ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 508 วัตถุดิบวันตรุษ
ตอนที่ 508 วัตถุดิบวันตรุษ
ตอนที่ 508 วัตถุดิบวันตรุษ
แม่นางจ้าวรอดพ้นจากอาการปางตายมาด้วยความยากลำบาก ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวภายในสองวัน ทว่านางไม่ได้รับความโชคดีนานนัก เพราะนางยังต้องดิ้นรนทำงานหนักตลอดทั้งวันคืนเช่นเดิม
นางเฉินปากเปราะ ประกาศเล่าเรื่องราวให้ผู้คนรับรู้โดยทั่วกันว่าแม่นางจ้าวเป็นลมหมดสติอยู่ในแปลงผักทั้งที่อากาศเหน็บหนาว และนางคงตายตกไปแล้วหากไม่ได้นางช่วยชีวิตไว้
ใกล้ถึงวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว บรรดาผู้หญิงในหมู่บ้านจึงไม่กล่าวถ้อยคำไม่เป็นมงคลต่อหน้า พวกนางเพียงนินทาลับหลังอยู่บ่อยครั้ง ว่าแม่นางจ้าวอาจมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกไม่นานนัก
“เมื่อวานข้าเห็นนางกำลังซักผ้าอยู่ที่ริมแม่น้ำ ผิวกายนางหมองหม่นเป็นสีเทาราวถูกปกคลุมไปด้วยชั้นดิน ไม่ต่างจากสภาพของสะใภ้ตระกูลหวงก่อนที่จะสิ้นลมหายใจเลย เกรงว่านางอาจอยู่ได้อีกไม่นาน…”
“อย่าเอ่ยถึงเรื่องนั้นเลย จะว่าไปแม่สามีของนางก็กดขี่ข่มเหงลูกสะใภ้ไม่น้อยไปกว่าแม่เฒ่าตระกูลหวงเลยนี่นา ตลอดทั้งวันเอาแต่จิกหัวใช้ให้ทำงานราวเห็นเป็นล่อ ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ต่างจากสัตว์ ดูรูปร่างสะใภ้ใหญ่สิ ผอมแห้งเหลือแต่ผิวหนังหุ้มกระดูก…”
“น่าเวทนายิ่งนัก ก่อนหน้านี้ภรรยาบัณฑิตเคยมีท่าทางเปี่ยมสง่าราศี แต่ตอนนี้ครอบครัวของนางกลับพังยับเยิน จึงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับบาปที่ตนไม่ได้ก่อ…”
“น่าสมเพชล่ะสิไม่ว่า ต่อให้ไม่ใช่นางที่เป็นผู้กระทำความผิดทั้งหมด แต่นางและสามีก็ถือว่าเป็นคนเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่นางเป็นอยู่ตอนนิ้ควรเรียกว่าอะไร มิใช่การชดใช้กรรมหรอกหรือ?!”
“สะใภ้ตระกูลหวางช่างมีไหวพริบเสียจริง อ๊ะ! ครอบครัวของข้ายังรอให้ซาลาเปาสุกอยู่ อย่ากล่าวถึงเรื่องนี้ อย่ากล่าวถึงมันอีกเลย…”
“ข้าเองก็ต้องกลับไปทำงานเช่นกัน วันพรุ่งนี้ข้าเชิญให้พ่อค้าเนื้ออู๋มาที่บ้านเพื่อเชือดหมูสำหรับฉลองวันตรุษ…”
กลุ่มผู้หญิงรวมตัวกันอยู่หน้าประตูเรือน พูดคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจะแยกย้ายกันไป แต่ละคนต่างย้อนกลับไปที่เรือนของตน ยุ่งอยู่กับการทำความสะอาดบ้าน ตระเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสำหรับวันตรุษ เพื่อเริ่มเฉลิมฉลองศักราชใหม่อย่างมีชีวิตชีวา
