หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1006 เป้าหมายของหนานกงไหว (1)
ตอนที่ 1006 เป้าหมายของหนานกงไหว (1)
“ท่าน…ท่านพ่อ…” น้ำเสียงของหนานกงฮุยแหบแห้งเล็กน้อย
หนานกงไหวส่งเสียงหยัน เอ่ย “เจ้ายังคิดว่าข้าเป็นพ่ออยู่หรือ” สำหรับหนานกงชวี่บุตรชายคนโตและหนานกงมั่วบุตรีผู้นั้น ในความรังเกียจหนานกงไหวก็ยังภูมิใจอย่างประหลาด แต่กับหนานกงฮุยบุตรชายคนรองผู้นี้หนานกงไหวกลับไม่มีความรู้สึกใดๆ มากนัก อย่างไรในสายตาของหนานกงไหวคนนี้ทั้งไม่กตัญญูและไม่มีความสามารถเหมือนบุตรชายคนโตและบุตรี จะมีหรือไม่มีก็ได้
หนานกงฮุยก้าวขึ้นไปด้านหน้ายืนขวางอยู่ตรงหน้าหนานกงมั่ว กัดฟันเอ่ย “ท่านคิดจะทำอันใด”
หนานกงไหวส่งเสียงไม่พอใจ เอ่ย “ไม่ได้เรื่อง หลบไป เห็นแก่ที่เจ้าเป็นบุตรชายของข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” หนานกงฮุยยังคงส่ายศีรษะ “ท่านพ่อ ข้าไม่มีทางปล่อยให้ท่านทำร้ายมั่วเอ๋อร์ ท่านทำเรื่องเลวร้ายมามากแล้ว หรือว่าแม้แต่บุตรีและหลานของตนเองยังไม่อาจปล่อยไปได้”
ดวงตาของหนานกงไหวไหววูบ มองเด็กทั้งสองที่ถูกซิงเวยและหลิ่วหันกอดเอาไว้อยู่ด้านหลังหนานกงมั่ว เยาเยาซบอยู่ในอ้อมแขนของหลิ่วหัน มองคนตรงหน้าอย่างสงสัย ไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวเลยแม้เพียงนิด อานอานเองก็อยู่ในอ้อมแขนซิงเวยเงียบๆ ทว่าไม่ได้มีความสงสัยเช่นเยาเยา เพียงมองภาพตรงหน้าเงียบๆ มองหนานกงไหวเล็กน้อยพลันเบื่อหน่ายหลับตาลงอยู่ในอ้อมแขนของซิงเวย
หนานกงไหวยิ้มเย็น “ปล่อยนางไปหรือ นางกับหนานกงชวี่ลูกเนรคุณนั่นเคยคิดจะปล่อยข้าหรือ ลูกเนรคุณสองคนนี้ยามนี้ยังคิดกบฏ เจ้ายังกล้าเอ่ยแทนนาง เจ้าเองก็ไม่รู้จักกตัญญู”
หนานกงมั่วไม่คิดจะหารือกับหนานกงไหวว่าใครที่ติดหนี้ใคร เอ่ยเสียงเรียบ “พี่รอง ไม่ต้องเอ่ยแล้ว ในเมื่อวันนี้เขามาที่นี่ จะปล่อยพวกเราไปได้เยี่ยงไร ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาคิดจะเปลี่ยนความคิดก็คงยาก คนด้านหลังเหล่านั้นไม่ใช่คนของเขา”
“เจ้าช่างฉลาดนัก” หนานกงไหวหัวเราะเหยียดหยัน
หนานกงมั่วเม้มริมฝีปาก ยิ้มบาง ไม่เอ่ยสิ่งใดมาก เพียงเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลงมือเถิด”
“ลงมือหรือ” หนานกงไหวเอ่ย “หากไม่อยากให้คนข้างหลังของเจ้าต้องบาดเจ็บ ข้าขอเตือนเจ้าให้ยอมจำนนเสียเถิด”
หนานกงมั่วยิ้มร่า “เช่นนั้นคงต้องขอโทษแล้ว ข้าไม่เคยรู้จักการยอมจำนน” ยังเอ่ยไม่ทันจบ เห็นเพียงหนานกงมั่วยกมือขึ้นโยนบางอย่างออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เอ่ยเสียงเข้ม “ไป”
