หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1025 พี่ชายภรรยาของเยี่ยนอ๋อง (2)
ตอนที่ 1025 พี่ชายภรรยาของเยี่ยนอ๋อง (2)
เดิมทีร่างกายของเยี่ยนอ๋องก็บาดเจ็บหนักอยู่แล้ว แม้จะเคลื่อนไหวได้ตามใจ แต่หากจะต่อสู้กับใครคงจะไม่ได้ ถูกฝ่ามือของกงชีพลันกระอักเลือดออกมา กงชีดวงตาวาวขึ้น หันกลับไปตวัดฝ่ามือดันองครักษ์ด้านหลังถอยออกไป หันกลับมาแทงไปยังเยี่ยนอ๋องที่อุ้มเด็กอยู่
“กรี๊ด” เห็นเช่นนั้น กงเสี่ยวเตี๋ยก็อดกรีดร้องขึ้นมาไม่ได้ “หยุดนะ เจ้าไม่ได้บอกว่าจะ…”
“หุบปาก” กงชีเอ่ยด้วยความหงุดหงิด ลิ่นฉังเฟิงและคุณชายเสียนเกอเองก็อยู่ในค่ายทหาร อีกทั้งยังมีทหารและองครักษ์มากมาย หากไม่รีบจัดการให้สำเร็จโดยไว ต่อให้นางเก่งกาจมากเพียงใดก็อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้
เสียงพรวดเข้ามาจากด้านนอก มุมปากของกงชีกระตุก ยอมละทิ้งจุดมุ่งหมายที่จะสังหารเยี่ยนอ๋องในครั้งนี้ ยื่นมือไปชิงตัวเด็กมาจากมือเยี่ยนอ๋อง แม้เยี่ยนอ๋องไม่ยอม แต่เมื่อเทียบวรยุทธ์แล้วเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมือสังหารขั้นหนึ่งของสำนักหอธารา ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของเขายังบาดเจ็บไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ชั่วพริบตา กงชีก็พาเด็กพุ่งตัวออกไปนอกกระโจม
ด้านนอกกระโจม คุณชายเสียนเกอรวบพัดในมือเล่นขณะเดินเคียงไหล่มากับลิ่นฉังเฟิง ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “โอ้ คุณชายเช่นข้าไม่เคยคิดเลยว่าข้างกายพระชายารองกงจะซ่อนเสือซ่อนมังกรเอาไว้ ยอดฝีมือเช่นนี้ซ่อนเอาไว้ข้างกายเยี่ยนอ๋องมาตั้งหลายปี กลับไม่มีใครรู้ น่าเสียดาย…กงอวี้เฉินชอบคิดว่าตนเองฉลาด หากเป็นข้าคงหาโอกาสลงมือไปนานแล้ว ไยต้องเสียเวลามานานเพียงนี้”
กงชีสีหน้าราบเรียบ แม้ตอนนี้จะถูกผู้คนล้อมเอาไว้สีหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนสี มองไปยังลิ่นฉังเฟิง เอ่ย “คุณชายฉังเฟิงชมเกินไปแล้ว ได้สละชีวิตเพื่อเจ้าสำนักนับเป็นวาสนาของพวกเรา ไหนเลยจะเสียเวลาได้” ในมือของนางกอดเด็กเอาไว้ ดังนั้นต่อให้มีคนล้อมเอาไว้มากเพียงใดก็ไม่มีใครกล้าลงมือกับนาง
ความจริงจะโทษว่าไม่มีใครค้นพบกงชีก็ไม่ได้ ตัวนางเองก็เป็นยอดในเรื่องการปลอมตัวไม่พอ ปกติยังสงบเสงี่ยม เมื่อครั้งอยู่ในจวนเยี่ยนอ๋องก็น้อยครั้งที่จะออกจากเรือนเตี๋ย เข้าไปอยู่ในค่ายก็น้อยนักที่จะเดินไปไหนมาไหน อีกทั้งยังตั้งใจหลบหลีกลิ่นฉังเฟิง คุณชายเสียนเกอ เว่ยจวินมั่วยอดฝีมือเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นคงไม่มีใครมีเวลาว่างมานั่งจับตามองสาวใช้ข้างกายชายารองที่ไม่ได้สะดุดตาอันใดนัก
เยี่ยนอ๋องเดินออกมาจากด้านใน มองเห็นกงชีที่อยู่ตรงหน้าจึงเอ่ยเสียงเย็น “ดูเหมือนว่าเจ้าสำนักของเจ้าจะไม่ได้อยากสังหารข้า”
ในฐานะมือสังหาร กงชียอมแพ้ง่ายเกินไป หากกงอวี้เฉินต้องการสังหารเขาจริงๆ เมื่อครู่หากกงชีทุ่มสุดชีวิตไม่แน่อาจเอาชีวิตเขาได้ก็เป็นได้ กงชียิ้มพลางเอ่ย “ท่านอ๋องกล่าวน่าขันแล้ว เจ้าสำนักจะสังหารเยี่ยนอ๋องได้อย่างไร ท่านอ๋องและเจ้าสำนักของพวกเราอย่างไรก็ยังนับว่าเป็นเครือญาติกันกระมัง บนโลกใบนี้ไหนเลยพี่ชายภรรยาจะสังหารน้องเขยของตนเองเล่า ท่านว่าใช่หรือไม่” ใบหน้าของกงชีนั้นธรรมดา ทว่ายามนี้ยิ้มออกมาแล้วดูสะดุดตาขึ้นมาไม่น้อย ผู้คนล้อมรอบก็ยังมีสีหน้าคงเดิมไม่เปลี่ยน ดูสดใสยิ่งกว่ากงเสี่ยวเตี๋ยที่วิ่งโซซัดโซเซตามเยี่ยนอ๋องออกมาทั้งน้ำตา
“คิก” คุณชายฉังเฟิงทนไม่ไหว หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ ทว่าไม่นานพลันกลั้นเอาไว้ได้ ชำเลืองมองเยี่ยนอ๋องด้วยสายตาขอโทษ ที่แท้…โวยวายมาตั้งนานก็เป็นเรื่องในครอบครัวนี่เอง ที่แท้กงอวี้เฉินส่งสาวงามมาอยู่ข้างกายเยี่ยนอ๋องเพื่ออยากเป็นพี่ภรรยาของเยี่ยนอ๋องหรอกหรือ นี่อยากได้เปรียบเว่ยจวินมั่วหรือ อย่างไรเยี่ยนอ๋องก็เป็นลุงของเว่ยจวินมั่วสินะ
เยี่ยนอ๋องสีหน้าเย็นชา ยิ้มเย็น เอ่ย “เป็นเจ้าที่คิดว่าเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้จะข่มขู่ข้าได้หรือกงอวี้เฉินที่คิดแบบนั้นกันเล่า”
กงชีชะงัก ไม่นานพลันยิ้มขึ้นมา เอ่ย “ข้ากับเจ้าสำนักคงไม่กล้าคิดเช่นนั้น เพียงแต่…เจ้าสำนักบอกว่า คุณหนูของเราฐานะสูงส่ง ขอเยี่ยนอ๋องเมตตา หากท่านอ๋องคิดว่าฐานะของคุณหนูเราไม่เหมาะสมกับพระองค์ เจ้าสำนักก็สามารถยกฐานะให้เหมาะสมกับท่านอ๋องได้ ไม่ทำให้ท่านอ๋องต้องผิดหวังอย่างแน่นอน”
คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้ว ด้วยรอยยิ้ม “เอ๋ ไม่รู้ว่าพระชายารองกงมีฐานะเช่นไรถึงจะคู่ควรกับเยี่ยนอ๋องได้”
กงชียิ้มบางไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงปรายตามองคุณชายเสียนเกอเล็กน้อย เอ่ย “ข้ารู้ว่าพิษคุณชายเสียนเกอนั้นเยี่ยมยอดราวกับเทพเซียน แต่ทางที่ดีท่านอย่าได้ลงมือ มิเช่นนั้น คุณชายน้อยและคุณหนูน้อยเว่ยเกรงว่าต้องลำบากยากจะเลี่ยงได้”
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของคุณชายเสียนเกอพลันเย็นยะเยือกลง
“เจ้ากำลังข่มขู่ข้าหรือ”
กงชีจ้องคุณชายเสียนเกออย่างระมัดระวัง “ข้าไม่อยากตาย ยิ่งไม่ต้องการไปจากที่นี่แล้วพบว่าตนเองโดนพิษต้องตายอย่างไม่ชัดเจน ดังนั้นคุณชายเสียนเกอได้โปรดปรานี” แม้จะมีคนมากมายอยู่ในเหตุหารณ์ แต่ผู้ที่กงชีหวาดกลัวที่สุดไม่ใช่ผู้มีวรยุทธ์สูงส่งอย่างลิ่นฉังเฟิง แต่เป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องพิษอย่างเสียนเกอ
ลิ่นฉังเฟิงมองซ้ายขวา ยักไหล่เอ่ยกับเยี่ยนอ๋อง “ท่านอ๋อง ตอนนี้จะทำอย่างไร”
เยี่ยนอ๋องขมวดคิ้ว กงชีหัวเราะเสียงดัง “เยี่ยนอ๋องกำลังสงสัยฐานะของคุณหนูของเราหรือ”
เมื่อโยนบางอย่างไปตรงหน้าเยี่ยนอ๋อง คุณชายเสียนเกอที่ยืนอยู่ด้านข้างยื่นมือไปรับ ตรวจดูเล็กน้อยจากนั้นจึงยื่นให้เยี่ยนอ๋อง กงชีไม่สนใจ “วางยาพิษต่อหน้าคุณชายเสียนเกอ คงไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนัก”
เยี่ยนอ๋องรับของสิ่งนั้นไปดู สีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั่วทั้งร่างราวกับมีไอสังหารเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน “ที่แท้ วางแผนเช่นนี้ ข้าช่างคาดไม่ถึง…” กงชีเอ่ยอย่างภาคภูมิใจด้วยรอยยิ้ม “เจ้าสำนักฉลาดไร้ผู้เทียบได้ แน่นอนว่าไม่มีใครคาดเดาได้”
ลิ่นฉังเฟิงยิ้มหยัน “วันนี้คุณชายเช่นข้าเพิ่งรู้ ที่แท้แผนการของกงอวี้เฉินก็คือส่งน้องสาวของตนเองมาหลับนอนกับคนอื่น จะว่าไปเยี่ยนอ๋องรับชายารองผู้นี้เข้ามาไม่ได้เสียของกำนัลเลยแม้เพียงนิดมิใช่หรือ” แม้ชายารองจะเป็นอนุภรรยา แต่ก็ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ ไม่เหมือนกับการรับภรรยารองเข้าบ้านทั่วไป โดยเฉพาะอย่างกงเสี่ยวเตี๋ยที่เข้ามาก็ได้เป็นพระชายารอง ตามหลักแล้วต้องมอบของกำนัล
เซียวเชียนชื่อที่ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อใดแอบยื่นมือมาสะกิดคุณชายฉังเฟิงที่กำลังเอ่ยอย่างสนุกสนาน บอกใบ้ให้เขาพอหากเห็นสมควร คุณชายฉังเฟิงลูบจมูก ก็ได้…ไม่ง่ายจะได้ยินเรื่องน่าขันของกงอวี้เฉิน สนุกเกินไปสักหน่อย
กงชีสีหน้าตึงขึ้น มองลิ่นฉังเฟิงอย่างไม่พอใจ
