หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 860 ความกังวลใจของหนานกงมั่ว (1)
ตอนที่ 860 ความกังวลใจของหนานกงมั่ว (1)
“จวิ้นจู่คิดจะขอให้ชายารองกงช่วยโน้มน้าวท่านอ๋องหรือเจ้าคะ บ่าวเกรงว่าจะไม่ได้ผล” จู๋เอ๋อร์เอ่ย “แม้ว่าท่านอ๋องจะให้ความสำคัญกับชายารองกงมาก แต่กลับไม่เคยให้นางสอดมือมายุ่งเรื่องงานเลย คุณหนูคิดจะให้นางช่วยเกลี้ยกล่อมเยี่ยนอ๋อง บ่าวว่าดูแปลกๆ ไปสักหน่อยเจ้าค่ะ”
จูชูอวี้ยิ้มหยัน เอ่ยเสียงเย็น “หากนางทำไม่สำเร็จก็เพียงต้องหาคนมาเอ่ยแทนให้ได้เท่านั้น เจ้าไปจัดการตามนั้นก็พอ”
“เจ้าค่ะ คุณหนู” จู๋เอ๋อร์ตอบรับอย่างนบนอบ
ภายในห้องหนังสือจวนเยี่ยนอ๋อง เยี่ยนอ๋องกำลังมองบุตรชายที่มีสีหน้าแน่วแน่ด้วยอาการสงบก่อนจะเอ่ยถามเสียงหนักแน่นว่า “เจ้าแน่ใจแล้วหรือ”
เซียวเชียนเหว่ยพยักหน้าพร้อมประสานมือ “ลูกตัดสินใจแล้ว โยวโจวมีเสด็จพ่อคอยปกครอง ทั้งยังมีพี่ใหญ่คอยช่วยเหลือ ลูกนำทหารออกศึกกรุยทางให้เสด็จพ่อได้”
สายตาของเยี่ยนอ๋องไม่ได้ละไปจากร่างของเขาเลยแม้แต่สักอึดใจ เซียวเชียนเหว่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อบิดาจ้องมองกลับมาเช่นนั้น
“เจ้าเป็นคนมีความคิดนี้เองหรือ”
เซียวเชียนเหว่ยชะงักงันไปทันที “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ไยเสด็จพ่อ…จึงได้เอ่ยถามเช่นนั้น”
เยี่ยนอ๋องพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปก่อนเถิด”
“เสด็จพ่อ…” เซียวเชียนเหว่ยยังอยากจะเอ่ยบางสิ่งอีก ทว่ากลับเห็นสีหน้าของเยี่ยนอ๋องขรึมลง “ออกไปก่อน เรื่องที่เจ้าพูดข้าจะเก็บไปคิด”
“พ่ะย่ะค่ะ ลูกขอตัวก่อน”
เยี่ยนอ๋องมองเงาร่างของเซียวเชียนเหว่ยลับสายตาไปก่อนจะขมวดคิ้ว ริมฝีปากของเขาปรากฏรอยสีแดงสดสายหนึ่งไหลออกมา เยี่ยนอ๋องยกมือขึ้นใช้ผ้าที่อยู่ในมือเช็ดเลือดที่ริมฝีปาก จากนั้นยัดผ้าที่เปื้อนเลือดกลับเข้าไปในแขนเสื้อ สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยราวกับว่าชั่วครู่ก่อนไม่ได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นทั้งนั้น
เสียงหยันดังออกมาจากด้านหลังฉากกันลม คุณชายเสียนเกอเดินออกมาจากด้านหลังด้วยสีหน้าเย็นชา เอ่ยกับเยี่ยนอ๋องเสียงเรียบ “ดูเหมือนว่าเยี่ยนอ๋องพระองค์จะไม่เห็นหมออยู่ในสายตาเลย ในเมื่อเป็นเช่นนั้นกระหม่อมก็คงไม่จำเป็นต้องออกใบสั่งยาให้ท่านแล้ว” นานเพียงนี้แล้วก็ยังไม่สามารถทำยาแก้พิษบ้านั่นได้ เพียงแค่นั้นอารมณ์ของคุณชายเสียนเกอก็ย่ำแย่มากพออยู่แล้ว ทว่ากลับมีคนไข้ไม่ยอมเชื่อฟังหมอ หากไม่ใช่เพราะศิษย์น้องเป็นคนฝากฝังไว้เอง และพิษชนิดนี้หายากจริงๆ คุณชายเสียนเกอก็คงคร้านจะเหลือบมองคนไข้ที่เอาแต่ใจเช่นนี้แล้ว เยี่ยนอ๋องยิ้มขื่นอย่างจนใจ “ข้ารับรู้เจตนาดีของคุณชายเสียนเกอ แต่ว่า…ตอนนี้ข้าทนรับการทดสอบยาทุกวันของคุณชายเสียนเกอไม่ได้จริงๆ” หากเขาเป็นเพียงอ๋องที่ว่างงานไม่มีสิ่งใดต้องทำก็ไม่เป็นไรหรอก ทว่ายามนี้ทั้งโยวโจวกำลังยุ่งวุ่นวายไปหมด หากมิใช่ด้วยเหตุผลเรื่องความเจ็บป่วย เขาก็คงจะนำทหารไปออกรบด้วยตัวเองนานแล้ว ไหนเลยจะมานั่งอยู่ในจวน ทดลองยาของคุณชายเสียนเกอทุกสองสามวัน หากโชคดีก็ไม่เป็นไร หากโชคร้ายก็อาจกระอักเลือดหรืออ่อนแรงจนหมดสติไป จะมัวทรมานเช่นนั้นในเวลานี้ได้เยี่ยงไร
