หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1096 ความกล้าต่อการยอมรับความพ่ายแพ้ (1)
ตอนที่ 1096 ความกล้าต่อการยอมรับความพ่ายแพ้ (1)
ชายหนุ่มที่ถูกจับแยกออกมาถูกหนานกงมั่วเชิญเข้าไปในวังหลวงด้วยรอยยิ้ม เซี่ยโหวและนายท่านตระกูลฉินแสดงออกมาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เอ่ยลาอยู่ตรงหน้าประตูวังหลวง องค์หญิงหลิงอี๋มองหนานกงมั่ว มองเซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยสองพี่น้องที่ยืนเป็นภาพพื้นหลังอยู่ด้านข้าง เม้มริมฝีปากก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เดิมทีอยากชวนอู๋สยาไปนั่งเล่นที่จวน ตอนนี้ดูเหมือนอู๋สยาจะไม่ว่างแล้ว”
หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เสด็จน้าเชิญ นับว่าเป็นวาสนาของอู๋สยาแล้ว พรุ่งนี้อู๋สยาจะไปเยี่ยมที่จวน ขอเสด็จน้าอย่าได้รังเกียจอู๋สยาถึงจะถูกเพคะ”
องค์หญิงหลิงอี๋หัวเราะมีความสุขมากขึ้น ตบหลังมือหนานกงมั่วเบาๆ เอ่ย “ยังเป็นวาจาของอู๋สยาที่ทำให้ข้ามีความสุข แต่ต่อไปไม่ต้องเรียกเสด็จน้าแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้ายุ่งมาก รอเสด็จแม่ของเจ้ากลับมาแล้ว อาจะไปเยี่ยมเจ้าและเด็กทั้งสองที่จวนดีกว่า”
องค์หญิงหลิงอี๋เป็นสตรีที่ฉลาดเป็นที่สุด นับตั้งแต่กองทัพโยวโจวเข้าใกล้เมืองหลวงนางก็ใช้ความฉลาดที่ไม่เหมือนใครของเชื้อพระวงศ์มองสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน นางเป็นอาของฮ่องเต้ไม่ผิด แต่ก็เป็นน้องสาวของเยี่ยนอ๋อง ไม่ได้ภักดีต่อฝ่ายใด ไม่ว่าใครเป็นฮ่องเต้ นางไม่ได้เป็นจั่งกงจู่ก็เป็นต้าจั่งกงจู่ขอเพียงนางไม่พาตนเองไปเข้าร่วมในสิ่งที่ไม่ควรเข้าร่วม สำหรับการแสดงออกที่ดีต่อหนานกงมั่วในตอนนี้ หนึ่งเพราะนางชอบความเปิดเผยเด็ดขาดของหนานกงมั่ว สองเป็นเพราะความสัมพันธ์กับพี่ห้า สามเพราะตัวตนของเว่ยจวินมั่วที่เป็นบุตรชายคนโตของพี่สาม ยามนี้เห็นได้ชัดว่าพี่สามนั้นให้ความสำคัญกับบุตรชายผู้นี้ยิ่งขึ้น เพื่ออนาคตการเป็นองค์หญิงภายใต้มือของเขา องค์หญิงหลิงอี๋ไม่คิดว่าการติดตามผู้ที่จะขึ้นครองบัลลังก์เป็นเรื่องน่าขายหน้า
“จริงสิ เชียนเหว่ย ของขวัญที่ภรรยาของเจ้าส่งมาให้ ข้าชอบมาก ฝากเจ้ากลับไปขอบใจนางด้วยเถิด” องค์หญิงหลิงอี๋เอ่ยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม เดินนำผู้คนออกไป
“พ่ะย่ะค่ะ เสด็จอา” เซียวเชียนเหว่ยเอ่ยอย่างนอบน้อม ใบหน้ากลับไม่ไหวติง มองไม่ออกถึงสีหน้า หากชอบจริงๆ จะมาเอ่ยบอกเพียงประโยคเดียวที่หน้าประตูวังหลวงแล้วก็หนีไปอย่างนี้หรือ
ทั้งสามหมุนตัวเดินเข้าวังหลวงไป กลุ่มคนที่ก่อเรื่องถูกพามารออยู่ในห้องโถงในตำหนักแห่งหนึ่ง เห็นพวกหนานกงมั่วเดินเข้ามา ต่างพากันกัดฟันหุบปาก ท่าทางดูไม่พอใจนัก หนานกงมั่วยิ้มหยันเบาๆ ราวกับไม่ใส่ใจ เดินไปนั่งลงด้านข้าง ยิ้มพลางเอ่ย “แม่ทัพเฉิน นั่งลงคุยกันก่อนเถิด”
