บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 392 ขับไล่คนออกไป

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  4. ตอนที่ 392 ขับไล่คนออกไป
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 392 ขับไล่คนออกไป
ตอนที่ 392 ขับไล่คนออกไป

ครั้นทั้งคู่ได้ยินว่าพวกตนไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอีกต่อไป ต่างคนต่างก็รู้สึกร้อนรน

“ไม่ได้ ไม่ได้ พวกเราสองคนดั้นด้นกันมาไกลกว่าสี่สิบลี้ จากบ้านมาไกลถึงเพียงนี้ จู่ ๆ จะมาขับไล่กันได้อย่างไร?” แม่นางเหยาแสร้งถามกลับด้วยความไร้เดียงสา

หยุนเชวี่ยจ้องมองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เรื่องนั้นท่านอารู้ดีแก่ใจมิใช่หรอกรึ?”

“ข้า… ข้างานอย่างซื่อสัตย์ตลอดทั้งวัน ไม่มีเวลาว่างแม้สักครึ่งเค่อ* แล้วจะไล่ข้าออกไปโดยไร้เหตุผลเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?” นางหันกลับไปมองแม่นางเหลียนที่ดูเจรจาด้วยได้ง่ายกว่า ใบหน้าฉายชัดว่าตนเอง ‘ถูกใส่ร้าย’

* หน่วยเค่อในที่นี้เป็นเวลา 1 เค่อ = 15 นาที ครึ่งเค่อก็ประมาณ 7.5 นาที

“แม้แต่ครึ่งเค่อก็ไม่ว่างเว้นงั้นหรือเจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยแสยะยิ้มมุมปาก “ท่านควรขอบคุณท่านแม่ที่ยังมีเมตตา เห็นแก่หน้าของท่านว่ามาจากหมู่บ้านเดียวกันจึงต้องการจะเก็บพวกท่านทั้งสองคนไว้ แต่ในเมื่อท่านยังยืนกรานพูดเหลวไหลเช่นนี้ เห็นทีคงอยู่ด้วยกันไม่ได้เสียแล้ว บ้านของข้าไม่อาจจ้างงานคนที่เกียจคร้าน”

“สาวน้อยเชวี่ยเอ๋อ เจ้าไม่ควรกล่าวหาอาสะใภ้เช่นนี้” แม่นางเหยาต่อให้ตายก็ยังไม่คิดจะยอมรับ “ที่นี่อยู่ห่างไกล ครอบครัวของเจ้าประกาศจ้างงานข้าก็อุตส่าห์มาช่วย บ้านของเจ้าว่าอย่างไรข้าก็เห็นดีงามด้วยทั้งนั้น ทำเช่นนี้มิใช่การรังแกคนอื่นหรอกหรือ?”

“ค่าจ้างสี่วันรวมเป็นเงินตั้งแปดสิบเหรียญแล้ว สำหรับเจ้านับว่ามากมายไม่ใช่น้อย ข้าเองก็รับปากว่าจะจ่ายให้เดี๋ยวนี้ เช่นนั้นเจ้าจะกล่าวหาว่าพวกเรารังแกเจ้าได้อย่างไร?” แม่นางเหลียนยังคงระงับอารมณ์ แม้ในตอนที่โต้เถียงกับผู้อื่นน้ำเสียงก็ยังอ่อนโยนและมีเหตุผล

ฝ่ายแม่นางเหยาไม่ต้องการเงินแค่จำนวนเท่านี้ นางไม่เพียงต้องการอยู่ทำงานในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังต้องการให้สามีของนางมาทำงานด้วยกัน หากเป็นเช่นนั้นนับจากนี้ไปครอบครัวของนางก็จะสุขสบายยิ่งนัก ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินและเรื่องเงินอีกต่อไป

“พวกเจ้ารังแกคน ก่อนหน้านี้ประกาศชัดว่าจ้างงานเป็นเวลายี่สิบวัน นี่แค่สี่วันก็ไล่คนออกเสียแล้ว ข้าดั้นด้นเดินทางมาทำงานไกลบ้านกว่าสี่สิบลี้ กลับมาขับไล่ออกไปด้วยการกล่าวหากันเพียงประโยคเดียว ยังไม่นับว่ารังแกกันอีกรึ?!” นางโวยวายด้วยความคับข้องใจ

“ท่านอา อย่าเอาแต่กล่าวหาว่าข้ารังแกผู้ใดเลย” หยุนเชวี่ยตอบกลับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ทุกคนมาที่นี่ต่างก็มาไกลเพื่อทำงานรับค่าจ้างกันทั้งนั้น เช่นนั้นข้าขอถามหน่อย ว่ามีผู้ใดบ้างที่สามารถยืนยันให้ท่านได้ว่าท่านทำงานอยู่กลางทุ่งนาตลอดทั้งบ่าย?”

แม่นางเหยาชะงักค้างไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยังตอบโต้อย่างห้าวหาญ “ต่างคนต่างก็ยุ่งอยู่กับงานของตนกันทั้งนั้น ใครจะมีเวลาว่างพอยุ่งเรื่องของคนอื่น?”

“หึหึ” หยุนเชวี่ยเหยียดยิ้ม “เช่นนั้นเหตุใดเราไม่เข้าไปถามกันให้รู้ชัดเสียตอนนี้เล่า? ข้าไม่เชื่อหรอกว่าในบรรดาสิบกว่าคนจะไม่มีผู้ใดเห็นพวกท่านทั้งสองคนเลย”

แม่นางเหยา “แล้วถ้า…”

หยุนเชวี่ยกล่าวแทรกคำแก้ตัวของอีกฝ่ายไว้เสียก่อน “อาจต้องกล่าวด้วยว่าพวกท่านทั้งสองหลบงานไปนั่งอยู่ด้วยกัน เห็นทีคงได้คำตอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น”

“…”

แม่นางเหยายังคงยืนกรานปฏิเสธต่อไป กลับกลายเป็นว่าสะใภ้ตระกูลเจิ้งซึ่งยืนก้มหน้าไม่พูดอะไรอยู่เป็นนานกลับยอมสารภาพโดยดี “นางเป็นคนเรียกข้าให้ตามออกไป ให้เหตุผลว่ากลางทุ่งนาคนทำงานกันหลายคน ไม่มีผู้ใดสังเกตแน่ว่ามีจำนวนน้อยลงหนึ่งหรือสองคน”

“เจ้าพูดจาเหลวไหล!” ครั้นได้ยินว่าอีกฝ่ายกล่าวไปคนละทาง แม่นางเหยาพลันเกิดอารมณ์โทสะขึ้นมาทันที “ข้ากล่าวเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน!? เจ้าพ่นเลือดใส่ความข้า!”

สะใภ้ตระกูลเจิ้งก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาผู้ใดทั้งนั้น สองมือบีบเข้าหากันแน่นก่อนเอ่ยต่อเสียงแผ่วเบา “ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะตั้งใจทำงานให้ดี ขอร้องท่านอย่าเพิ่งขับไล่ข้าออกไปเลย ลูกของข้ายังเล็ก ร่างกายอ่อนแอนัก ไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ล้มป่วย ครอบครัวของข้าไม่มีเงินจ่ายเป็นค่ายารักษาจริง ๆ” กล่าวจบแล้วนางก็ปาดน้ำตาพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น

“เจ้าพูดเหลวไหล! พูดพล่ามไร้สาระ!” แม่นางเหยาชี้นิ้วไปที่ปลายจมูกของนางพลางร้องตะโกนอย่างไม่พอใจ

“ข้าไม่ได้พูดจาเหลวไหล สิ่งที่ข้ากล่าวล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น” สะใภ้ตระกูลเจิ้งสะอึกสะอื้นเสียงแผ่วเบา “นาง… นางยังกำชับให้ข้ายืนกรานไม่ยอมรับท่าเดียว เมื่อไร้หลักฐานเท่ากับไม่มีมูลความจริง พวกเจ้าย่อมไม่มีทางจัดการขับไล่พวกเราออกไปได้…”

แม่นางเหยาได้แต่ขบกรามแน่น ถลึงตาโพลงด้วยความโกรธจนแทบจะกระทืบเท้าเร่า ๆ

“เฮ้อ…” แม่นางเหลียนถอนหายใจ เห็นท่าทางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหมดหนทางของอีกฝ่ายแล้ว ก็ให้รู้สึกใจอ่อนขึ้นมาเล็กน้อย

หลังจากนั้นสะใภ้ตระกูลเจิ้งและแม่นางเหยาก็เดินกลับไปยังห้องพักของตนเอง

ครั้นกลับถึงห้อง สะใภ้ตระกูลเจิ้งก็ไม่พูดอะไรสักคำ ขอบตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ก้าวขึ้นเตียงไปอย่างเงียบเชียบ แม้มีคนตั้งคำถามก็ไม่ตอบแต่อย่างใด ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงไว้ แม่นางเหยาพยายามอดกลั้นลมหายใจ แล้วจึงจงใจตบเตียงและตีหมอนของตนจนเกิดเสียงดังลั่นห้อง

“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดสะใภ้ตระกูลเจิ้งจึงได้ร้องห่มร้องไห้เช่นนั้น? สะใภ้รองเรียกเจ้าไปพูดคุยเรื่องใดกันแน่?”