ปีนี้เป็นปีที่ดี การเก็บเกี่ยวผลผลิตในทุ่งนาเป็นที่น่าพอใจไม่น้อย อีกทั้งราคาเมล็ดพันธุ์พืชที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ยังสูงขึ้นจากเดิมถึงหนึ่งในสิบส่วนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นอกเหนือจากรายได้จากการขุดเหมืองเกลือบนภูเขาแล้ว บางคนยังมีรายได้จากการทำงานในหมู่บ้านแห่งใหม่ของตระกูลหยุน รวมถึงรายได้เสริมของเหล่าสตรีในหมู่บ้านจากการตัดเย็บสินค้าขนสัตว์ในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำเกษตร ตราบใดที่ขยันขันแข็งไม่เกียจคร้าน ทุกคนในหมู่บ้านก็สามารถหาเงินจุนเจือครอบครัวตนเองได้ ทั้งยังมีเงินเพียงพอสำหรับเฉลิมฉลองปีแห่งความรุ่งเรือง
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เรือนของหยุนลี่เต๋อไม่เคยว่างเว้นจากบรรดาชาวบ้านมากหน้าหลายตาที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมเยียน ซึ่งผู้มาเยือนจะนำเนื้ออย่างดีสองชิ้นติดไม้ติดมือมาด้วย หรือไม่ก็หยิบเอาตะขอแขวนขาหมูอวบอ้วนมามอบให้กับพวกเขาโดยตรง และไม่ว่าสองสามีภรรยาจะปฏิเสธไม่รับของกำนัลเหล่านั้นอย่างไรก็ตาม ชาวบ้านก็ยืนกรานที่จะให้ทั้งคู่รับไว้
ผู้คนในหมู่บ้านล้วนปรารถนาดีต่อหยุนลี่เต๋อ ดังนั้นเมื่อครอบครัวใดเชือดหมูแล้ว ต่างก็ส่งเนื้อส่วนที่ดีที่สุดมามอบให้กับเขาเพื่อแสดงความขอบคุณและเคารพนับถือ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้ปีนี้ครอบครัวรองมีเนื้อหมูสดอยู่ในปริมาณมากเกินกว่าที่จะกินจนหมด แม่นางเหลียนจึงแบ่งเนื้อหมูส่วนหนึ่งมาหมักไว้ด้วยเกลือ ก่อนทำการรมควันด้วยกิ่งสน แล้วแขวนไว้บนคานในห้องครัว
หยุนลี่เต๋อตระเตรียมวัตถุดิบสำหรับวันตรุษไว้ให้พร้อมสรรพ รุ่งเช้าของวันที่ยี่สิบเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติ เขาจึงขนของขึ้นเกวียนไม้จนเต็มแน่นและนำไปส่งมอบให้กับแม่เฒ่าจู
ทันทีที่เห็นว่าลูกคนรองกำลังหอบเนื้อไก่ เนื้อเป็ด เนื้อปลา แป้งกระสอบใหญ่ และขนมของว่างนานาชนิดเข้าครัวอีกครั้ง แม่เฒ่าจูที่ยืนอยู่ข้างประตูจึงกวักมือพร้อมสั่งว่า “นำขึ้นมาเก็บไว้บนเรือนเถอะ หากเก็บไว้ที่อื่นเกรงว่าโจรจะลักขโมยเอาไปกินเสียหมด”
หยุนลี่เต๋อที่กำลังแบกแป้งน้ำหนักประมาณเกือบยี่สิบจินไว้บนบ่า รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น แม่เฒ่าจูเบือนหน้าหนีไปด้านข้าง ก่อนจะเปิดประตูห้องชั้นบนเข้าไป แล้วหันกลับมาชำเลืองมองเขาเล็กน้อย
เห็นเช่นนั้นแล้วหยุนลี่เต๋อจึงเข้าใจในทันที เขาพยักหน้ารับ จากนั้นจึงขนย้ายวัตถุดิบวันตรุษขึ้นไปเก็บไว้ภายในห้องชั้นบน พื้นที่ห้องชั้นบนค่อนข้างกว้างพอสมควร มีตู้หนึ่งตั้งอยู่ติดกับผนังห้องฝั่งตะวันตก และมีแม่กุญแจขนาดเล็กห้อยอยู่ตรงประตูตู้กับข้าว
แม่เฒ่าจูควานหาลูกกุญแจจากบั้นเอวของตนอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนนำไปไขเปิดตู้ พบว่าสองชั้นล่างของตู้เต็มไปด้วยอาหารที่หยุนลี่เต๋อมักจะนำมาส่งให้ในวันปกติ ซึ่งบางส่วนเริ่มเน่าเสีย ขึ้นรา และส่งกลิ่นเหม็นโชย
“นำลูกอมและขนมขบเคี้ยวเหล่านั้นไว้ตรงนี้ ส่วนแป้งนำไปเก็บไว้ใต้เตียง เนื้อทั้งหลายนำไปแขวนบนขื่อใต้หลังคา” ระหว่างที่ออกคำสั่ง แม่เฒ่าจูลอบนับและจดจำจำนวนวัตถุดิบไปด้วย
“ท่านแม่ อาหารเน่าเสียเหล่านี้เก็บไว้กินไม่ได้แล้ว อาจเป็นผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้” หยุนลี่เต๋อรวบรวมจานอาหารที่มีน้ำมันเจิ่งนองออกมาจากตู้ หนึ่งในนั้นคือขนมเปี๊ยะไข่เค็มที่หยุนเยี่ยนนำมามอบให้ที่บ้านเมื่อครึ่งปีที่แล้ว เมื่อเปิดออกดู พบว่าในกล่องยังเหลืออีกประมาณสองชิ้นครึ่ง ทว่ามันขึ้นราจนกลายเป็นสีดำไปทั้งหมดแล้ว
แม่เฒ่าจูหรี่ตาลงเพื่อชำเลืองมอง “นำไปโยนไว้เป็นอาหารหมูให้หมด”
หยุนลี่เต๋อมีนิสัยสัตย์ซื่อตรงไปตรงมา เขาลังเลเล็กน้อยขณะกล่าวออก “เชวี่ยเอ๋อเคยบอกว่าอาหารเน่าเสียเหล่านี้ไม่สามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมู เพราะหากหมูติดเชื้อหรือเป็นโรคระบาดขึ้นมา พวกมันอาจล้มตายได้ทั้งคอก”
“ทุกวันนี้ สัตว์ทุกประเภทล้วนขายได้ราคาดี” แม่เฒ่าจูขมวดคิ้วราวเห็นด้วย ทันใดนั้นหางตาของนางพลันเหลือบไปเห็นนางเฉินที่พยายามทำคอยืดยาวชะโงกมองผ่านประตูห้องเข้ามา จึงกล่าวอย่างโกรธเคือง “เช่นนั้นก็นำไปให้นังหญิงตะกละนั่นซะ”
หยุนลี่เต๋อ…
นางเฉินที่ชะโงกศีรษะจากด้านนอกประตูเข้าไปเกือบครึ่งเบ้ริมฝีปากทันที กระซิบพึมพำกับตนเองว่า “ใจคอจะไม่ให้ข้ากินเนื้อหมูเลยหรืออย่างไร…”
หลังจากส่งมอบของสำหรับวันตรุษให้เสร็จสรรพแล้ว แม่เฒ่าจูก็ไม่กล่าวคำใดอีก นางรินน้ำให้ลูกชายคนรองหนึ่งถ้วย ก่อนถอยกลับไปนั่งลงบนเตียง ก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับเข็มและด้ายเพื่อทำงานเย็บปักต่อไป
ช่วงต้นฤดูหนาว แม่นางเหลียนได้มอบผ้าอย่างดีเนื้อหนาจำนวนสองสามชิ้นและผ้าฝ้ายผืนใหม่ให้กับนาง ปีนี้นางตัดเย็บเสื้อคลุมกันหนาวตัวใหม่ให้ตนเองสองชุด ส่วนเศษผ้าที่เหลือใช้ถูกนำมาเย็บปักเป็นพื้นรองเท้า ถุงเงิน และงานฝีมืออื่น ๆ เพื่อฆ่าเวลา
แม่เฒ่าจูชำนาญในด้านการเย็บปักเป็นพิเศษ ลายปักรูปดอกไม้และผีเสื้อนั้นสวยงามและประณีตเป็นอย่างยิ่ง แต่นางกลับไม่เคยหยิบใช้งานฝีมือตนเองเลย หลังจากทำเสร็จแล้วก็นำมาวางกองซ้อนกัน
หยุนลี่เต๋อยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่านางไม่ออกคำสั่งใด ๆ แล้ว จึงถูฝ่ามือเข้าด้วยกันพร้อมกล่าวว่า “ท่านแม่ หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน ประเดี๋ยวอีกสองวันข้าจะทำเกี๊ยวและนำมาส่งให้กับท่าน”
