คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 30 โมโห นอร์ตันปกป้องภรรยา
บทเสริมตอนที่ 30 โมโห นอร์ตันปกป้องภรรยา
เสียงเครื่องจักรอันเย็นชาดังก้องหูทุกคน ความตายค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดข้อผิดพลาดแบบนี้ในขณะที่ใกล้สำเร็จ
พวกเขาเพิ่งออกจากโซนใจกลาง อีกสามร้อยเมตรจะถึงประตูใหญ่
เวลาหนึ่งนาทีไม่พอให้พวกเขาหนีออกไป
และที่สำคัญที่สุดคือ ภายในห้องทดสอบมีการติดตั้งระบบป้องกันและทำลายตัวเอง
เพื่อป้องกันส่วนประกอบที่ไม่ทราบชนิดรั่วไหลออกไปทั่วทั้งศูนย์วิจัย โปรแกรมทำลายทิ้งในห้องทดสอบจะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ
ถ้าพวกเขาออกไปไม่ได้ก็จะถูกโปรแกรมจัดเข้าเป้าหมายที่ต้องถูกทำลาย
“ปะ ปิดเร็ว!” นักวิจัยคนหนึ่งปิดสวิตช์ด้วยความลนลาน “อาจารย์ซีนายครับ ผมปิดสวิตช์ทั้งหมดแล้วครับ”
แต่เสียงเครื่องจักรก็ยังคงไร้การเปลี่ยนแปลง
“แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! มีส่วนประกอบไม่ทราบชนิดเกิดการรั่วไหล!”
คราวนี้ทุกคนแตกตื่นลนลานกันหมด
แม้ก่อนมาอยู่ที่ศูนย์วิจัยพวกเขาจะเตรียมใจที่ต้องอุทิศตนเพื่อการค้นคว้าวิจัยไว้แล้ว แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดผลลัพธ์แบบนี้
ทว่าซีนายกลับใจเย็น “ทุกคนใจเย็นๆ ค่ะ มีวิธี”
ซีนายถอดรองเท้าออกแล้วยื่นให้นักวิจัยหญิงอีกคนหนึ่ง บอกให้เธอเปลี่ยนใส่
จากนั้นก็หยิบหุ่นยนต์จิ๋วออกมาจากกระเป๋าเสื้อหลายตัว ยื่นให้พวกผู้อาวุโส
ปกติหุ่นยนต์จิ๋วเหล่านี้เก็บกวาดทำความสะอาดได้ ในเวลาสำคัญก็กลายเป็นอุปกรณ์เหาะแบบง่ายๆ ได้ด้วยเช่นกัน
ในเวลาสั้นๆ ไม่กี่วินาทีได้เกิดควันสีขาวภายในห้องทดสอบ
ควันชนิดนี้ประกอบด้วยส่วนประกอบที่ไม่ทราบชนิด
ชุดป้องกันไม่สามารถขวางการแทรกซึมของส่วนประกอบที่ไม่ทราบชนิดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ใบหน้าของนักวิจัยอาวุโสวัยหกสิบแปดปีคนหนึ่งเริ่มมีสีเขียวคล้ำแล้ว
นักวิจัยคนอื่นก็รู้สึกได้ว่าแขนขาอ่อนแรง ถึงขั้นที่มีคนร้องไห้
“ทุกคนตั้งใจฟังฉันนะคะ” ซีนายเริ่มไอ พูดเสียงสั่น “กลั้นหายใจไว้ อย่าหันกลับ สิบวินาทีเพียงพอให้พวกคุณหนีออกไปได้”
ขณะพูดซีนายได้กดปุ่มที่นาฬิกาข้อมือ
หุ่นยนต์จิ๋วที่กลายเป็นอุปกรณ์เหาะพอรับคำสั่งก็พาบรรดานักวิจัยออกไปด้วยความเร็วสูงสุด
ซีนายหยิบหุ่นยนต์จิ๋วออกมาจากเสื้ออีกหนึ่งตัว
สีหน้าของเธอชะงัก สายตาตกอยู่ที่เด็กหนุ่มข้างตัว
เขาเป็นนักวิจัยที่อายุน้อยสุดในกลุ่ม ปีนี้เพิ่งอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์
เหลือกันอยู่สองคน
กับหุ่นยนต์ตัวสุดท้าย
ซีนายหลุบตาลง กำมือแน่น
“อาจารย์ซีนาย ผมไม่กลัวครับ!” เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มก็มองออกว่าหุ่นยนต์จิ๋วในมือซีนายไม่ธรรมดา เขาจับมือเธอ ยิ้มพลางพูด “อะ อาจารย์ต้องออกไปนะครับ ผมไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ”
“รีบไป” ซีนายพูดเสียงขรึม “เธอยังเด็ก ยังมีชีวิตอีกยาวไกลที่ต้องเดินไป จะบอกปัดทำไม ลองนึกถึงพ่อแม่ของเธอบ้าง พวกเขายังรอให้เธอคิดค้นยานอวกาศข้ามจักรวาลให้สำเร็จอยู่นะ”
เธอพยายามโน้มน้าว “ฉันไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว ถ้าถึงตอนนั้นเธอยังนึกถึงฉันก็ช่วยเผารูปถ่ายมาให้ฉันดูหน่อยแล้วกัน”
เด็กหนุ่มไม่มีโอกาสปฏิเสธเลย
ซีนายพูดแกมบังคับ กดปุ่มให้หุ่นยนต์ตัวสุดท้ายกลายเป็นอุปกรณ์เหาะ จับใส่ที่ตัวเด็กหนุ่ม กดปุ่มแล้วผลักเขาออกไป
“อาจารย์ซีนาย!”
เสียงหายไปท่ามกลางควันสีขาวที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมองไม่เห็นอย่างสิ้นเชิง
[โปรแกรมทำลายตัวเองเริ่มทำงาน]
[ประตูกำลังจะปิดลง]
กรอบสีแดงสองกรอบยึดพื้นที่บนหน้าจอที่อยู่นอกห้องทดสอบ ส่งเสียงแจ้งเตือนไม่หยุด
คนของอีกกลุ่มหนึ่งก็ตื่นตระหนก
“เร็วเข้า! เรียกหน่วยกู้ภัยเร็ว!” ชาร์ล็อตมือสั่นกดเบอร์โทร “ข้างในยังมีคนอยู่! ยังมีอีกสิบเอ็ดคน!”
ส่วนประกอบระดับไหนที่รั่วไหลถึงขั้นทำให้โปรแกรมทำลายตัวเองของห้องทดสอบเริ่มทำงานได้
สิบเอ็ดชีวิตเชียวนะ ใครจะรับผิดชอบไหว
“ออกมาแล้ว!” มีคนตะโกนด้วยความดีใจและตกใจในเวลาเดียวกัน “พวกเขาออกมาแล้ว!”
ชาร์ล็อตหันขวับ เห็นอุปกรณ์เหาะที่หมุนอยู่กำลังพาบรรดานักวิจัยที่เข้าไปออกมา
เหล่านักวิจัยทรุดลงไปบนพื้น ยังคงมีชีวิตอยู่
แต่เธอมองหารอบๆ แล้วก็ไม่เห็นซีนาย
จนกระทั่งมีคนสุดท้ายพุ่งออกมา ก็ยังคงไม่ใช่ซีนาย
เข้าไปสิบเอ็ดคน แต่ออกมาแค่สิบคน
“อาจารย์!” ชาร์ล็อตตื่นตระหนก “อาจารย์ล่ะ!”
เธอกัดฟัน คว้าชุดป้องกันสำรองขึ้นมา เตรียมวิ่งเข้าไป
แต่ในเวลานี้เองได้ปรากฏกรอบสีแดงขนาดใหญ่ยิ่งกว่าบนหน้าจอ
[โปรแกรมทำลายตัวเองเริ่มทำงาน]
ตึง!
เสียงดังสนั่น ประตูใหญ่ปิดสนิท ปิดกั้นด้านนอกและด้านในอย่างสิ้นเชิง
“…”
นักวิจัยที่หนีออกมาได้ทรุดอยู่บนพื้น เหงื่อแตกท่วมตัว
ถึงแม้พวกเขาจะหนีออกมาได้แล้ว แต่ก็สูดรับเอาส่วนประกอบไม่ทราบชนิดเข้าไปอยู่ไม่น้อย คนที่สุขภาพย่ำแย่ได้สลบไปแล้ว
นักวิจัยคนอื่นลนลานรีบเข้าไปเปิดโปรแกรมกู้ชีพฉุกเฉิน
ชาร์ล็อตประคองเด็กหนุ่มที่หนีออกมาได้เป็นคนสุดท้าย
“อะ อาจารย์ซีนายยังอยู่ในนั้น!” เด็กหนุ่มร้อนใจจนร้องไห้ออกมา ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ “ทำไงดี! เธอติดอยู่ในนั้นเพื่อช่วยผม! คนที่ควรตายคือผมต่างหาก!”
ถ้าไม่ได้ซีนายพวกเขาทุกคนจะต้องตายอยู่ในนั้น
ทั้งๆ ที่เธอสามารถหนีออกไปได้ แต่เธอกลับยกโอกาสรอดให้คนอื่น
ชาร์ล็อตอึ้ง
ยังคงมีเสียงนับเวลาถอยหลังอย่างต่อเนื่อง เย็นชาไร้เยื่อใย
[สามสิบห้า สามสิบสี่ สามสิบสาม…]
“ต้องมีใครทำอะไรแน่!” ชาร์ล็อตกัดฟันกรอด รู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดในลำคอ “ทั้งๆ ที่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนในห้องทดสอบยังปกติดี ส่วนประกอบต่างๆ ก็ไม่ได้มีเค้าลางว่าเกินเกณฑ์”
ใครกันแน่
ทำไมถึงได้มีส่วนประกอบไม่ทราบชนิดรั่วไหล
ถ้ารั่วไหลแค่นิดเดียวโปรแกรมทำลายตัวเองของห้องทดสอบไม่มีทางเริ่มทำงาน
ส่วนประกอบปริมาณมากขนาดนี้ไม่ควรปรากฏด้วยซ้ำ
มีคนทำแน่นอน
แต่โปรเจ็กต์นี้เป็นความทุ่มเทของนักวิจัยทุกคน ใครจะคิดทำลายได้
“แย่แล้ว” ชาร์ล็อตหน้าซีด ร่างกายโงนเงน “ทำไงดี พวกเราเข้าไปไม่ได้ อาจารย์ก็ออกมาไม่ได้แน่!”
เมื่อโปรแกรมทำลายตัวเองเริ่มทำงานก็ไม่อาจขัดขวางได้อีก
ในเวลานี้เองชาร์ล็อตตาลายไปชั่วขณะ มีลมพัดผ่านเธอไปอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันก็มีคนตะโกนด้วยความตื่นเต้น “มะ มีคนเข้าไปแล้ว! พวกเธอเห็นมีคนเข้าไปหรือเปล่า!”
“ฉันเห็น เขาเข้าไปแล้ว! เขาวิ่งเข้าไปเลย!”
คนอื่นๆ เงยหน้าขึ้น มองประตูบานใหญ่ที่ยังปิดสนิทอยู่ สมองตื้อไปชั่วขณะ
ชาร์ล็อตแน่ใจได้ว่าเธอเห็นเงาของผู้ชายเข้าไปในห้องทดสอบที่ประตูปิดสนิทได้อย่างง่ายดาย
ประตูไม่มีร่องรอยเสียหายใดๆ
เป็นไปได้ยังไง
…
ควันสีขาวภายในห้องทดสอบหนาแน่นจนถึงขั้นที่มองไม่เห็นมือตัวเองแล้ว
ซีนายพิงกำแพง เธอสูดสารที่ไม่ทราบชนิดนี้เข้าไปมาก ไม่เหลือแม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะยืนแล้ว
ถึงขั้นที่ทุกครั้งที่หายใจจะรู้สึกเจ็บหน้าอกไปหมด แทบหายใจไม่ออก
เธอมองระดับที่ชุดป้องกันถูกกัดกร่อน
แปดสิบแปดเปอร์เซ็นต์
เมื่อถูกกัดกร่อนร้อยเปอร์เซ็นต์ส่วนประกอบไม่ทราบชนิดที่รั่วไหลนี้ก็จะกัดกร่อนอวัยวะทั้งหมดของเธอทันที
แต่ไม่ต้องรอให้กัดกร่อนร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก อีกเดี๋ยวห้องระเบิดก็ทำให้เธอตายชนิดที่ไม่เหลือแม้แต่ซากได้เหมือนกัน
ซีนายคิด ในที่สุดเธอก็เดินมาถึงขั้นนี้แล้ว
อุทิศตนเพื่อการค้นคว้าวิจัย
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
เธอไม่ใช่ผู้วิเศษ เปลี่ยนภพไม่ได้
และเธอก็ไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุหรือจอมยุทธ์ที่จะมีอายุขัยยืนยาว
หรือนี่ก็คือสิ่งที่ขวางกั้นระหว่างเธอกับนอร์ตัน
เธอก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขา ไม่มีทางทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้
ในอนาคตอันอีกยาวไกล ตอนนั้นเธอน่าจะตายไปนานแล้ว แต่เขายังคงทำอาหารให้ใครสักคนกิน พาออกไปเที่ยวสวนสนุก
คนคนนั้นสามารถทำให้เขาเล่าเรื่องในอดีตออกมาได้หมด ทำให้เขาเปิดใจได้อย่างสิ้นเชิง เข้าใจเขา รู้ใจเขา
และเขาก็ไม่มีทางรังแกคนคนนั้น แถมยังทำดีด้วย
พวกเขากอดกัน ร้องรำทำเพลงไปด้วยกัน มีความรักให้แก่กัน
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
ซีนายเงยหน้า ขอบตาเริ่มแดง
เธอบอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง แต่น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่เชื่อฟัง
หยดแล้วหยดเล่า ซึมเข้าไปในชุดป้องกัน
เธอเองก็คิดว่าจะมีใครสักคนปรากฏตัวข้างกายเธอตอนที่เธอตกอยู่ในอันตราย
แต่ไม่มีเลย
หุ่นยนต์จิ๋วก็ไปกันหมดแล้ว
สุดท้ายก็เหลือเธอตัวคนเดียว
เสียงนับเวลาถอยหลังยังคงดังอยู่ข้างหู
[สิบ เก้า แปด…]
ควันขาวหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดซีนายก็ทนต่อไปไม่ไหว
ก่อนที่เธอจะหมดสติไป เธอเห็นลางๆ ว่ามีคนวิ่งเข้ามาคนหนึ่ง
ซีนายเงยหน้าด้วยความเหนื่อยล้า สายตาเลือนราง มองเห็นคนที่เข้ามาไม่ชัด
เห็นเพียงดวงตาสีเขียวเข้ม ในที่สุดชั้นน้ำแข็งที่อยู่ในดวงตาก็พังทลายลง เหลือเพียงความตระหนกและโมโห
เธอหลับตาลง คิดในใจ
ทำไมเธอยังคิดถึงเขาอีกตอนที่กำลังจะตายแล้ว
น่าสมเพชจริงๆ
ซีนายคอตก ร่างกายทิ้งตัว ไม่รับรู้อะไรอีก
จึงไม่รู้ว่ามีคนมาอุ้มเธอไว้ได้ทันเวลา เวลาที่นับถอยหลังก็หยุดลงในตอนนี้
ควันสีขาวเริ่มจางหาย เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่ม
นอร์ตันกอดเธอแน่น พูดเสียงเบา “เด็กโง่”
ผู้วิเศษลำดับที่แปดจากยี่สิบสองคน ผู้วิเศษอัศวินรถม้า พลังพิเศษคือ ข้ามผ่านทุกอุปสรรค