หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 836 เผาคนรวย (2)
ตอนที่ 836 เผาคนรวย (2)
ราวกับเข้าใจความคิดของหนานกงมั่ว มุมปากของคุณชายเว่ยยกยิ้มขึ้นบางๆ เลื่อนมือไปจับผมที่อยู่ข้างแก้มทัดหูให้นาง
“อู๋สยาไม่พอใจหรือ”
หนานกงมั่วกลอกตาจับมือเขาเอาไว้ ส่ายศีรษะพลางเอ่ยถาม “ท่านคิดว่าหนิงอ๋องจะตกลงหรือไม่” ความคิดในการจ่ายเงินจ้างกองทัพเป็นความคิดที่ล้ำหน้ามาก แต่หนิงอ๋องจะตกลงหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่อง อย่างไรเสียกองกำลังไท่หนิงก็เป็นไพ่ที่แข็งแกร่งที่สุดในมือของหนิงอ๋อง หนิงอ๋องอาจทำใจไม่ได้ก็เป็นได้
เว่ยจวินมั่วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “การตอบตกลงมีโอกาสกว่าเจ็ดส่วน ข้าต้องการเพียงแสนห้า”
นี่อยู่ในจำนวนที่หนิงอ๋องรับได้ ว่ากันว่ากองกำลังไท่หนิงมีอยู่สองแสนห้าหมื่นนาย แต่ตัวเลขที่น่าเชื่อถือที่พวกเขารู้มามีมากกว่าสามแสน เว่ยจวินมั่วต้องการเพียงแสนห้าไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ ทั้งไม่ให้หนิงอ๋องต้องกังวลเกินไปหากต่อไปเขาไม่อาจควบคุมกองทัพได้จนเกิดความวุ่นวายขึ้นมา และยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของสีโจวกระทั่งได้รับเงินจำนวนมาก ยามนี้ราชสำนักทำสงครามกับโยวโจว ใช่ว่าสีโจวจะไม่ได้รับผลกระทบ ขบวนพ่อค้าที่มาถึงสีงโจวไม่อาจเดินทางไปต่อได้ เส้นทางการค้ากระทั่งเสบียงอาหารไม่แน่ว่าอาจขาดหายไปในภายภาคหน้า เว่ยจวินมั่วสัญญาว่าจะเปิดเส้นทางให้เขานับว่าเป็นสิ่งล่อใจได้เป็นอย่างดี หากในเมืองสีโจวไม่มีศึกสงคราม การเลี้ยงทหารหลายแสนไว้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
หนานกงมั่วเอ่ยถาม “จวนเยี่ยนอ๋องมีเงินมากมายเพียงนั้นเลยหรือ” จะว่าไป การยืมทหารจ่ายมากกว่าค่าใช้จ่ายของทหารโยวโจวโดยตรงด้วยซ้ำ เนื่องจากอยู่ในภาวะสงคราม การเงินของโยวโจวเองก็ไม่ดีนัก เยี่ยนอ๋องยอมควักเงินหนึ่งล้านตำลึงเพียงเพราะเว่ยจวินมั่วที่ไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่อย่างนั้นหรือ
เว่ยจวินมั่วส่ายศีรษะ มองหนานกงมั่ว “เสด็จลุงให้มาเพียงหนึ่งล้านตำลึง”
“หมายความว่า เงินที่เหลือเราต้องจัดการกันเองหรือ” หนานกงมั่วเอ่ย ไม่ได้เป็นผู้ดูแลบ้านไม่รู้หรอกว่าของใช้ในบ้านราคาเท่าใด เมื่อครั้งนั้นเห็นคุณชายเว่ยยอมจ่ายห้าแสนในครั้งเดียว หนานกงมั่วรู้สึกว่าเชื้อพระวงศ์นั้นร่ำรวย แต่เมื่อรู้จักพวกเขาแล้วจึงรู้ว่าเชื้อพระวงศ์เองก็มีสิ่งที่ยากลำบากของเชื้อพระวงศ์ อย่างเช่นคลังที่อาจร่อยหรอไปตามกาลเวลา เช่นกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวที่ใช้เงินราวกับเทน้ำเทท่า อย่างเช่นซื่อจื่อจวนเยี่ยนอ๋องไม่ได้ร่ำรวยเหมือนนางเป็นต้น
หนานกงมั่วดวงตาวาวชั่วครู่ ในสมองมีแสงวูบขึ้นมา “ท่านหมายความว่า กองกำลังไท่หนิงที่ยืมมาเหล่านี้ต่อไปจะขึ้นอยู่กับท่านอย่างนั้นหรือ” ไม่มีข้อดีเลยสักนิด คุณชายเว่ยจะจ่ายเงินหลายล้านตำลึงทิ้งอย่างนั้นหรือ ต่อให้เป็นลุงของตนเองแต่ก็คงไม่ต้องใจกว้างเพียงนี้กระมัง
คุณชายเว่ยพยักหน้าเบาๆ