“ฮึ่ม! จะเป็นเรื่องใดได้อีก นอกเสียจากหมาลอบกัดเลี้ยงไม่เชื่อง!” แม่นางเหยาซึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงของสะใภ้ตระกูลเจิ้งชำเลืองมองนางด้วยสายตาดุร้ายพลางตะโกนเสียงดัง

“ในหมู่บ้านแห่งนี้เลี้ยงสุนัขไว้ด้วยรึ?” บางคนไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้นัก

สตรีที่อยู่ด้านข้างจึงหันไปขยิบตาให้นางโดยที่ไม่กล่าวคำใด นางตกใจและตระหนักทันทีว่าแม่นางเหยากำลังเหน็บแนมสะใภ้ตระกูลเจิ้ง

“หมาถึงอย่างไรก็ยังเป็นหมาอยู่วันยังค่ำ” แม่นางเหยาก่นด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรงขึ้น ทุกประโยคชี้ชัดไปทางสะใภ้ตระกูลเจิ้ง “พอจวนตัวก็แสร้งทำเป็นซื่อสัตย์แล้วลอบกัดผู้อื่น สักวันเถิด จะถูกตีให้ตายคามือ!”

สะใภ้ตระกูลเจิ้งก็ไม่ตอบโต้ ไม่ส่งเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น ไม้แม้แต่จะขยับเขยื้อนเพียงเล็กน้อย นางขดตัวอยู่ในผ้าห่มปล่อยให้อีกฝ่ายด่าทอจนหนำใจ

สตรีบางคนที่ไม่อยากทนฟังให้เสียบรรยากาศก็ช่วยพูดเกลี้ยกล่อม “ช่างปะไร พวกเราต่างก็ทำงานหนักทั้งยังอาศัยอยู่ร่วมห้อง เรื่องใหญ่เพียงใดก็ปล่อยวางให้กลายเป็นเรื่องเล็กเสียบ้าง นี่ก็ดึกดื่นค่อนคืนเข้าไปแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ ”

ใครคนหนึ่งเอี้ยวตัวไปเป่าตะเกียงให้ดับลง แม่นางเหยายังสบถด่าออกมาอีกสองสามประโยค แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนห่อตัวด้วยผ้าห่มพลิกตัวไปคนละทางไม่เสวนากันอีก นางจึงหยุดยั้งปากของตนเองได้

เช้าวันรุ่งขึ้น แม่นางเหลียนจ่ายเงินค่าแรงให้นางแปดสิบเหรียญตามที่รับปากไว้ เป็นสัญญาณให้นางเก็บของและกลับออกไป แม่นางเหยารับเงินมานับก่อนเก็บไว้ในถุงเงิน พลางเบ้ปากแสยะยิ้มอย่างไม่เต็มใจ “เหตุใดเจ้าจึงขับไล่ข้าออกไปเพียงผู้เดียวเล่า?”

สะใภ้ตระกูลเจิ้งซึ่งยืนอยู่ด้านข้างได้ยินดังนั้นก็รู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที

“ไม่เห็นต้องใช้เหตุผลใดมากมาย นางจ่ายเงินจ้างให้เจ้ามาทำงาน เจ้ากลับคิดหาทางเอาเปรียบ หลบไปหาที่พักผ่อนหลบงานเสียอย่างนั้น ในเมื่อเจ้าเกียจคร้านเล่นตุกติก เจ้าของบ้านจะไม่มีสิทธิ์ไล่เจ้าออกไปเชียวรึ?!” แม่ของอู๋ต้าหวังเดินออกมาจากห้องครัวโดยหยิบเอาตะหลิวติดมือมาด้วย

เช้านี้ขณะช่วยกันเตรียมอาหาร แม่นางเหลียนเล่าเรื่องนี้ให้นางฟังอย่างละเอียด เมื่อนางได้ยินก็นึกโมโหขึ้นมาทันที กล่าวตามตรงว่าแม่นางเหลียนใจอ่อนเกินไป หากตัดสินใจเก็บนางไว้ นี่ไม่เท่ากับเลี้ยงดูคนเกียจคร้านให้เอาเปรียบคนงานอื่นหรอกหรือ?

แม่นางเหยาแม้ทำผิดแต่ไม่ได้มีนิสัยสงบเสงี่ยมเจียมตน นางกลอกตาพร้อมชี้หน้าแม่ของอู๋ต้าหวัง “เจ้ากล่าวหาว่าข้าเกียจคร้านไม่ยอมทำงาน แล้วในเมื่อนางก็อยู่กับข้า เหตุใดจึงไล่ข้าออกไปเพียงคนเดียวเล่า? เหตุใดไม่ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับนางบ้าง?”

“นั่นเป็นเพราะครอบครัวรองมีน้ำใจ หลังจากนางยอมสำนึกผิดอย่างจริงใจแล้วย่อมได้รับโอกาสแก้ตัวอีกหนหนึ่ง เจ้าเองก็อย่าได้ทำตัวน่ารำคาญไปหน่อยเลย เอาแต่ถลึงตาพูดพล่ามไร้สาระ จะไปไหนก็รีบไปเสียเถิด” แม่ของอู๋ต้าหวังโบกมือไล่ด้วยท่วงท่าที่น่าเกรงขาม

“ข้าจ่ายเงินให้เจ้าไปแล้ว มูลค่ารวมแล้วไม่ใช่น้อย ๆ เสียเมื่อไร จากนี้ครอบครัวของข้าคงไม่จ้างงานเจ้าอีก” แม่นางเหลียนไม่ต้องการมีปัญหาบาดหมางกับผู้ใด จึงกล่าวตัดบทเพียงว่า “ทุกคนล้วนมาจากหมู่บ้านเดียวกัน ข้าเองก็ไม่อยากป่าวประกาศบอกผู้ใดให้เป็นเรื่องใหญ่ ฉะนั้นเจ้ากลับไปเสียเถอะ”

หลังจากล้างหน้าล้างตาในตอนเช้าเสร็จเรียบร้อย หลายคนที่ถือชามเตรียมจะตักข้าวต่างก็หันมองมาทางนี้ ราวกับว่าได้ยินอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ พวกนางเอี้ยวตัวไปกระซิบกระซาบกัน แม่นางเหยาถึงได้ตระหนักว่าหากโวยวายต่อไปใบหน้าของตนคงดูไม่ดีนัก แม้เคืองใจแต่ก็ยอมเข้าไปในเรือนเพื่อเก็บข้าวของส่วนตัวออกมาแต่โดยดี

“เจ้าออกจะเป็นคนตรงไปตรงมา นางจะไม่พอใจก็สุดแล้วแต่!” แม่ของอู๋ต้าหวังบ่นพึมพำแล้วจึงหันไปตะโกนเรียกทุกคนอีกครั้ง “อาหารพร้อมแล้ว! มากินกันเร็วเข้าจะได้มีเรี่ยวแรง!”

“เจ้าเองก็กินข้าวให้อิ่มท้องเสีย” แม่นางเหลียนหันไปกล่าวกับสะใภ้ตระกูลเจิ้งด้วยน้ำเสียงโอบอ้อมอารี

สะใภ้ตระกูลเจิ้งเม้มริมฝีปากแน่น ผ่านไปครู่ใหญ่ ก็เอ่ยขึ้นพร้อมร่ำไห้ “ขอบคุณท่านน้าแล้วที่เมตตาข้า” กล่าวจบก็ก้มหน้าลงแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เช้าตรู่ขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย แม่นางเหยาหอบห่อผ้าลงมาจากเรือนด้วยใบหน้าดำคล้ำ ก่อนจากไปนางยังไม่วายถลึงตาใส่สะใภ้ตระกูลเจิ้งที่ถือชามต่อแถวเตรียมตักข้าวอยู่ในห้องครัว

รอจนนางเดินจากไปไกล ผู้คนต่างหันไปกระซิบกระซาบสืบหาต้นสายปลายเหตุกันทันที “เกิดสิ่งใดขึ้นกับสะใภ้สามตระกูลเหยากันแน่? นางเก็บข้าวของเดินจากไปด้วยเหตุใดกัน?”

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 392 ขับไล่คนออกไป"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
2022-08-10
images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
2023-06-19
64085b
โฮสต์สาวพลิกอดีตกับระบบสุดเทพ
2023-09-24
brownieed892ee5
ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
2025-11-26

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน