บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 337 คนโกหก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  4. ตอนที่ 337 คนโกหก
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 337 คนโกหก
ตอนที่ 337 คนโกหก

ใบหน้ากลมเล็กไร้เดียงสาของเอ้อหู่แดงก่ำด้วยความจริงจังขณะที่จ้องมองเหออวี้และชีจินที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

เหออวี้…

ชีจิน…

เด็กชายทั้งสองรู้ดีว่าฝีมือการต่อสู้ของตนอยู่ในขั้นใด ทว่าไม่คาดคิดว่าจะสามารถหลอกเด็กน้อยให้หลงเชื่อว่าพวกตนเป็นผู้มีวรยุทธ์สูงส่งได้สำเร็จ เมื่อสบสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาแล้วทั้งสองก็กล่าววาจาไม่ออก

เอ้อหู่เม้มริมฝีปากแน่น “พี่เหออวี้ พี่ชีจิน ท่านทั้งสอง…”

เด็กชายกล่าวพลางค้อมหลังลงเล็กน้อย หยุนเชวี่ยรีบเดินเข้าไปขวางเอาไว้ “รับ ๆ พวกเขาสองคนรับเจ้าเป็นศิษย์แล้ว ลุกขึ้นเร็วเข้า” นางเกรงว่าหากยังไม่ยอมรับ เด็กคนนี้คงต้องโค้งคำนับจนศีรษะแตะพื้นเป็นแน่

เอ้อหู่จ้องมองอีกฝ่ายโดยไม่ขยับเขยื้อน

หยุนเชวี่ยหันกลับมาแสยะยิ้มให้สหาย “เจ้าสองคนไม่กลัวว่าจะอายุสั้นกันรึ?”

เหออวี้ไม่กลัวว่าตนเองจะอายุสั้น แต่กลัวว่ามารดาของเอ้อหู่จะรู้ว่าลูกชายผู้ไร้เดียงสาของนางมาก้มศีรษะคำนับให้เขา ซึ่งความผิดนี้หนักหนาพอที่จะสามารถใช้เป็นข้ออ้างขับไล่ตนออกจากหมู่บ้านได้ เหออวี้จึงพยักหน้าขึ้นลงหลายครั้งก่อนใช้ข้อศอกกระทุ้งหน้าท้องของชีจิน

“อ้อ ยอมรับ ๆ” ชีจินรีบตอบรับ

ดวงตาของเอ้อหู่เปล่งประกายทันที “ท่านอาจารย์ โปรดรับการคารวะจากศิษย์ด้วยเถิดขอรับ…”

ทั้งสามคนรีบพยุงเด็กชายตรงหน้าให้ยืนขึ้นทันที หยุนเชวี่ยกุมขมับพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “เจ้าไปจำท่าทางเหล่านี้มาจากที่ใด?”

“จำมาจากเรื่องเล่าขอรับ” เอ้อหู่ตกอยู่ในห้วงความสุขของความสำเร็จ

ไม่ต้องคาดเดาให้ปวดศีรษะก็รู้ว่าเด็กคนนี้จำมาจากเรื่องเล่าที่ผู้เฒ่าหวังเล่าให้ฟังอย่างแน่นอน ตาแก่คนนี้มักทำตัวแปลกประหลาดและพูดจาเพ้อเจ้อทั้งวัน แต่ถึงกระนั้นชาวบ้านกลับฟังเรื่องที่เขาเล่าอย่างเพลิดเพลิน

‘เล่าเรื่องที่เป็นประโยชน์กว่านี้ให้เด็ก ๆ ฟังมิได้หรือ?’ หยุนเชวี่ยเกาศีรษะพลางครุ่นคิด ‘เช่นหลักการเลี้ยงหมูอย่างไรให้รวย? หรือสอนเด็กน้อยทุกคนในหมู่บ้านอ่านตำราและเขียนตัวอักษรเป็นต้น’

เอ้อหู่รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้คำนับท่านอาจารย์ทั้งสอง หยุนเชวี่ยจึงกล่าวปลอบเขาว่า ‘เราไม่ชอบพิธีรีตอง’ เด็กชายก็พยักหน้าอย่างเข้าใจพลางหันไปเอ่ยถามเหออวี้ “ท่านอาจารย์ สำนักของพวกเราชื่อว่าอะไรหรือขอรับ?”

เหออวี้ “หืม?”

“สำนักของพวกเรามีชื่อว่าอะไรขอรับ?” เอ้อหู่ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง

เหออวี้…

เอ้อหู่ “สำนักเรียนทุกสำนักในเรื่องเล่ามีชื่อเรียก”

“หากอย่างนั้นชื่อว่า… สำนักพยัคฆ์มังกรแล้วกัน” หยุนเชวี่ยกล่าวตอบอย่างไม่ใส่ใจ นางรู้ว่าเด็กชายจะต้องคุยโวโอ้อวดเรื่องคารวะอาจารย์ไปทั่วหมู่บ้านเป็นแน่ ดังนั้นนางต้องตั้งชื่อที่แฝงไว้ด้วยความหมาย

“เหตุใดเจ้าสองคนถึงมาอยู่ด้วยกัน? แล้วอีกคนหนึ่งเล่า?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถามพร้อมมองไปรอบ ๆ

“โอ้ เสี่ยวส้วยเอ๋อน่ะหรือ? นางอาจไปเก็บฟืนหรือซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำกระมัง” ชีจินกล่าว “หากไปหาตามที่ดังกล่าวแล้วไม่เจอ เช่นนั้นนางคงหาของป่าอยู่บนภูเขา… มีเรื่องอะไรหรือ?”

หยุนเชวี่ยกำลังจะอ้าปากตอบแต่ก็หยุดเอาไว้เสียก่อน อันที่จริงเรื่องที่นางอยากจะถามคนที่เหลือคือ…

“มีงานให้ทำใช่หรือไม่?”

“ไม่มีอะไรหรอก”

ชีจินเผยท่าทีสับสนงุนงง ส่วนเหออวี้เข้าใจว่าสหายผู้นี้ต้องการอะไรจึงกระแอมไอเบา ๆ พลางกล่าวออก “เจ้าหมายถึงสืออีใช่หรือไม่? เขาขึ้นไปล่าสัตว์บนภูเขาหลังหมู่บ้านกับพ่อของเจ้าน่ะ”

หยุนเชวี่ยตกตะลึง เหตุใดฟังแล้วถึงรู้สึกว่าเจ้านั่นสนิทสนมกับพ่อของนาง?

“อ๋อ” ชีจินมีปฏิกิริยาตอบสนองก่อนพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “เขาขึ้นเขาไปกับท่านอารองหยุน ข้าได้ยินเขาบอกท่านอารองว่าอยากทำงานเก็บเงินเพื่อแต่งงาน”

หยุนเชวี่ยตะลึงงันอีกครั้ง! พวกเขาสนิทสนมกันถึงเพียงนี้เลยรึ?!

เหออวี้สังเกตเห็นสีหน้าคาดเดาไม่ได้ของนางจึงแสยะยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่ชีจินเอ่ยถามซ้ำไปมา “เจ้าตามหาเขาเพราะเหตุใดหรือ?”

หยุนเชวี่ยกลืนน้ำลายลงคอ “ไม่มีอะไร เพียงแค่นึกขึ้นได้จึงถามไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”

ขณะนี้กำลังจะเข้าสู่ฤดูเหมันต์แล้ว หยุนเชวี่ยคิดว่าบนภูเขาไม่มีเสื้อผ้าหรือผ้านวมที่สามารถให้ความอบอุ่นแก่สืออี นางจึงตามหาเขาเพื่อสำรวจว่าละแวกนั้นมีที่ใดบ้างที่สามารถอยู่อาศัยเพื่อกันหนาวได้ หากเจอที่พักแล้ว นางก็พลอยดีใจไปด้วย

ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ดวงตะวันคล้อยลงลับขอบฟ้าเร็วกว่าฤดูอื่น หยุนเชวี่ยเพิ่งเดินกลับมาถึงบ้าน มารดาของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนจากไปแล้ว ส่วนแม่นางเหลียนกำลังนั่งเย็บผ้าอยู่บริเวณห้องโถง เมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในบ้าน นางก็พลันเผยสีหน้ากระอักกระอ่วน

“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถาม

“ป้าสะใภ้จางคงถูกใจเจ้าจริง ๆ นางกล่าวเชยชมเจ้าและสองพี่น้องตลอดทั้งบ่าย” หยุนเยี่ยนกล่าวออก “แม้แต่ข้ากับท่านแม่ยังไม่อาจพูดแทรก พวกเราจึงได้แต่นั่งนิ่งฟังนางโดยไม่มีโอกาสโต้แย้ง”