เรียวคิ้วยาวปลายตัดของคุณชายเสียนเกอเลิกขึ้นเล็กน้อย ครุ่นคิดเรื่องนี้ชั่วครู่แล้วก็ยอมพยักหน้า เยี่ยนอ๋องในยามนี้ไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้จริงๆ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ทำอันใดเลยและมุ่งไปที่การถอนพิษอย่างเดียว และเมื่อไม่มีพิษต้นแบบ เขาเองก็ไม่สามารถทำอันใดได้
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น…ก็ทำให้ง่ายหน่อย” คุณชายเสียนเกอมองเยี่ยนอ๋องด้วยรอบยิ้มเป็นมิตร “รบกวนท่านอ๋อง…เอาเลือดของท่านให้กระหม่อมสักหน่อย ไม่ต้องมาก เพียงชามเล็กๆ ก็คงพอให้กระหม่อมใช้ไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว”
“…” มุมปากเยี่ยนอ๋องกระตุกเล็กน้อย ในที่สุดก็พยักหน้า การให้เลือดไปย่อมทำให้อ่อนแอลงเล็กน้อยสักสองวันเท่านั้น บำรุงสักหน่อยก็ฟื้นฟูกลับมาได้แล้ว อย่างน้อยเขาก็ประหยัดเวลาและแรงกว่าการที่จะต้องทนทรมานจะเป็นจะตายกระอักเลือดสลบไสลไม่รู้สึกตัวทุกสองสามวันแน่ๆ เยี่ยนอ๋องมองใบหน้าชายหนุ่มผู้งดงาม สงสัยอย่างลึกล้ำกว่าการทรมานในช่วงหลายวันมานี้เป็นการกระทำโดยเจตนาของอีกฝ่ายเพื่อเอาเลือดของตนเอง
คุณชายเสียนเกอเองก็ไม่เกรงใจ หาถ้วยชาสะอาดมาวางลงตรงหน้าเยี่ยนอ๋องเพื่อแสดงว่าเขาพร้อมแล้วพลางเอ่ยเรียบๆ “จริงสิ หลังจากที่ให้เลือดแล้วท่านอ๋องจะต้องระวังหน่อย ร่างกายของท่านตอนนี้ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ใช่ว่าจะบำรุงง่ายๆ แล้วฟื้นฟูกลับมาดังเดิม หากจะพูดให้ตรงหน่อยก็คือ หากท่านได้รับบาดเจ็บและเสียเลือดหนึ่งชามก็จะเท่ากับที่คนอื่นเสียเลือดสามชาม การทานยาบำรุงสามชุดก็ไม่เท่ากับที่คนอื่นกินไปหนึ่งชุด หากไม่ปรุงยาแก้พิษออกมาให้เร็วที่สุด ด้วยการทำงานหนักตรากตรำของท่านเช่นในยามนี้ ต่อให้เป็นอาจารย์ลุงมาลงมือเองก็คงช่วยท่านให้อยู่ต่อไปได้แค่ห้าปีเท่านั้น”
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเยี่ยนอ๋องไม่มีอาการหยุดชะงักแม้แต่น้อย ชักมีดสั้นออกมาแล้วกรีดลงบนข้อมือเยี่ยนอ๋องทันที จากนั้นเลือดก็ไหลออกมาไม่ขาดสาย เยี่ยนอ๋องเห็นเลือดค่อยๆ เติมลงในถ้วยชา สีหน้าของเขาเริ่มเผือดสีลงเช่นกัน
“พอแล้ว” คุณชายเสียนเกอเอ่ยเสียงเรียบ เอื้อมมือไปวางยาไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปหยิบถ้วยชาที่มีเลือดของเยี่ยนอ๋องขึ้นมา เมื่อเขาสบมองกับสายตาตั้งคำถามของเยี่ยนอ๋อง คุณชายเสียนเกอก็เบ้ปากอย่างไม่สงวนท่าที “ไม่ใช่ยาแก้พิษที่ปรุงขึ้นใหม่ แต่เป็นยาบำรุงโลหิต”
“ขอบคุณ” เยี่ยนอ๋องพยักหน้า เอื้อมมือไปหยิบขวดยามาเท กลืนมันลงไปเม็ดหนึ่ง
คุณชายเสียนเกอใช้ฝาปิดถ้วยชาเรียบร้อยก็หยิบกล่องหยกออกมาจากที่ใดสักที่หนึ่งแล้ววางถ้วยชาลงไปในกล่อง จากนั้นก็ปิดฝาวางไว้บนโต๊ะ
“คุณชายของท่านดูเหมือนจะรีบร้อนไปสนามรบ” คุณชายเสียนเกอเอ่ยช้าๆ สบายๆ