หนานกงมั่วเงียบไปนาน สุดท้ายจึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ท่านคิดจะ…คืนคนให้กับหนิงอ๋องหรือไม่”
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเบา “แน่นอนว่าต้องคืน แต่ถ้าพวกเขาไม่ยอมกลับไปนั่นไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้ว”
“…” ท่านมั่นใจเพียงนั้นเลยหรือ
หนานกงมั่วก้มหน้าคิดคำนวณอยู่นาน ก็ได้ ถือว่าจ่ายเงินซื้อกองทัพทหารก็แล้วกัน เช่นนี้การค้าขายครั้งนี้จะถือว่าคุ้มค่า อย่างไรเสียเห็นชัดว่าเว่ยจวินมั่วไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับอำนาจในกองกำลังรักษาการณ์โยวโจว แต่หากพวกเขาทั้งสองสร้างกองกำลังขึ้นมาด้วยมือเปล่า เริ่มตั้งแต่ก่อตั้งไปจนถึงเป็นกำลังสงครามได้ ใช้เวลาไม่ถึงปีครึ่งคงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน กระทั่งกลายเป็นทหารที่ผ่านการรบมามากมายอย่างกองกำลังไท่หนิงเช่นนี้ แปดปีสิบปียังนับว่าน้อย ค่าใช้จ่ายระหว่างนี้เงินหนึ่งล้านไม่อาจแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน
พ่นลมหายใจออกมา หนานกงมั่วเอ่ยถาม “ท่านมีแผนเยี่ยงไร บอกข้ามาทั้งหมด ครั้งนี้ไม่แข่งกับท่านแล้ว” กับเรื่องทำศึกสงคราม หนานกงมั่วไม่ชอบการแข่งขันนัก เรื่องที่ไม่เชี่ยวชาญคือไม่เชี่ยวชาญ ไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาว่าตนเองมีความสามารถไปทุกๆ ด้าน ราวกับตนเองไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้
เว่ยจวินมั่วยื่นมือไปดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด จูบลงไปบนเส้นผมดำขลับหนึ่งครั้ง จากนั้นเอ่ยเล่าถึงแผนการของตนเองด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ฟังแผนการของเว่ยจวินมั่วจบ ก็เป็นเวลาสองเค่อไปแล้ว หนานกงมั่วมองนิ่งอึ้งไปยังใบหน้าเย็นชาหล่อเหลา พูดไม่ออกอยู่นาน นางยังไปเล่นกับหนิงอ๋องอยู่ตั้งนาน เว่ยจวินมั่วกลับวางแผนไปไกลแล้ว มิน่าเล่าไม่ว่าหนิงอ๋องจะเจ้าเล่ห์เพียงใดเขาก็ยังนิ่งสงบอยู่ได้
“หากหนิงอ๋องไม่ยินยอม ท่านจะทำเช่นไร” หนานกงมั่วเอ่ยถาม ด้วยนิสัยของหนิงอ๋อง มีความเป็นไปได้ที่เขาจะยืนยันไม่ตอบรับเพื่อเดิมพันกับเว่ยจวินมั่ว
เว่ยจวินมั่วครุ่นคิด “เดิมทีตั้งใจว่าจะทำให้เขาพิการแล้วค่อยว่ากัน” แต่เมื่อเห็นท่าทีสนอกสนใจของอู๋สยาแล้ว เขาคงทำลายความรู้สึกของนางไม่ได้
“ท่านไม่กลัวว่าหากเขาโมโหขึ้นมาแล้วจะต่อสู้จนตัวตายกับท่านหรือ” หนานกงมั่วเอือมระอา
“ข้าสังหารเขาได้ แต่เขาไม่อาจสังหารข้าได้”
ดังนั้นท่านจึงอาศัยว่าตนเองวรยุทธ์สูงสงคนอื่นสู้ท่านไม่ได้ไปรังแกเขาอย่างนั้นหรือ นี่เป็นสุภาพบุรุษจริงหรือ
“เขาเป็นเสด็จลุงของท่าน”
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “อืม ข้ารู้”
ดังนั้นเล่า ดังนั้น ไม่มีดังนั้นแล้วหรือ
หนานกงมั่วตกใจขณะเดียวกันก็นับถือความคิดแปลกประหลาดและความกล้าของเขา มิน่าเยี่ยนอ๋องให้ความสำคัญกับหลานผู้นี้มากกว่าบุตรชายทั้งสาม เว่ยจวินมั่วมีความสามารถในเรื่องนี้ราวกับพรสวรรค์ที่มีมาตั้งแต่เกิด แม้เขาจะแสดงออกมาน้อยมาก กระทั่งคล้ายกับไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างเชื้อพระวงศ์ ยืมทหารกับหนิงอ๋องจากทางใต้เฉินโจว แบ่งกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวออกเป็นตะวันออกตะวันตกสองเส้นทางล้อมโจมตีกองทัพของราชสำนัก ทำให้กองทัพของราชสำนักไม่อาจรับมือกับกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวไม่ได้ไม่พอ หากเดินทัพเข้าจินหลิงจากจิ่นโจวเฉินโจวได้อย่างราบรื่นเห็นชัดว่าสะดวกกว่าเดินทางจากโยวโจวเป็นไหนๆ อีกทั้งเฉินโจวสองปีมานี้สถานการณ์ไม่ดีนัก เรียกได้ว่าพื้นที่ห่างไกลประชาชนอยู่อย่างลำบากยากแค้น เซียวเชียนเยี่ยฮ่องเต้พระองค์ใหม่ผู้นี้ไม่เป็นที่พอใจในใจของประชาชนเท่าใดนัก หากพวกเขาทำดี อาจเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้โดยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อก็เป็นได้
นอกจากนี้เพียงกองกำลังไท่หนิงเคลื่อนออกจากสีโจว หนิงอ๋องอยากเรียกกลับคืนก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว
“ไยท่านจึงคิดทำเยี่ยงนี้ได้” หนานกงมั่วเอ่ยถามเสียงเบา
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “แบบนี้จะจบสงครามครั้งนี้ได้เร็วขึ้น อีกทั้ง…ข้าต้องการความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องพวกเจ้า” พวกเจ้านี้แน่นอนว่าหมายถึงหนานกงมั่ว องค์หญิงฉังผิงและเด็กๆ ทั้งสอง เยี่ยนอ๋องดีต่อองค์หญิงฉังผิงและเว่ยจวินมั่วเรื่องนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่เว่ยจวินมั่วไม่คิดว่าสิ่งนี้จะพึ่งพาได้ โลกหมุนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้เยี่ยนอ๋องไม่เปลี่ยนตลอดไป แต่เขาแก่ได้ตายได้ ที่พึ่งพิงได้จริงๆ คือกำลังและอำนาจในมือของตนเอง เว่ยจวินมั่วเข้าใจหลักการนี้มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเขาจึงอาศัยที่จวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องกดเขาจนไม่เป็นที่สนใจของอดีตฮ่องเต้ ละทิ้งตัวตนของการเป็นเชื้อพระวงศ์หันตัวเข้าสู่ยุทธภพตั้งแต่อายุสิบกว่า ก่อตั้งวังจื่อเซียวขึ้นมา ปีสองปีที่มาอยู่โยวโจวนี้ดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องทางการทหาร กระทั่งเยี่ยนอ๋องยัดมาในมือเขาก็ยังผลักออกไป มิใช่เพราะเขาไม่สนใจอำนาจจริงๆ แต่เขาเชื่อว่าอำนาจที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่อำนาจที่ได้รับจากคนอื่น แต่เป็นการเพียรพยายามของตัวเขาเอง แม้ตลอดปีสองปีมานี้คล้ายกับว่าเขาจะไม่ได้กุมอำนาจกองกำลังรักษาการณ์เมืองโยวโจวใดๆ แต่ชื่อเสียงและความสามารถในการรบของเขาได้ถูกส่งต่อกระจายไปทั่วกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวแล้ว แม้แต่กองกำลังไท่หนิงแห่งสีโจวที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของโยวโจวเองก็โด่งดังไปทั่วด้วยเช่นกัน
นี่ก็เป็นข้อแตกต่างของเว่ยจวินมั่วและเซียวเชียนเยี่ย เซียวเชียนชื่อ เชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย พวกเขาเพียงเฝ้ารออำนาจจากการประทานรางวัลและแย่งชิงจากผู้อาวุโส ทว่าสิ่งที่เว่ยจวินมั่วแสวงหาคือ ข้าอยากได้ ข้าจะสร้างมันขึ้นมาเอง