“ชื่นชอบไปก็ไร้ประโยชน์ ข้าไม่ได้ชอบลูกชายทั้งสองคนของนางเสียหน่อย” หยุนเชวี่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา ฝาแฝดสองคนนั้นหน้าตาเหมือนกันไม่มีผิด อีกทั้งยังไร้ความสามารถ ไม่รู้ว่ามารดาของพวกเขาเอาความมั่นใจเหล่านี้มาจากที่ใด

หยุนเยี่ยนกล่าวเสริม “ข้าว่าพรุ่งนี้ป้าสะใภ้จางต้องมาที่บ้านของเราอีกแน่นอน” เสียงของผ้าสะใภ้ผู้นี้เล็กแหลม ทั้งนางยังมีนิสัยพูดเพ้อเจ้อและพูดรัวราวกับกลัวว่าผู้ใดแย่งพูด ดังนั้นนางจึงสร้างความรำคาญใจให้แก่หยุนเยี่ยนและมารดาตลอดทั้งบ่าย

หยุนเชวี่ยโยนลูกอมเข้าปากพลางเคี้ยวจนละเอียด “มาสิ พรุ่งนี้ข้าจะไม่ออกไปที่ใด”

“หน้าตาของสองพี่น้องนั้นไม่เลวเลย…” แม่นางเหลียนพูดพลางส่ายหน้าอีกครั้ง “แต่ใช่ว่ามีรูปลักษณ์ภายนอกหล่อเหลาแล้วจะนิสัยดี”

“หน้าตาหล่อเหลาหรือ เหตุใดข้าจึงมองไม่เห็น” หยุนเชวี่ยเลิกคิ้วขึ้นพร้อมเผยสีหน้าเหยียดหยาม “พวกเขาสองคนยังหน้าตาดีไม่ถึงครึ่งของชีจินด้วยซ้ำ”

หากพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอก สืออีมีคิ้วกระบี่และดวงตาเฉี่ยวราวกับเหยี่ยว เหออวี้มีผิวขาวเนียนยิ่งกว่าสตรี คนที่มีเครื่องหน้าและผิวพรรณเช่นนี้จึงจะเรียกว่า ‘รูปงาม’ แต่สำหรับหยุนเชวี่ยแล้วนับว่าพวกเขามีหน้าตาอันแสนจะธรรมดา

ไม่สู้คนที่มีจิตใจซื่อตรงเช่นชีจินที่สามารถดึงดูดความสนใจของนางได้มากกว่า

ทันใดนั้นเสียงหนึ่งพลันดังมาจากนอกประตูเรือน หยุนลี่เต๋อกลับมาจากการล่าสัตว์บนภูเขาตามปกติ เขาสะพายหน้าไม้ไว้ด้านหลังขณะที่ในมือถือเนื้อสัตว์ ใบหน้าคล้ำแดดของเขาแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมหนาวที่พัดโชยมาจากภูเขาหรืออย่างไร

“กลับมาแล้ว!” แม่นางเหลียนเหยียดยิ้มอ่อนโยน นางรีบออกไปรับเนื้อสัตว์จากสามีก่อนนำไปวางไว้ในห้องครัว “ล้างมือก่อนเถิด ข้าจะไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้แหละ แม่ของโฉ่วเหือและโฉ่วช่วนเพิ่งกลับไป ทำให้ข้าทำอาหารล่าช้า”

“ไม่ต้องรีบร้อน” หยุนลี่เต๋อตักน้ำใส่อ่างพลางล้างหน้าและล้างมือก่อนนำหน้าไม้แขวนไว้บนผนัง จากนั้นตามไปช่วยแม่นางเหลียนก่อไฟในห้องครัว

“บนภูเขาอากาศหนาวหรือไม่ พรุ่งนี้สวมหมวกขนสัตว์ที่ข้าทำให้ท่านไปด้วยสิ” แม่นางเหลียนก้มลงเป่าฟืนเพื่อเร่งไฟ ขณะที่ดวงตาของนางฉายแววอ่อนโยน

“ไม่หนาว” หยุนลี่เต๋อปั่นหญ้าแห้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนโยนลงไปในเตาไฟและก้มลงเป่าฟืนอีกสองรอบ “เหลืออีกเพียงครึ่งเดือน หิมะก็จะตกแล้ว”

“อืม” แม่นางเหลียนพยักหน้า “เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ท่านก็พักผ่อนให้เต็มอิ่มสักสองเดือนเถิด วันตรุษจีนข้าจะซื้อสุราชั้นดีให้ท่านสองไห”

“ฮี่ฮี่ ตกลง!” หยุนลี่เต๋อฉีกยิ้มกว้างพร้อมจุดไฟในเตาต่อไป “อีกไม่กี่วัน พวกเราก็จะหยุดส่งเสื้อสัตว์ไปให้ร้านค้าในเมืองแล้ว เรานำส่วนที่เหลือมาทำอาหารในวันตรุษจีนแล้วแบ่งให้ท่านพ่อท่านแม่ เฟิงซิ่วไฉ และครอบครัวของพี่ใหญ่อู๋กันเถิด”

“เจ้าค่ะ ข้าจะทำตามที่ท่านพี่บอก”

สามีภรรยาคู่นี้รักใคร่เอ็นดูกันราวกับคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามัน คอยใส่ใจรายละเอียดของอีกฝ่ายเสมอ พวกเขาพูดคุยหยอกล้อและทำอาหารอยู่ภายในห้องครัวขนาดเล็ก แม้จะแต่งงานกันร่วมสิบปี ทว่าบรรยากาศรอบกายของพวกเขายังคงอบอุ่นดังเดิม

หยุนเชวี่ยไม่อยากรบกวนเวลาของทั้งสองคน ทว่าเมื่อเห็นเนื้อสัตว์ป่าที่มากกว่าครั้งก่อนก็อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าเข้าไปถาม “ท่านพ่อ เหตุใดท่านจึงล่าสัตว์ป่าได้มากมายเพียงนี้เล่าเจ้าคะ?”

“พ่อไม่ได้ไปล่าคนเดียวหรอก” หยุนลี่เต๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “มีพ่อหนุ่มน้อยมาช่วยน่ะ พรุ่งนี้เราจะไปส่งเนื้อสัตว์ที่ในเมืองด้วยกัน”

ไม่ต้องบอกหยุนเชวี่ยก็รู้ดี นางลอบกลอกตาอยู่ภายในใจเงียบ ๆ เจ้านั่นไปกับท่านพ่อจริงด้วย จากนั้นหยุนเชวี่ยจึงกล่าวคำเบา “เหตุใด”

ตั้งแต่เข้าสู่เหมันตฤดู หยุนลี่เต๋อก็สงสารลูกสาวจับใจจึงอาสานำเนื้อสัตว์ป่าไปส่งที่ภัตตาคารหลงชิงด้วยตนเอง อย่างไรเสียหลังจากกลับมาที่อยู่บ้าน เขาก็ต้องขึ้นเขาไปล่าสัตว์อยู่ดี

“เขาแค่มาช่วยเหลือเพียงชั่วคราวเท่านั้น” หยุนลี่เต๋อเหยียดยิ้มมุมปาก “พ่อหนุ่มคนนั้นบอกว่าเขาขอส่วนแบ่งเพียงร้อยละยี่สิบและพ่อตอบตกลง ชีวิตของเขาลำบากลำบนไม่น้อย พ่อหนุ่มคนนี้ขยันหมั่นเพียรแต่ครอบครัวยากจน ทั้งเขายังเป็นเสาหลักคนเดียวของครอบครัว…”

หยุนเชวี่ยตะลึงงัน “ครอบครัวของเขา… ยากจนหรือ?”

“พ่อหนุ่มน้อยคนนั้นมาจากต่างถิ่น ครอบครัวของเขาถูกโจรปล้นทรัพย์สินและเผาบ้านจนวอดวาย พ่อแม่พี่น้องต้องพลัดพรากจากกัน ก่อนหน้านี้เขาอาศัยอยู่ตามลำพัง มิหนำซ้ำยังได้รับบาดเจ็บ แต่เคราะห์ดีที่มีคนใจบุญช่วยเหลือเอาไว้…”

“เฮ้อ!” แม่นางเหลียนถอนหายใจอย่างเห็นอกเห็นใจ “นี่มันเรื่องอะไรกัน ราษฎรตาดำ ๆ หากินเช้ากินค่ำต้องประสบภยันตรายอย่างไร้เหตุผล สวรรค์ใจจืดใจดำเสียจริง”

“ข้าเห็นด้วย พ่อหนุ่มน้อยมีอายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น เกิดมารูปงาม แต่น่าเสียดายที่ชีวิตอาภัพ” หยุนลี่เต๋อส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ

“เขาตามหาครอบครัวไม่เจอแม้แต่คนเดียวหรือเจ้าคะ?”

