หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 790 ท่านกลับมาแล้ว (3)
ตอนที่ 790 ท่านกลับมาแล้ว (3)
“เจ้าอยู่แล้วจะมีประโยชน์อันใด” หนานกงมั่วเอ่ยอย่างไม่พอใจ “แยกย้ายกันไปให้หมด”
“ทั้งหมดหรือ” เซียวเชียนจย่งชะงัก
หนานกงมั่วเอ่ย “ใช่ ไม่สู้แล้ว พวกเราทำเต็มที่แล้ว พวกเจ้าไปก่อน ปล่อยพวกเขาเข้าเมืองมา ระวังตัวด้วย อย่าถูกจับเอาได้เล่า”
เซียวเชียนจย่งมองหนานกงมั่ว จากนั้นหันไปมองหนานกงชวี่ เห็นชัดว่าทั้งสองต่างก็มีความคิดเช่นเดียวกัน ดวงตาที่เดิมก็แดงอยู่แล้วยามนี้น้ำตาไหลทะลักออกมา เขาเบิกตาโต เช็ดน้ำตาบนใบหน้าแรงๆ “ถ้าจะไปพวกท่านก็ไป ข้าจะตายเพื่อโยวโจว ฮือ…คุณชายอย่างข้าจะไม่ทำให้เสด็จพ่อต้องขายหน้า”
หนานกงมั่วครุ่นคิดว่าจะตีเขาให้สลบก่อนแล้วเอาตัวไปดีหรือว่าใช้เวลาสักหน่อยเพื่อบอกกับเขาว่าสิ่งใดคือการล่าถอยในสงคราม ด้านหลังพลันมีเสียงเรียบนิ่งทว่าทำให้คนหัวใจสั่นไหวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ร้องไห้อันใดกัน”
ทุกคนชะงัก หันไปมองร่างสูงที่ไม่รู้มายืนอยู่ในมุมหนึ่งของกำแพงตั้งแต่เมื่อไรโดยพร้อมเพรียง ภายใต้แสงไฟจึงมองเห็นไม่ชัดนัก รอจนเขาเดินออกมาจึงมองเห็นร่างในอาภรณ์สีคราม มือถือกระบี่ยาว รูปร่างสง่างาม ไม่ใช่เว่ยจวินมั่วแล้วจะเป็นใคร
“พี่…”
ดวงตาของเว่ยจวินมั่ววาวขึ้น เพียงตวัดมือ แสงสีเงินสะท้อนอย่างเย็นยะเยือก ทหารโจมตีเมืองที่เพิ่งปีนกำแพงขึ้นมาได้หงายหลังตกลงไป
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเย็น “เปิดประตูเมือง ให้พวกเขาเข้ามา ทหารทั้งหมดถอยไปอยู่ประตูเมืองชั้นใน” แม้ว่าเดิมเมืองโยวโจวเป็นเมืองหลวงของเป่ยหยวน แม้พื้นที่จะมิได้กว้างขวางเหมือนจินหลิง แต่ก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยรูปแบบของราชสำนักจงหยวน ถูกแบ่งออกเป็นเมืองชั้นนอกและชั้นในเช่นเดียวกัน เซียวเชียนจย่งไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเว่ยจวินมั่วเอ่ย เซียวเชียนจย่งจึงเหลือเพียงความกระตือรือร้น “ขอรับ”
แน่นอน หนานกงมั่วเอ่ยประโยคนี้เพราะไร้หนทาง ทว่าเว่ยจวินมั่วเอ่ยประโยคนี้เห็นชัดว่ามีแผนการอยู่ในใจ
เซียวเชียนชื่อและหนานกงชวี่มองสบตากัน เอ่ย “พวกเราจะจัดการเดี๋ยวนี้” ตามเซียวเชียนจย่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ชั่วครู่ราวกับว่าบนกำแพงเมืองนั้นมีเพียงคนสองคน เสียงต่อสู้ที่อยู่ใกล้ราวกับว่ามันห่างไกลออกไปนับพันลี้
“อู๋สยา” เว่ยจวินมั่วยกมือขึ้นมา สัมผัสลงไปบนใบหน้างามที่เลอะไปด้วยฝุ่น เช็ดคราบเลือดหนึ่งหยดที่เกาะอยู่เบาๆ
“ท่านกลับมาแล้วหรือ” มุมปากของหนานกงมั่วยกขึ้น ดวงตาเปล่งประกายแห่งความสุขและความยินดี
เว่ยจวินมั่วก้มหน้าลง ชนหน้าผากของตนเข้ากับหน้าผากของนาง “ข้ากลับมาแล้ว บาดเจ็บที่ใดหรือ”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “ท่านได้ยินว่าข้าบาดเจ็บจึงรีบกลับมาก่อนอย่างนั้นหรือ” ที่จริงเว่ยจวินมั่วเป็นผู้นำทัพ ตามหลักแล้วควรอยู่เป็นผู้สั่งการ แต่ว่าตอนนี้เว่ยจวินมั่วมาถึงที่นี่แล้วทว่ากองทัพยังไม่ทันได้เห็นแม้เพียงเงา “เช่นนี้…จะไม่เป็นไรหรือ”
“ในเมื่อเสด็จลุงยกทหารให้กับข้าแล้ว ข้าจะรบอย่างไรก็เป็นเรื่องของข้า” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “บาดเจ็บที่ใด”
หนานกงมั่วก้มลงไปมองหัวไหล่ แม้จะมียาวิเศษของคุณชายเสียนเกอ แต่วันนี้เคลื่อนไหวต่อสู้ทั้งวัน บาดแผลจึงฉีกแล้ว บนไหล่มีรอยเลือดจางๆ ดวงตาสีม่วงของคุณชายเว่ยตึงเครียดขึ้นมา ยกมือขึ้นไปสัมผัสไหล่ของนางเบาๆ จากนั้นย่อตัวไปอุ้มนางขึ้นมา แล้วลอยลงไปจากบนป้อมกำแพง
อิงแอบอยู่ในอ้อมอกของเว่ยจวินมั่ว หนานกงมั่วยกยิ้มเจื่อนขึ้นมา นางบาดเจ็บที่ไหล่นะไม่ใช่ที่ขา เพียงแต่…กำลังรู้สึกเหนื่อยเลย ซบลงกับแผ่นอกกว้าง หนานกงมั่วหาวเบาๆ พร้อมหลับตาลงอย่างสบายใจ
ด้านนอกเมือง ทหารที่เดิมกำลังโจมตีเมืองอยู่เมื่อเห็นทหารเฝ้าป้องกันเมืองพลันล่าถอยไปก็อดที่จะตกใจไม่ได้ เดิมเห็นอยู่ว่าใกล้จะสำเร็จแล้ว แต่ความสำเร็จนี้มารวดเร็วและกะทันหันจนทำให้เกิดความสงสัยโดยไม่อาจเลี่ยงได้ นี่เป็นแผนการอันใดหรือไม่ เห็นอยู่ว่ายังสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้อีก ไยจึงแยกย้ายกันไปกะทันหันเช่นนี้เล่า ในเมืองโยวโจวจะหนีไปอยู่ที่ใดได้ หรือว่าจะเปลี่ยนไปเฝ้าประตูเมืองด้านใน ประตูเมืองด้านนอกก็ป้องกันไม่ได้ ประตูเมืองด้านในยิ่งจะป้องกันยากกว่า คิดจะเล่นสงครามเมืองหรือ ชาวเมืองที่ไม่เคยต่อสู้เอาแต่หาเลี้ยงชีพมาเล่นสงครามเมืองกับทหารที่มีประสบการณ์ผ่านศึกสงครามไม่ใช่รนหาที่ตายหรอกหรือ หรือในเมืองจะมีการซุ่มโจมตีอย่างนั้นหรือ
ลังเลอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจส่งคนจำนวนน้อยเข้าไปดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยว่ากัน หากไม่มีปัญหาใดค่อยยกทัพบุกโจมตีเข้าไปในเมือง อย่างไรเสีย…อย่างอื่นไม่ต้องเอ่ยถึง ซิงเฉิงจวิ้นจู่นั้นเดิมทีมีชื่อเสียงเรื่องความเจ้าเล่ห์ และคนป้องกันเมืองผู้นี้ดูแล้วไม่ใช่คนไร้ความสามารถ
หนานกงมั่วรู้สึกดีขึ้นหลังจากหลับไปนาน ลืมตาขึ้นมาด้านนอกยังคงมืดมิด ไกลออกไปยังคงมีเสียงต่อสู้ดังเข้ามา ทว่าชายหนุ่มที่อุ้มนางมาก่อนหน้านี้ไม่เห็นแม้แต่เงา ทำให้นางใจลอยโดยไม่รู้ตัวอยู่ชั่วครู่ ไม่นานจึงหัวเราะออกมาเบาๆ
“อู๋สยาตื่นแล้วหรือ” องค์หญิงฉังผิงเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว มองเห็นหนานกงมั่วกำลังนั่งอยู่บนเตียงจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หลายวันมานี้เจ้าเหนื่อยไม่น้อย ไยจึงไม่พักผ่อนให้ดีเล่า”
