หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 793 พวกนางตัดสินใจ (1)
ตอนที่ 793 พวกนางตัดสินใจ (1)
หันกลับไป มองเห็นคุณชายเสียนเกอในอาภรณ์สีขาวเดินมาจากเส้นทางที่นางเดินมาก่อนหน้า
คุณชายเสียนเกออยู่ในอาภรณ์สีขาวราวกับหิมะ สง่างามโดดเด่น บนใบหน้ามีรอยยิ้มสบายๆ เมื่อสายตามองไปยังกงเสี่ยวเตี๋ยทำให้นางเกิดสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ผู้นี้คือ” คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้ว
กงเสี่ยวเตี๋ยกัดริมฝีปากเล็กน้อย เอ่ย “คารวะคุณชายเสียนเกอ ครั้งก่อนพวกเราเคยเจอกันที่เรือนเตี๋ย”
คุณชายเสียนเกอไม่ใส่ใจ “จำไม่ได้” ไม่มองกงเสี่ยวเตี๋ยอีก ทว่าก้มลงมองหนานกงมั่วที่กำลังนั่งพิงหลังกับต้นไม้ หนานกงมั่วยิ้มตาหยียื่นถ้วยชาออกมาหนึ่งใบ “ศิษย์พี่ เชิญดื่มชา”
คุณชายเสียนเกอเดินไปนั่งลง รับแก้วที่สาวใช้นำมาให้ เอ่ย “เจ้าช่างว่างเสียเหลือเกิน”
หนานกงมั่วยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ข้ายุ่งขึ้นมาศิษย์พี่ก็ไม่พอใจ ว่างแล้วท่านก็ไม่พอใจอีก” แสดงท่าทางท่านช่างเอาใจยากส่งให้เขา
คุณชายเสียนเกอเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “เด็กไร้หัวใจ ศิษย์พี่ของเจ้ายุ่งหัวหมุนเพราะเว่ยจวินมั่วเจ้าเด็กนั่น เจ้ากลับมาเอ่ยวาจาประชดประชันอยู่ที่นี่”
หนานกงมั่วกลอกตา “เพราะหลายวันมานี้ท่านรีดไถมามาก ดังนั้นจึงได้ยุ่งมิใช่หรือ”
“เหอะ…” คุณชายเสียนเกอมองศิษย์น้องอย่างรังเกียจ “สตรีเห็นแก่คนอื่น เป็นเช่นนั้น”
หนานกงมั่วยิ้ม “เอาล่ะศิษย์พี่ มีเรื่องใดเอ่ยมาตามตรงเลยเถิด ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟ ศิษย์น้องข้าจะทำให้ทุกอย่าง”
“บุกน้ำลุยไฟก็ไม่ต้องแล้ว” คุณชายเสียนเกอเอ่ย “เสด็จป้าเจ้าฟื้นแล้ว”
คุณหนูใหญ่หนานกงกัดฟัน “ไยท่านจึงไม่รีบเอ่ย” เอ่ยพร้อมกับลุกขึ้น ทว่าถูกคุณชายเสียนเกอขวางเอาไว้ “อย่าเพิ่งรีบไป พวกเรามาคุยเรื่องค่าหมอค่ายาเสียก่อน”
“นี่ไม่ใช่ควรคุยกับจวนเยี่ยนอ๋องหรือ” หนานกงมั่วงุนงง
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยัน “ไม่ใช่เห็นแก่หน้าของเจ้า เจ้าคิดว่าคุณชายอย่างข้าจะช่วยพวกเขาช่วยคนหรือ”
“ก็ได้” หนานกงมั่วถอนหายใจ “ศิษย์พี่ต้องการอันใด”
คุณชายเสียนเกอเอ่ย “ได้ยินมาว่าเมื่อหลายปีก่อน อดีตฮ่องเต้เคยประทานหญ้าหงส์เก้าใบให้กับเยี่ยนอ๋อง” หนานกงมั่วกะพริบตาปริบ เหมือนจะคุ้นหู คุณชายเสียนเกอเคาะศีรษะของนางไปหนึ่งครั้ง “ตั้งครรภ์หนึ่งครั้งโง่ไปสามปีเสียจริง ลองคิดให้ดี”
“ศิษย์พี่ นับตั้งแต่ข้าแต่งงานนับวันท่านยิ่งรุนแรงกับข้า” หนานกงมั่วกุมขมับ เอ่ยอย่างไม่พอใจ คุณชายเสียนเกอยิ้มเย็น “ข้าก็อยากอ่อนโยนกับเจ้า น่าเสียดายสามีเจ้าไม่ยอม”
หนานกงมั่วนวดศีรษะที่ไม่ได้เจ็บ เอ่ย “หญ้าหงส์เก้าใบ ทุกต้นเก้าใบ รูปร่างเหมือนหางหงส์ สีเขียว ปลายใบมีลายดอกไม้ ฤทธิ์ร้อน ห้าพิษ สามารถรักษาโรคเรื้อรังได้ ไม่ใช่ยาที่มีความพิเศษอันใดนี่ ท่านรู้ได้เยี่ยงไรว่าอดีตฮ่องเต้ประทานให้จวนเยี่ยนอ๋อง ต่อให้มีก็คงใช้ไปแล้วหรือไม่” ชื่อฟังดูน่ากลัว แต่ราคาเมื่อเทียบกับจำพวกโสมยังต่ำกว่า หายากแต่ก็เรียกไม่ได้ว่าล้ำค่า
“ศิษย์พี่ท่านจะเอามาทำอันใด” หนานกงมั่วเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
คุณชายเสียนเกอเอ่ย “เจ้าจะเข้าใจอันใด ว่ากันว่าต้นนั้นที่ฝ่าบาทประทานให้เยี่ยนอ๋องมีอายุเกือบร้อยปีแล้ว ทั่วทั้งต้นงดงามดั่งหยก”
หนานกงมั่วตกใจ “น่าสนใจ ข้าจำได้ว่า…หญ้าหงส์เก้าใบเป็นพืชปีเดียวหรือไม่ เกิดทุกปีตายทุกปี อายุเป็นร้อยปีมาจากที่ใด”
“ดังนั้น ช่วยไปเอามาให้ข้า” คุณชายเสียนเกอออกคำสั่งกับศิษย์น้อง
หนานกงมั่วยักไหล่ “หากมี เดี๋ยวข้าจะลองถามเสด็จป้าหรือเสด็จลุงให้” อย่างไรนางก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจวนเยี่ยนอ๋องมีอันใดเช่นนี้ เพียงแต่หมอธรรมดาทั่วไปเกรงว่าแม้แต่การใช้งานก็ยังไม่รู้ว่าใช้อย่างไร ดังนั้นหากมีจริงๆ ก็คงจะยังเหลืออยู่ ทั้งสองสนใจแต่เรื่องตัวเอง ทว่าปล่อยให้กงเสี่ยวเตี๋ยนั่งอยู่ตรงนั้นไม่มีใครสนใจ กงเสี่ยวเตี๋ยก็ไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน กระทั่งหนานกงมั่วลุกขึ้นเตรียมตัวเดินออกไปจึงได้รีบลุกขึ้นมาเอ่ยลาทั้งสองคน
มองแผ่นหลังของนางที่จากไป หนานกงมั่วฉงน “นางเพียงมาถามข้าว่าเสด็จลุงเยี่ยนอ๋องจะกลับมาเมื่อใดหรือ”
คุณชายเสียนเกอเอ่ยอย่างเกียจคร้าน” ตอนที่เจ้าตั้งครรภ์ก็คิดถึงเว่ยจวินมั่วเช่นกันมิใช่หรือ”
“แค่กๆ…” หนานกงมั่วเบิกตาโต จ้องคนตรงหน้านิ่ง “นางตั้งครรภ์หรือ”
“อย่าบอกข้าว่าเจ้าไม่รู้” คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้ว
“อย่าบอกข้า อยู่ห่างกันเพียงนี้เพียงมองปราดเดียวท่านก็รู้” หากเป็นเช่นนั้น คุณหนูใหญ่หนานกงคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติตนเองก็ไม่ต้องไปเสียเวลากับวิชาการแพทย์แล้ว ไม่พยายามที่ไหน เห็นอยู่ว่าโง่นี่นา คุณชายเสียนเกอมองศิษย์น้องที่น่ารักของตนด้วยสายตาราวกับมองคนโง่ “จะเป็นไปได้เยี่ยงไร ข้าเพียงเดินผ่านเรือนเตี๋ยได้กลิ่นจากยาที่สาวใช้ของนางยกมาว่ามีกลิ่นของยาบำรุงครรภ์ก็เท่านั้น”
“…”
พระชายาเยี่ยนอ๋องฟื้นแล้วเป็นเรื่องใหญ่ หนานกงมั่วไปถึงพระชายาเยี่ยนอ๋องกำลังพูดคุยกับบุตรชายทั้งสาม แม้กระทั่งซุนเหยียนเอ๋อร์และจูชูอวี้ยังต้องนั่งรออยู่ในห้องโถงรับแขก หนานกงมั่วเองก็ไม่ได้รีบร้อนเข้าไป เพียงแต่ลอบใช้กำลังภายในของตนทำเรื่องไม่เหมาะสมแอบฟังเล็กน้อย เพียงแต่พระชายาเยี่ยนอ๋องกำลังสั่งสอนถึงความรักและสามัคคีกันของลูกๆ ก็เท่านั้น ฟังเพียงไม่กี่ประโยคหนานกงมั่วก็เลิกฟังแล้ว
เฉินซื่อเองก็ถูกคนพาตัวมายังห้องโถงใหญ่ เซียวเชียนชื่อยังไม่ปลดนางนางก็ยังเป็นพระชายาซื่อจื่อจวนเยี่ยนอ๋องอยู่ ดังนั้นต่อให้ถูกกักขัง แต่ตลอดหลายวันมานี้ก็ไม่มีใครกล้าล่วงเกินนาง แต่ก็เพียงเท่านั้น ร่างกายของเฉินซื่อกลับซูบผอมลงไปมาก ไม่เห็นแสงอาทิตย์หลายวัน ใบหน้าก็ซีดขาว ความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำนางหวาดผวาได้ เห็นชัดว่าสติของนางเครียดเขม็งจนถึงขั้นหนักสุดแล้ว
เนิ่นนาน ราวกับว่าเฉินซื่อได้สติกลับมาในที่สุด พุ่งเข้ามาจับชายกระโปรงหนานกงมั่วเอาไว้ เอ่ย “พี่สะใภ้ พี่สะใภ้…ได้โปรดช่วยข้าด้วย”
หนานกงมั่วมองสตรีตรงหน้าแล้วถอนหายใจอยู่ในใจ เด็กสาวที่เดิมอายุยังไม่ถึงยี่สิบ ทว่าสภาพของเฉินซื่อในตอนนี้กลับดูเหมือนสามสิบต้นๆ ไปเสียแล้ว
จูชูอวี้หลุบตาลง เอ่ยเนิบนาบ “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านอย่าได้ทำให้พี่สะใภ้ต้องลำบากใจเลย เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอย่าว่าแต่พี่สะใภ้ ต่อให้เป็นลูกสะใภ้เช่นเราก็จนความสามารถ”
เฉินซื่อเงยหน้าขึ้นมาทันใด ดวงตาสิ้นหวังมองไปยังจูชูอวี้ จูชูอวี้เชยดวงตาขึ้น “พี่สะใภ้ใหญ่ พวกเราทำอันใดไม่ได้จริงๆ”
เฉินซื่อหันมองไปยังหนานกงมั่ว หนานกงมั่วนิ่งเงียบ
ซุนเหยียนเอ๋อร์นั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้ เรื่องเหล่านี้เดิมทีนางก็ไม่มีอำนาจเอ่ยสิ่งใดได้ ความหวังเดียวในตอนนี้คือสามารถคลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยเพียงเท่านั้น แม้รู้สึกว่าเฉินซื่อน่าสงสาร แต่ซุนเหยียนเอ๋อร์เข้าใจดีอยู่ในใจ ร่วมมือกับคนนอกวางยาแม่สามีเรื่องเช่นนี้อย่าว่าแต่เป็นจวนเยี่ยนอ๋อง ต่อให้เป็นครอบครัวธรรมดาเกรงว่าเฉินซื่อก็คงต้องตาย พวกนางที่เป็นลูกสะใภ้ก็ยิ่งไม่อาจเอ่ยปากได้
เห็นทั้งสามคนเงียบลง เฉินซื่อรู้สึกสิ้นหวังแล้วจริงๆ