“เกรงว่าเรื่องจะเลวร้ายยิ่งกว่านี้…”

“น่าสงสารจริง ๆ” แม่นางเหลียนกล่าวด้วยความใจอ่อนอีกครั้ง จากนั้นไต่ถามอีกสองสามประโยค “เช่นนั้นตอนนี้เขาอาศัยอยู่คนเดียวไร้ญาติสนิทมิตรสหายหรือ? แล้วเขาอาศัยอยู่ที่ใด?”

“อาศัยอยู่ในวัดร้างตรงเนินเขา” หยุนลี่เต๋อกล่าว “อย่างน้อยก็ยังมีร่มเงาให้พักผ่อนบ้าง ไม่ต้องตากลมตากฝน ดีกว่านอนข้างถนนเสียอีก”

“อ๋อ” แม่นางเหลียนพยักหน้า “ดีเลย ครอบครัวเรามีฟูกเก่าสองแผ่น พรุ่งนี้ข้าทำความสะอาดให้เรียบร้อย ท่านช่วยนำมันไปส่งให้เขาหน่อยได้หรือไม่ อาศัยอยู่ในวัดร้างตามลำพังเช่นนั้น หลังจากเข้าสู่หน้าหนาวคงลำบากไม่น้อย”

“อืม” หยุนลี่เต๋อฉีกยิ้มกว้างขณะมองแม่นางเหลียนพร้อมถูฝ่ามือเข้าด้วยกัน

แม่นางเหลียน “เหตุใดท่านจึงมองข้าเช่นนั้น?”

หยุนลี่เต๋อ “เจ้ามีจิตใจงดงาม หาผู้ใดเทียบได้ไม่”

วันรุ่งขึ้น ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าทอแสงสีทอง แม่นางเหลียนนำฟูกสองแผ่นมาตากไว้บริเวณหลังบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ นางใช้ท่อนไม้ที่มีขนาดหนากว่าต้นแขนของตนฟาดลงบนฟูกเพื่อกำจัดฝุ่น

หยุนเชวี่ยแปรงฟันพลางหรี่ตามองเศษฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศท่ามกลางแสงตะวัน

หลังจากหยุนลี่เต๋อกลับมาถึงบ้าน เขาก็ม้วนฟูกและผ้าห่มเข้าด้วยกันแล้วแบกขึ้นไปบนภูเขา

แสงแดดอุ่นสาดส่องเข้ามาในบ้าน หยุนเชวี่ยนั่งฟุบหน้าเหม่อลอยอยู่ข้างหน้าต่าง เมื่อเห็นเช่นนั้น หยุนเยี่ยนจึงสะกิดน้องสาวเบา ๆ “เป็นอะไรไป? เหตุใดจึงนั่งตาไม่กะพริบ”

“ไม่มีอะไร” หยุนเชวี่ยอ้าปากหาวพลางบิดขี้เกียจขณะครุ่นคิดว่าเรื่องที่เจ้าหมอนั่นพูดเป็นความจริงหรือไม่? ถ้าเป็นเรื่องจริง ชีวิตของเขาก็น่าอนาถเกินไปแล้ว

เมื่อลองคิดทบทวนดูอีกที เรื่องนี้มีจุดที่น่าสงสัย ปกติแล้วหากความจำเสื่อม เขาจะต้องกลับไปหาครอบครัวเพื่อไต่สวนหาความจริง แต่เหตุใดเขาจึงไม่กระตือรือร้นเลยเล่า?

“คนโกหก” หยุนเชวี่ยพึมพำออกมา

หยุนเยี่ยน “หืม? เจ้าว่าอะไรนะ?”

“ข้าบอกว่าวันนี้อากาศดียิ่งนัก” หยุนเชวี่ยเปลี่ยนท่านั่งก่อนฟุบหมอบตรงริมหน้าต่าง “คนนั่งตากแดดย่อมไม่ลืมตาสู้แสงแดด สบายเหลือเกิน…”

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 337 คนโกหก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
2023-12-14
F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08
6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
2022-06-30
novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
2024-11-18

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน