หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1094 โห่ร้องหน้าประตูวัง (1)
ตอนที่ 1094 โห่ร้องหน้าประตูวัง (1)
“พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ ในวังเกิดเรื่องแล้วขอรับ” ในขณะที่ห้องรับรองกำลังถูกความเงียบเข้าปกคลุมอย่างน่าอึดอัด ด้านนอกพลันมีเสียงร้อนใจของเซียวเชียนจย่งดังขึ้น
เวลาต่อมา เซียวเชียนจย่งก็พุ่งเข้ามาจากด้านนอก เอ่ยเสียงดัง “พี่สะใภ้ ในวัง…”
“เชียนจย่ง ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เอ่ย เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ” หนานกงมั่วขมวดคิ้ว ไยจึงเกิดเรื่องได้พอดีเพียงนี้เล่า เซียวเชียนจย่งพยักหน้า ใบหน้าร้อนใจโดยไม่ปิดบังแม้เพียงนิด เพียงปรายตามองจูชูอวี้ที่นั่งจ้องเขาอยู่ด้านข้างและหย่งเฉิงจวิ้นจู่ที่มีความกังวลเล็กน้อย
หนานกงมั่วถอนหายใจอยู่ในใจ เอ่ย “คนกันเองทั้งนั้น เอ่ยมาเถิด” เซียวเชียนจย่งยังเด็กเกินไป หากไม่ต้องการให้จูชูอวี้และหย่งเฉิงรู้ก็ไม่ควรร้องตะโกนวิ่งเข้ามาเยี่ยงนี้ หากปิดบังพวกนางเกรงว่าคงได้เกิดเรื่องจริงๆ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะจูชูอวี้ที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนที่จะอยู่เฉยได้
เซียวเชียนจย่งเองก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ มองหนานกงมั่วอย่างละอายใจ เอ่ย “ที่ประตูวัง…มีคนมาสร้างความวุ่นวายที่หน้าประตูวังขอรับ”
“ประตูวังหรือ ใครกัน” หนานกงมั่วตกใจ เวลาเช่นนี้ยังมีใครกล้ามาก่อนเรื่องในเมืองจินหลิงด้วยหรือ
เซียวเชียนจย่งเช็ดเหงื่อบนใบหน้า เอ่ย “ครอบครัวของคนที่ถูกเสด็จพ่อขังไว้ในห้องทรงอักษรขอรับ” คนที่ถูกขังไว้ในห้องหนังสือเหล่านั้นล้วนเป็นขุนนางคนสำคัญของราชสำนัก ขณะเดียวกันยังเป็นคนสนิทของเซียวเชียนเยี่ยอีกด้วย ไม่ต้องเอ่ยถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในจินหลิง ในแผ่นดินยังเป็นคนที่มีชื่อเสียงในหมู่ผู้เล่าเรียนศึกษาอีกด้วย หากเป็นปกติเรื่องแบบนี้เป็นเยี่ยนอ๋องจัดการด้วยพระองค์เอง แต่ตอนนี้เสด็จพ่อกำลัง…
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “โอ้ ข้าไม่รู้มาก่อนเลย สมัยนี้ยังมีคนไม่กลัวตายมากมายเพียงนี้เลยหรือ”
เซียวเชียนจย่งยิ้มขมขื่น “เกรงว่าพวกเขาคงไม่ใช่ไม่กลัวตาย แต่คิดว่ากฎหมายไม่อาจสู้คนหมู่มากได้ก็เท่านั้น”
หนานกงมั่วพยักหน้า ลังเลอยู่ชั่วครู่จึงเรียกซิงเวยมา สั่งการให้เขาเฝ้าอยู่ที่จวนเยี่ยนอ๋อง ก่อนจะเอ่ยกับเซียวเชียนจย่ง “พวกเราไปดูกันสักหน่อยเถิด”
“พี่สะใภ้ พวกเราก็จะไปด้วยเจ้าค่ะ” จูชูอวี้รีบเอ่ย
หนานกงมั่วขมวดคิ้ว หย่งเฉิงจวิ้นจู่ที่ถูกดึงเข้าไปร่วมด้วยเองก็ขมวดคิ้ว ลังเลอยู่ชั่วครู่จึงเอ่ย “พี่สะใภ้รอง พวกเราอย่าไปสร้างความวุ่นวายให้พวกพี่ใหญ่เพิ่มเลยเจ้าค่ะ รอฟังข่าวอยู่ที่จวนเถิด พี่ชายทั้งสามต่างก็ไม่อยู่ในจวน อย่างไรในจวนก็ต้องมีคนคอยตัดสินใจ เกิดคุณชายเสียนเกอและพี่ชายต้องการอันใด เดี๋ยวจะหาคนไม่เจอเอาได้”
