หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 837 เผาคนรวย (3)
ตอนที่ 837 เผาคนรวย (3)
หนานกงมั่วหัวเราะอยู่ในอ้อมแขนของเขา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เซียวเชียนเยี่ยคงโกรธท่านแทบตาย”
“เขาไม่เกลียดข้าตั้งแต่เมื่อใดกัน” คุณชายเว่ยไม่ใส่ใจ นับตั้งแต่รู้เรื่องคำทำนาย เกรงว่าเซียวเชียนเยี่ยคงคิดว่าเขาเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดโดยไวไปแล้ว หนานกงมั่วอิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างเกียจคร้าน พลันมีความคิดแปลกๆ ขึ้นมา ไม่รู้ว่ากงอวี้เฉินจะรู้หรือไม่ว่าเว่ยจวินมั่วจะใช้แผนการเช่นนี้ รอเขารู้ข่าวนี้แล้ว จะทำหน้าตาอย่างไร แน่นอน หนานกงมั่วสงสัยว่าบนโลกนี้จะมีคนเคยเห็นสีหน้าของกงอวี้เฉินหรือไม่
“จวิ้นจู่ คุณชาย” หลิ่วหันเข้ามารายงาน “เป็นดั่งจวิ้นจู่คาดการณ์ กลุ่มของเว่ยหงเฟยเดินทางออกจากสีโจวแล้ว มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้เจ้าค่ะ”
หนานกงมั่วนั่งตึวตรง พยักหน้า เอ่ยกับเว่ยจวินมั่ว “ดูเหมือนจะกลับจินหลิงแล้ว กลับจินหลิงครั้งนี้…เว่ยหงเฟยคงซวยครั้งใหญ่แล้ว”
มาอยู่สีโจวนานเพียงนี้ยังทำงานไม่สำเร็จ แม้แต่ข่าวเว่ยจวินมั่วยืมทหารยังไม่อาจสืบกลับไปได้ หากครั้งนี้เซียวเชียนเยี่ยไม่ตัดหัวเว่ยหงเฟยก็นับว่ามีเมตตามากแล้ว
หลิ่วหันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คนของจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องรีบร้อนจนไม่ทันได้เก็บของให้หมดก็ออกเดินทางไปเลยเจ้าค่ะ”
หนานกงมั่วเลิกคิ้วด้วยรอยยิ้ม “รนหาที่ตายเอง โทษใครได้เล่า เขาควรดีใจที่ยามนี้หนิงอ๋องไม่อยากแตกหักกับเซียวเชียนเยี่ย มิเช่นนั้นด้วยนิสัยของหนิงอ๋องเกรงว่าพวกเขาสามพ่อลูกคงไม่อาจได้ก้าวเท้าออกจากสีโจว หลิ่วหัน รีบส่งข่าวกลับโยวโจว รีบให้ลิ่นฉังเฟิง เจี่ยนชิวหยาง และชวีเหลียนซิงรีบมาที่นี่” หลิ่วหันตกใจ “จวิ้นจู่ พวกเรามีเรื่องต้องทำหรือเจ้าคะ” ในที่สุดจวิ้นจู่และคุณชายก็ฮึกเหิมขึ้นมาแล้ว ไม่อยู่เงียบไม่มีอันใดทำไปวันๆ แล้วอย่างนั้นหรือ หลายวันมานี้อยู่ในสีโจว หลิ่วหันดูไม่ออกจริงๆ ว่าพวกตนมาสีโจวครั้งนี้มีความหมายอันใด หากรู้ว่าน่าเบื่อเช่นนี้ คงอยู่โยวโจวดูแลคุณชายน้อยกับคุณหนูน้อยจะดีกว่า
หนานกงมั่วพยักหน้าเบาๆ “ไปเถิด ให้พวกเขารีบมาโดยเร็ว”
“เจ้าค่ะ จวิ้นจู่”
เป็นดั่งที่เว่ยจวินมั่วคาดการณ์เอาไว้ หนิงอ๋องดึงเวลาไปอีกเพียงไม่กี่วันสุดท้ายจึงตกลงตอบรับข้อเสนอยืมทหารของเว่ยจวินมั่ว แน่นอนว่าการยืมทหารครั้งนี้เป็นการทำอย่างลับๆ เพียงออกจากสีโจวกองกำลังไท่หนิงแห่งสีโจวก็ไม่อาจโบกสะบัดธงสีโจวได้อีกแล้ว ไม่สามารถสวมชุดเกราะของกองกำลังไท่หนิง ดังนั้น…นี่ก็เป็นเงินอีกจำนวนหนึ่ง เพียงแต่หนานกงมั่วที่เพิ่งคำนวณไปไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องนี้ ทหารแข็งแกร่งมีประสบการณ์กว่าแสนห้าหมื่นนาย แน่นอนว่าดีกว่ารับสมัครทหารใหม่อย่างแน่นอน ราคาแพงสักหน่อย แต่ความคุ้มค่านั้นมีมากกว่า
หนิงอ๋องมองตั๋วเงินหนาในมือ ในใจนั้นสับสนเป็นที่สุด มองดูท่าทางไม่คิดเสียดายของเว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่ว ตอบรับทุกคำขอที่เขาเสนอในทันที ราวกับการค้าครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่หนิงอ๋องนั้นกลับมีความรู้สึกหลากหลายไม่ชัดเจน พี่สามของเขาขุดเจอเหมือนทองหรือถึงได้ใจกว้างเพียงนี้ ท่าทางราวกับไม่ขาดเงิน ไม่เคยได้ยินมาว่าเมืองโยวโจวมีเหมืองทองนี่นา
หนิงอ๋องกลับไม่รู้ว่า คนที่ไม่ขาดเงินนั้นไม่ใช่เยี่ยนอ๋อง แต่เป็นคู่สามีภรรยาตรงหน้า เว่ยจวินมั่วสามารถอาศัยวังจื่อเซียวดูแลเสบียงอาหารและเงินเดือนของกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวมาได้หลายปี ในมือของตนนั้นต้องมีมากกว่าอยู่แล้ว อย่างไรคุณชายเว่ยก็ไม่ใช่คนเสียสละ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง สินเจ้าสาวที่ไม่อาจนับได้ของหนานกงมั่วในปีนั้น ที่สำคัญก็คือสมบัติของฮั่นอ๋องที่อยู่ในมือพวกเขา ต่อให้แบ่งให้เยี่ยนอ๋องหนึ่งส่วนแล้ว ในมือของพวกเขาก็ยังมีมากกว่า เว่ยจวินมั่วไม่มีทางมอบส่วนที่เป็นของหนานกงมั่วและคุณชายเสียนเกอให้แก่ลุงของตนอย่างแน่นอน นอกจากนี้ในมือยังมีคนมีความสามารถคอยดูแลกิจการ แม้ว่าในการจัดอันดับคนร่ำรวยในต้าเซี่ยจะไม่มีชื่อของพวกเขา แต่ความร่ำรวยในมือของพวกเขาไม่มีทางเป็นรองตระกูลร่ำรวยเหล่านั้นอย่างแน่นอน
หนิงอ๋องเก็บตั๋วเงินอย่างไม่พอใจ เอ่ยกับทั้งสอง “เงินข้าเก็บเอาไว้แล้ว นี่คือตราอำนาจสั่งการทางทหาร อย่าให้รู้ว่าพวกเจ้าคิดจะใช้ชื่อของกองกำลังไท่หนิงไปทำเรื่องที่ไม่สมควรด้านนอกนั่น”
หนานกงมั่วยื่นมือไปรับตราอำนาจสั่งการที่หนิงอ๋องโยนมาให้ ยิ้มหวานเอ่ย “ขอบพระทัยเสด็จลุงเพคะ”
เว่ยจวินมั่วหยิบรายชื่อออกมาแล้วส่งไปตรงหน้าหนิงอ๋องอย่างนุ่มนวล “คนเหล่านี้ พระองค์เอากลับไป” บนกระดาษมีชื่อของนายทหารชั้นสูงหลายคนถูกเขียนอยู่
หนิงอ๋องหรี่ตา “หมายความเช่นไร”
“กระหม่อมไม่มีเงินเลี้ยงคนไร้ประโยชน์ ยิ่งไม่เลี้ยงสายสืบ หากถูกกระหม่อมสังหารเพราะสืบข่าว ไม่จ่ายชดเชย อยากเอากลับคืนไปหรือไม่แล้วแต่พระองค์” เว่ยจวินมั่วเอ่ย
หนิงอ๋องกระอักเลือดออกมาไม่ได้ กลืนไม่ลง กัดฟันเอ่ยอย่างเคียดแค้น “ข้ารู้แล้ว” ส่งสายสืบไปบ้างสักคนสองคนจะเป็นไรไป กองทัพใครบ้างไม่มีสายสืบ เขาต้องรู้บ้างสิว่าสองคนนี้เอากองกำลังไท่หนิงของเขาไปทำอันใด
เว่ยจวินมั่วมองใบหน้าที่เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวคล้ำของเขา เอ่ยเสียงเรียบ “พระองค์ไม่ต้องส่งสายสืบ ถามกับกระหม่อม กระหม่อมจะบอกพระองค์เอง”