“ยิงธนู” หนานกงไหวเอ่ยเสียงดัง
“หยุด จับเป็น” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น ขณะเดียวกันก็คว้าหนานกงไหวหลบไปอีกฝั่ง ควันสีม่วงพุ่งกระจายขึ้นมาทันที บดบังสายตาของคนตรงหน้า ขณะเดียวกันซิงเวยและหลิ่วหันที่อยู่ด้านหลังก็คว้าตัวคนที่ไม่มีวรยุทธ์แล้วถีบตัวลอยออกไปจากเนินเขา
มือสังหารของหอธาราเองก็รู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้ ไม่สนใจว่าควันสีม่วงนั้นจะมีพิษหรือไม่ กลั้นหายใจพุ่งเข้าหาทันที หนานกงมั่วยื่นมือไปคว้าแส้งดงามที่เอวออกมา สะบัดเข้าใส่คนที่จะพุ่งเข้ามาหา ขณะเดียวกันอีกมือก็สะบัดอาวุธลับออกไป ชายชุดดำหลายคนล้มกองลงไปบนพื้น
ควันสีม่วงไม่นานก็หายไป มองไปด้านหน้าอีกครั้งพบว่านอกจากหนานกงมั่วและหนานกงฮุยแล้วก็มีองครักษ์เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน กลุ่มคนที่เดิมยืนอยู่ด้านหลังได้หายไปแล้ว
หนานกงไหวสีหน้าทะมึนขึ้น ส่งเสียงหยัน เอ่ย “เจ้าคิดว่าพวกเขาจะหนีรอดไปได้หรือ”
หนานกงมั่วกระชับแส้ยาวในมือ เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ลองดูสักหน่อยจะเป็นไรไป ท่านพ่อเหมือนจะลืมแล้ว เฉินโจวไม่ใช่พื้นที่ของกงอวี้เฉิน ยิ่งไม่ใช่พื้นที่ของท่าน ข้ากลัวว่า…หากท่านยังยื้อต่อไปอย่าว่าแต่จับคนเลย แม้แต่ชีวิตของท่านเองก็คงจะเอาไม่รอดกระมัง” ดวงตาของหนานกงไหวทะมึนขึ้น วาจาของหนานกงมั่วจี้ไปยังจุดอ่อนของเขาพอดี จุดอ่อนของเขา อย่างไรเฉินโจวก็เป็นถิ่นของเว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่ว มิเช่นนั้นเขาพายอดฝีมือมามากมายไยต้องเลือกลงมือที่นี่ เพราะในเมืองเฉินโจวพวกเขาไม่มีแม้แต่โอกาสให้ลงมือ
ไม่นาน หนานกงไหวพลันหัวเราะออกมา “เจ้าคิดว่า ข้าไม่เตรียมตัวหรือ”
หนานกงมั่วหลุบตาลง เอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องดูว่าใครโชคดีกว่ากันแล้ว”
“ลงมือ” หนานกงไหวกวาดตามองชายชุดดำอย่างไม่พอใจ เมื่อครู่หากไม่ใช่เพราะเขาห้ามไม่ให้ยิงธนู คนพวกนั้นจะหนีไปได้ง่ายๆ หรือ พวกเขามีเวลาไม่มาก สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ห่างจากเมืองเฉินโจวไกลนัก ไม่นานก็คงมีคนเห็นสัญญาณที่หนานกงมั่วส่งออกไปและรีบมา พวกเขาต้องจัดการให้จบโดยไว