เซียวเชียนจย่งรีบพยักหน้า เอ่ยสนับสนุน “หย่งเฉินเอ่ยถูกแล้ว พี่สะใภ้รอง เรื่องในจวนคงต้องรบกวนพวกท่านแล้ว”
จูชูอวี้โกรธแค้นอยู่ในใจ ทว่าใบหน้ากลับต้องยิ้มออกมา เอ่ย “ช่างเถิด น้องสาม พี่สะใภ้ พวกท่านระวังตัวด้วย”
เซียวเชียนจย่งพยักหน้ารัวเร็ว พาคนเดินตามหนานกงมั่วออกไป
หน้าประตูวัง ชายหญิงกลุ่มใหญ่กำลังรวมกลุ่ม ทำให้ประตูวังที่เคยเงียบสงบเสียงดังราวกับในตลาด ทหารยามกองทัพโยวโจวมีอาวุธครบมือ จ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าพร้อมไอสังหาร หากใครกล้าล่วงล้ำเพียงหนึ่งก้าว พวกเขาไม่มีทางปรานีอย่างแน่นอน
เซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ยขมวดคิ้วมองสำรวจกลุ่มคนตรงหน้า ใบหน้าเคร่งขรึมพร้อมความโกรธ
เซียวเชียนชื่อเอ่ยเสียงเข้ม “เสด็จพ่อมีธุระสำคัญไม่อาจมาพบทุกท่านได้ ทุกท่านกลับไปก่อนเถิด ส่วนเรื่องของใต้เท้าทั้งหลาย เสด็จพ่อจะจัดการเองอย่างแน่นอน”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อภักดีต่อราชสำนักและอดีตฮ่องเต้ นับตั้งแต่เข้าวังหลวงไปหลายวันก่อนก็ยังไม่ได้กลับออกมา คนในจวนกังวลไม่น้อย แม้จะบอกว่ากษัตริย์ต้องการให้บริพารตาย บริพารไม่อาจไม่ตายได้ แต่ว่าท่านพ่อตายหรืออยู่ก็ต้องบอกบ้างกระมัง”
คนอื่นๆ ก็ค่อยๆ เอ่ยสนับสนุนขึ้นมา เด็กน้อยที่อยู่ในกลุ่มคนร้องไห้ขึ้นมา เดิมทีเซียวเชียนชื่อก็ไม่ใช่คนเข้มแข็งที่จะต่อล้อต่อเถียงกับคนอื่นได้ ยามนี้ถูกกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความโกรธรุมล้อมจึงไม่อาจรับมือได้ ทำได้เพียงหันหน้าไปหาเซียวเชียนเหว่ย ทว่าเซียวเชียนเหว่ยกลับยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านหลังเขา ท่าทางราวกับน้องชายที่ดีที่พร้อมเชื่อฟังและสนับสนุนพี่ชาย จนเซียวเชียนชื่อรู้สึกสะอึกอยู่ในใจ
เรื่องแบบนี้ เซียวเชียนเหว่ยจัดการได้ดีกว่าเซียวเชียนชื่อ กระทั่งเขาเองก็มีความเชื่อมั่นว่าสามารถปลอบใจผู้คนเหล่านี้ได้ แต่เขารู้ว่าเสด็จพ่อไม่มีแผนจะปล่อยคนที่อยู่ในห้องทรงอักษรเหล่านั้นออกมา อย่างน้อยก่อนเรื่องทุกอย่างจะมั่นคงนั้นก็ไม่มีทางปล่อยออกมาได้ และตัวเขาเองก็ไม่ต้องการล่วงเกินเหล่าตระกูลขุนนางในจินหลิงเหล่านี้ ดังนั้นการไม่เอ่ยสิ่งใดจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
เห็นเขาเป็นเช่นนี้ ดวงตาของเซียวเชียนชื่อจึงทะมึนลง มุมปากมีรอยยิ้มขมขื่นกระตุกขึ้นมา
เขาไม่ได้โง่จริงๆ หลายอย่างเขาเพียงไม่อาจทำออกมาได้ แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจ
เซียวเชียนชื่อสูดหายใจเข้าลึกแล้วเงยหน้าขึ้นมา เอ่ยเสียงเข้ม ทุกท่านหากไม่มีเรื่องอันใดแล้ว ก็กลับไปก่อนเถิด สร้างความวุ่นวายหน้าประตูเมืองมีโทษอย่างไรคิดว่าทุกท่านคงรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
“พวกเราจะขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทและไทเฮา” มีคนเอ่ยขึ้น หญิงชราสองคนที่อยู่ในชุดเก้ามิ่งขั้นหนึ่งถูกคนประคองเดินออกมาจากกลุ่มคน “เยี่ยนอ๋องซื่อจื่อ ต่อให้ไม่อาจพบนายท่านของเราได้ พวกเราคงเข้าเฝ้าไทเฮาได้ใช่หรือไม่” ผู้ที่มีตำแหน่งเก้ามิ่งสามารถเข้าวังไปถวายพระพรไทเฮาฮองเฮาได้ และเก้ามิ่งขั้นหนึ่งยังสามารถขอเข้าเฝ้าไทเฮาและฮองเฮาโดยไม่มีการกำหนดเวลาได้
“ไม่ได้” เซียวเชียนชื่อกัดฟันพลางเอ่ย
“ไยจึงไม่ได้ หรือว่า…หรือว่าคนจวนเยี่ยนอ๋องคิดจะกักบริเวณไทเฮาหรือ” มีคนเอ่ยตอบ
“บังอาจ” เซียวเชียนชื่อสีหน้าทะมึน เอ่ยเสียงดัง
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนเก่าแก่ที่อยู่ในเมืองจินหลิงมาหลายสิบปี รังแกคนอ่อนแอกลัวความแข็งแกร่ง อยู่ต่อหน้าเยี่ยนอ๋องเชื่องอย่างกับแมว แต่ไม่เห็นเซียวเชียนชื่อซื่อจื่อผู้นี้อยู่ในสายตานัก ไม่นานเยี่ยนอ๋องก็รับคุณชายเว่ยกลับมาแล้ว ตำแหน่งซื่อจื่อของเซียวเชียนชื่อก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ผู้คนตะโกนเรียกร้องขึ้นมา ราวกับเซียวเชียนชื่อกำลังรังแกคน เซียวเชียนชื่อโกรธจนหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวคล้ำ
ในที่สุดเฉินอวี้ที่อยู่ด้านข้างก็ทนไม่ไหว เดิมทีเรื่องแบบนี้ควรเป็นบุตรชายทั้งสองของเยี่ยนอ๋องจัดการจะเหมาะสมกว่าให้ผู้ใต้บัญชาอย่างพวกเขาไปจัดการ สุดท้ายก็จะกลายเป็นการหยาบคาย แต่ไม่อยากเห็นสถานการณ์ที่วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ ในเมื่อคนเหล่านี้ไม่ไว้หน้าคนอื่นเช่นนี้ ก็อย่าว่าพวกเขาไม่ไว้หน้าแล้วกัน
“ท่านอ๋องมีรับสั่งให้คุ้มกันเข้มงวด พวกท่านยังกล้ามาก่อเรื่องอยู่หน้าประตูวังหลวง คิดว่าแม่ทัพเช่นข้าจะทำอันใดพวกเจ้ามิได้อย่างนั้นหรือ” ใบหน้าสง่างามของเฉินอวี้เคร่งขรึมขึ้นมา เอ่ยเสียงเย็น “รวมตัวกันก่อเรื่องวุ่นวาย โห่ร้องตะโกนอยู่หน้าประตูวังหลวง ล้วนเป็นโทษหนัก ใต้เท้าเหอ”
เหอเหวอลี่กำลังพาหยาอี่ในหยาเหมินเขตอิ้งเทียนวิ่งเข้ามา ได้ยินเสียงแม่ทัพเฉินเอ่ยเรียกจึงก้าวขึ้นมาด้านหน้าด้วยสีหน้าขมขื่น ในสายตาของประชาชนชาวจินหลิงเขาคงกลายเป็นสุนัขรับใช้ของเยี่ยนอ๋องแล้วกระมัง หลายวันมานี้เหอเหวินลี่ไม่กล้าออกไปข้างนอกคนเดียวหรือไปที่โรงเหล้าโรงน้ำชาแล้ว เพียงคิดก็รู้ว่าผู้เล่าเรียนเหล่านั้นกำลังด่าทอเขาอย่างไร ไม่แน่ว่าเดินอยู่ดีๆ อาจมีคนมาตบศีรษะก็เป็นได้
“คนเหล่านี้รวมตัวสร้างความวุ่นวาย บุกประตูวัง รบกวนใต้เท้าเหอพากลับไปที่เขตอิ้งเทียนก่อน รอท่านอ๋องว่างแล้วค่อยจัดการ” เฉินอวี้เอ่ย
เหอเหวินลี่เลิกคิ้ว มองไปยังเฉินอวี้ ท่านแน่ใจหรือ
เฉิวอวี้ส่งเสียงหยัน มิเช่นนั้นจะปล่อยให้พวกเขาโวยวายอยู่ที่นี่หรืออย่างไร