หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 840 ความลำบากของประชาชน (1)
ตอนที่ 840 ความลำบากของประชาชน (1)
หนานกงมั่วไม่ได้สนใจนัก เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ต้องกังวล สามารถอยู่ได้เพียงไม่กี่วันก็พอแล้ว ข้าไม่เชื่อ…ว่าที่สถานที่นี้จะไม่มีอาหารแม้เพียงนิด”
ฉินจื่อซวี่เลิกคิ้ว “เอ๋ นี่จวิ้นจู่กำลังปล้นคนรวยช่วยคนจนมิใช่หรือ” ในคำพูดนั้นไม่ได้มีความเป็นห่วงกังวลต่อคนรวยเหล่านั้นแม้เพียงนิด ราวกับลืมไปแล้วว่าตระกูลฉินก็เป็นหนึ่งในตระกูลร่ำรวย หนานกงมั่วหัวเราะ หันกลับไปแล้วจึงเอ่ย “คุณชายฉินน่าขันแล้ว หากคนรวยไม่มีความเมตตา…แน่นอนว่าต้องปล้น เพียงแต่ท่านลืมไปแล้วหรือว่ายังมีสถานที่ที่มีอาหารมากกว่าเหล่าคนรวยพวกนั้น”
ตระกูลร่ำรวยมีเงินทองเป็นเรื่องจริง แต่คงไม่มีใครเก็บอาหารหลายแสนต้านเอาไว้ในบ้านกระมัง
ดวงตาของฉินจื่อซวี่วาววับ “คลังเสบียงของทางการ”
หนานกงมั่วยิ้มทว่าไม่เอ่ยวาจา ชวีเหลียนซิงกลับดวงตาทอประกาย “จวิ้นจู่ บ่าวจะให้คนไปสืบหาที่ตั้งของคลังเสบียงตอนนี้เลยเจ้าค่ะ”
หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “ระวังด้วย อย่าทิ้งร่องรอยให้ล้มเหลวเล่า”
“เจ้าค่ะ จวิ้นจู่”
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังพูดคุย ฝั่งเว่ยจวินมั่วเห็นชัดว่าพูดคุยเสร็จแล้วกำลังหมุนตัวเดินมุ่งหน้ามาทางนี้ หลิ่วหันลุกขึ้น หายตัวไปจากหลังคา ชวีเหลียนซิงปิดริมฝีปากหัวเราะ กระโดดลงจากหลังคาเช่นเดียวกัน ถูกสตรีทั้งสองทอดทิ้ง คุณชายใหญ่ฉินทำได้เพียงถอนหายใจ ยกมือประสานหันไปหาหนานกงมั่วจากนั้นจึงค่อยๆ ปีนลงบันไดไป
“อู๋สยา” คุณชายเว่ยถีบตัวขึ้นไป ทิ้งตัวลงด้านข้างหนานกงมั่วเงียบๆ
หนานกงมั่งเงยหน้าขึ้น เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เสร็จงานแล้วหรือ กองกำลังไท่หนิงของหนิงอ๋องเป็นอย่างไร”
เว่ยจวินมั่วนั่งลงข้างๆ นาง เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เลว เพียงแต่ยังต้องอบรมสั่งสอนเพิ่มอีกสักหน่อย”
หนานกงมั่วพลันเข้าใจ “แน่นอนว่าเป็นทหารชั้นยอดจึงมีความเย่อหยิ่งทะนงตน หากให้พวกเขายอมรับตั้งแต่ต้นก็คงไม่สมกับชื่อเสียงของกองกำลังไท่หนิง” ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังเป็นทหารที่ใช้เงินยืมมา คาดว่าทหารที่ถูกยืมตัวมาก็คงโกรธอยู่ในใจ
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “นั่นเป็นเรื่องของพวกลิ่นฉังเฟิง”
หนานกงมั่วพิงไหล่ของเขา เอ่ยถามเสียงเบา “กำหนดการเคลื่อนทัพเมื่อใดหรือ”
“อีกสามวัน”
“เร็วเพียงนี้เชียวหรือ” หนานกงมั่วตกใจ นางนึกว่าสองฝ่ายจะต้องการเวลาในการหลอมรวมกันสักระยะ
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “ถุงกระดาษไม่อาจเก็บไฟเอาไว้ได้ หากนานไปเซียวเชียนเยี่ยคงเตรียมตัวได้” เว่ยจวินมั่วไม่เคยหวังว่าข่าวนี้จะปกปิดเอาไว้ไม่ให้เล็ดลอดไปได้ เริ่มต้นพวกเขาต้องรีบจู่โจมโดยที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัว ต้องรีบตีเฉินโจวและจิ่นโจวก่อนที่เซียวเชียนเยี่ยจะทันรู้ตัว ส่วนหนิงอ๋อง ขอเพียงหนิงอ๋องไม่ป่าวประกาศว่าสนับสนุนเยี่ยนอ๋อง ต่อให้เซียวเชียนเยี่ยรู้ก็คงต้องแกล้งโง่ มีบางเรื่องที่ต่อให้รู้ไส้รู้พุงกันแล้วแต่ก็ต้องยอมเอาผ้าคลุมเอาไว้เพื่อหลอกตัวเอง
หนานกงมั่วพยักหน้า “ก็ได้ ข้าเองก็จะเตรียมตัว”
“ลำบากอู๋สยาแล้ว” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงอ่อนโยน
หนานกงมั่วยิ้มหวาน “ลำบากอันใดกัน นี่มิใช่เรื่องที่เราสมควรทำหรอกหรือ เพียงไม่รู้ว่าจะได้กลับไปหาเยาเยาและอานอานอีกเมื่อใด”
เว่ยจวินมั่วยื่นมือไปดึงนางเข้าสู่อ้อมแขน เนิ่นนานจึงเอ่ย “อีกไม่นานหรอก”
บนลานฝึกไกลออกไป เหล่าทหารเงยหน้าขึ้นก็มองเห็นสองคนที่นั่งอิงแอบย้อนแสงอยู่บนหลังคา แม้มองเห็นใบหน้าไม่ชัด ร่างของทั้งสองที่นั่งอยู่ข้างกันราวกับถูกแสงสว่างปกคลุมไปอีกชั้น ราวกับคู่รักที่ไม่พลาดพรากจากกันไปชั่วชีวิต
สามวันต่อมา พวกเว่ยจวินมั่วนำกองกำลังไท่หนิงหนึ่งแสนห้าหมื่นนายเปลี่ยนชุดเกราะและอาวุธ จากนั้นข้ามเขตแดนสีโจวไปยังเย่ว์โจวที่อยู่ใกล้สีโจวที่สุด เย่ว์ เฉิน จิ่นโจวทั้งสามเมืองอยู่ห่างกันไม่ไกล เป็นพื้นที่สงครามมาตั้งแต่โบราณ หากขาดสถานที่ใดสถานที่หนึ่งไป คิดอยากปกครองอีกสองเมืองที่เหลือนั้นเป็นเรื่องยาก และเย่ว์โจวยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้สีโจวที่สุด แน่นอนว่าเป็นเป้าหมายแรกของพวกเขาด้วยเช่นกัน
ความสามารถในการต่อสู้ของกองกำลังไท่หนิงสมคำร่ำลือ แม้จะยังไม่เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเว่ยจวินมั่วเหล่านั้นเหมือนหนิงอ๋อง แต่แล้วผลลัพธ์เมื่อได้รับคำสั่งกลับเป็นที่น่าประทับใจ เพียงเข้าสู่เขตเย่ว์โจว ทหารหนึ่งแสนห้าหมื่นนายก็แยกออกเป็นเส้นทางจำนวนไม่มากนัก กวาดล้างค่ายกองกำลังในเมืองเย่ว์โจวไปหลายพื้นที่อย่างเงียบๆ และมาถึงเมืองเย่ว์โจว เริ่มตั้งแต่เข้าสู่เขตเย่ว์โจวกระทั่งเข้ายึดเมืองเย่ว์โจว ใช้เวลารวมแล้วไม่ถึงสิบวัน แน่นอนเพราะภัยแล้งที่เย่ว์โจวได้รับทำให้การคุ้มกันของเหล่าทหารประจำการหละหลวมตามไปด้วย เหล่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยิ่งคาดไม่ถึงสาเหตุที่มีทหารมาโผล่ตรงหน้าของพวกเขาอย่างกะทันหัน เพราะการโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้พวกเขาบุกยึดตัวเมืองได้อย่างง่ายดาย
หนานกงมั่วนั่งอยู่ในหยาเหมินเมืองเย่ว์โจว พลิกเปิดดูบัญชีในมือแล้วใบหน้างดงามยิ่งมืดครึ้มไปหลายส่วน ชวีเหลียนซิงวางบัญชีลง ยกมือนวดหัวคิ้วสีหน้าแปลกประหลาดขึ้นมา “คลังเสบียงเมืองเย่ว์โจวมีอาหารมากมายเพียงนั้นเลยหรือ” นี่อยู่เหนือการคาดการณ์ของพวกเขา ตามหลักแล้วได้รับเสบียงอาหารมากมายเพียงนี้พวกเขาควรดีใจ น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขาไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่อาจดีใจได้ ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา แม้จะเดินทางมาด้วยม้าเร็วไม่มีหยุดพัก แต่ก็ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ที่ทุกข์ยากของชาวเมืองเย่ว์โจว ชวีเหลียนซิงและหนานกงมั่วยังดีอยู่บ้าง พวกนางเคยเห็นประชาชนทุกข์ยากมาไม่น้อย กลับเป็นคุณชายใหญ่ฉิน คุณชายตระกูลใหญ่แห่งจินหลิง แม้พอจะเคยได้ยินมาบ้าง ร่ำเรียนมาก็ไม่น้อย ไม่มีอันใดน่าตกใจได้เท่ามาเห็นกับตาตัวเองอีกแล้ว
เย่ว์โจวไม่มีฝนตกมาสองเดือนแล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงต้นฤดูร้อนที่ไม่มีการเก็บเกี่ยว ไม่มีฝนแม้แต่ฤดูใบไม้ร่วงยังไม่อาจปลูกได้ ชาวเมืองหลายคนอยู่ต่อไปไม่ได้ต้องหนีไปอยู่ที่อื่น แต่หลายคนแม้แต่ที่ให้หนีไปก็ไม่มี ตลอดทางที่มา ขายบุตรชายขายบุตรสาว หิวตายอยู่ข้างถนนก็มีให้เห็นไม่น้อย เพราะเหตุนี้เมื่อเห็นเสบียงอาหารที่อัดแน่นกันอยู่ในคลังเสบียงจึงทำให้คนรู้สึกโกรธขึ้นมา
ชวีเหลียนซิงวางสมุดบัญชีหลายเล่มไว้ตรงหน้าหนานกงมั่ว เอ่ย “ในคลังเสบียงมีอาหารอยู่สองล้านหนึ่งแสนต้าน มีเงินหนึ่งล้านเก้าแสนตำลึง นอกจากนี้ในจวนผู้ว่าการก็มีเงินสดอีกหกแสนตำลึง” ว่ากันว่าเป็นผู้ว่าการสามปี เงินโปรยปรายราวกับหิมะ วลีนี้คงเป็นเรื่องจริง ผู้ว่าการเย่ว์โจวผู้นี้คล้ายกับขึ้นรับตำแหน่งหลังจากจังติ้งฟังก่อกบฏ ระยะเวลาเพียงสองปีก็มีเงินเก็บส่วนตัวไว้ในจวนมากมายเพียงนี้ เก็บสะสมทรัพย์สินโดยมิชอบจริงๆ
ฉินจื่อซวี่ขมวดคิ้ว เอ่ย “สองปีที่ผ่านมาเมืองเย่ว์โจวไม่มีการเก็บเกี่ยว อาหารมากมายเหล่านี้มาจากที่ใดกัน” ได้ยินมาว่าแม้แต่อาหารบรรเทาทุกข์แก่ชาวบ้านเย่ว์โจวก็ไม่มี แต่ว่าในคลังเสบียงกลับมีอาหารกว่าสองล้านต้าน
ชวีเหลียนซิงพลิกเปิดบัญชี เอ่ย “ปีที่แล้วราชสำนักยกเว้นการเก็บภาษีจากเย่ว์โจวและพื้นที่ประสบภัย แต่ว่า..เหมือนว่าชาวเมืองเย่ว์โจวจะไม่รู้ ดังนั้นภาษีในปีนี้ก็ยังจ่ายเช่นเดิม”
ฉินจื่อซวี่ย่นคิ้ว “จ่ายด้วยอันใด” ไม่มีอาหาร ชาวเมืองก็ไม่อาจสร้างอาหารขึ้นมาจ่ายภาษีได้
ชวีเหลียนซิงยิ้มหยัน “ขายที่ขายนา ขายบุตรชายบุตรสาว แม้ว่าจะไม่มีการเก็บเกี่ยว ปีนี้เย่ว์โจวก็ยังเก็บเสบียงอาหารได้กว่าแปดแสนต้าน ส่วนที่เหลือ…ถูกซื้อโดยผู้ว่าการเย่ว์โจว”