เมื่อกล่าวจบแล้วเขาก็หันหลังกลับ ขณะที่เดินไปยังประตูห้อง แม่เฒ่าจูกลับร้องเรียกเขาไว้ “ประเดี๋ยวก่อน” แม่เฒ่าจูค่อย ๆ เอื้อมมือไปด้านข้าง ดึงห่อผ้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะออกมา พลิกมันไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะหยิบสิ่งของด้านใน หลังจากเลือกรองเท้าอย่างดีสองสามคู่ได้แล้ว นางจึงเงยหน้าขึ้นพร้อมเลิกคิ้ว “รับไป”
หยุนลี่เต๋อตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ดวงตาจับจ้องไปยังมือของผู้เป็นแม่ จากนั้นจึงตอบสนองทันที เขาพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วและก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับมันไว้
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาหยิบรองเท้าออกมาจากแขนเสื้อและวางเรียงลงบนโต๊ะ โดยบอกว่าเขาได้รับมาจากแม่เฒ่าจูกับมือ หยุนเชวี่ยซึ่งยืนมองอยู่ด้านข้างประหลาดใจไม่น้อย นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จำความได้ที่ครอบครัวของนางได้รับของกำนัลจากหญิงชรา นางรู้สึกสงสัยเล็กน้อยว่าอีกฝ่ายมีแผนการร้ายใดแอบแฝงหรือไม่ ในใจนึกอยากถามแต่ไม่กล้า ได้แต่เหลือบมองแม่นางเหลียนด้วยแววตาซับซ้อน
แม่นางเหลียนเองก็ไม่อยากเชื่อสายตาเช่นกัน นางเอื้อมมือออกไปสัมผัสมันเล็กน้อย ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ก่อนหันไปมองหยุนลี่เต๋อพร้อมเอ่ยถาม “ท่านแม่มอบสิ่งนี้ให้ท่าน แล้วกล่าวสิ่งใดอีกหรือไม่?”
หยุนลี่เต๋อส่ายหน้า
“งานปักของท่านแม่ประณีตยิ่งนัก ดูตะเข็บนี้สิ เรียบเนียนกว่าฝีมือของสะใภ้คนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเสียอีก พื้นรองเท้าก็สวยงามไม่น้อย จะกล้าสวมใส่ไว้ใต้ฝ่าเท้าได้อย่างไรกัน…” แม่นางเหลียนกล่าวชื่นชมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นและนำรองเท้าหลายคู่ไปเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง
เช้านี้ตระกูลหลี่เชือดหมูและนำส่วนขามามอบให้กับครอบครัวรองขาหนึ่ง หยุนลี่เต๋อทำการตัดแต่งกีบหมูและบอกกล่าวว่าจะนำไปตุ๋นในหม้อกับหัวไชเท้า ขณะนั้นแม่นางจ้าวซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากอาการล้มป่วยได้ไม่นาน เดินทางมาหาเขาถึงหน้าประตู
แม่นางเหลียนมอบเสื้อคลุมกันหนาวให้กับนางตั้งแต่ฤดูหนาวปีก่อน นอกจากเสื้อตัวนี้แล้วก็ไม่มีตัวอื่นให้ผลัดเปลี่ยนอีก นางจึงสวมใส่มันตลอดทั้งวันขณะที่ผ่าฟืนและก่อไฟทำอาหาร ทำให้สีเริ่มซีดจางไปตามกาลเวลา
แม่นางจ้าวหดคอลง ยืนรั้งรออยู่นอกประตูรั้วบ้านครอบครัวรองหยุน สักพักจึงชะโงกคอมองเข้าไป ครั้นเห็นแม่นางเหลียนเดินออกมาจากตัวเรือน จึงรีบร้องเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “สะใภ้รอง…”