หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 788 ท่านกลับมาแล้ว (1)
ตอนที่ 788 ท่านกลับมาแล้ว (1)
“นั่นสิ” เซวียเสียวเสี่ยวเอ่ย “จวิ้นจู่ ท่านไม่ต้องกังวล พวกเราจะช่วยท่านปกป้องเมืองเอง” หนานกงมั่วยิ้มเจื่อนมองแล้วรีบห้ามนาง แม้ขอให้พวกนางช่วยเหลือทำงานได้ แต่หากทำให้คุณหนูเหล่านี้ต้องบาดเจ็บแม้เพียงนิด นางจะเอ่ยกับบิดามารดาของพวกนางอย่างไร ดึงเซวียเสียวเสี่ยวมายืนอีกฝั่ง เอ่ย “เจ้าบอกกับข้าก่อนเถิด จัดการได้อย่างไรแล้ว”
เซวียเสียวเสี่ยวหัวเราะหึ เอ่ย “ได้รับข่าวจากจวิ้นจู่ วันก่อนพวกเราก็เริ่มดำเนินการแล้ว พวกเราติดต่อฮูหยิน คุณหนูต่างๆ ส่งสาวใช้ให้ไปกระจายข่าวตามที่จวิ้นจู่ต้องการ มีคนนำแล้วไม่ว่าจะทำอันใดก็ง่าย ชาวเมืองหลายคนยินดีช่วยจวิ้นจู่ป้องกันเมือง ท่านดูสิ”
เซวียเสียวเสี่ยวชี้ไปยังด้านล่างป้อมกำแพงที่อยู่ด้านหลัง มองเห็นบุรุษสตรีต่างกอดเอาของมากมายตรงมายังป้อมกำแพง
เซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยต่างไม่คิดว่าสตรีที่ปกติแล้วดูไม่ได้มีประโยชน์นักจะมีความสามารถเช่นนี้ ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยคิดขอแรงให้ชาวเมืองมาช่วยป้องกันเมืองแต่เพราะว่าพระชายาเยี่ยนอ๋องสลบไสลยังไม่ฟื้นขึ้นมา ในเมืองก็ไม่มีใครมีบารมีเพื่อขอให้ชาวเมืองต้องยอมสละชีวิตของตนได้อีกแล้ว อย่างไรเสียทุกคนต่างก็เป็นคนต้าเซี่ย ต่อให้เมืองแตกแล้วผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนทั่วไปนั้นไม่ได้มีมากนัก อย่างน้อยทหารที่โจมตีเมืองเข้ามาได้ก็ไม่มีทางทำเรื่องเลวร้ายสังหารประชาชนมากมายดังเช่นที่เป่ยหยวนเคยทำ ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ได้มีอันตราย การขอร้องแล้วประชาชนตอบรับทันทีไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจเกิดขึ้นกับตัวเซียวเชียนชื่อที่เป็นซื่อจื่อหรือว่าเซียวเชียนจย่งหรือหนานกงมั่วก็ตาม
ชีวิตคนมิใช่นิยาย วีรบุรุษที่เพียงข่มขู่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยยินยอมถวายชีวิต นั่นมีเพียงในจินตนาการเท่านั้น
ทว่าสิ่งเหล่านี้แตกต่างจากผู้มีอำนาจในเมืองโยวโจว แม้พวกเขาจะไม่ได้มีอำนาจหรือบารมีดั่งเช่นเยี่ยนอ๋องหรือพระชายาเยี่ยนอ๋อง แต่อาศัยอยู่ในโยวโจวมาสิบกว่าปี อย่างไรก็ดีกว่าพวกเขาที่ยังอายุน้อย ยิ่งไปกว่านั้น แต่ละจวนตระกูลใดบ้างที่ไม่มีบ่าวไพร่มากกว่าสิบมากกว่าร้อยคน ใครบ้างจะไม่มีญาติพี่น้องและมิตรสหายเก่าแก่ ความสัมพันธ์นี้ค่อยๆ กระจายออกไป เพียงพอให้รู้สึกน่าทึ่ง มีคนเช่นนี้คอยช่วยเกลี้ยกล่อม ผลลัพธ์ดีกว่าเซียวเชียนชื่อและหนานกงมั่ววิ่งออกไปกล่าวยาวๆ เพื่อปลุกระดมทุกคนอยู่มาก นับตั้งแต่พระชายาเยี่ยนอ๋องสลบไปหนานกงมั่วก็เอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ เพียงแต่ความสำเร็จจะมากเพียงใดไม่ใช่สิ่งที่นางจะรับรองได้ เพียงลองดูสักครั้งเท่านั้น เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ได้ดูจะดีกว่าที่คิดเอาไว้
“เยี่ยมไปเลย” หนานกงมั่วเอ่ย “เสียวเสี่ยว เจ้าช่วยข้าแจ้งกับชาวเมืองที่มาช่วยป้องกันเมือง ป้องกันเมืองหนึ่งวัน จ่ายคนละสองตำลึง รอจนถึงกองกำลังสนับสนุนมาถึง ทุกคนจะได้รับรางวัลคนละห้าตำลึง หากมีคนบาดเจ็บล้มตาย ชดใช้ให้คนละสามสิบตำลึง”
“พี่สะใภ้…” เซียวเชียนชื่อเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ ยามนี้การสู้รบอยู่ในช่วงเริ่มต้น พวกเขาจะเอาเงินมากเพียงนั้นมาจากที่ใดกัน
หนานกงมั่วยิ้มบาง เอ่ย “ไม่ต้องกังวล หากไม่มีเดี๋ยวข้าจะจ่ายเอง”
นึกถึงสินเจ้าสาวมากมายของพี่สะใภ้ เซียวเชียนชื่อจึงต้องหุบปากลง
เซวียเสียวเสี่ยวพยักหน้าตอบรับอย่างจริงจัง เอ่ย “จวิ้นจู่วางใจเป็นพอ”
“ดีมาก” หนานกงมั่วมองหนานกงชวี่ด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่”
หนานกงมั่วหลุบตาลงครุ่นคิด เอ่ยเสียงเข้ม “คุณชายเซียวสาม ท่านพาคนไปเลือกชายหนุ่มร่างกายกำยำมาช่วยป้องกันเมือง ที่เหลือให้ไปหาหินในเมืองที่ยังพอหาได้ ท่อนไม้ก็ให้ขนขึ้นมาบนป้อมกำแพง จากนั้น…สตรีทั้งหมด ให้ช่วยทำลูกธนู ต้มน้ำร้อน ต้มน้ำมันร้อน”
“ขอรับ” เซียวเชียนจย่งไม่ถามอันใดมาก ตอบรับและหมุนตัววิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว
เซียวเชียนชื่อรีบเอ่ย “ข้าจะไปช่วยจัดการคนรวบรวมก้อนหินและไม้”
เดิมเซวียเสียวเสี่ยวยืนอยู่ด้านข้างฝั่งตะวันออกมองไปยังฝั่งตะวันตก สัมผัสได้ถึงสายตาของหนานกงชวี่ที่มองมา รีบหดลำคอเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว “พวกเราจะไปช่วยทำลูกธนู” แม้ว่าด้วยฝีมือของหนานกงชวี่อาจไม่สามารถเอาชนะเซวียเสียวเสี่ยวที่เกิดในตระกูลขุนพลได้ แต่หนานกงชวี่ในตอนนี้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและมีไอสังหาร ชุดที่ไม่ได้เปลี่ยนมาหลายวันเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ดวงตาคมที่แดงก่ำ ทำให้คุณหนูรองเซวียที่ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินต้องตกใจอยู่ไม่น้อย ไม่สนใจที่จะพูดคุยกับหนานกงมั่วต่อ รีบจับมือสหายและวิ่งหนีไป
มองเซวียเสียวเสี่ยวที่วิ่งออกไป หนานกงมั่วชะงักโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้สติกลับมาจึงพ่นเสียงหัวเราะออกมา หนานกงชวี่หันกลับไปมองนาง หนานกงมั่วรีบกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ เอ่ย “พี่ใหญ่ ท่านทำให้นางกลัวหรือ” ใบหน้าหนานกงชวี่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองทำให้ใครตกใจ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าสตรีผู้นั้นไยจึงต้องวิ่งเร็วเพียงนั้น เขาไม่มีแผนจะให้คุณหนูเหล่านี้มาช่วย อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่จะเก่งกาจเหมือนมั่วเอ๋อร์ เพียงแต่นี่ไม่สำคัญก็พอแล้ว
รอจนกระทั่งกองทัพที่บุกโจมตีเมืองพบว่าตีเมืองมาสองสามวันแล้ว คนบนกำแพงนั่นยิ่งตีก็ยิ่งเยอะขึ้นจึงโมโหขึ้นมา
“นี่มันเรื่องอันใดกัน ในเมืองโยวโจวมีคนมากเพียงใดกัน” ขุนพลผู้หนึ่งชี้ไปยังคนที่กำลังโยนก้อนหินลงมาด้านล่าง เอ่ยด้วยความโกรธ
อีกคนหรี่ตาลงมองดูดีๆ เอ่ยเสียงเข้ม “นั่นไม่ใช่ทหารประจำการ นั่นเป็นชาวบ้านธรรมดา” ในเมืองโยวโจวประชากรมีน้อยกว่าแสนคน…
“เอ่ยเช่นนี้…ชาวเมืองโยวโจวเองก็ก่อกบฏไปกับเยี่ยนอ๋องหรือ”
“เดิมเยี่ยนอ๋องมีชื่อเสียงมายาวนานในเมืองโยวโจว ยามนี้คนทั่วแผ่นดินกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องที่ฝ่าบาทกำจัดผู้ปกครองเมือง แน่นอนชาวเมืองโยวโจวคิดว่าเยี่ยนอ๋องเป็นผู้บริสุทธิ์…ต่อให้ก่อกบฏไปกับเยี่ยนอ๋องแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะจินตนาการได้” แม่ทัพเฉินเอ่ยพลางกัดฟัน
“เช่นนั้นตอนนี้ต้องทำเช่นไร กองทัพของเว่ยจวินมั่ว…อยู่ไม่ไกลจากเราแล้ว”
“จะทำอันใดได้เล่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องยึดโยวโจวเอาไว้ให้ได้ รอจนกว่ากองทัพของอี๋ชุนโหวจะมาถึง”
ห่างออกไปนับสิบลี้ เว่ยจวินมั่วและลิ่นฉังเฟิง เซียวเชียนเหว่ย กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของกองทัพ ตรงหน้าคือกองทหารมากกว่าหนึ่งหมื่นคนและแม่ทัพที่มีอายุกว่าครึ่งร้อยคนหนึ่งกำลังยืนขวางหน้าพวกเขา ที่นี่คือแนวป้องกันสุดท้ายก่อนจะถึงโยวโจว ถัดไปอีก คือกองทัพใหญ่ที่กำลังโจมตีเมืองโยวโจว แม่ทัพที่อยู่ด้านข้างถือดาบ ชี้ไปยังเว่ยจวินมั่ว “แม่ทัพเว่ย อดีตฮ่องเต้ปฏิบัติต่อท่านอย่างดี ท่านคิดจะร่วมมือกับทรราชจริงหรือ”
ลิ่นฉังเฟิงเบ้ปาก อดีตฮ่องเต้ดีกับเว่ยจวินมั่วนับว่าไม่ผิด แต่อย่างไรก็ไม่อาจสู้หลานของตนเองได้กระมัง ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความสัมพันธ์ของเว่ยจวินมั่วและเซียวเชียนเยี่ย ต่อให้อดีตฮ่องเต้รักเว่ยจวินมั่วประดุจหลานชายก็คงไม่อาจทำอันใดได้อยู่ดีมิใช่หรือ
เว่ยจวินมั่วสีหน้าราบเรียบ ดวงตาสีม่วงมีเพียงความหนักแน่นมั่นคง “ข้าถามเพียงประโยคเดียว จะหลีกทางหรือไม่”
แม่ทัพอายุเกินครึ่งร้อยยิ้มหยัน แน่นอนว่าไม่หลีก
เว่ยจวินมั่วเองก็ไม่เกรงใจ ออกคำสั่งเสียงเข้ม “บุกเข้าไป”
ในเมื่อสั่งบุก แม้ว่าเดิมทีทหารของสองฝ่ายไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ว่ากองกำลังของราชสำนักนั้นแบ่งทำสงครามสองสาย กระทั่งอาจไม่ได้มีเท่าสองสาย เพราะหวาดกลัวต่อฉายาในสนามรบของเว่ยจวินมั่ว เพื่อยืดเวลาคงต้องแบ่งทหารไปหลายทางเพื่อขัดขวางเว่ยจวินมั่ว การกระทำนี้ดูจะได้ผล แต่เมื่อแบ่งทหารออก จำนวนการตายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น สองสามวันมานี้ ถูกเว่ยจวินมั่วบุก ถูกเว่ยจวินมั่วบุกเข้าไป นี่มิใช่ครั้งแรก เพียงแต่บางทีอาจเป็นครั้งสุดท้ายก็เป็นได้