หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 802 จิตใจของผู้หญิง (2)
ตอนที่ 802 จิตใจของผู้หญิง (2)
หนานกงมั่วกอดแขนเว่ยจวินมั่วเดินเล่นในจวนเยี่ยนอ๋องอย่างสบายใจ ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มบาง ท่าทีสบายใจ กลับมาถึงเมืองโยวโจวแล้ว คุณชายเว่ยไม่สนใจเรื่องในมือชั่วคราว ทุกวันเอาแต่อยู่กับภรรยาและลูก ดูแลบุตรชายและบุตรสาวด้วยความสบายใจจนทำให้สามพี่น้องตระกูลเซียวอิจฉา สามีภรรยาคู่นี้ไม่รู้สึกว่าสงครามกำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เลยหรือ
“เจ้าใช้ชีวิตสบายใจเช่นนี้ทุกวัน ไม่เป็นไรจริงหรือ” นึกถึงใบหน้าไม่พอใจของคุณชายเซียวสามยามที่บังเอิญเจอกับเซียวเชียนจย่ง หนานกงมั่วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความรู้สึกผิด นางรู้ดีว่าที่เว่ยจวินมั่วใช้ชีวิตสบายใจเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีสิ่งใดต้องทำ เยี่ยนอ๋องไม่มีทางปล่อยหลานชายที่มีความสามารถอยู่เฉยๆ ทั้งที่ตัวเองกำลังยุ่งวุ่นวายแน่นอน แต่เพราะว่าเว่ยจวินมั่วไม่สนใจเรื่องทุกอย่างเพราะนางได้รับบาดเจ็บ ส่วนเยี่ยนอ๋อง แม้บางครั้งจะใช้อำนาจอย่างไร้เหตุผลไปบ้าง แต่ก็รู้สึกผิดต่อหลานสะใภ้ที่ได้รับบาดเจ็บเพราะช่วยปกป้องเมืองให้ เพราะ…หนานกงมั่วไม่ได้ปกป้องเมืองเพื่อเสด็จลุงของเว่ยจวินมั่ว และยิ่งมิใช่เพื่อพระชายาเยี่ยนอ๋องหรือองค์หญิงฉังผิง เพราะถึงแม้เมืองจะแตก หากนางอยากจะหนีไปก็ไม่มีใครหยุดนางได้
เช่นนี้แล้วจวนเยี่ยนอ๋องจึงมีคนส่วนหนึ่งกำลังยุ่งวุ่นวาย ส่วนคนอีกส่วนหนึ่งกลับกำลังเดินชมดอกไม้ หยอกล้อบุตรของตนเองอยู่
คุณชายเว่ยเลิกคิ้ว “มีปัญหาอันใดหรือ”
หนานกงมั่วกะพริบตา “แม่ทัพเซวียและแม่ทัพเฉินคงจะจับมือกับอี้ชุนโหวแล้วหรือไม่ ถึงแม้ท่านจะไม่ต้องลงสนามรบ แต่หากกองหลังต้องการความช่วยเหลือ ท่านก็ควรช่วยเหลือ”
“ข้าไม่ได้สกุลเซียวสักหน่อย” คุณชายเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ “หากข้าทำทุกอย่าง แล้วยังจะมีพวกเขาไว้ทำไมกัน”
หนานกงมั่วยิ้ม คิดดูแล้วเว่ยจวินมั่วก็เอ่ยถูกต้องแล้ว ไม่ว่าเยี่ยนอ๋องจะให้ความสำคัญกับเว่ยจวินมั่วมากเพียงใด ทว่าก็ไม่ควรเกินเลยเซียวเชียนชื่อสามพี่น้อง หากเว่ยจวินมั่วจัดการเรื่องทุกอย่าง พวกเขาจะคิดเช่นไร เจ้ามีความสามารถมากเช่นนั้นหรือ
“ก็ได้” หนานกงมั่วไม่เอ่ยอันใดต่อ นางยิ้มแล้วจึงเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราพาลูกไปอยู่ที่เขาชุ่ยเวยดีหรือไม่ จะได้ให้ลูกๆ คุ้นชิน เชิญท่านแม่ไปด้วยดีหรือไม่” คุณชายเว่ยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เขาคิดว่าเป็นความคิดที่ดี กำลังจะพยักหน้าตอบพลันได้ยินสุรเสียงเยี่ยนอ๋องดังขึ้นมาไม่ไกลนัก “พวกเจ้าทั้งสองคุยอันใดกันอยู่”
ทั้งสองหันหน้าไปมอง เห็นเยี่ยนอ๋องและกงเสี่ยวเตี๋ยเดินมาด้วยกันบนทางเดินในสวนดอกไม้ หนานกงมั่วหันไปมองเว่ยจวินมั่วแล้วเลิกคิ้ว “ช่วงนี้เสด็จลุงดูสบายใจไม่น้อย”
คุณชายเว่ยยิ้มหยัน พลันเอ่ยเสียงเรียบ “อู๋สยาเอ่ยว่าอยากไปอยู่บนเขาชุ่ยเวยสักสองสามวันพ่ะย่ะค่ะ จึงอยากชวนเสด็จแม่ไปด้วยกัน”
เยี่ยนอ๋องส่งเสียงหึ “พวกเจ้าช่างเป็นลูกกตัญญูเสียจริง ไม่ลืมชวนเสด็จแม่ไปด้วยงั้นหรือ ข้าอยู่ที่โยวโจวมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยว่าทิวทัศน์ของเขาชุ่ยเวยสวยงามแค่ไหนถึงได้ทำให้พวกเจ้าลืมไม่ลงเช่นนี้“
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความอิจฉาใช่หรือไม่ หนานกงมั่วกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยิ้มพลางเอ่ย “หากเสด็จลุงว่าง ไม่สู้ไปกับเสด็จป้าด้วยดีหรือไม่เพคะ” ตัวเองก็แทบไม่มีเวลาอยู่แล้ว ยังต้องสู้ให้รู้แพ้ชนะอีกหรือ
แต่กงเสี่ยวเตี๋ยที่อยู่ข้างๆ กลับไม่ค่อยเต็มใจ ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “จวิ้นจู่เอ่ยถูกแล้ว ท่านอ๋อง ไม่สู้เราก็ไปด้วยดีหรือไม่เพคะ”
ใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายเว่ยเย็นชาลง เอ่ยเสียงเรียบ “หากเสด็จลุงอยากไป ก็เชิญเสด็จป้าไปด้วยดีกว่า”
ทุกคนตกใจ หนานกงมั่วเหลือบมองเว่ยจวินมั่วด้วยความแปลกใจแต่กลับไม่เอ่ยอันใด เว่ยจวินมั่วสีหน้าเย็นชา คนที่ไม่ชอบใส่ใจเรื่องผู้อื่น ทว่ายามนี้ทำไมกลับมายุ่งเรื่องส่วนตัวของเยี่ยนอ๋อง แต่ว่า…เขากำลังโจมตีกงเสี่ยวเตี๋ย และการที่สุภาพบุรุษอย่างคุณชายเว่ยโจมตีสตรีอย่างกงเสี่ยวเตี๋ยนั้นย่อมดูไม่ค่อยดีสักเท่าใดนัก
ท่าทีของกงเสี่ยวเตี๋ยค่อนข้างรุนแรงทีเดียว ถูกปฏิเสธอย่างไม่อ้อมค้อมเช่นนี้ สตรีที่บอบบางไม่อาจรับได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงกงเสี่ยวเตี๋ยที่กำลังตั้งครรภ์ อีกทั้งนางยังไม่ใช่สตรีที่แข็งแกร่งและใจกว้าง กงเสี่ยวเตี๋ยน้ำตาคลอ ดวงตาแดง เอ่ยว่า “คุณชายเว่ยไม่พอใจอันใดเสี่ยวเตี๋ยหรือไม่”
คุณชายเว่ยเหลือบมองนาง จากนั้นจึงหันหน้ามาจูงหนานกงมั่วเดินออกไป
ทางด้านหลัง กงเสี่ยวเตี๋ยสีหน้าซีดขาว
“ท่านอ๋อง…” หันไปมองด้านข้างก็เห็นเพียงสีหน้าเฉยเมย หลุบตาลงต่ำ ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ กงเสี่ยวเตี๋ยน้ำตาคลอ ดึงแขนอาภรณ์ของเขา
เยี่ยนอ๋องเงยหน้าขึ้นมองนาง ขมวดคิ้วเบาๆ แล้วเอ่ยว่า “ทำไมหรือ”
กงเสี่ยวเตี๋ยน้ำตาไหล เอ่ยทั้งที่ตัวสั่นเทา “ท่านอ๋อง คุณชายเว่ยรังเกียจหม่อมฉันหรือ หรือว่า…หม่อมฉันทำอันใดให้คุณชายเว่ยกับซิงเฉิงจวิ้นจู่ไม่พอใจหรือเพคะ” เยี่ยนอ๋องยกมือขึ้นลูบหลังนางเบาๆ แล้วปลอบใจนาง “คิดอันใดเหลวไหล เจ้าเด็กนั่นโมโหขึ้นมา แม้แต่ข้าเขายังไม่ไว้หน้า เจ้าไม่ต้องสนใจเขา”
“แต่ว่า…” กงเสี่ยวเตี๋ยยังอยากเอ่ยบางอย่าง
“เอาล่ะ” เยี่ยนอ๋องเอ่ยด้วยท่าทีเคร่งขรึม น้ำเสียงของเขาฟังดูหนักแน่นกว่าเมื่อครู่ แต่กลับมองกงเสี่ยวเตี๋ยด้วยสีหน้าอ่อนโยนดังเดิม กงเสี่ยวเตี๋ยหัวใจเต้นแรง นางไม่แน่ใจว่าเขาโมโหหรือไม่จึงก้มหน้าลง เยี่ยนอ๋องจับมือนางเดินกลับไปพลางเอ่ยว่า “จวินมั่วเป็นคนเย็นชา นอกจากอู๋สยาและฉังผิง เขาไม่เคยไว้หน้าใคร เจ้าดูแลตัวเองให้ดี อย่าไปยั่วโมโหเขา เขาไม่มีทางทำให้เจ้าลำบากใจ”
“เพคะ…ท่านอ๋อง” กงเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยเบาๆ ถือโอกาสตอนที่เยี่ยนอ๋องก้มหน้าลงครุ่นคิด จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างรวดเร็ว จะว่าไปแล้ว เยี่ยนอ๋องดีกับนาง ในชีวิตนี้เขาคือคนที่ดีกับนางมากที่สุด แต่จิตใจของเยี่ยนอ๋องช่างยากแท้หยั่งถึง นางหน้าตางดงาม ถึงแม้เยี่ยนอ๋องจะมองหน้านางแล้วตกอยู่ในภวังค์เป็นครั้งคราว แต่นางกลับไม่เคยเห็นสายตาทึ่งรวมถึงความหลงใหลของผู้ชายทั่วไปจากเยี่ยนอ๋องเลย ที่จริงแล้วนางไม่ได้โง่เขลาเหมือนที่กงอวี้เฉินคิด อย่างน้อย…นางก็ดูออกว่าชายคนหนึ่งหลงใหลต่อนางจริงหรือไม่ แต่ว่าหากเยี่ยนอ๋องมีท่าทีหลงใหลนางจริงๆ… นึกถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลของผู้ชายเหล่านั้น กงเสี่ยวเตี๋ยก็อยากจะอาเจียน
เยี่ยนอ๋องคือท่านอ๋องที่สูงส่ง แม้แต่พี่ใหญ่ก็ยังหวาดกลัวเขา ไม่เช่นนั้นคงไม่พยายามส่งสายลับมาอยู่กับเขา ผู้ชายเช่นนี้…จะลุ่มหลงในสตรีได้เช่นไร แต่ว่าถึงแม้เขาจะไม่ลุ่มหลงต่อนาง แต่ขอเพียงเขาดีกับนางต่อหน้าทุกคน ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ
แต่ว่า…เยี่ยนอ๋องดีต่อนางจากใจจริงเช่นนั้นหรือ นึกถึงท่าทีที่เฉยเมยของเยี่ยนอ๋องเมื่อครู่แล้ว กงเสี่ยวเตี๋ยเริ่มไม่แน่ใจนัก ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเอง กงเสี่ยวเตี๋ยหยุดเดิน
“ทำไมหรือ” เยี่ยนอ๋องหยุดเดินแล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย กงเสี่ยวเตี๋ยกัดริมฝีปากตัวเองแล้วเอ่ยว่า
“ท่านอ๋อง…ข้า ข้ากลัวเพคะ”
“กลัวอันใด”
กงเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยเบาๆ “ลูก…หากลูกของเราคลอดออกมา ท่านจะรักเขาหรือไม่เพคะ”
เยี่ยนอ๋องหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “แน่นอนอยู่แล้ว ลูกของข้า หากข้าไม่รักเขาแล้วใครจะรัก”
ใครจะรักหรือ ท่านยังดีกับคุณชายเว่ยมากกว่าลูกชายทั้งสามของตัวเองเสียอีก