“หืม” หนิงอ๋องมีสีหน้าไม่เชื่อถือ หลายวันมานี้เพียงพอให้เขารู้แล้วว่าหลานชายหน้าตายผู้นี้กลอุบายมากมายเพียงใด หลายปีมานี้เว่ยหงเฟยครอบครัวนั้นไม่ถูกเขาฆ่าตายนับเป็นเรื่องแปลกประหลาด
คุณชายเว่ยแสดงท่าทีว่าหนิงอ๋องใช้ความคิดอันเลวร้ายมาตัดสินผู้มีคุณธรรมสูงส่งมากเกินไปแล้ว “กระหม่อมจะตีเฉินโจว จะร่วมด้วยหรือไม่”
“…” หนิงอ๋องนิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ขอบคุณ ไม่จำเป็น”
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วหนิงอ๋องที่ได้รับเงินก็รู้สึกเบิกบานใจ ไม่มีท่าทีไขว้เขวเหมือนก่อนหน้านี้เลยสักนิด ยกทหารสองค่ายรวมกว่าแสนห้าหมื่นนายที่อยู่ทางใต้ของสีโจวใกล้กับเฉินโจวที่สุดให้เว่ยจวินมั่ว หลังจากเห็นกองกำลังททารเกรียงไกรหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย คุณชายเว่ยรู้สึกดีขึ้นมา และมอบเงินอีกหนึ่งล้านตำลึงให้หนิงอ๋องโดยไม่คิดเสียดาย บ่งบอกว่าขอยืมก่อนครึ่งปีแล้วค่อยว่ากัน ถือตั๋วเงินสองล้านตำลึงอยู่ในมือ หนิงอ๋องริษยาจนดวงตาแดงก่ำ เจ้าเด็กที่ไม่มียศตำแหน่งอันใดกล้าทำตัวหรูหราฟุ่มเฟือยกว่าเขา อยากเผาคนรวยทิ้งจริงๆ
เมื่อจัดการกองทัพเรียบร้อย เหล่าลิ่นฉังเฟิงเองก็มาถึงอย่างรวดเร็ว แม้พวกเขาไม่รู้ว่าเว่ยจวินมั่วเรียกตัวมายังสีโจวทำไม แต่ในเมื่อเว่ยจวินมั่วเรียกมาก็ต้องมาในทันที กระทั่งมาถึงกองทัพมองเห็นเหล่าทหารกำลังฝึกซ้อมด้วยบรรยากาศที่ระอุไปด้วยไอสังหาร คุณชายฉังเฟิงตกใจอ้าปากค้างจนคางแทบหลุด
“นี่…นี่ นี่…แม่นางมั่ว พวกเจ้าจัดการหนิงอ๋องได้แล้วจริงๆ หรือ” เยี่ยนอ๋องซื่อจื่อแทบวาดภาพหนิงอ๋องเป็นปีศาจไปแล้ว ที่แท้หนิงอ๋องก็อ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณชายเว่ยหรอกหรือ
หนานกงมั่วเอ่ยขัดจินตนาการของเขาท่าทางมีความสุข “จัดการหนิงอ๋องไม่ได้ ทหารเหล่านี้พวกเราใช้เงินยืมมา สองล้าน”
“…” คุณชายข้าอยากคุกเข่าให้ คุณชายฉังเฟิงมองสองคนตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าต้องใช้เงินมากเพียงใด” ชุดเกราะ อาวุธต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เงินเดือนทหารให้ไม่น้อยกว่าสีโจว สงครามยังต้องมีคนตายอีก หากเกลี้ยกล่อมหนิงอ๋องได้ก็คงดี พวกเขาไม่ต้องจ่ายแม้เพียงเล็กน้อย เจ้าสองคนนี้ไยจึงไม่รู้จักพยายามสักนิดเล่า ส่วนความพยายามจะสำเร็จหรือไม่คุณชายฉังเฟิงไม่สนใจ ในสายตาของคุณชายฉังเฟิงต่อให้ล้มเหลวก็เป็นความพินาศจากฝีมือของสองคนนี้
ชวีเหลียนซิงที่อยู่ด้านข้างกำลังเขี่ยลูกคิดไปมา “นายทหารแต่ละคนมีเงินเดือนประมาณหนึ่งถึงสองตำลึง ยังมีเสบียงอาหารและยุทโธปกรณ์อีกหนึ่งแสนห้าหมื่นชิ้นที่ต้องจัดเตรียม อย่างน้อยๆ เกรงว่าต่อเดือนต้องจ่ายราวๆ สามแสนตำลึงเจ้าค่ะ” นี่คือประหยัดที่สุดแล้ว นับแต่โบราณการทำสงครามเป็นกิจกรรมที่เผาผลาญเงินที่สุดแล้ว