เยี่ยนอ๋องครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะมองกงชีด้วยสายตาเยือกเย็น เอ่ย “ทิ้งเด็กเอาไว้ เจ้าหนีไปเสีย”
เห็นได้ว่ากงชีไม่ได้แปลกใจกับการตัดสินใจของเยี่ยนอ๋อง เอ่ยอย่างพึงพอใจ “ดีมาก ออกไปจากค่ายนี้แล้ว ข้าจะปล่อยคุณชายน้อยทันที”
เซียวเชียนเหว่ยขมวดคิ้ว เอ่ย “พวกเราจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร” กงชียิ้มพลางเอ่ย “คุณชายรอง หากข้าต้องการสังหารคุณชายสี่จริงๆ คงจะเป็นผลดีกับท่านและคุณชายใหญ่ถึงจะถูก ยิ่งไปกว่านั้น ท่านวางใจเถิด เจ้าสำนักของเราไม่คิดอยากเลี้ยงหลานชาย อย่างไรเสีย…หากเอ่ยถึงเด็ก แน่นอนว่าคุณหนูน้อยเว่ยดูจะน่ารักกว่าสักหน่อย”
สีหน้าของเซียวเชียนเหว่ยไม่น่ามองขึ้นมา ใบหน้าบึ้งตึงไม่เอ่ยสิ่งใดอีก
ลิ่นฉังเฟิงถอนหายใจ “คุณชายเช่นข้าไม่ได้สนใจว่ากงอวี้เฉินอยากเลี้ยงหลานชายหรือไม่ แต่ว่า…จะปล่อยคนของสำนักหอธาราไปเช่นนี้ก็คงไม่ดี คุณชายเช่นข้าได้รับคำสั่งมา คนของสำนักหอธารา สังหารให้สิ้น” สีหน้าของกงชีพลันเปลี่ยนเป็นจนปัญญา “คุณชายเว่ยไม่อาจล่วงเกินได้จริงๆ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ชีวิตของข้าก็คงจะจบสิ้นแล้ว”
“เจ้าวางใจ อย่างน้อยวันนี้ชีวิตเจ้าก็ยังไม่จบ” น้ำเสียงใสดังขึ้นมา ทุกคนหันไปมองเห็นเว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วที่เต็มไปด้วยฝุ่นเคียงบ่ากันเข้ามา หนานกงมั่วดูซูบโทรมลงเล็กน้อย ใบหน้างดงามอ่อนหวานมีความเย็นชาขึ้นมาหลายส่วน
เว่ยจวินมั่วยื่นมือไปลูบหลังมือของหนานกงมั่ว ก่อนจะเดินเชื่องช้าเข้าไปหากงชี
กงชีเย็นวาบอยู่ในใจ รีบเอาเซียวเชียนซั่วมาบังไว้ด้านหน้าตนเอง มองเว่ยจวินมั่วอย่างระแวดระวัง เอ่ย “คุณชายเว่ย อย่าเข้ามามิเช่นนั้นข้าจะบีบคอเด็กนี่ให้ตาย”
เว่ยจวินมั่วส่งเสียงหยัน ชั่วพริบตาร่างในอาภรณ์สีครามพลันเคลื่อนไหวผ่านหน้าทุกคน กงชียังไม่ทันได้สติก็ถูกกำเข้าที่ลำคอ แต่เว่ยจวินมั่วไม่ได้สนใจเด็กในมือของนาง และกงชีเองก็ไม่ได้บีบคอเด็กคนนั้นจริงๆ เห็นได้ว่าวาจาเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงคำขู่เท่านั้น
เว่ยจวินมั่วยกมืออีกข้างขึ้น จับเด็กในมือกงชีโยนคืนไปด้านหลัง ลิ่นฉังเฟิงรีบยื่นมือเข้าไปรับเด็กเอาไว้ เด็กคนนั้นยังเล็ก เดิมทีกำลังหลับอยู่ยามนี้ถูกโยนจึงสะดุ้งตื่นทว่ากลับไม่ร้องไห้เสียงดังขึ้นมา คุณชายฉังเฟิงเลิกคิ้ว ส่งเด็กไปให้เซียวเชียนชื่อ เซียวเชียนชื่อจำเป็นต้องรับไปด้วยใบหน้าขมขื่น
ตกอยู่ในกำมือเว่ยจวินมั่ว กงชีคิดเพียงว่าตนเองนั้นโชคร้าย แม้แต่แรงจะดิ้นรนก็ไม่เหลือแล้ว
หนานกงมั่วเดินเข้ามา ส่งยิ้มหวานให้นาง เอ่ย “เจ้าวางใจ เจ้าสำนักกงวางแผนไว้เป็นอย่างดี เจ้าจะมีชีวิตรอดกลับไปอย่างแน่นอน”
กงชีส่งเสียงหยันไม่เอ่ยสิ่งใด เผชิญหน้ากับอำนาจยิ่งใหญ่ตรงหน้า แผนการทั้งหลายล้วนแต่ว่างเปล่า
หนานกงมั่วยิ้มบาง เอ่ย “ข้าเองก็ไร้หนทาง เป็นแม่อย่างไรก็ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาว ข้าคิดว่าในระยะเวลาสั้นๆ ข้าคงตามหาเยาเยาไม่เจอ ดังนั้นอย่างน้อยข้าก็อยากรู้ว่านางยังปลอดภัย เจ้าว่าใช่หรือไม่” กงชีมองนางอย่างระแวดระวัง “ซิงเฉิงจวิ้นจู่จะทำอันใด”
หนานกงมั่วเอ่ย “เยาเยาเป็นสตรี ตั้งแต่เกิดมาข้าก็กังวลมาตลอดว่าจะเกิดเรื่องกับนาง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ โชคดีข้ายังรู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่ แต่ความจริงก็ยังทำให้ข้าวางใจไม่ลง ดังนั้น…คงต้องขอให้แม่นางช่วยอันใดบางอย่าง”
เอ่ยจบ หนานกงมั่วจึงจับมือข้างหนึ่งของกงชีขึ้นมา วางหนอนตัวใสลงบนหลังมือของกงชี หนอนตัวนั้นกัดหลังมือของกงชีเพื่อดูดเลือด ชั่วครู่หนอนตัวใสพลันเปลี่ยนเป็นสีแดง กงชีรู้สึกหน้ามืดขึ้นมา เลือดในร่างกายคล้ายไหลออกจากร่างอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนมีอันใดบางอย่างเข้ามาในร่างกายผ่านเส้นเลือด
รอจนกระทั่งหนอนตัวนั้นกลายเป็นหนอนสีเลือด หนานกงมั่วจึงยื่นมือไปจับมันออกมาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หนอนตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของเยาเยา แม่นางไม่ต้องกังวล มันเพียงส่งหนอนตัวเล็กเข้าไปในร่างกายของเจ้าเท่านั้น ร่างกายของเยาเยาก็มี หากวันไหนหนอนตัวนี้เป็นอันใดขึ้นมา แม่นางเจ้าก็จะเป็นอันใดเช่นกัน ข้าถึงได้รู้ว่าเยาเยาไม่ได้เป็นอันใด เจ้าว่าใช่หรือไม่”
กงชีเป็นมือสังหาร แน่นอนว่ารอบรู้ การเลี้ยงกู่พิษของซินเจียงทางใต้นางเองก็เคยได้ยินมาบ้าง ทว่าไม่คิดว่าหนานกงมั่วจะทำได้ เพียงยิ้มขมขื่น เอ่ย “ตกอยู่ในมือของจวิ้นจู่แล้ว เป็นข้าเองที่โชคร้าย จวิ้นจู่วางใจก็พอ เจ้าสำนักไม่มีทางละเลยต่อคุณหนูน้อยตระกูลเว่ยอย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นก็ดี” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