หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1045 กลับมารวมตัว (2)
ตอนที่ 1045 กลับมารวมตัว (2)
“เจ้า…ไยเจ้าจึงกลายเป็นเช่นนี้ เจ้า…เจ้ารู้หรือไม่ ปั๋วเอ๋อร์และเจ๋อเอ๋อร์ต่าง…ต่าง…”
“ข้ารู้” เว่ยหงเฟยเอ่ยตอบ สำหรับบุตรชายทั้งสองคนนั้น จะบอกว่าไม่โกรธแค้นเลยคงโกหก ตอนแรกเขาแทบอยากฆ่าลูกสารเลวทั้งสองให้ตาย แต่หลายปีผ่านไปความโกรธแค้นนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป นึกถึงจุดจบของบุตรชาย สิ่งที่เหลืออยู่ในใจมีเพียงความโศกเศร้าและเสียดาย โชคดี…เขายังเหลือบุตรชายอีกหนึ่งคน นึกถึงเว่ยจวินอี้ที่อยู่ในมือเว่ยจวินมั่ว เว่ยหงเฟยรู้สึกมีความหวังขึ้นมาในใจ
การกลับมาที่กะทันหันของเว่ยหงเฟยไม่เพียงแม่เฒ่าเว่ยที่ทั้งตกใจและยินดี เหล่าสตรีที่อยู่ในบ้านต่างพากันแตกตื่น ทว่าเมื่อมองเห็นสภาพของเว่ยหงเฟยแล้ว ความหวังที่เกิดขึ้นในใจพลันมอดดับ เห็นสภาพของเว่ยหงเฟยก็รู้แล้วว่าหลายปีมานี้เขาก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกตน มีเพียงอนุหันที่พุ่งเข้ามาหา คว้าแขนเสื้อของเว่ยหงเฟยเอ่ย “นายท่าน อี้เอ๋อร์เล่า อี้เอ๋อร์ไปไหนแล้วเจ้าคะ”
หลายปีมานี้อนุหันเป็นทุกข์เสียยิ่งกว่าเฝิงซื่อที่บุตรชายตายไปมาก อย่างน้อยเฝิงซื่อก็รู้จุดจบของลูกของนาง เมื่อครบรอบในแต่ละปียังจุดธูปให้บุตรชายได้ นางทั้งกังวลว่าบุตรชายจะเป็นวิญญาณไร้คนเซ่นไหว้ ทั้งยังไม่กล้าไปเผากระดาษอันใด เกิดบุตรชายของนางยังไม่ตายไม่เท่ากับไปสาปแช่งหรอกหรือ เอาแต่เฝ้าบอกกับตนเองว่าบุตรชายของตนยังมีชีวิตอยู่ แต่หลายปีแล้วก็ยังไม่ได้ข่าวคราว นอกจากหลอกตัวเองก็ไม่มีประโยชน์อันใดแล้ว
เว่ยหงเฟยมองสตรีใบหน้าซีดเซียวในบ้าน ถอนหายใจออกมาแล้วจึงเอ่ยกับอนุหันว่า “เจ้าไม่ต้องกังวล อี้เอ๋อร์ยังมีชีวิตอยู่”
“ยังมีชีวิตอยู่หรือเจ้าคะ” อนุหันนิ่งอึ้ง แม้จะบอกกับตนเองนับพันนับหมื่นครั้งว่าบุตรชายยังมีชีวิตอยู่ ทว่ากลับไม่มีพลังเท่ากับเว่ยหงเฟยเอ่ยเพียงครั้งเดียว
เว่ยหงเฟยพยักหน้า เอ่ย “เขายังมีชีวิตอยู่” เพียงแต่ ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใดก็เท่านั้น
ใบหน้าซีดเซียวของอนุหันพลันอาบไปด้วยหยาดน้ำตา “ยังมีชีวิตอยู่…มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว สวรรค์คุ้มครอง…”
ได้ยินเว่ยหงเฟยเอ่ย แม่เฒ่าเว่ยก็ตื่นเต้นดีใจขึ้นมา “อี้เอ๋อร์ยังมีชีวิตอยู่หรือ”
แม้ตอนที่เว่ยจวินอี้ยังอยู่แม่เฒ่าเว่ยจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับหลานผู้นี้เท่าใดนัก อย่างไรก่อนหน้าเขาก็ยังมีเว่ยจวินปั๋วที่ว่านอนสอนง่ายและเว่ยจวินเจ๋อที่เอาอกเอาใจเก่ง แต่ว่าตอนนี้เว่ยจวินอี้กลายเป็นบุตรชายคนเดียวของเว่ยหงเฟยไปแล้ว แม้ว่าเว่ยจวินเจ๋อจะมีบุตรชายเชื้อสายรองอยู่หนึ่งคน แต่ว่าหลานผู้นั้นอ่อนแอ ไม่รู้จะเลี้ยงให้เติบใหญ่ได้หรือไม่
“เช่นนั้น…แล้วอี้เอ๋อร์ไปไหนเล่า” แม่เฒ่าเว่ยมองไปด้านหลังของเว่ยหงเฟย ไม่เห็นคนจึงผิดหวังขึ้นมา
เว่ยหงเฟยเงียบไปชั่วครู่ เอ่ย “เดี๋ยวผ่านไปอีกสักพักเขาก็จะกลับมา ท่านแม่ไม่ต้องกังวล เขาจะไม่เป็นอันใดอย่างแน่นอน”
“เยี่ยมไปเลย” แม่เฒ่าอดไม่ได้ร้องไห้ออกมา แม้นางจะเป็นหญิงชราที่ชอบดูถูกเหยียดหยัน แต่สำหรับเรื่องการสืบสกุลนางก็ยังให้ความสำคัญอย่างสตรีคนอื่นๆ หากลูกหลานตระกูลเว่ยสิ้นสุดอยู่ตรงนี้ ในอนาคตข้างหน้านางจะมีหน้าไปเจอกับสามีและบิดามารดาสามีที่ล่วงลับไปก่อนแล้วได้อย่างไร เดิมทียังคาดหวังว่าบุตรชายจะมีบุตรได้อีก แต่ว่าตอนนี้มองดูบุตรชายที่ดูแก่กว่าตนเอง แม่เฒ่าเว่ยจึงต้องหยุดความคิดนั้นเสีย ต่อให้ลูกสะใภ้และอนุทั้งสองจะตั้งท้องจริงๆ ใครจะรับรองได้ว่าเด็กคนนี้จะถูกเลี้ยงดูให้เติบใหญ่ได้ หากเว่ยจวินอี้สามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้เช่นนั้นจะเป็นการดีที่สุด
แม่เฒ่าเว่ยและหันซื่อดีใจ ทว่าไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะดีใจไปด้วย อย่างน้อยเฝิงซื่อก็ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เรื่องอันใดที่ลูกชายของนางตาย แต่ลูกของนังแพศยาหันซื่อกลับยังมีชีวิตรอด ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
เฝิงซื่อดึงหัวใจของเว่ยหงเฟยมาอยู่กับตนเองได้กว่ายี่สิบปีกว่า แน่นอนว่าไม่ได้โง่ ต่อให้ในใจจะโกรธแค้นเพียงใดก็ไม่เผยออกมาให้เห็นทางสีหน้า “นายท่าน ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว หลายปีมานี้อยู่ข้างนอก ต้องลำบากเพียงใด”เว่ยหงเฟยหันไปหาเฝิงซื่อ ถอนหายใจเสียงเบา “หลายปีมานี้เจ้าเองก็ซูบผอมลงไปมาก ลำบากเจ้าแล้ว” แม้ว่าเว่ยจวินปั๋วและเว่ยจวินเจ๋อลูกสารเลวทั้งสองทำให้เขาโกรธ แต่บุตรชายก็ตายไปหลายปีแล้วจะโทษใครได้เล่า เห็นใบหน้าซีดเซียวของเฝิงซื่อ เว่ยหงเฟยยิ่งใจอ่อนลงไปมาก
เฝิงซื่อก้มหน้า “นายท่านกล่าวหนักไปแล้วเจ้าค่ะ เป็นสิ่งที่ข้าควรทำทั้งนั้น” หลุบตาลง ซ่อนความรังเกียจและเหยียดหยันในสายตาเอาไว้ หากเอ่ยว่าตอนแรกเฝิงซื่อโลภมากต่อตำแหน่งจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องของเว่ยหงเฟยล่ะก็ เว่ยหงเฟยในตอนนี้ไร้ประโยชน์แล้ว แม้ว่าหลายปีมานี้เฝิงซื่อจะซูบโทรมลงไปไม่น้อย แต่เมื่อยืนอยู่กับเว่ยหงเฟยนั้นเหมือนพ่อลูกไม่เหมือนสามีภรรยา นับตั้งแต่จวนเว่ยตกต่ำ แม่เฒ่าเว่ยก็เอาความโกรธมาลงกับนาง เอ่ยว่าเพราะปั๋วเอ๋อร์และเจ๋อเอ๋อร์ทำให้จวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องต้องตกต่ำเพียงนี้ หลายปีมานี้ชีวิตของเฝิงซื่อไม่ได้ดีไปกว่าอนุทั้งสองเลยด้วยซ้ำ
“ท่านพ่อ”
ลูกสะใภ้ทั้งสอง บุตรีทั้งสองก็ตามมาแสดงความเคารพ เว่ยหงเฟยพยักหน้าบอกคนลุกขึ้น แม้ครอบครัวจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง นอกจากแม่เฒ่าเว่ยแล้วคนอื่นก็ไม่ได้มีสีหน้ายินดีมากนัก เว่ยหงเฟยตกอับเช่นนี้ ต่อให้กลับมาแล้วก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นมากนัก กระทั่งยิ่งทำให้แย่ลงไปอีก ชายชราคนหนึ่งจะหาอันใดดีๆ ได้เล่า หาเงินได้หรือ ไม่แน่ว่าอาจจะให้พวกนางเลี้ยงดูก็ได้
“เฟยเอ๋อร์ เชี่ยนเอ๋อร์ ลำบากพวกเจ้าแล้ว” เว่ยหงเฟยถอนหายใจเอ่ย บุตรสาวทั้งสองอายุเลยยี่สิบแล้วทว่ายังไม่ได้แต่งงานออกเรือน เป็นเขาผู้เป็นบิดาทำให้พวกนางต้องเสียโอกาส
เว่ยเฟยและเว่ยเชี่ยนไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงยืนเงียบๆ อยู่มุมหนึ่ง ชีวิตที่ยากลำบากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้พวกนางไม่ใช่คุณหนูผู้ไร้เดียงสาแห่งจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องอีกต่อไปแล้ว
แม่เฒ่าเว่ยไม่สนใจบรรยากาศเช่นนี้ จูงมือบุตรชายเอาแต่เอ่ยถามไม่หยุด “หงเฟย หลายปีมานี้ เจ้าเป็นอยู่อย่างไร แม่เห็นห่วงเจ้าเหลือเกิน”
เว่ยหงเฟยเงียบไปเนิ่นนาน “ทำให้มารดาต้องเป็นห่วงแล้ว หลายปีมานี้…ถูก…เว่ยจวินมั่วจับขังเอาไว้ในคุกจวนเฉินโจวขอรับ”
“เว่ยจวินมั่วหรือ” แม่เฒ่าเว่ยเอ่ยย้ำชื่อที่คุ้นหู เสียงพลันดังขึ้นมา “เป็นเด็กสารเลวคนนั้น เขากล้า…กล้า…”
“ท่านแม่” เว่ยหงเฟยรีบประคองแม่เฒ่าเว่ย ถอนหายใจเอ่ย “ไม่ต้องเอ่ยถึงแล้ว”
แม่เฒ่าเว่ยไม่ยอม “ได้อย่างไร เข้ากล้าทรมานเจ้าถึงเพียงนี้เลยหรือ ช่างไร้กตัญญูจริงๆ ฉังผิงสตรีนางนั้นทำอันใด นางสั่งสอนลูกเป็นหรือไม่”
นึกถึงตอนก่อนจะออกมาจากเฉินโจวครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นองค์หญิงฉังผิง นางอยู่ในชุดเรียบง่าย ใบหน้ายังคงงดงามหมดจด นอกจากร่องรอยบ่งบอกถึงอายุกลางหน้าผากแล้ว แทบไม่ต่างอันใดกับเมื่อยี่สิบปีก่อนเลยสักนิด นึกถึงเว่ยจวินมั่วและเว่ยจวินปั๋วพี่น้องไม่กี่คนนั่น เว่ยหงเฟยยิ้มขมขื่นอยู่ในใจ ไม่ใช่ฉังผิงสั่งสอนลูกไม่เป็น เป็นเขาเองที่สั่งสอนลูกไม่เป็นถึงจะถูก
แม่เฒ่าเว่ยยังคงก่นด่าไม่หยุด เว่ยหงเฟยกลับไม่สนใจที่จะปลอบโยนหรืออธิบาย เมื่อมองเห็นบ้านผุพังหลังเล็กกับเหล่าสตรีผอมแห้งตรงหน้า เดิมทีความสุขที่ครอบครัวกลับมารวมตัวกันอีกครั้งก็มลายหายไปกว่าครึ่งแล้ว เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าตนเองกลับมานั้นถูกหรือไม่ บางทีการถูกขังไปจนตายอยู่ในคุกของกองทัพเยี่ยนอ๋องคงจะดีกว่าการกลับมาเห็นความพ่ายแพ้ของตนเองกับตา
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องด่าแล้วเจ้าค่ะ” ด้านข้างเฝิงซื่อหลุบตาลงเอ่ยเสียงเบา “บทลงโทษการด่าทอต้าจั่งกงจู่ ครอบครัวของเราคงรับผิดชอบไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ” แม้จะมาถึงขั้นนี้แล้ว เซียวเชียนเยี่ยก็ยังไม่ปลดตำแหน่งขององค์หญิงฉังผิง หนึ่งในนั้นแน่นอนว่าเหตุผลคงเป็นเพราะคำแนะนำของฮองเฮาและองค์หญิงหลิงอี๋ แต่ไม่ว่าอย่างไรองค์หญิงฉังผิงก็ยังคงเป็นต้าจั่งกงจู่แห่งต้าเซี่ย ไม่ใช่คนที่ใครจะก่นด่านินทาได้ หากคนอื่นได้ยินเข้า ไม่ต้องให้เชื้อพระวงศ์มาเอาเรื่องพวกเขา หยาอี่แห่งเขตอิ้งเทียนก็จัดการกับพวกเขาได้
เสียงตะโกนดังโหวกเหวกของแม่เฒ่าเว่ยพลันหยุดชะงักอยู่ในลำคอ เห็นได้ว่าสองปีมานี้ได้รับความยากลำบากในแบบชาวบ้านไม่น้อยเลย ชาวบ้านธรรมดาไหนเลยจะสู้ทางการได้ หากจะเอาเรื่องพวกนางจริงๆ พวกนางก็ทำอันใดไม่ได้ เดิมทีแม่เฒ่าเว่ยยังโกรธที่คนฐานะต่ำต้อยในสายตานางเมื่อก่อนกล้ามาเหยียบหัวตน แต่เมื่อหลายครั้งเข้าก็รู้จักกลัวแล้ว วีรบุรุษถูกรังแกเมื่อสิ้นอำนาจ ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางไม่ใช่วีรบุรุษ
เวลานี้ทั่วทั้งบ้าน คนเดียวที่มีรอยยิ้มกว้างที่สุดก็คงเป็นอนุหันแล้ว อนุหันก็ไม่ได้สนใจสภาพน่าเวทนาของเว่ยหงเฟยยังคงดูแลปรนนิบัติอย่างที่เคยทำ “นายท่าน ท่านกลับมาเหนื่อยๆ พักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
แม่เฒ่าเว่ยจึงได้สติขึ้นมา รีบพยักหน้าเอ่ย “หันซื่อเอ่ยถูกแล้ว เฟยเอ๋อร์เจ้ารีบไปพักผ่อน ตอนเย็นแม่จะให้พวกนางเตรียมอาหารดีๆ ให้เจ้าได้บำรุง ดูเจ้าสิผอมเพียงนี้แล้ว”
เว่ยหงเฟยมีเรื่องอยู่ในใจจึงไม่เอ่ยอันใด พยักหน้าเดินตามอนุหันเข้าไปพักผ่อนในห้อง
บุตรชายกลับมา หลานชายก็มีข่าว แม่เฒ่าเว่ยอารมณ์ดีขึ้นมามาก “ดูอันใดอยู่ รีบไปเตรียมสุราเตรียมเนื้อ เลี้ยงต้อนรับเฟยเอ๋อร์”
เฝิงซื่อวาดดวงตาขึ้นมองไปยังแม่เฒ่าเว่ย เอ่ย “ท่านแม่ พวกเราไม่มีเงินแล้ว จะไปซื้อสุราซื้อเนื้อจากที่ใด บ้านของเราไม่ได้กินเนื้อมาครึ่งเดือนแล้วเจ้าค่ะ”
แม่เฒ่าเว่ยชะงัก จ้องเฝิงซื่อเขม็งก่อนจะเดินบ่นเข้าบ้านไป เฝิงซื่อเองก็ไม่สนใจ สองปีมานี้คุ้นชินไปนานแล้ว นางรู้ว่าแม่เฒ่าเว่ยเข้าไปในห้องเพื่อไปเอาเงินส่วนตัวที่ซ่อนเอาไว้ หันกลับไปมองห้องที่เว่ยหงเฟยเดินเข้าไป ใบหน้าโทรมของเฝิงซื่อไม่มีความตื่นเต้นยินดีแม้เพียงนิด กลับมาแล้วอย่างไร ตระกูลเว่ยจะดีขึ้นจริงหรือ บุตรชายทั้งสองของนางที่ตายไปจะฟื้นกลับมาหรือไม่ มองบ้านหลังเล็กแออัดสกปรกตรงหน้า ดวงตาของเฝิงซื่อก็ยิ่งเฉยชามากยิ่งขึ้น