“จวินมั่ว…” หนานกงมั่วเอ่ย องค์หญิงฉังผิงเอ่ยขึ้น “เรื่องอื่นที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจวินเอ๋อร์เถิด ไม่ต้องกังวล จวินเอ๋อร์ไปที่ป้อมกำแพงเมือง ก่อนไปยังกำชับข้าว่าไม่ให้เจ้าออกไปไหนทั้งสิ้น” บุตรชายกลับมา เห็นชัดว่าองค์หญิงฉังผิงคลายความกังวลไปมากทีเดียว รู้สึกผ่อนคลายลงไปมาก
เห็นท่าทางหนักแน่นขององค์หญิงฉังผิง หนานกงมั่วจึงทำได้เพียงยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา พิงตัวกับหัวเตียง “เสด็จแม่ หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ”
“ไม่เป็นไรอันใดกัน บาดเจ็บแล้วยังออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้พี่สามเอาคนออกไปหมดไยจะต้องมาให้เจ้าที่เป็นสตรีต้องมาลำบากเพียงนี้ แม้แต่ซั่นจยาจวิ้นจู่นั่นก็ไม่ได้…” องค์หญิงฉังผิงไม่ได้เอ่ยต่อ แม้จะบอกว่าผู้มีความสามารถทำงานได้มากกว่า แต่อย่างไรในใจก็รู้สึกไม่ยุติธรรมแทนลูกสะใภ้ อู๋สยาเพิ่งจะนั่งเดือนผ่านไปก็ต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้
หนานกงมั่วยิ้ม เอ่ย “น้องสะใภ้ทั้งสองคนหนึ่งกำลังตั้งครรภ์ อีกคนก็ไม่อาจมีกำลังทำอันใดได้ พระองค์จะยอมให้พวกนางไปอยู่ในสนามรบได้หรือเพคะ”
องค์หญิงฉังผิงยกมือกุมขมับ “เจ้าเด็กอย่างเจ้าช่างอวดดี มารดาเจ้าไม่มีความสามารถ ทำได้เพียงทำให้เจ้าต้องลำบากไปเสียทุกอย่าง”
“เสด็จแม่เอ่ยอันใดกันเพคะ” หนานกงมั่วยิ้มเอ่ย “หม่อมฉันรู้ เสด็จแม่รักหม่อมฉันที่สุดแล้ว”
“เด็กดี ข้าถึงได้รักเจ้า” องค์หญิงฉังผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ยาที่ศิษย์พี่ของเจ้าต้มมาให้ รีบดื่มเถิด”
สาวใช้ยกถ้วยยาเข้ามายังไม่ทันได้เข้าประตู สีหน้าของหนานกงมั่วพลันเจื่อนลง ไม่ต้องยกเข้ามานางก็ได้กลิ่นความขมนั่น ศิษย์พี่ท่านใส่หวงเหลียน[1]ไปกี่จินกัน
กล้ำกลืนดื่มลงไปในอึกเดียว องค์หญิงฉังผิงจึงกลับไปด้วยความพึงพอใจ ก่อนออกไปยังกำชับสาวใช้ห้ามนางออกจากเรือน ลงจากเตียงก็ไม่ได้ ถูกสาวใช้หลายคนตรงหน้าจับจ้อง หนานกงมั่วจึงทำเพียงถอนหายใจ สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้คือให้คนตามชวีเหลียนซิงมาหา ดึกดื่นเพียงนี้ชวีเหลียนซิงเองก็ยังไม่นอน ไม่เพียงยังไม่นอนนางยังดูมีชีวิตชีวา
“จวิ้นจู่ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ชวีเหลียนซิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หนานกงมั่วเอ่ยถาม “สงครามเป็นอย่างไรแล้ว”
ชวีเหลียนซิงเอ่ย “คุณชายเว่ยกลับมาแล้ว จวิ้นจู่ยังกังวลเรื่องนี้ไปไยเจ้าคะ”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นเขาเพียงคนเดียว ไม่เห็นว่าเขาจะนำทัพกลับมาเลยนี่นา”
[1] หวงเหลียน เป็นหนึ่งในสมุนไพรแห้ง ที่มีฤทธิ์เย็นและขมที่สุด ในทางการแพทย์แผนจีน มักใช้สำหรับการรักษาไฟของตับและหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรุกราน ม้าม กระเพาะอาหาร และปอดคุณสมบัติต่อต้านแบคทีเรียทำให้มีประโยชน์ในการรักษาการติดเชื้อในลำไส้