หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 846 ปราบปรามและปกครอง (3)
ตอนที่ 846 ปราบปรามและปกครอง (3)
“ขอรับ จวิ้นจู่”
ก่อนเว่ยจวินมั่วจะไปได้ทิ้งเฉินซิวเอาไว้ แม้เฉินซิวจะเป็นลูกหลานตระกูลขุนพลแต่ก็แตกต่างไปจากเซวียปินจูเหมิง เขาติดตามเฉินอวี้ผู้เป็นบิดาเป็นขุนศึกและเป็นผู้มีบุคลิกลักษณะของปัญญาชน ไม่ว่าจะเป็นบุ๋นหรือบู๊ก็ช่วยเหลือหนานกงมั่วได้ไม่น้อย
ไม่นาน เฉินซิวก็เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ “คารวะจวิ้นจู่”
หนานกงมั่วพยักหน้าบอกเขาไม่ต้องมากพิธี ก่อนจะเอ่ย “ผู้นี้…” ชะงักไปชั่วครู่ นางยังไม่รู้ว่าคนผู้นี้มีนามว่าอย่างไร ชายวัยกลางคนผู้นั้นรู้ได้ทันที รีบเอ่ย “ข้าน้อยอวี๋เอ้าหยางขอรับ” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ยชื่นชม “ชื่อดี เฉินซิว นี่คืออวี๋เอ้าหยาง เพิ่งถูกแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการกองพัน”
เฉินซิวพยักหน้า ยกมือประสานเป็นการทักทาย แม้ดูไม่ออกว่าชายวัยกลางคนตรงหน้ามีความสามารถใดที่ทำให้จวิ้นจู่แต่งตั้งเขา แต่เฉินซิวรู้ดีว่าบางครั้งความสามารถก็มิใช่สิ่งสำคัญ เพียงต้องการคนที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ติดตามเว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วมานานเพียงนี้ เขาเองรู้ดีว่าจวิ้นจู่ไม่ใช่คนที่จะทำสิ่งใดตามใจชอบ
หนานกงมั่วเอ่ย “ฝั่งค่ายเชลย ตอนนี้ข้ายังไม่มีคนช่วยดูแล เจ้าช่วยดูแลไปก่อนเถิด มีผู้บังคับการกองพันคนอื่นๆ คอยให้ความร่วมมือกับเจ้า คิดว่าคงไม่มีปัญหาอันใด”
เฉินซิวรู้สึกยินดีอยู่ในใจ ทว่าใบหน้ากลับเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ เขายกมือขึ้นประสาน เอ่ยว่า “ข้าน้อยน้อมรับคำสั่งขอรับ” เขาเข้าใจว่าจวิ้นจู่กำลังให้โอกาสตน เดิมทียังรู้สึกเสียดายที่มาครั้งนี้ทว่าไม่มีโอกาสลงสนามรบไปกับคุณชายเว่ย การเป็นทหารไม่ลงสนามรบก็ย่อมไร้ซึ่งความดีความชอบ นี่เป็นปัญหาที่พบได้จริงเรื่องหนึ่ง เขาไม่อยากถูกเปรียบเทียบกับเซวียปินและจูเหมิงสองคนนั่น แต่ว่าตอนนี้ หากเขาสามารถดูแลควบคุมเชลยพวกนี้ได้ ไม่แน่คุณความชอบอาจไม่ได้แย่ไปกว่าการลงสนามรบ
เห็นเขาเข้าใจความหมายของตน หนานกงมั่วจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ พูดคุยกับคนฉลาดประหยัดทั้งเวลาและกำลัง ความจริงจะบอกว่าไม่มีใครใช้งานได้ก็คงไม่ใช่ สุ่มๆ เลือกคนของวังจื่อเซียวอย่างไรก็เหมาะสม ที่เลือกเฉินซิว หนึ่งคือความสามารถของเขาไม่เลว สองคือเป็นการไว้หน้าแก่เฉินอวี้
“เช่นนั้น จวิ้นจู่ พวกเราไปได้แล้วหรือไม่ขอรับ” ต่อให้เฉินซิวเป็นคนที่เคร่งขรึมที่สุดในหมู่เด็กหนุ่ม ทว่าอย่างไรเขาก็ยังเป็นคนหนุ่ม ได้รับหน้าที่สำคัญเพียงนี้จึงรู้สึกกระตือรือร้นอยากลอง หนานกงมั่วหัวเราะ พยักหน้าเอ่ย “ไปเถิด”
“ข้าน้อยขอตัวขอรับ”
“ข้าน้อยขอตัวขอรับ” อวี๋เอ้าหยางเห็นเฉินซิวเอ่ยลา ลังเลอยู่ชั่วครู่จึงรีบถอยตามออกไป อย่างไรตอนนี้ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มอายุน้อยที่เห็นจะเป็นหัวหน้าเขาแล้ว
ฉินจื่อซวี่มองส่งทั้งสองออกไป แล้วจึงมองหนานกงมั่วอย่างชื่นชม เอ่ย “ยังเป็นจวิ้นจู่ที่ปราดเปรื่อง”
“หืม” หนานกงมั่วเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
ฉินจื่อซวี่ยิ้มเอ่ย “จวิ้นจู่สามารถดึงแพทย์ทหารออกจากกองทัพด้วยความเต็มใจ ต่อให้เหล่าเชลยพวกนั้นจะไม่ยินยอม แต่ก็ไม่อาจทำอันใดบุ่มบ่าม หากมีคนอย่างอวี๋เอ้าหยางทำเป็นตัวอย่าง คนอื่นๆ แน่นอนว่าต้องตามมา จะได้รับคนเหล่านี้ในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน” มีคนเริ่มต้นที่ดี ส่วนอื่นๆ ในอนาคตเองก็จะจัดการได้ง่าย ส่วนทหารในเฉินโจวและจิ่นโจวไม่จำเป็นต้องให้พวกเขากังวลมากนัก
หนานกงมั่วยิ้มขมขื่น “ทำอย่างไรได้ ทรัพย์สินในบ้านเรามีน้อย ไม่อาจสูญเสียได้แม้เพียงนิด ไม่ระมัดระวังไม่ได้ หากรับทหารเหล่านี้มาได้ ต่อไปพวกเราก็จะสบายลงไปบ้าง” แม้ว่าเมื่อเทียบกำลังการต่อสู้แล้วทหารเหล่านี้จะต่างจางกองกำลังไท่หนิงอยู่มาก แต่อย่างไรก็เป็นทหารที่เคยฝึกฝนตามแบบแผน ย่อมพึ่งได้มากกว่าทหารใหม่ที่เป็นชาวบ้านธรรมดา หนานกงมั่วจัดลำดับขั้นตอนให้คนเหล่านี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ในอนาคตหากเป็นศัตรูกับราชสำนัก อยู่แนวหน้าสุดแน่นอนว่าเป็นกองกำลังไท่หนิง ด้านหลังกองกำลังไท่หนิงก็คงต้องพึ่งเหล่าทหารเชลยเหล่านี้ ถัดลงมาอีกค่อยเป็นเหล่าทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเป็นทหารและสามารถส่งลงสนามรบได้ ดังนั้น คนเหล่านี้จะเข้าร่วมด้วยความจริงใจหรือไม่นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นางคงไม่คาดหวังว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ต้องหันมารบกับศัตรูที่อยู่ด้านหลัง
“สถานการณ์นอกและในเย่ว์โจวยามนี้เป็นเช่นไร” หนานกงมั่วเอ่ยถาม
ฉินจื่อซวี่ตอบด้วยท่าทีนอบน้อม “ร้านขายอาหารหลายเจ้าเริ่มปรับราคาลงแล้วขอรับ ชาวบ้านหลายคนเริ่มออกมาซื้อข้าว แต่แม่นางชวีเสนอว่าระยะนี้ต้องจำกัดจำนวนในการซื้อต่อคนต่อครอบครัวไม่เกินสิบห้าจิน” หนานกงมั่วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ พยักหน้าพลางเอ่ย “เหลียนซิงรอบคอบ ตอนนี้คงต้องทำเช่นนี้ไปก่อน” ตอนนี้อาหารในคลังมีไม่น้อย แต่ต้องแบ่งให้กองทัพ อีกทั้งยังต้องแบ่งให้ประชาชนชาวเย่ว์โจว แม้พยายามรวบรวมซื้ออาหารมาจากที่ต่างๆ ทว่าก็ยังไม่เพียงพอ จำกัดจำนวนในการซื้อสักหน่อย เลี่ยงที่คนมีเงินจะกักตุนอาหาร และร้านขายข้าวและคลังเสบียงจะหมดเร็วกว่าตามที่ควรจะเป็น
“สถานที่อื่นๆ เล่า” หนานกงมั่วเอ่ยถาม
ฉินจื่อซวี่เอ่ย “สถานที่อื่นๆ ก็เริ่มดำเนินตามคำสั่งของจวิ้นจู่แล้ว อีกทั้งอาหารที่จัดสรรเพื่อบรรเทาทุกข์ก็ถูกส่งลงไปแล้ว เจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่ได้ทำการเริ่มแจกจ่ายอาหาร ชาวเมืองเองก็เริ่มซาบซึ้งในความเมตตาของจวิ้นจู่” พวกเขาไม่ต้องเป็นกังวล จวิ้นจู่ได้ส่งคนไปจับตามองอยู่เงียบๆ หากมียักยอกก็สังหารได้ทันที ขุนนางที่เดิมทียังมีความคิดอยากยักยอกทว่าเมื่อเห็นบทเรียนจากเพื่อนร่วมงานก็รู้แล้วว่าผู้จัดการธุระในเย่ว์โจวยามนี้แม้จะเป็นสตรี ทว่าเห็นชัดว่าไม่อาจดูถูกได้