ชายชุดดำผู้นั้นกลับไม่ใส่ใจ ในเมื่อเจ้าสำนักของพวกเขาเอ่ยแล้วว่าให้จับเป็น แน่นอนว่าไม่อาจทำให้คนตายแล้วค่อยนำกลับไป มิเช่นนั้น เจ้าสำนักคิดจะเอาโทษขึ้นมาเกรงว่าคงหนักยิ่งกว่าทำภารกิจไม่สำเร็จ ยิ่งไปอาจปล่อยหนานกงไหวที่ไม่รู้มาจากที่ใดถึงได้เอาแต่ออกคำสั่ง เจ้าสำนักให้ฟังหนานกงไหวเพียงเพื่อจับคนที่เจ้าสำนักต้องการให้ได้ แต่ไม่ได้มอบคนเก่งกาจไปอยู่ในมือหนานกงไหว
ไม่ต้องเอ่ยสิ่งใดมาก มือสังหารของสำนักหอธาราพลันแบ่งเป็นสองทางทันที หนึ่งทางคือมุ่งหน้าตามลงเขาไป อีกหนึ่งส่วนพุ่งตรงเข้าหาหนานกงมั่ว เห็นได้ว่าคนเหล่านี้ต้องการจับเพียงหนานกงมั่วเท่านั้น ทว่าลงมือกับหนานกงฮุยและเหล่าลูกน้องอย่างโหดเหี้ยม ไร้ความปรานี ต่อสู้กันมาหลายกระบวนท่าทำให้หนานกงฮุยตั้งรับไม่ทัน หากมิใช่เพราะมีหนานกงมั่วคอยปกป้อง ไม่แน่ว่าร่างกายอาจถูกแทงทะลุไปหลายแผลแล้ว
หนานกงไหวยืนอยู่อีกฝั่ง มองไปยังหนานกงมั่วที่เคลื่อนตัวผ่านกลุ่มคนและต่อสู้อย่างดุเดือดราวกับยอดฝีมือ ไม่ได้ด้อยไปกว่ามือสังหารของสำนักหอธารา หนานกงไหวเหม่อลอยอย่างหาได้ยาก นึกถึงหนานกงมั่วที่อยู่ตรงหน้าอีกทั้งหนานกงชวี่ที่เจอในสนามรบ รวมไปถึงเมิ่งซื่อที่ไม่ได้นึกถึงมานาน หนานกงไหวจิตใจเลื่อนลอยขึ้นมา
ชีวิตนี้ของเขาขึ้นสุดลงสุด แต่มาจนถึงตอนนี้เขากลับมองไม่ชัดว่าสิ่งที่ตนเองได้ทำมาทั้งหมดนั้นมีเหตุผลให้เอ่ยได้เต็มปากเต็มคำตามที่เขาคิดเอาไว้หรือไม่ หากไม่มีเรื่องเหล่านั้น เขาจะยังคงเป็นฉู่กั๋วกงผู้สูงส่ง มีภรรยาที่ทำให้ผู้คนต้องอิจฉา รวมไปถึง…บุตรชายบุตรสาวที่ดีเลิศใช่หรือไม่
“ระวัง” ในระหว่างที่หนานกงไหวใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ดาบคมก็พุ่งเข้ามาหาเขา ชายชุดดำด้านข้างขมวดคิ้ว ยื่นดาบในมือไปปัดป้องดาบที่พุ่งเข้ามา มองหนานกงไหวด้วยสายตาแปลกประหลาด หนานกงไหวเองก็ตกใจกับเหตุการณ์กะทันหันเมื่อครู่ รีบเก็บงำความคิดเหล่านั้นไป ตั้งใจมองสถานการณ์ตรงหน้า เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ใครจะยอมให้อภัยใครได้เล่า
อย่างไรอีกฝ่ายก็มีคนมาก พวกหนานกงมั่วถูกบีบถอยไปยังขอบไหล่เขา ร่างกายของหนานกงฮุยได้รับบาดเจ็บถึงสองแผล หนานกงมั่วสีหน้าทะมึน เอ่ยหนักแน่น “พี่รอง พวกท่านไปก่อน”
หนานกงฮุยกระชับกระบี่ในมือแน่น เอ่ย “ข้าจะทิ้งเจ้าแล้วหนีไปก่อนได้เยี่ยงไร จะไปก็ไปด้วยกัน”
หนานกงมั่วก็ไม่เอ่ยอันใดกับเขามาก ยกเท้าถีบเขาลงไหล่เขาไป มองเห็นหนานกงฮุยยืนไม่มั่นคงกลิ้งลงไป หนานกงมั่วออกคำสั่ง “พาเขาไปก่อน” องครักษ์ทั้งสองพยักหน้า ถีบตัวกระโดดตามลงไปยังไหล่เขา หนานกงฮุยยังไม่ทันได้กลิ้งหลายตลบก็ถูกหิ้วซ้ายขวามุ่งหน้าลงเขาไป