เฉินอวี้ยกมือขึ้นประสานกล่าวขอบคุณ ก่อนจะนั่งลงไปอีกฝั่ง
หนานกงมั่วมองเซียวเชียนชื่อสองพี่น้อง เอ่ย “ข้าไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น เรื่องหลังจากนี้คงต้องรบกวนพวกเจ้าแล้ว” รอยยิ้มของเซียวเชียนชื่อขมขื่น ยกมือขึ้นประสาน เอ่ย “พี่…พี่สะใภ้ใหญ่ ข้ากับน้องรองไร้ความสามารถ ต้องรบกวนท่านแล้ว”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว หลังจากเยี่ยนอ๋องป่าวประกาศถึงชาติกำเนิดของเว่ยจวินมั่ว ในสามพี่น้องตระกูลเซียวนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนยอมรับ อีกทั้ง…เชียนชื่อ ตัวเจ้าเองรู้สึกว่าไม่มีความสามารถเพียงพอก็ช่างเถิด อย่าได้เอ่ยถึงคนอื่นไปด้วย เจ้าหันกลับไปมองสีหน้าของเซียวเชียนเหว่ยหรือไม่ มิน่าเล่าสามพี่น้องตระกูลเซียวทั้งๆ ที่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาทว่าความสัมพันธ์กลับไม่ดี
เซียวเชียนชื่อกลับไม่ได้ไม่มีตาอย่างที่หนานกงมั่วคิด อย่างน้อยเขาเอ่ยเช่นนั้นออกไปเซียวเชียนเหว่ยจะไม่พอใจเขาเองก็รู้ แต่ไม่พอใจแล้วอย่างไร เดิมทีเขาก็ไม่เคยคาดหวังให้น้องชายสองคนนั้นเคารพพี่ใหญ่อย่างเขา แต่เรื่องที่หน้าประตูวังหลวงเมื่อครู่เซียวเชียนชื่อเสียใจจริงๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กในสายตาคนนอก อาจคิดเพียงว่าเซียวเชียนเหว่ยให้ความเคารพพี่ชาย ทุกเรื่องให้พี่ชายเป็นผู้นำ แต่เซียวเชียนชื่อรู้ดี เซียวเชียนเหว่ยเพียงไม่ยอมออกหน้าทำให้ตระกูลขุนนางพวกนั้นต้องขุ่นเคืองใจ เดิมทีรู้ตัวตนของเว่ยจวินมั่ว ความสัมพันธ์ของเซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยมีโอกาสดีขึ้น อย่างไรเมื่อเทียบกับพวกเขาสองพี่น้อง เว่ยจวินมั่วนับเป็นคนนอก แต่เซียวเชียนเหว่ยกลับไม่คิดรักษาความสัมพันธ์ของพวกเขาพี่น้อง และไม่มีความคิดแสดงตัวออกหน้ารับความกดดันและความยากลำบากไปกับพี่ชาย ในเมื่อเซียวเชียนชื่อไม่ได้โง่เขลา เมื่อตนมองเห็นเขาทำเช่นนั้นจะปล่อยไปเช่นนี้ได้อย่างไร
เซียวเชียนเหว่ยเองก็หงุดหงิด แต่ก็ไม่ได้เสียใจ เขาไม่ต้องการล่วงเกินตระกูลใหญ่ในจินหลิงเหล่านั้น แม้แต่อดีตฮ่องเต้ที่ผ่านการการรบราฆ่าฟันมา ยังไม่อาจถอนรากถอนโคนตระกูลขุนนางเหล่านี้ในยุคสมัยของพระองค์ได้ เห็นได้ว่าพลังของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่ ยามนี้เห็นชัดว่าตระกูลฉินและตระกูลเซี่ยยืนอยู่ฝั่งเว่ยจวินมั่ว แม้แต่องค์หญิงหลิงอี๋ยังทำดีกับซิงเฉิงจวิ้นจู่ แม่ทัพผู้ใต้บังคับบัญชาของเสด็จพ่อยังอยู่ข้างเว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่ว หากยังล่วงเกินคนเหล่านี้ เขายังจะคาดหวังสิ่งใดได้
ส่วนพี่ใหญ่… มองเซียวเชียนชื่อที่มีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เซียวเชียนเหว่ยก็หลุบตาลง ลอบเอ่ยอยู่ในใจ ไม่เป็นไร มีเสด็จแม่อยู่ พี่ใหญ่ไม่มีทางกลายเป็นศัตรูกับเขาได้จริงๆ หลังจากนี้ค่อยเกลี้ยกล่อมก็พอแล้ว