หนานกงมั่วพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี”
ฉินจื่อซวี่เอ่ยต่อ “คำสั่งเกณฑ์ทหารที่จวิ้นจู่ส่งออกไป คนที่มาสมัครก็มีไม่น้อย ผ่านไปเพียงสองสามวันก็มีคนมาสมัครนับหมื่นคนแล้ว ข้าน้อยได้จัดพวกเขาเป็นกองทัพ จากนั้นส่งไปบุกเบิกพื้นที่แห้งแล้งรกร้างริมแม่น้ำเหล่านั้น”
หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ท่านจัดการแน่นอนว่าข้าวางใจ หาผู้ชำนาญเรื่องน้ำและชาวนาที่เชี่ยวชาญเรื่องการเพาะปลูกได้แล้วหรือไม่” เห็นชัดว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาชำนาญ หนานกงมั่วคิดมาตลอดว่าแต่ละคนมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน เรื่องที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญก็ปล่อยให้คนที่เชี่ยวชาญจัดการไปเถิด พวกไม่ชำนาญเช่นพวกนางก็ไม่จำเป็นต้องไปชี้ไม้ชี้มือสั่งการไปทั่ว
ฉินจื่อซวี่พยักหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจอหนึ่งคนที่เคยเป็นขุนนางที่กรมโยธาธิการ จัดการเกี่ยวกับเส้นทางน้ำโดยเฉพาะ ได้ข่าวว่าจวิ้นจู่จะขุดลอกเส้นทางน้ำจึงเสนอตัวมาช่วยเหลือ ส่วนเรื่องเพาะปลูก ง่ายยิ่งกว่าอีกขอรับ ชาวนาที่ทำการเพาะปลูกได้ดีเพียงสอบถามก็รู้ได้ พวกเขาได้ยินว่าจวิ้นจู่จะช่วยพวกเขาหาน้ำเพาะปลูก ต่างก็ยินดีช่วยเหลือ และเรื่องที่จวิ้นจู่เสนอให้มีการขุดเจาะบ่อน้ำก่อนหน้านี้ ช่างที่สามารถขุดบ่อน้ำได้ในเมืองเย่ว์โจวได้ถูกเรียกตัวมาหมดแล้ว จากนั้นแยกย้ายกันไปหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการขุดเจาะบ่อน้ำ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดล้วนมีพวกเราเป็นคนดูแลรับผิดชอบขอรับ”
หนานกงมั่วได้ยินแผนการที่รอบคอบของฉินจื่อซวี่ ไม่คิดว่าต้องมีสิ่งใดเพิ่มเติมแล้ว พยักหน้าเอ่ย “ดีมาก หากมีความจำเป็นในเรื่องใดก็ให้รีบบอกข้า หากช่วยได้ข้าจะช่วยให้ถึงที่สุด”
ฉินจื่อซวี่เอ่ย “พวกเขาเองก็รู้ว่าจวิ้นจู่ทำเพื่อชาวเมืองเย่ว์โจว จะไม่ทำให้เสียงานใหญ่อย่างแน่นอนขอรับ”
หนานกงมั่วพยักหน้า ถอนหายใจยาว เอ่ยเสียงเบา “เช่นนั้นก็ดี หลังจากนี้…คงต้องดูว่าฝั่งเว่ยจวินมั่วพวกเขาจะเดินไปถึงขั้นใดแล้ว” หลังจากตีเมืองจิ่นโจวและเฉินโจว พวกเขาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วจึงจะได้ อย่างไรตอนนี้ก็มีเพียงเย่ว์โจวที่ต้องกังวล แต่ว่าต่อไปต้องเพิ่มขึ้นมาอีกสองแห่ง จำเป็นต้องมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เพื่อสร้างความสมดุล การรับผิดชอบพื้นที่ประสบภัยเยี่ยงนี้เอ่ยแล้วก็ดูจะไม่ยุติธรรมต่อชาวเมืองอื่นนัก แต่ตอนนี้พวกเขาก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว