หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 866 พ่อลูกพบกัน (2)
ตอนที่ 866 พ่อลูกพบกัน (2)
“เจ้า…เจ้า…”
“อาเจี้ยว เจ้าพูดกับพี่ใหญ่หวงเช่นนั้นได้อย่างไร” ทางด้านหลังหญิงสาวในอาภรณ์สวยงามเร่งรีบเข้ามาหาพร้อมกับพาคนมาด้วย นางไม่ได้คุยโม้ พวกนางพาคนออกมาข้างนอกด้วยจริงๆ ผู้ชายหน้าตาท่าทางเหมือนบ่าวรับใช้สี่ห้าคนติดตามนางมาด้านหลัง หญิงสาวในอาภรณ์สวยงามเดินมาหยุดข้างๆ ชายหนุ่ม มองซังเจี้ยวด้วยสีหน้าไม่เห็นด้วย “ตอนนั้นมารดาของเจ้าทำความผิดถึงถูกปลด แล้วจะมาโทษบิดาของเจ้าได้อย่างไร อาเจี้ยว เจ้าไปกับพวกเราเถิด เจ้าเป็นลูกหลานตระกูลหวงจะมาเร่ร่อนอยู่ข้างนอกอย่างนี้มันไม่ดีนะ”
ซังเจี้ยวเหลือบมองหญิงสาวอย่างดูถูกเหยียดหยาม “นี่คือคนที่ท่านหลอกคบคนใหม่สินะ หรือว่าในที่สุดหวงซิ่วไฉผู้สูงส่งและซื่อสัตย์ก็ไม่สามารถทนต่อความยากจนได้จนต้องขายตัวเองแล้วหรือ ผู้หญิงเย่อหยิ่ง ชอบสั่ง และเจ้าเล่ห์แบบนี้เทียบกับอาจารย์ของข้าไม่ได้แม้แต่ปลายผม หากไม่ใช้เงินซื้อตัวก็คงไม่มีผู้ชายดีๆ คนไหนยอมสละตัวเองมายอมนางเช่นนี้หรอก”
“อาเจี้ยว” หนานกงมั่วเอามือแปะหน้าผาก อาเจี้ยวเรียนรู้ที่จะปากร้ายตั้งแต่อายุยังน้อยได้เช่นไร ใครสอนให้เขาทำตัวแบบนี้กัน หนานกงมั่วอดนึกถึงตัวเองไม่ได้ หรือว่าปกติพวกนางเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเด็ก
“แม่ แม่ แม่เจ้าล่ะ นางสอนเจ้ามาอย่างนี้หรือ” หวงซิ่วไฉโกรธจนตัวสั่นไปหมด
“นางตายแล้ว น้องสาวก็ตายแล้ว” ซังเจี้ยวตอบอย่างไร้อารมณ์
หวงซิ่วไฉอดอึ้งไปไม่ได้ แม้ว่าเขาจะเห็นด้วยตอนที่มารดาของเขาไล่ทั้งสามแม่ลูกออกไป แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าพวกนางจะตาย บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาไม่อยากคิดเช่นนั้นเองก็ได้…เพราะถึงอย่างไรหากผู้หญิงที่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะฆ่าไก่พร้อมกับลูกเล็กๆ สองคนต้องมาไร้บ้านในช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติทางธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้นเช่นนี้สามารถอยู่ดีมีสุขได้สิถึงจะเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไม่ใช่หรือ
ยามที่นางมีชีวิตอยู่เขาก็รังเกียจว่านางซื่อบื้อน่าเบื่อ แต่กลับไม่คิดว่าตอนนั้นนางเป็นคุณหนูของตระกูลซังและเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของอาจารย์ในสำนักศึกษา นอกจากนี้นางยังเป็นสาวงามที่มีหลายร้อยครอบครัวต้องการจะแต่งงานด้วย หากไม่ใช่เพราะนางทำงานให้ครอบครัวเขาอย่างหนัก มารดาของซังเจี้ยวจะกลายเป็นฮูหยินบ้านนอกเพราะผู้ชายที่เอาแต่เรียนหนังสือและแม่สามีที่ไม่ทำอันใดเลยนอกจากพร่ำบ่นได้อย่างไร ยามนี้เมื่อเขารู้ว่านางไม่อยู่แล้ว หวงซิ่วไฉจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เขาเพิ่งรู้จักกับศิษย์น้องและตอนที่พวกเขาแต่งงานกันนั้นเขามีความสุขเพียงใด ตอนนี้ในใจจึงรู้สึกผิดและละอายใจเล็กน้อย “ในเมื่อแม่ของเจ้าไม่อยู่แล้ว เจ้าก็กลับไปกับพวกเราเถิด ต่อไปพ่อและ…จะดูแลเจ้าอย่างดี”
“ใครจะอยากไป” ซังเจี้ยวหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน เขาสงบลงแล้วเมื่อได้รับลมที่พัดมาริมทะเลสาบ กลอกตามองหวงซิ่วไฉแล้วดึงแขนหนานกงมั่วเอาไว้ “อาจารย์ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกเขา พวกเรากลับกันเถิดขอรับ”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “แค่นี้หรือ” นางรู้ดีว่าความแค้นที่สะสมอยู่ในใจของซังเจี้ยวนั้นมีมากมาย จู่ๆ ซังเจี้ยวก็ยอมปล่อยหวงซิ่วไฉไปง่ายๆ เช่นนี้ นางจึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าใดเลย
ซังเจี้ยวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์จะตั้งใจเรียน ต่อไปจะได้กลับมา…ตอบแทนพวกเขาดีๆ ส่วนตอนนี้ขอแค่รู้ว่าพวกเขาจะไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา ซังเจี้ยวก็มีความสุขแล้ว” ไยหวงซิ่วไฉจึงได้โผล่มาที่เฉินโจวได้ ซังเจี้ยวเพียงคิดก็รู้แล้ว นับตั้งแต่อาจารย์พาพวกเขาย้ายมาที่เฉินโจวก็มีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาเห็นอาจารย์ฉินเขียนคำสั่งประกาศรับสมัครเองกับตา บัณฑิตทุกคนที่เป็นเหมือนซิ่วไฉล้วนสามารถไปยังที่ว่าการในท้องถิ่นต่างๆ เพื่อเข้าร่วมคัดเลือก ขอเพียงพวกเขาได้รับเลือกก็จะได้รับตำแหน่งทางการชั่วคราว หากพวกเขาไม่ได้ทำอันใดผิดพลาดภายในสามเดือนก็จะสามารถเป็นขุนนางทางการได้ทันที ส่วนคนที่มีอุดมการณ์สูงกว่าก็จะมายังที่ว่าการเฉินโจวเพราะที่นี่มีซิงเฉิงจวิ้นจู่เป็นคนดูแลด้วยตัวเอง ขอเพียงพวกเขาได้รับความสนใจจากซิงเฉิงจวิ้นจู่หรือคุณชายฉิน ตำแหน่งสูงๆ ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหวงซิ่วไฉผู้มีชื่อเสียงในบ้านเกิดผู้นี้ดูถูกตำแหน่งเล็กๆ ต่ำต้อยที่ไม่โดดเด่นพวกนั้นที่ที่ว่าการอำเภอ
ชวีเหลียนซิงได้ยินเช่นนั้นก็มองชายตรงข้ามด้วยความเห็นอกเห็นใจเล็กน้อย เขาทำให้ศิษย์รักของซิงเฉิงจวิ้นจู่ขุ่นเคืองแล้วยังอยากจะได้ตำแหน่งสูงๆ อีกหรือ
หนานกงมั่วไม่ได้ใส่ใจ ยกมือขึ้นปัดผมที่ปรกใบหน้าของศิษย์รักออกไป “อย่าได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากเกินไปเลย มันจะส่งผลต่อจิตใจของเจ้า”
“ศิษย์ทราบแล้วขอรับ” ซังเจี้ยวเอ่ย “ศิษย์เพียงคิดขึ้นมาเท่านั้น”
“เด็กดี ประเดี๋ยวจวินมั่วกลับมา ข้าจะให้เขาพาเจ้าไปเที่ยวเล่นในกองทัพ”
“อาจารย์ใจดีจริงๆ” ซังเจี้ยวหลับตาทันทีและถูไถศีรษะของเขากับมือของหนานกงมั่วเหมือนแมวน่ารักสักตัว มองไม่ออกเลยว่าเมื่อครู่นี้เขาเพิ่งจะกางเล็บแยกเขี้ยวด้วยความเกลียดชังอยู่เลย
“เดี๋ยวก่อน! พวก…พวกท่านคือ…” จู่ๆ ไหวพริบของหวงซิ่วไฉก็ทำงาน อดโพล่งเสียงหลงออกมาไม่ได้
เดิมทีเขาแค่ประหลาดใจกับความงามของหญิงทั้งสองคนนี้ และคาดเดาสถานะของพวกนางอย่างเงียบๆ แต่เมื่อเขาได้ยินหนานกงมั่วพูดคำว่าจวินมั่วและกองทัพขึ้นมา ในที่สุดการคาดเดาที่เหมือนจะชัดเจนในใจของเขาก็ได้รับการยืนยันในที่สุด เขาชี้ไปยังหนานกงมั่วพลางเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “ท่านคือ…ท่านคือซิงเฉิงจวิ้นจู่หรือ!”
หญิงสาวในอาภรณ์สวยงามที่อยู่ข้างหลังเขาเองก็ตกใจเช่นนั้น มองหน้าหนานกงมั่วแล้วเอ่ย “พี่ใหญ่หวง ท่านว่าอันใดนะ นางจะเป็นซิงเฉิงจวิ้นจู่ไปได้เช่นไร” แม้ว่านางจะไม่เคยได้พบเจอจวิ้นจู่ ทว่านางก็เคยได้ยินว่าไม่ว่าจะเป็นจวิ้นจู่คนไหนก็ต้องมีบริวารรายล้อมมากมายเวลาจะออกไปไหน นอกจากหญิงสองคนนี้จะสวยกว่านางนิดหน่อยแล้ว ความเอิกเกริกยังสู้นางไม่ได้เลย
หวงซิ่วไฉผู้นั้นไม่ได้ไม่รู้อันใดเหมือนนาง เพื่อที่จะผ่านการคัดเลือก หลายวันมานี้เขาจึงพยายามสืบหาข่าวมาเหมือนกัน ตอนนี้เมืองเฉินโจว รวมทั้งจิ่นโจวและเย่ว์โจว มีซิงเฉิงจวิ้นจู่ภรรยาของแม่ทัพเว่ยคอยดูแลเป็นหลัก กล่าวกันว่าซิงเฉิงจวิ้นจู่เกิดในตระกูลใหญ่ มีรูปโฉมงดงาม ตอนนี้คนติดตามนางที่ได้รับความไว้วางใจใช้งานมากที่สุดเป็นคนหนุ่มสาวชายหนึ่งหญิงหนึ่ง คนภายนอกแค่รู้ว่าผู้ชายนั้นแซ่ฉิน แต่ไม่รู้ชื่อและที่มา ส่วนผู้หญิงแซ่ชวีชื่อเหลียนซิง ว่ากันว่านางได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพกบฏหลิงโจวในตอนนั้นโดยซิงเฉิงจวิ้นจู่ และรูปร่างหน้าตาของนางก็ยังงดงามอีกด้วย แล้วจะไม่ตรงกับภาพลักษณ์ของหญิงสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้พอดีหรือ
เมื่อหวงซิ่วไฉมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ หนานกงมั่ว เขาก็พยายามจะยิ้มออกมา แต่หลังจากพยายามอยู่นานก็ยังไม่สำเร็จ ทั้งยังไม่รู้ว่าต้องเอ่ยอันใดออกมาดี หญิงสาวข้างกายเขาที่ชื่อเวยเอ๋อร์กลับมองเขาอย่างเป็นห่วง “พี่ใหญ่หวง ท่านเป็นอันใดไปน่ะ ไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ”
“ข้า…ไม่เป็นไร” หวงซิ่วไฉเอ่ยอย่างยากลำบาก
น้ำเสียงของเวยเอ๋อร์ปลอบโยน “พี่ใหญ่หวง ท่านอย่าได้กังวลไปเลย มีท่านพ่อของข้าคอยช่วยใช้เส้นสายให้จะต้องไม่มีปัญหาแน่ ท่านมีความสามารถออกอย่างนี้จะต้องทำให้ทุกคนตกตะลึงได้อย่างแน่นอน”
หากเอ่ยขึ้นมาแล้ววาสนาระหว่างหวงซิ่วไฉและหญิงสาวผู้นี้ก็เป็นเรื่องที่เรียบง่ายธรรมดามากเช่นกัน เวยเอ๋อร์แซ่หลี่ ครอบครัวของนางเป็นพ่อค้าในเย่ว์โจว ในสังคมสถานะของพ่อค้านั้นถือว่าต่ำที่สุด ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขายังเป็นเพียงพ่อค้าที่ร่ำรวยธรรมดาๆ เท่านั้น ต่อให้เป็นตระกูลจูที่ร่ำรวยมหาศาลก็ยังด้อยกว่าคนอื่นในสังคมหนึ่งขั้นเหมือนกันมิใช่หรือ ปกติแล้วคนที่เป็นขุนนางจะไม่ยอมแต่งลูกสาวพ่อค้าเป็นภรรยาเอก แม้กระทั่งบัณฑิตที่พอจะมีอนาคตไกลมีศักดิ์ศรีหน่อยก็ไม่ยินดีเช่นกัน ประกาศรับสมัครคนของหนานกงมั่วคราวนี้ทำให้นายท่านหลี่มีความหวังขึ้นมา ไม่ต้องพูดถึงพวกบัณฑิตจวี่เหริน[1]ที่ทะนงตัวเกินไปพวกนั้น บัณฑิตซิ่วไฉที่ต่ำลงมาหนึ่งระดับที่มีความสามารถโดดเด่นก็มีไม่น้อย และสถานการณ์ยามนี้ก็ไม่เหมือนในอดีตแล้ว ชีวิตของบัณฑิตเหล่านี้ไม่ง่ายเลย หากพวกเขาได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากตระกูลหลี่ในเวลานี้ การจะเลือกลูกเขยที่หน้าตาดีมีความสามารถก็พอเป็นไปได้แล้ว
[1] บัณฑิตจวี่เหริน การสอบรับราชการของจีนจะประกอบด้วยสามรอบ รอบแรก บัณฑิตที่ผ่านการสอบเข้ารับราชการระดับท้องถิ่นได้คุณวุฒิ ‘ซิ่วไฉ’ แล้วสอบรอบสองผ่านระดับภูมิภาคหรือมณฑลถึงจะได้คุณวุฒิ ‘จวี่เหริน’