ในห้องโถงเงียบลง เฉินอวี้มองสังเกตสีหน้าของทุกคน คิ้วคมขมวดมุ่น ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ ตอนนั้นส่งบุตรชายไปอยู่กับคุณชายเว่ย ไม่รู้ว่าทำถูกหรือผิด แม้พวกเขาจะไม่มีความคิดเข้าร่วมกับผู้ใด แต่ในสายตาของคุณชายทั้งสามคงคิดว่าพวกเขาอยู่ข้างคุณชายเว่ยเป็นแน่ เรื่องนี้เห็นได้ว่าเฉินซิวเองก็ไม่ใส่ใจ หลังจากได้รับบทเรียนจากขุนพลในยุคก่อตั้งประเทศแล้ว เขาที่เป็นแม่ทัพที่ใช้สมองมากกว่ากำลัง เฉินอวี้เข้าใจแล้วว่าสิ่งใดเรียกว่าเส้นทางการมีชีวิตอยู่ของขุนพล อย่างน้อยก็ต้องมีทางรอดเมื่ออยู่ต่อหน้ากษัตริย์อย่างเยี่ยนอ๋องและอดีตฮ่องเต้ ไม่ว่าเยี่ยนอ๋องจะเข้าข้างบุตรชายคนใด ผู้ที่มีกำลังทหารอยู่ในมืออย่างพวกเขาไม่อาจเข้าร่วมกับฝ่ายใด มิเช่นนั้นไม่ต้องรอให้ผู้ปกครองคนต่อไปขึ้นครองบัลลังก์ เยี่ยนอ๋องคงบีบพวกเขาให้ตายทันใด
เมื่อครั้งนั้นอดีตฮ่องเต้ลงมือโหดร้ายเพียงนั้นเพื่ออันใด เพราะมีความดีความชอบเหนือกว่าเจ้านายจริงหรือ อดีตฮ่องเต้สามารถกุมอำนาจวีรบุรุษทั้งหลายเพื่อทำประโยชน์ให้กับเขา สามารถรวบรวมแผ่นดิน ต่อให้มีข้อสงสัยมากมายเขาจะหวาดกลัวผู้ใต้บังคับบัญชาจนต้องลงมือสังหารเลยหรือ เพียงคนเหล่านั้นแตะต้องเส้นที่อดีตฮ่องเต้ขีดเอาไว้ก็เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการโน้มน้าวองค์รัชทายาท ชี้นำผู้ปกครองเมือง ลำพองตน สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่ออดีตฮ่องเต้ทั้งสิ้น
ใช่หรือไม่…จะหาเวลาเอาตัวเจ้าเด็กนั่นออกมาจากคุณชายเว่ยดีหรือไม่ เฉินอวี้เท้าคางครุ่นคิดเงียบๆ
หนานกงมั่วเห็นว่าทุกคนไม่เอ่ยปาก ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เอ่ย “เชียนเหว่ย เจ้าเห็นว่าอย่างไร”
เซียวเชียนเหว่ยพยักหน้า “พี่ใหญ่กล่าวถูกแล้ว ลำบากพี่สะใภ้แล้วขอรับ”
หนานกงมั่วหรี่ตาลง ถ้วยชาในมือวางลงบนโต๊ะไม่หนักไม่เบา เกิดเสียงดังขึ้นมา หนานกงมั่วสีหน้าเรียบนิ่งมองไปยังทั้งสองคน “เสด็จลุงเพียงสุขภาพไม่ดีพักผ่อนสักวันสองวัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด พวกเจ้าแสดงสีหน้าท่าทางเช่นนี้เพื่ออันใดกัน ในเมื่อคิดว่าความสามารถไม่พอก็พยายามให้มากขึ้นเสียสิ หรือว่า…เสด็จลุงไม่ว่างแล้ว พวกเจ้าจะโยนทุกสิ่งทุกอย่างมาให้สตรีเพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ พวกเจ้าสองคนคิดจะนั่งดื่มชา หรือจะไปดูละครที่โรงละครกันเล่า”
เซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยต่างตกตะลึง มองหนานกงมั่วบ่น
เซียวเชียนชื่อละอายใจ เซียวเชียนเหว่ยประหลาดใจ
คิ้วสวยของหนานกงมั่วเลิกขึ้น ชี้ไปยังคนเหล่านั้นที่อยู่ในห้องโถง เอ่ย “ข้าจะไปเข้าเฝ้าไทเฮาและฮองเฮา คนพวกนี้ยกให้เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าจัดการเสีย”