสายตากังวลและขุ่นเคืองของเหล่านายทหารชั้นสูง แต่เห็นบทเรียนจากซังหรงแล้ว นายทหารชั้นสูงคนอื่นๆ เองก็ไม่กล้าขัดต่อเว่ยหงเฟย ซังหรงที่เดิมเป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์เอ้อโจว เป็นเป็นแม่ทัพกุยฮว่าที่อดีตฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งถูกเว่ยหงเฟยสั่งให้โบยก็โดนโบย บอกว่าปลดก็โดนปลด พวกเขาที่ตัวเล็กตัวน้อยจะมีกี่ชีวิตไปสู้กับเว่ยหงเฟยได้เล่า
เพียงไม่นาน เว่ยหงเฟยก็กลายเป็นคนที่สามารถออกคำสั่งในเอ้อโจวได้เพียงผู้เดียว เว่ยหงเฟยยิ่งพึงพอใจขึ้นอีก ราวกับความกดดันตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด รู้สึกสบายอยู่ในอกโดยไม่อาจเทียบได้
นอกเมืองเสียนหนิง ลิ่นฉังเฟิงยืนอยู่พื้นที่ราบระหว่างภูเขามองแนวเขาที่อยู่ไกลออกไป ในแนวเขานั้นมีช่องหุบเขายาวก็คือหุบผาอี๋เซี่ยนที่พวกเขากำลังจะข้ามผ่านไป ห่างจากลิ่นฉังเฟิงออกไปไม่ไกล เว่ยจวินมั่วในอาภรณ์สีฟ้าครามกำลังยืนอยู่ ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดพาเอาอากาศเย็นเข้ามาปะทะพัดเป่าเสื้อผ้าของเขาให้พริ้วไหว
ลิ่นฉังเฟิงยืนกอดอก มองออกไปไกลยิ้มพลางเอ่ยว่า “ซังหรงถึงชิงหยางแล้ว มีหนานกงชวี่อยู่เขาอย่าได้คิดกลับไปยังสนามรบอีก เป็นอย่างไรพวกเราควรลงมือแล้วหรือไม่”
“รอไปก่อน” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ
“ยังต้องรออีกหรือ” ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้ว “เพื่อหลอกล่อเว่ยหงเฟย กองกำลังไท่หนิงเหล่านั้นต้องแสร้งทำเป็นพ่ายแพ้วิ่งหนีจนฉี่ราด ต่างพากันรู้สึกไม่พอใจ เก็บเอาไว้นานแล้วจะเกิดเรื่องเอาได้” กองกำลังไท่หนิงเหล่านั้นได้แต่เชิดหน้ามองฟ้า ไม่เคยพ่ายแพ้ในการรบ ยามนี้ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเว่ยหงเฟยที่ไม่เคยทำการรบมาตลอดยี่สิบกว่าปี หากเอ่ยออกไปคงขายหน้า ต่อให้เป็นเรื่องไม่จริงก็ไม่ได้
เว่ยจวินมั่วหันกลับมามองเขาเล็กน้อย “รีบทำไม หากครั้งนี้ไม่สำเร็จครั้งต่อไปอยากตีหุบผาอี๋เซี่ยนอีกครั้ง คงต้องใช้ความพยายามมากกว่าครั้งนี้หลายเท่า” ลิ่นฉังเฟิงพยักหน้า เอ่ย “ข้ารู้ เจ้าอยากทำให้จบในครั้งเดียว เพียงแต่…ตอนนี้ข้ารู้สึกสงสารเว่ยหงเฟยขึ้นมาแล้ว” ยี่สิบกว่าปีไม่เคยลงสนามรบ ไม่ง่ายกว่าจะมีโอกาสสักครั้ง เห็นว่าเว่ยจวินมั่วต้องการให้เขาพ่ายแพ้อย่างน่าเวทนา มองคุณชายเว่ยที่ตั้งแต่เริ่มยกทัพมายังไม่เคยจริงจังมากเพียงนี้ นี่เป็นความโกรธแค้นและเกลียดชังมากเพียงใดนะ
ก็ได้ มีความแค้นมากจริงๆ
“รายงานคุณชาย จดหมายลับจากซวีจิ่วขอรับ” องครักษ์คนหนึ่งสาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว มอบซองจดหมายให้
เว่ยจวินมั่วรับไปอ่าน ใบหน้าเย็นชามีรอยยิ้มขึ้นมา โยนจดหมายให้ลิ่นฉังเฟิง เอ่ยเสียงเข้ม “ให้คนเตรียมตัว คืนนี้เราจะโจมตีหุบผาอี๋เซี่ยน” ลิ่นฉังเฟิงรับไปดู เลิกคิ้วด้วยความตกใจ เอ่ย “วังจื่อเซียวของเรามีคนเก่งเพียงนี้เลยหรือ ยังสามารถโน้มน้าวเว่ยหงเฟยและเว่ยจวินปั๋วให้ทำตามแผนการของเราได้”
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “นั่นเป็นเพราะพวกเขาคิดว่าตนเองฉลาด”
ลิ่นฉังเฟิงปล่อยเสียงหัวเราะออกมา “คิดว่าตนเองฉลาดน่ากลัวว่าคนโง่จริงๆ” เกรงว่าต่อให้เป็นนายทหารชั้นสูงขั้นสองหรือสามก็ไม่กล้าตัดสินใจเช่นนี้ เกรงว่าตอนนี้ทั้งสองคนคงคิดว่าตนเองกำชัยชนะด้วยวิธีแปลกประหลาดอย่างนั้นหรือ แปลกก็แปลกแล้ว แต่จะชนะหรือไม่ยังไม่สามารถบอกได้ อย่างไรก็ตามต่อให้พวกเขาเอาชนะสงครามที่หุบผาอี๋เซี่ยนได้ก็ไม่อาจบันทึกชื่อเสียงลงในประวัติศาสตร์ได้ เพราะอันใดน่ะหรือ เพราะศัตรูโง่เกินไป สงครามเช่นนี้พวกเขาชนะแล้วก็ไม่อาจยืนยันได้ว่าพวกเขาเชี่ยวชาญในการรบอยู่ดี
คุณชายฉังเฟิงดีดจดหมายในมืออย่างอารมณ์ดี เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ว่าอย่างไร จิ้งเจียงจวิ้นอ๋องก็ยังเป็นศัตรูที่คุณชายเช่นข้าชื่นชอบที่สุด” มีศัตรูเยี่ยงนี้พวกเขาจะสูญเสียทหารเท่าใดกัน
กลางดึก หุบผาอี๋เซี่ยนที่ถูกซ่อนอยู่ในร่องเขาลึกไม่มีแสงสว่างแม้เพียงนิด ทหารม้าวิ่งนำคลำเส้นทางอยู่ด้านหน้าเงียบๆ ท่ามกลางถนนแคบขรุขระมีเสียงสัตว์ป่าดังขึ้นเป็นระยะ