เยี่ยนอ๋องเลิกคิ้ว “ข้านึกว่าคุณชายเสียนเกอเป็นผู้วิเศษที่ปลีกวิเวกไม่สนใจเรื่องพวกนี้เสียอีก”
คุณชายเสียนเกอยิ้มหยันออกมาเล็กน้อย “กระหม่อมไม่สนใจเรื่องพวกนี้จริงๆ แต่คุณชายของท่านเสนอตัวออกมาในเวลาแบบนี้ ท่านอ๋องไม่สงสัยจริงๆ หรือ”
เยี่ยนอ๋องเอ่ยอย่างเรียบเฉย “พวกเขาโตแล้ว นอกจากชื่อเอ๋อร์ที่ไม่ชอบเรื่องพวกนี้มาแต่เกิด เดิมทีพวกเขาก็ควรไปสนามรบอยู่แล้ว”
คุณชายเสียนเกอหยิบกล่องหยกขึ้นมาแล้วเดินตรงไปยังประตู เมื่อไปถึงประตูก็พลันหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งและทิ้งคำพูดเอาไว้ว่า “กระหม่อมเพียงหวังว่าท่านจะไม่ทำให้ศิษย์น้องของกระหม่อมต้องเป็นหม้าย ไม่เช่นนั้นแล้ว…อย่าหาว่ากระหม่อมไม่เกรงใจก็แล้วกัน”
เยี่ยนอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็เคร่งขรึมลง เอ่ยอย่างเย็นชา “คุณชายเสียนเกอกังวลมากไปแล้ว”
“กระหม่อมก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” คุณชายเสียนเกอก้าวออกจากห้องหนังสือไป
เฉินโจว
หนานกงมั่วนั่งอยู่ในห้องโถงของจวนที่ว่าการเมืองเฉินโจว มองจดหมายที่เยี่ยนอ๋องเพิ่งจะให้คนส่งมาเมื่อครู่นี้หน้านิ่วคิ้วขมวด นอกจากจดหมายแล้วก็ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุ๋นที่คัดตัวมาจากที่ว่าการแต่ละแห่งในโยวโจวส่งมาด้วยจำนวนหนึ่ง แม้พวกเขาส่วนใหญ่จะเป็นผู้ช่วย แต่กลับเป็นเรื่องดีสำหรับฝั่งนี้ที่ขาดแคลนคนเป็นอย่างมาก อย่างน้อยหากเทียบกับชาวบ้านที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาแล้ว คนเหล่านี้ต่างก็มีประสบการณ์และสามารถเริ่มต้นทำงานได้ทันทีกันทั้งนั้น นอกจากนี้จดหมายของเยี่ยนอ๋องยังเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่มาตั้งแต่สมัยฮ่องเต้พระองค์ก่อนยังอยู่ ดังนั้นจึงไม่อาจรับรองความจงรักภักดีได้ จะใช้งานคนเหล่านี้เช่นไรก็ให้พิจารณากันเอาเอง
หนานกงมั่วนั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก ตรงกันข้าม อีกเรื่องในจดหมายต่างหากที่ทำให้นางรู้สึกสนใจมากกว่า จดหมายของเยี่ยนอ๋องยังบอกด้วยว่าถัดจากเซียวเชียนจย่งแล้ว เซียวเชียนเหว่ยก็จะนำทหารออกรบด้วย นอกจากนี้จูชูอวี้ก็จะติดตามเซียวเชียนเหว่ยไปด้วย
ก็ไม่ใช่ว่าเซียวเชียนเหว่ยจะไม่สามารถนำทหารออกรบได้ เพียงแต่บังเอิญว่าเป็นเวลาหลังจากที่พวกเขายึดเอาพื้นที่เหล่านี้ไว้ได้แล้ว เซียวเชียนเหว่ยก็อาสานำทหารออกรบทันทีและยังนำจูชูอวี้ติดตามมาด้วย หนานกงมั่วไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องมองเรื่องนี้จากมุมมองของคนใจแคบ นางสงสัยว่าการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันของเซียวเชียนเหว่ยนี้จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ที่นี่ในยามนี้ อย่างไรก็ตามหากหนานกงมั่วคิดถึงสถานะของเว่ยจวินมั่วแล้วก็แอบส่ายศีรษะในใจ เรื่องเหล่านี้ยังอีกยาวไกล แม้ว่าจะไปถึงขั้นนั้นแล้ว แต่คนที่ขวางทางของเซียวเชียนเหว่ยและจูชูอวี้ก็ยังไม่ใช่พวกเขาอยู่ดี